23/07/2026
ปู่มังเกอร์ไม่ได้พูดเจาะจงถึงใครเป็นพิเศษ แต่แอดว่าเข้ากับสถานการณ์ช่วงนี้ดีครับ
ข้อความในรูป มาจากสุนทรพจน์ที่ปู่มังเกอร์ไปพูดให้บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ USC ฟังเมื่อปี 2007 ปู่มังเกอร์คือคู่หูตลอดชีวิตของปู่บัฟเฟตต์ และเป็นรองประธาน Berkshire Hathaway ที่หลายคนรู้ดีว่าปู่มังเกอร์ขึ้นชื่อเรื่องคำพูดแซ่บๆ
สิ่งที่ปู่ย้ำมาตลอดชีวิตคือ แรงจูงใจเป็นตัวขับเคลื่อนพฤติกรรมมนุษย์ที่ทรงพลังที่สุด ทั้งแบบที่เรารู้ตัวและไม่รู้ตัว
คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตื่นมาแล้วตั้งใจจะโกงใคร แต่ถ้าระบบจ่ายเงินให้ทุกครั้งที่ทำสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับลูกค้า นานวันเข้า เราจะหาเหตุผลมาบอกตัวเองจนได้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันโอเค
ปู่เคยพูดเรื่องนี้ในหนังสือ The TAO of Charlie Munger เหมือนกันว่า "ที่ไหนมีค่าคอมมิชชั่นก้อนโต ที่นั่นมีโอกาสโดนฟันสูง"
อย่างเช่น ที่ปรึกษาการเงินและโบรกเกอร์ที่กินค่าคอมจากการซื้อขาย ยิ่งพอร์ตลูกค้าขยับบ่อย ก็ยิ่งได้เงินเยอะ ก็เลยมีเหตุผลให้ลูกค้าซื้อๆ ขายๆ อยู่เรื่อย สุดท้ายคนรวยขึ้นคือคนแนะนำ ส่วนคนจนลงคือเจ้าของเงินครับ
ตอนนี้เราเห็นกระแสการขายประกันโดยโชว์ตัวเลขผลตอบแทนสูงๆ ทั้งที่ตามจริง IRR มันต่ำมาก ตัวแทนที่ตั้งใจดูแลลูกค้าจริงๆ ก็มีเยอะนะครับ แต่ต้องยอมรับว่าระบบค่าคอมของวงการประกัน (รวมถึงวงการอื่นที่มีค่าตอบแทนลักษณะเดียวกัน) มันเปิดช่องให้บางคนเลือกขายสิ่งที่ตัวเองได้เงินเยอะสุด ไม่ใช่สิ่งที่ลูกค้าได้ประโยชน์สุด ตรงตามที่ปู่เตือนไว้เป๊ะ
คนไม่ได้เลวตั้งแต่แรก แต่ระบบที่ให้รางวัลผิดๆ จะค่อยๆ ดันให้เขาเลวขึ้นทีละนิด
บทเรียนจากเรื่องนี้เลยมีสองข้อ ข้อแรกในฐานะลูกค้า เวลาใครเสนออะไรที่เขาได้ค่าคอมก้อนโตจากเรา อย่าเพิ่งเชื่อตัวเลขที่เขาโชว์ ลองถามหาผลตอบแทนต่อปีแบบ IRR แล้วคำนวณเองสักรอบ ข้อสอง ในฐานะคนทำงาน อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในระบบที่จ่ายเงินให้เราทำร้ายคนอื่น เพราะสุดท้ายมันจะเปลี่ยนเราให้เป็นคนที่เราไม่อยากเป็น
ใครอยากอ่านวาทะเด็ดของปู่แบบเต็มๆ พร้อมคำอธิบายเบื้องหลังความคิดในแต่ละเรื่อง ทั้งการลงทุน การใช้ชีวิต สามารถอ่านต่อได้ในหนังสือ The TAO of Charlie Munger ฉบับแปลไทย เป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิตปู่มังเกอร์ที่อ่านง่ายที่สุดแล้วครับ สั่งซื้อราคาพิเศษได้จากในคอมเมนต์
#สำนักพิมพ์เพื่อVI #นักลงทุนที่ทำหนังสือเป็น