Isure Money สินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจ Tel:0658454055ย?

03/10/2021

เมืองที่มี GDP มากสุด ในอาเซียน
- หมายเหตุ: สาเหตุที่ต้องเป็นปี 2019 เพราะข้อมูล GDP ล่าสุดที่ทุกเมืองมีจะเป็นปี 2019 สำหรับปี 2020 จะมีแค่สิงคโปร์ และ กัวลาลัมเปอร์ เท่านั้น

- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้กับเหมาะกับคุณ Blockdit.com/download -

03/10/2021

มีเงินเกินวัย สร้างฐานะได้ตั้งแต่อายุ 25-30+
หากพูดต่อหน้าผู้คนว่าคุณจะเป็นเศรษฐีให้ได้ อาจถูกคนฟังเบือนหน้าหนีไปดื้อ ๆ
ยิ่งถ้าคุณบอกว่าจะร่ำรวยภายในอายุประมาณ 30 ปี ยิ่งนับว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องเพ้อฝันจะเป็นแค่ภาพที่จับต้องไม่ได้ตลอดไป มันเกิดขึ้นจริงแล้ว กับผม ตอนอายุ 21 ปี ในตอนนั้นผมออกจากโรงเรียนพร้อมกับหนี้ก้อนโต แต่สุดท้ายก็ได้กลายเป็นเศรษฐีในวัย 30 ปี
เขาทำได้อย่างไร?
นี่คือ 10 ขั้นตอนที่ทำให้คุณเห็นว่า มันช่วยคนคนหนึ่งให้เป็นเศรษฐีได้จริง ๆ ตอนอายุยังน้อย
1. หัดหมุนเงินให้เป็น
เมื่อก่อนผมมีรายได้เดือนละ 3,000 ดอลลาร์ อีก 9 ปีต่อมา รายได้ผมเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ดอลลาร์ คุณต้องฝึกหมุนเงินให้เป็น เพราะมันเป็นพื้นฐานที่ให้คุณหาเงินมาให้ได้ ในขณะเดียวกันกันก็ควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย ควรให้ความสำคัญกับรายรับ-จ่ายของตัวเองเป็นอันดับแรกคุณจะก้าวไปอีกขั้นได้ง่ายขึ้น ฉะนั้นสิ่งที่ทำให้ไม่ขัดสนคือ หาวิธีให้เงินมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
2. พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน ไม่ใช่การอวด
อย่าหลงใหลในอำนาจของเงินแต่ควรควบคุมมันให้อยู่ใต้อำนาจเรา อย่าพึ่งรีบอวดถ้ายังไม่สำเร็จจริง ๆ ความอวยรวยทำคนชีวิตพังมามากมาย ถึงแม้ผมกลายเป็นเศรษฐีแล้ว ผมก็ยังคงขับโตโยต้า แคมรี่อยู่ ให้ทุกคนรู้จักคุณเพราะความสามารถ วินัย ความทะเยอทะยาน ไม่ใช่มูลค่าสิ่งของที่วัดคุณค่าไม่ได้
3. ให้เงินทำงาน ลงทุนด้วย
เงินส่วนหนึ่งสำรองเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่อีกส่วนไม่ควรเก็บไว้โดยไม่ลงทุน จงทำให้มันงอกเงย ทุกวันนี้ผมยังเอาเงินเก็บทั้งหมดไปลงทุนประมาณปีละ 2 ครั้ง หรือเงินเหลือก็เอาไปลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงแต่ให้ผลตอบแทนสูง
4. หนี้ มีได้ เอาเฉพาะการต่อยอด
สร้างกฎเหล็กทางการเงินคือคุณต้อง ‘ไม่เป็นหนี้’ ถ้าหนี้นั้นมันไม่สร้างเงินให้คุณในอนาคต จะก่อหนี้ได้เฉพาะหนี้ที่จะสร้างเม็ดเงินให้เราในอนาคตเท่านั้น จำไว้ว่าหนี้สินของคนรวยจะมีแต่หนี้ที่ก่อให้เกิดรายได้
5.ใส่ใจเงินเหมือนดูแลผู้หญิง
เงินเป็นของที่ไม่คงที่ ในขณะเดียวกันมันจะคงอยู่ก้ต่อเมื่อได้รับการดูแล เงินจะไม่อยู่กับคนที่ไม่ใส่ใจมัน ถ้าคุณไม่สามารถทำให้เงินมันงอกเงยได้ มันจะทิ้งคุณไปหาคนอื่นที่พร้อมดูแลกว่า เหมือนผู้หญิง ที่ขาดการเอาใจใส่ ทุกคนปรารถนาที่จะมั่งคั่ง แต่มีเพียงน้อยคนเท่านั้นที่ให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับข้อนี้
6. เวลาคือทรัพย์สิน ทำให้เงินไหลเข้าตลอด
มีเวลาแค่ไหนต้องหาเงินให้ได้มากเท่านั้น คือต้องขยันสร้าง ให้มีเงินเข้ามาตลอด ตอนผมอายุ 26 ปี ผมทำงานในร้านขายปลีกแห่งหนึ่ง เวลาเลิกงาน คือ 1 ทุ่ม แต่ผมยังคงทำงานพิเศษเพิ่มจนถึง 5 ทุ่ม เศรษฐีที่ไม่มีวันจน คือคนที่พยายามทำงานหนักมาก่อนทั้งนั้น
7.ล้มความเชื่อ ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร
ผมเคยยากจนมาก่อน และรู้ดีว่ามันแย่แค่ไหน แม้จะมีเงินบ้าง แต่ชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้นนัก เพราะฉะนั้นแล้ว เลิกคิดไปได้เลยว่าไม่มีเงินก็ไม่เป็นไร เพราะมันจะบังคับไม่ให้คุณหาเงิน บิลเกตเคยพูดไว้ว่า “การที่คุณเกิดมายากจนนั้น ไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่การที่คุณต้องยากจนไปจนวันตายต่างหาก คือความผิดของคุณ”
8.หาคนที่เหนือกว่า เป็นครูสอน
เราเติบโตมาอย่างมีขีดจำกัด เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนชนชั้นกลางและคนยากจน ทำให้ไม่มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ผมอยากมีชีวิตแบบพวกเศรษฐีดูบ้าง เลยศึกษาชีวิตของพวกเขา ซึมซับความคิดเขาจะช่วยเราได้ คนเหล่านี้มักแบ่งปันเรื่องราว วิธีคิดของตนเองเสมอ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมองเห็นมันหรือเปล่า
9.ตั้งเป้าให้ใหญ่ คูณ 5 แต่ลงมือทำให้วางทีละก้าว
แนะนำให้คุณมองการณ์ไกลตั้งเป้าหมายให้ใหญ่ก่อน แล้วทำที่ละก้าว เมื่อคุณหันหลังกลับมามอง จะพบกับความยิ่งใหญ่นั้นและคุ้มค่ากว่าตั้งเป้าเพียงน้อยนิด ข้อดีของการตั้งเป้าหมายใหญ่ ๆ ไว้ก่อน คือ สมมติเราเต็มที่กับมัน 120% ถ้าต่ำกว่านี้ ก็จะเหลือสัก 100% มันจะไม่เป็นไร แม้จะต่ำกว่าที่เราตั้งเป้าไว้ แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่พอใจได้
ทั้งหมดนี้ แค่คุณอ่านก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว จงทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าคิดวิธีรวยทางลัด อย่าถอยหลังกลับไปง่าย ๆ คุณจะปล่อยให้คำพูดของคนรอบข้างมองว่าเป็นความโลภ ความเพ้อฝันต่อไป หรือจะทำลายมันด้วยการลงมือทำมัน คงเป็นคุณเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตานี้
เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เรียบเรียงโดย 100wealth
ผู้เขียน ท่านเด็ก



