19/12/2025
[เช