#ไปให้ถึง100ล้าน

#ท่านเด็ก
อ้างอิง
-https://bit.ly/39yqrqF

27/09/2021

สรุปประเด็นจากห้อง Clubhouse
ทำไมเงินถึงไหลเข้ากองทุน ESG ถึง 1,000,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ?
Clubhouse BBLAM x ลงทุนแมน

ถ้าพูดถึง Theme การลงทุนพลังงานสะอาด หลายคนก็มักจะติดภาพความน่าเบื่อ และไม่ตื่นเต้น
แต่หลังจากที่ ลงทุนแมน ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์คือ คุณมทินา วัชรวราทร CFA®, Head of Investment Strategy กองทุนบัวหลวง ในวันพุธที่ 22 กันยายน ที่ผ่านมา

ก็พบว่า Theme พลังงานสะอาด ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่หลายคนคิด นอกจากนั้นยังเป็น Theme ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงรอบใหญ่ของโลก และยังเกี่ยวโยงกับหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตในอนาคต อีกด้วย

ความน่าสนใจของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
ลงทุนแมนจะมาสรุปให้ฟังง่าย ๆ 9 ข้อ..

1. ทำไมกระแส ESG จึงกลายเป็นที่พูดถึงในตอนนี้ ?

พลังงานสะอาดคือ เทรนด์การลงทุนที่สำคัญมากในอนาคต และไม่ใช่แค่เทรนด์ระยะสั้น
สังเกตได้จากเม็ดเงินที่ไหลเข้ากองทุน ESG ทั่วโลกแตะ 1,000,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ อ่านว่า “1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ” เป็นครั้งแรก

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในยุโรป และการลงทุนใน ESG ยังให้ผลตอบแทนที่ดีด้วย จึงเป็นหลักของการลงทุนที่เรียกว่า Green and Great Return

ถ้าเราลองมาดูผลตอบแทนของ กองทุน Pictet Global Environmental กองทุนรวมที่ลงทุนในธุรกิจที่ดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกองทุนหนึ่งที่ B-SIP เข้าไปลงทุน ก็ให้ผลตอบแทนดีในหลายไตรมาส

และหากลงทุนตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนในปี 2014 ก็จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 14.92% ถือว่าทำได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับการลงทุนในดัชนีโลกที่มีทั้ง ESG และไม่มี ESG ที่ให้ผลตอบแทนเพียง 10%

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้การลงทุนกองทุนที่ลงทุนในธุรกิจที่ดูแลสิ่งแวดล้อมให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
ก็เป็นเพราะว่าบริษัทที่ยึดหลัก ESG จะมีคุณภาพทั้งด้านรายได้ กำไร และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น ดีกว่า บริษัททั่ว ๆ ไป

ทำให้สามารถกำหนดราคาสูงขึ้นได้ ดึงดูดคนที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานได้ง่าย รวมทั้งยังมีโอกาสด้านต้นทุนการกู้ยืมที่ถูกกว่า เสียดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และธนาคารปล่อยสินเชื่อง่ายกว่าอีกด้วย

2. ทำไม พลังงานสะอาด จะเป็นการเปลี่ยนแปลงรอบใหญ่ของโลก ?

สิ่งที่ทำให้ กองทุนบัวหลวงมองว่า พลังงานสะอาดจะไม่ใช่เทรนด์ระยะสั้น
ก็คือการสังเกตคลื่นนวัตกรรมเปลี่ยนโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ผ่านมาแล้ว 5 คลื่นด้วยกัน นั่นคือ
- คลื่นที่ 1 คือ การปฏิวัติอุตสาหกรรม
- คลื่นที่ 2 คือ การเริ่มใช้พลังงานไอน้ำ
- คลื่นที่ 3 คือ การใช้รถยนต์แทนม้า
- คลื่นที่ 4 คือ การเดินทางโดยเครื่องบิน
- คลื่นที่ 5 คือ โลกออนไลน์ เช่น Microsoft, Facebook, Amazon, Netflix

สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กินระยะเวลายาวนานหลายสิบปี และนำมาซึ่งกิจการขนาดใหญ่ที่มีความมั่งคั่งมากขึ้น

แต่ในโลกอีก 25 ปีข้างหน้า สิ่งที่จะกลายเป็นประเด็นสำคัญ และทั่วทั้งโลกกำลังเผชิญเหมือนกันอยู่ก็คือ “ภาวะโลกร้อน”

เพราะฉะนั้น คลื่นที่ 6 ก็คือ “เทคโนโลยีพลังงานสะอาด” ซึ่งจะเป็นหนึ่งเทรนด์ต่อจากนี้ไปอีก 25 ปี พร้อม ๆ กับ Robotics, Drones, AI, IoT สิ่งนี้เองที่จะเป็นแนวทางให้เราได้ว่า โลกในอนาคตจะเป็นไปในทิศทางไหน แล้วเราควรจะลงทุนอะไรต่อไป

3. สัญญาณสำคัญที่ชี้ว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงต้น คลื่นที่ 6 พลังงานสะอาด คืออะไร ?

กองทุนบัวหลวงมองว่า Megatrends จะต้องมี 3 องค์ประกอบ คือ
1. ความร่วมมือระดับโลก
2. การเห็นด้วยจากรัฐบาล
3. ความร่วมมือภาคเอกชน

เมื่อครบทั้ง 3 องค์ประกอบนี้ เงินลงทุนก็จะหลั่งไหลมายังเทรนด์นั้น ๆ อย่างแน่นอน ซึ่งเทรนด์ ESG ตอนนี้มีครบทั้ง 3 องค์ประกอบเรียบร้อยแล้ว

เริ่มต้นด้วยความร่วมมือระดับโลกคือ ข้อตกลง Paris Agreement จาก UN
ที่ต้องการให้ประเทศต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันภัยพิบัติต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ต่อมาคือ การขานรับนโยบาย จากรัฐบาลของประเทศมหาอำนาจ

เราได้เห็นประเทศต่าง ๆ ในยุโรปมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เช่น
- European Green Deal เพื่อที่จะลดการปล่อยคาร์บอนให้เหลือศูนย์ ภายในปี 2050
- European Climate Law กฎหมายที่พูดถึงการลดการปล่อยมลพิษลงอย่างน้อย 55% ภายในปี 2030

นอกจากนี้มหาอำนาจอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ก็ได้จัดตั้งแผนงบประมาณด้านสิ่งแวดล้อม เช่น
- แผนที่ 1 วงเงิน 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการผลิตรถยนต์ EV และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน
- แผนที่ 2 วงเงิน 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสีเขียว ซึ่งภายในปี 2035 สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 40% ของพลังงานทั้งหมด

ขณะเดียวกัน มหาอำนาจซีกโลกตะวันออกอย่าง “จีน” ที่แม้จะยังคงใช้พลังงานถ่านหินเป็นหลัก แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีสัดส่วนพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2035 เป็นต้นไป

โดยล่าสุดประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยังกำหนดนโยบายสิ่งแวดล้อม ไว้ในแผนการพัฒนาประเทศฉบับที่ 14 ซึ่งจะลดการปล่อยคาร์บอนต่อสัดส่วนของ GDP ลง 65% และจะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน 25% ภายในปี 2030 อีกด้วย

หรือประเด็นรถยนต์ไฟฟ้า แม้ในปี 2020 ยุโรปขายรถยนต์ EV ไปแล้ว 1.3 ล้านคน ขณะที่จีนขายรถยนต์ EV ไปแล้ว 1.2 ล้านคัน แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าจีนจะสามารถแซงหน้าและกินส่วนแบ่ง 20% จากตลาดรถยนต์ทั้งหมดภายในปี 2025 ได้ไม่ยากเลย

4. แล้วภาครัฐและภาคเอกชน เชื่อมั่นใน Megatrends เรื่องพลังงานสะอาด แค่ไหน ?

ผลสำรวจของ UBS หรือธนาคารเพื่อการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์
ที่ได้สอบถามองค์กรต่าง ๆ ว่าอยากลงทุนใน Theme อะไรเป็นอันดับหนึ่ง
ปรากฏว่า 2 ใน 3 ตอบว่า จะลงทุนในพลังงานสะอาด เพราะเป็นปัญหาที่โลกเราต้องแก้ไข และยังให้ผลตอบแทนที่ดีด้วย

ซึ่งหากลงทุนในด้านพลังงานทดแทนเป็นระยะเวลา 5 ปี เมื่อเทียบกับการลงทุนในพลังงานแบบเก่า
จะเห็นว่า ผลตอบแทนแตกต่างกันค่อนข้างมาก จุดนี้เองที่บอกว่ามันคือ Green and Great Return

นอกจากนี้กองทุนใหญ่ ๆ ก็ประกาศเข้ามาลงทุนในเรื่องพลังงานสะอาดเช่นกัน

เช่น Cathie Wood ผู้จัดการกองทุน ETF ARK
ประกาศว่าจะทำกองทุน ETF ใหม่ ที่ใช้ ESG Score ทั้งสามด้าน
คือ ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
โดยจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม หรือไม่ส่งผลดีต่อสังคม

ขณะเดียวกัน กองทุนมหาวิทยาลัย Harvard ที่มีขนาด 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก็ประกาศหยุดการลงทุนในบริษัทที่ผลิตพลังงานฟอสซิลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รวมทั้งบริษัทผลิตน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Saudi Aramco ก็ประกาศลงทุนในพลังงานสะอาด
โดยลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในซาอุดีอาระเบีย

นอกจากนี้ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ยังวางเป้าหมายประเทศว่าจะใช้พลังงานสะอาดให้ได้ 50% ภายในปี 2030 และจะไม่ได้ลงทุนแค่พลังงานลมและแสงอาทิตย์ แต่ยังลงทุนในพลังงานไฮโดรเจน อีกด้วย

5. แล้วอะไรคือ ความเสี่ยงของเทรนด์ ESG และพลังงานสะอาด ?

ความเสี่ยงของ ESG พลังงานสะอาดอย่างแรกคือ กองทุนที่เสนอขายเป็น ESG จริงหรือไม่ แล้วมีมาตรฐานขอบเขตการลงทุนด้านพลังงานสะอาดที่ชัดเจนจริง ๆ หรือไม่

ความเสี่ยงที่สองคือ ต้องระวังว่าบริษัทที่เกี่ยวกับพลังงานสีเขียวนี้ มีราคาแพงไปแล้วหรือยัง มีฟองสบู่ที่เรียกว่า Green Bubble จากเม็ดเงินที่เข้าไปลงทุน 1.65 แสนล้านในปี 2019 และอีกกว่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2020 อยู่หรือไม่

ดังนั้น วิธีการลงทุนที่สำคัญ คือ การเลือกกองทุนที่ใส่ใจเรื่อง Valuation และใช้เรื่องมูลค่ามาเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญในการลงทุน

6. แล้วเราควรเลือกลงทุนใน ธุรกิจพลังงานสะอาด อย่างไร ?

เราลองมาดูตัวอย่างธุรกิจที่เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า การขนส่ง การทำการเกษตร ว่าจะสามารถ Green and Great Return ไปพร้อมกับการให้ผลตอบแทนที่ดีได้จริงหรือไม่

เริ่มต้นที่ Orsted บริษัทพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเดนมาร์ก เดิมทีเคยเป็นบริษัทพลังงานถ่านหินเก่าแก่มาตั้งแต่ปี 1972 โดย 85% ของการผลิตไฟฟ้ามาจากฟอสซิล

จากนั้นในปี 2008 ก็พลิกธุรกิจครั้งใหญ่มาสู่เส้นทางพลังงานสะอาด โดย 85% ของการผลิตไฟฟ้ามาจากพลังงานสีเขียว และเดินทางสู่การเป็นบริษัทพลังงานลมที่ใหญ่ที่สุดของโลกได้สำเร็จ

ซึ่งรู้หรือไม่ว่า กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF บริษัทพลังงานของไทย ก็ได้ร่วมลงทุนใน Orsted เช่นกัน เพราะมองเห็นนวัตกรรมของพลังงานลมที่ดีที่สุดในโลกของ Orsted โดย 1/3 ของพลังงานลมของโลก มาจากบริษัทนี้

ที่น่าสนใจก็คือ ราคาของพลังงานลม ถูกกว่า ราคาพลังงานของถ่านหินไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 2018 และยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 พลังงานลมและแสงอาทิตย์จะเป็นแหล่งพลังงานที่ถูกที่สุดในโลก

ในแง่ของ Green and Great Return อย่าง Orsted เริ่มเข้าตลาดปี 2016 ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ราคาปรับตัวขึ้นเฉลี่ย 96% ต่อปี
ขณะเดียวกันยังมีรายได้เติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี และจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอย่างน้อยถึงปี 2050 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังมีโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศต่าง ๆ ได้อีกมาก เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น

7. ธุรกิจพลังงานสะอาดที่ไม่พูดไม่ได้ในตอนนี้ ก็คือ EV ?

เราทราบดีอยู่แล้วว่า หนทางลดปัญหามลภาวะจากการใช้รถยนต์ก็คือ การหันมาใช้รถยนต์ EV หรือรถไฟฟ้า แต่สงสัยไหมว่า ทำไมเทรนด์นี้จึงกลายเป็นโอกาสลงทุนมหาศาลในอนาคต

จากข้อมูลคาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ EV จะเพิ่มขึ้น 18 เท่าในอีกสิบปีข้างหน้า แสดงว่าอาจเพิ่มขึ้นสองเท่าทุก ๆ ปี ซึ่งในอนาคตรถยนต์ทั่วโลกจะกลายเป็นรถยนต์ EV อย่างน้อย 80%

เหตุผลก็เพราะว่า ราคารถยนต์ไฟฟ้าจะถูกลงเรื่อย ๆ สังเกตได้จาก ลิเทียมไอออนแบตเตอรี่ ที่มีราคาถูกลง 88% เมื่อเทียบกับสิบปีก่อน หากราคายังคงลดลงเรื่อย ๆ ก็เชื่อว่า ราคารถยนต์ EV และรถยนต์สันดาป จะมีระดับราคาใกล้เคียงกัน

นอกจากนี้ นโยบายของประเทศแถบยุโรปยังให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยจะยกเลิกการขายรถยนต์สันดาปแล้วจริง ๆ เช่น สวีเดน ประกาศยกเลิกในปี 2025 หรืออังกฤษ ก็ประกาศยกเลิกในปี 2035

พอเป็นแบบนี้ แบรนด์รถยนต์ต่าง ๆ จึงต้องปรับตัวกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เก่าแก่อย่าง Honda, Toyota หรือแบรนด์ใหม่อย่าง Tesla, BYD, XPeng แม้กระทั่งค่ายเก๋าอย่าง Harley-Davidson, Porsche ก็ต้องปรับตัวตามเช่นกัน

ที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์รอบนี้ ทิศทางเงินลงทุนไม่ใช่แค่ส่วนของรถยนต์ EV เพียงอย่างเดียว แต่จะไปถึง Supply Chain ต่าง ๆ ทั้งหมด เช่น
- บริษัทผลิตแบตเตอรี่
- บริษัทชิป Semiconductor
- บริษัท Software ที่ทำ ADAS (รถยนต์ไร้คนขับ Autonomous Driving) และบริษัท Simulation ทำการจำลองการขับรถ

ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างธุรกิจรถยนต์ EV ที่กองทุน B-SIP เข้าไปลงทุนกันบ้าง

XPeng อ่านว่า เสี่ยวเผิง เป็นบริษัทรถยนต์ EV เน้นตลาดระดับกลางเเละระดับสูงในจีน ที่เรียกได้ว่าท้าชนกับ Tesla ได้เลย เช่น รถยนต์ EV รุ่น XPeng P7 ที่มีราคาเปิดตัวล้านกว่าบาท ชาร์จหนึ่งครั้งจะวิ่งได้ 700 กิโลเมตร โครงสร้างต่าง ๆ มาจากการออกแบบของวิศวกรที่มาจาก Apple, Tesla

XPeng ยังใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ อย่าง 5G, AI ซึ่งตอนนี้ก็มีเทคโนโลยี Autonomous Driving เรียบร้อยแล้ว และยังใช้แบตเตอรี่ของ CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่จีนที่ใหญ่ที่สุด ที่เพียงใช้เวลา 30 นาที ก็สามารถชาร์จได้ 80% อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ กองทุน B-SIP จึงไม่พลาดที่จะเข้าไปลงทุน IPO ปีที่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจพลังงานสะอาดที่มี Green and Great Return เลยทีเดียว

8. นอกจาก พลังงานลม และรถยนต์ EV ยังมีธุรกิจไหนจะเป็นเทรนด์อนาคตได้อีกบ้าง ?

เริ่มต้นด้วยเรื่องใกล้ตัว อย่างอาหารที่เรียกว่า “Beyond Meat” ซึ่งเป็นธุรกิจผู้ผลิตอาหารคล้ายเนื้อที่ไม่ได้มาจากเนื้อจริง ๆ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องปัญหาดิน ปัญหาน้ำ และปัญหามลพิษ

โดยในปี 2050 คาดว่าจะมีการเพิ่มขึ้นของประชากรโลก 2.8 พันล้านคน และจะตามมาด้วยปริมาณอาหารที่ต้องการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

หากเป็นอาหารประเภทเนื้อสัตว์ จำเป็นต้องใช้พื้นที่เลี้ยงสัตว์และปัจจัยต่าง ๆ มากกว่าการปลูกพืชอย่างมาก เช่น การเลี้ยงวัว จะใช้ที่ดินมากกว่า 18 เท่า รวมทั้งใช้น้ำและพลังงานมากกว่า 10 เท่า และยังจะปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทน ออกมาจากร่างกายอีกด้วย

จึงไม่แปลกใจเลยว่า สัดส่วน 79% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการเกษตรมาจาก “การเลี้ยงสัตว์”

ปัจจุบัน Beyond Meat กำลังขยายฐานลูกค้าได้ดี สังเกตได้จากแบรนด์อาหารต่าง ๆ ที่หันมานำเสนอผลิตภัณฑ์จาก Beyond Meat มากขึ้นทั่วสหรัฐอเมริกา

เช่น แมคโดนัลด์, เอแอนด์ดับบลิว, Dunkin'
และยังกระจายไปตามร้านสะดวกซื้อ ที่เราสามารถซื้อกลับไปปรุงอาหารที่บ้านได้เองอีกด้วย

Beyond Meat กลายเป็นบริษัทที่น่าจับตามอง และเข้า IPO ในปี 2019 ที่มีมูลค่าบริษัท 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มาในปีนี้มูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นมาเป็น 9.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นสองเท่ากว่า ๆ ภายในสองปี นอกจากนี้ยังมีรายได้ปี 2020 เติบโต 36% อีกด้วย

นอกจากธุรกิจอาหารแล้ว ก็ยังธุรกิจอื่น ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น

- Schneider Electric เป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ลิฟต์ ที่มีการคำนวณการใช้งานแบบประหยัดพลังงาน ซึ่งในอนาคตหากอาคารไหนเป็นอาคารประหยัดพลังงาน ก็จะสามารถเรียกค่าเช่าสูงขึ้นได้

- Equinix เป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโลก เป็นศูนย์จัดเก็บข้อมูลที่ไม่สามารถหยุดทำงานได้ ต้องใช้ไฟตลอดทั้งวันทั้งคืน ปัจจุบันบริษัทสามารถใช้พลังงานหมุนเวียน 92% ของพลังงานทั้งหมด

- Ansys เป็นบริษัทจำลองผล จำลองสถานการณ์สำหรับรถยนต์, เครื่องบิน และอื่น ๆ เพื่อช่วยลดปริมาณการสูญเสียทรัพยากรในช่วงของการทดสอบ

เช่น Dyson แบรนด์เครื่องเป่าผมของผู้หญิง ทำให้แห้งเร็วขึ้นและดีขึ้น
Ansys เข้ามาช่วยคำนวณทิศทางลม, ลมแรง และค้นหาประสิทธิภาพที่ดีที่สุด โดยใช้ซอฟต์แวร์จำลองผลการทดสอบ ช่วยประหยัดทรัพยากร และประหยัดต้นทุนไปได้อย่างมาก

สรุปแล้ว แค่ Theme พลังงานสะอาดอย่างเดียว ก็ทำให้เราเห็นโอกาสของธุรกิจหลากหลายสาขา
ไม่ว่าจะเป็น การผลิตไฟฟ้าที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนด้วยพลังงานลม
หรือจะเป็นการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากรถยนต์ที่จะเปลี่ยนทั้ง EV Supply Chain
รวมทั้ง การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนด้วยอุตสาหกรรมอาหาร และการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้น นั่นเอง

9. แล้วเราจะเข้าถึงโอกาสการลงทุนในบริษัทเหล่านี้ได้อย่างไร ?

กองทุน B-SIP เป็นหนึ่งกองทุนเพื่อตอบโจทย์การลงทุนในพลังงานสะอาดโดยตรง และมีจุดเด่นด้วยสไตล์การลงทุนของกองทุนบัวหลวง ที่จะเฟ้นหาธุรกิจดีมีคุณภาพและเติบโต ซึ่งจะสร้างความแตกต่างจากกองทุนอื่นทั่วไป นั่นคือ

1. เน้นลงทุนธุรกิจรักษาสิ่งแวดล้อม ที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ในอนาคตที่เรียกว่า Green and Great Return นั่นเอง

2. มองว่าเทรนด์รักษาสิ่งแวดล้อมและพลังงานสะอาด จะเป็น Megatrends ของโลกที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น จึงเชื่อว่า Theme นี้มีความน่าสนใจและสามารถลงทุนระยะยาวได้

3. เปลี่ยนภาพจำว่า การลงทุนในพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องเป็นหุ้นน่าเบื่อหรือหุ้นโครงสร้างพื้นฐานเสมอไป

เพราะการลงทุนของ B-SIP ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นเติบโต มีนวัตกรรม มีเทคโนโลยี และยังคำนึงถึงการประเมิน Valuation ด้วย

ถ้าฉายภาพใหญ่ ๆ ก็คือ กองทุน B-SIP จะลงทุนทั้งในฝั่ง Global Environmental Opportunities และ Clean Energy นั่นเอง

โดยฝั่ง Global Environment จะมีสัดส่วนธุรกิจเทคโนโลยี 40% นอกจากนั้นจะเป็นบริษัทอุตสาหกรรม, กลุ่มวัสดุก่อสร้าง และกลุ่มเคมีภัณฑ์
ซึ่งจะมีรูปแบบลงทุน Active Management เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นคุณค่า

ส่วนในฝั่งของพลังงานสะอาด จะมีสัดส่วนธุรกิจเทคโนโลยี 48% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรม EV ทั้ง Supply Chain ราว 33% ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทฝั่งสหรัฐอเมริกา และยุโรป เพราะเป็นผู้นำเรื่องเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

เช่น Orsted ธุรกิจพลังงานลมนอกชายฝั่งมากว่า 10 ปี มีเทคโนโลยีน่าสนใจ และยังมีโอกาสขยายตลาดได้อีกมาก

ทั้งหมดนี้ จึงสะท้อนได้ว่า กองทุน B-SIP เป็นอีกหนึ่งช่องทางลงทุนใน Theme พลังงานสะอาดที่จะสร้างการเติบโตในระยะยาวได้แบบ Green and Great Return นั่นเอง..

25/09/2021

USDT vs USDC Stablecoin มูลค่า มากที่สุดในโลก ใช้สินทรัพย์อะไร ค้ำประกัน ?
- ร่วมติดตามข่าวสารคริปโทเคอร์เรนซี จากมุมมองหลายเพจ ได้ในแพลตฟอร์ม Blockdit ลองอ่านตัวอย่างได้ที่ www.blockdit.com/explore/cryptocurrency -

23/09/2021

สินเชื่อส่วนบุคคล Happy Cash กู้ได้สูง 1.5 ล้าน ใครก็กู้ได้ ไม่ต้องค้ำประกัน ผ่อนได้นานสุด 60 เดือน
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า บางจังหวะของชีวิตมักเกิดเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นมากมาย และนั่นรวมไปถึงการหมุนเงินไม่ทัน แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป กับ Happy Cash สินเชื่อส่วนบุคคล LH Bank ให้คุณมีอิสระที่เหนือกว่า สะดวกสบาย ไม่ต้องค้ำประกัน เป็นไปได้ทุกการใช้ชีวิตตามความต้องการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายส่วนตัว, ท่องเที่ยว, ซ่อมแซมรถยนต์, ซ่อมแซมบ้าน ฯลฯ
โดยสินเชื่อส่วนบุคคล Happy Cash เป็นสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติแล้วมีการโอนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าไว้ใช้จ่ายตามความต้องการโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ หรือบุคคลค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ทั้งนี ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยลูกค้าชำระคืนเงินกู้เป็นรายเดือน เดือนละเท่าๆ กัน
สินเชื่อ Happy Cash เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ด้านการเงิน ประเภทสินเชื่อส่วนบุคคล จาก LH Bank ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น
- วงเงินกู้ 5 เท่า สูงสุด 1.5 ล้านบาท
- ไม่ต้องใช้บุคคล หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน
- สินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยต่ำ มีอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่มีให้เลือกหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
- ดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 8.88% เลือกเองได้ว่า ต้องการผ่อนด้วยเรท 8.88% ระยะเวลากี่เดือนแรกของสัญญา
- อนุมัติง่าย รับเงินไว
- ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 60 เดือน
สำหรับท่านใดที่กำลังสนใจสินเชื่อ Happy Cash จาก LH Bank สามารถติดตามคุณสมบัติ พร้อมช่องทางยื่นกู้ออนไลน์ต่อได้ที่ : https://www.smartsme.co.th/content/245248
#สินเชื่อHappyCash #สินเชื่อฉุกเฉิน

31/08/2021

ด่วน !! ศบค.ไฟเขียวปลดล็อกเฟสแรกแล้ว เริ่ม 1 ก.ย. นี้ เปิดให้นั่งกินในร้านได้ 50% เปิดกิจการได้บางส่วน และสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้
วันนี้ 27 สิงหาคม 2564 ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติเห็นชอบปรับระดับของพื้นที่สถานการณ์ย่อยในพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรและมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด – 19 ในจังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด (พื้นที่สีแดงเข้ม) ดังนี้

1. การเดินทางข้ามจังหวัดจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดได้
ขอความร่วมมือหลีกเลี่ยงการเดินทาง หรือเดินทางเมื่อมีเหตุจำเป็นเท่านั้น สื่อสารให้ผู้ที่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หรือผู้ติดเชื้อให้เดินทางตามโครงการรับคนกลับบ้าน/รับผู้ป่วยกลับภูมิลำเนา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อระหว่างและหลังการเดินทาง ระบบขนส่งสาธารณะจำกัดจำนวนผู้โดยสาร ไม่เกิน 75 % สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ห้ามรับประทานอาหารในรถ
2. การเปิดบริการของร้านอาหาร
1.) ร้านอาหารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือเปิดแอร์ อนุญาตนั่งรับประทานในร้านได้คิดเป็น 50% ของจำนวนที่นั่งในร้าน

2.) ร้านอาหารที่ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไม่เปิดแอร์ ให้นั่งได้ 75% ของจำนวนที่นั่งในร้าน
ผู้ประกอบการต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด การกำกับติดตามมาตรการ โดยผู้ประกอบการ สมาคมภัตตาคารไทย และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร
3.การปรับมาตรการสำหรับกิจการห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ กิจการ/กิจกรรมสามารถเปิดดำเนินการได้ทุกแผนก ภายใต้มาตรการฯ ยกเว้น กิจการ/กิจกรรม
กลุ่มที่ 1 กิจการ/กิจกรรมที่เปิดได้แบบมีเงื่อนไข ได้แก่
- ร้านเสริมสวย ร้านตัดผมหรือแต่งผม เปิดได้เฉพาะตัดผมเท่านั้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง
- ร้านนวด เปิดได้เฉพาะนวดเท้า
- คลินิกเสริมความงาม เปิดจำหน่ายสินค้าเท่านั้น (อาจมีการนัดหมายล่วงหน้า เมื่อมีความพร้อม)
กลุ่มที่ 2 กิจการ/กิจกรรมที่ยังไม่เปิดบริการ ได้แก่
- สถาบันกวดวิชา
- โรงภาพยนตร์
- สปา
- สวนสนุก สวนน้ำ
- ฟิตเนส ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ
- ห้องจัดประชุม/จัดเลื้ยง
ผู้ประกอบการต้องดำเนินตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยการกำกับติดตามมาตรการ โดยสภาหอการค้าไทย และ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพมหานคร และเปิดได้ถึงเวลา 20.00 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ยังคงห้ามออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 21.00 น.- 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น และมาตรการการปฏิบัติงาน ณ ที่พักอาศัย (Work From Home) ยังคงใช้ต่อไปอย่างน้อย 14 วัน
หลักการยกระดับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับเปิดกิจการ/จัดกิจกรรมให้ปลอดภัยและยั่งยืนด้วยหลักการ COVID-Free Setting และ Universal Prevention สำหรับสถานที่เสี่ยงและกลุ่มเสี่ยง การใช้วัคซีน และการตรวจ ATK เป็นเกณฑ์ 1 กันยายน 2564 ขอความร่วมมือให้ดำเนินการในพื้นที่นำร่อง หรือสถานที่ที่มีความพร้อมเริ่มใช้มาตรการ 1 ตุลาคม
ติดตามข่าวศบค.คลายล็อกแบบละเอียดต่อได้ที่ : https://www.smartsme.co.th/content/244996
#คลายล็อกดาวน์ #เปิดร้านอาหาร #เดินทางข้ามจังหวัดได้ #ศบค

21/08/2021

ทำธุรกิจด้วยการคิดเหมือนมหาเศรษฐี
จากการศึกษาของ Sabri Suby
-ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจ ก็ต้องคิดให้เหมือนกับมหาเศรษฐี ในที่นี้หมายถึงมหาเศรษฐีที่สร้างตัวเองขึ้นมาเอง แม้เราไม่ได้มีเงินลงทุนมากมายเหมือนเขา แต่วิธีเดียวที่ทำได้เหมือนเขาคือ ‘ความคิด’
-การจะคิดแบบเศรษฐีที่สร้างตัวเองได้ ก่อนอื่นต้องเข้าใจการเลือกใช้ชีวิตของเขาและการทำธุรกิจ ลองคิดว่าเขาหารายได้มาจากไหน? เขาใช้เวลาไปกับอะไร? แล้วเน้นงานที่ส่วนไหน?
-Sabri Suby มหาเศรษฐีและสุดยอดนักขาย กล่าวว่า ผมได้ศึกษากลุ่มคนเหล่านี้ พบว่าพวกเขาลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเท่านั้น ในบรรดามหาเศรษฐี ทรัพย์สินที่ไม่สามารถหมุนเวียนได้แต่มีค่าที่สุดในโลกนั่นคือ ‘เวลา’
-แล้วมหาเศรษฐีใช้เวลาอันมีค่าของพวกเขาอย่างไรล่ะ? เขาคอยเช็กอีเมล โพสต์บนโซเชียลมีเดีย สตรีม Facebook Live และอื่น ๆ อย่างต่อเนื่องหรือไม่?
-คำตอบคือไม่เสมอไป มหาเศรษฐีชื่อดังอย่าง John Paul DeJoria ผู้ก่อตั้งบริษัท Patrón Spirits ซึ่งเป็นผู้ผลิตเตกีลาและมหาเศรษฐีจำนวนมากไม่ได้ใช้อีเมลหรือโทรศัพท์มือถือ แต่เขาจะมอบหมายงานให้คนอื่นทำแทน
-ดังนั้นการที่เจ้าของธุรกิจมัวแต่นั่งเช็กอีเมลตลอด อาจทำให้ไม่ได้ทุ่มเทเวลาไปกับงานเชิงลึกที่สร้างรายได้อย่างเต็มที่
-มาร์ค ฟอร์ด นักเขียนและผู้ประกอบการชื่อดังในอเมริกา กล่าวว่า หนึ่งในเหตุผลที่ใหญ่ที่สุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่มักล้มเหลวไปกับการหมกมุ่นอยู่กับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้คุณยุ่งแต่ไม่ได้ทำเงินให้ เผลอ ๆ อาจเสียเงินด้วยซ้ำ
-ผิดกับธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่เน้นไปที่โอกาสในการขายและเน้นทางสร้างรายได้มหาศาล ผมจะบอกว่าทุกธุรกิจ มีสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ จู้จี้จุกจิกมากมาย ที่ดึงดูดให้คุณทำตลอดเวลา แต่มันไม่ใช่งานที่สร้างรายได้ คนมักทุ่มเวลาไปทำหมด 96% ของงานทั้งหมด
-เช่น การสร้างช่องทางการขาย เช็กอีเมล ส่งอีเมล การรับสมัคร ประชุม การสร้างโฆษณาบน Facebook เช็กสถิติ การวางแผน ข้อเสนอ โปรโมชั่น วิเคราะห์ข้อมูล การฝึกอบรม และการประชาสัมพันธ์ จะเห็นว่าสิ่งจำเป็นรวมอยู่กับสิ่งที่ไม่จำเป็นด้วย
-ในธุรกิจของผมตัด 96% ที่เป็นงานเล็ก ๆ ยิบย่อย ผมให้พนักงานทำทั้งหมดเพราะไม่เกิดรายได้ให้บริษัท
-แต่ผมจะไปโฟกัสที่ 4% ที่สร้างรายได้ให้ธุรกิจนั่นคือ คิดข้อเสนอและส่งเสริมการขาย, สร้างช่องทางการขาย, คิดงานที่มีความคิดสร้างสรรค์, จัดสัมมนาฝึกอบรมพนักงาน คิดและวางแผนธุรกิจ
-4% ของงานเหล่านี้นำมาซึ่ง 64% ของรายได้ทั้งหมดอย่างแท้จริง ผู้ประกอบการจำนวนมากจมปลักอยู่กับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ กับงาน 96% ในแต่ละวัน ทำให้ไม่มีโอกาสทุ่มเททำงานกับ 4% ที่สร้างเม็ดเงินและขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้าได้
-ฉะนั้นคุณต้องคิดให้ออก ว่า 4% ของงานนั้น คืออะไร จากนั้นวางแผนทำให้เป็นระบบและลงแรงกับงานที่สร้างรายได้มากที่สุด อีก 96% คือสิ่งยังคงต้องทำ แต่ควรมอบหมายงานให้ลูกน้องทำแทน
เรียบเรียงโดย 100wealth
ผู้เขียน ท่านเด็ก


#ไปให้ถึง100ล้าน

#ท่านเด็ก
อ้างอิง
-หนังสือ SELL LIKE CRAZY ผู้เขียน Sabri Suby

17/08/2021

สรุปผลประกอบการ ธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ไตรมาส 2 ปี 2564 | Money Buffalo

ช่วงนี้เป็นช่วงการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2564 ก็มีหุ้นหลาย ๆ ตัวที่น่าสนใจ หุ้นบางตัวก็ผิดหวังเป็นเรื่องธรรมดา แต่พี่ทุยไปเจอหุ้นตัวหนึ่งที่งบออกมาค่อนข้างดูดีไม่น้อย เห็นตัวเลขตอนแรกก็ตกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมพุ่งแรงได้ขนาดนั้น นั่นก็คือหุ้น TIDLOR

เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักแน่ ๆ เพราะเคยเป็นหุ้นขวัญใจมหาชนที่เปิดให้จองแบบ Small Lot First เรียกว่านักลงทุนแย่งจองกันทั้งประเทศ

ล่าสุด TIDLOR ประกาศงบ ไตรมาส 2 ปี 2564 ออกมา รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 35% แต่ตัวกำไรพุ่งแรงกว่าปีที่แล้วถึง +177% แซงหน้าเพื่อน ๆ ร่วมอุตสาหกรรมอย่าง MTC SAWAD ไปแบบไม่เห็นฝุ่น เรียกว่าโตสวนกระแสโควิด-19 กันเลยทีเดียว

หลังจากที่พี่ทุยไปส่องมาก็ได้คำตอบ สาเหตุหลักที่รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นได้มากขนาดนี้ คือ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยทำให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรออนุมัติ สามารถกดเงินสดตามวงเงินสินเชื่อทะเบียนรถได้ตลอดเวลา ปัจจุบันมีลูกค้าจากบัตรติดล้อสูงถึง 180,000 รายเข้าไปแล้ว

แล้วนอกจากนี้ทาง TIDLOR ก็ยังเพิ่มสาขาอีก 124 สาขา รวมทั้งหมดมีมากกว่า 1,200 สาขาทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึงทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ยิ่งมีลูกค้ามากขึ้นรายได้จากค่าธรรมเนียมและค่าบริการก็จะยิ่งเก็บได้เยอะขึ้น รวมถึงทาง TIDLOR ยังมีรายได้จากการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยด้วยนั่นเอง

17/08/2021

เทียบชัด ตลาดสุขภาพรุ่ง
เปิดตัวเลขร้านยา เปิดในไทย ร่วมทุนโดยไทย

08/08/2021

โควิด-19 ซัดสายการบินในประเทศพังย่อยยับ ธุรกิจการบินขนาดใหญ่ขาดทุนรวมแล้วกว่า 157,398 ล้านบาท วอนรัฐเห็นใจ ช่วยต่อลมหายใจเฮือกสุดท้าย
จากตัวเลขของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ได้แบ่งประเภทของธุรกิจสายการบินในประเทศออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทธุรกิจขนาดใหญ่ และประเภทธุรกิจขนาดเล็ก ปรากฏตัวเลขสถิติดังนี้

- ประเภทธุรกิจสายการบินภายในประเทศขนาดใหญ่เมื่อปี 2563 ที่ผ่านมามีรายได้ทั้งหมด 33,917.57 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้รวม 273,604.51 ล้านบาท มีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนมากขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2563 ขาดทุนรวม 157,398.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่ขาดทุนรวม 12,298.55 ล้านบาท
- ส่วนธุรกิจสายการบินภายในประเทศขนาดเล็กในปี 2563 ที่ผ่านมาส่วนใหญ่หยุดการให้บริการ ส่วนรายได้สายการบินธุรกิจขนาดเล็กมีมูลค่ารวมของรายได้ในปี 2562 อยู่ที่ 955,279.37 บาท ขาดทุนสุทธิ 103.28 ล้านบาท ปี 2561 มีรายได้ 203,895.53 บาท ขาดทุน 17.65 ล้านบาท
ติดตามข่าวนี้ต่อได้ที่ : https://www.smartsme.co.th/content/244778
#ธุรกิจสายการบิน #สมาคมสายการบินแห่งประเทศไทย

29/07/2021

8 อันดับกองทุน ที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุด เฉลี่ย 3 ปี
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้กับเหมาะกับคุณ Blockdit.com/download -

ที่อยู่

119/16
Bangkok
10150

เบอร์โทรศัพท์

+66658454055

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Isure Moneyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Isure Money:

แชร์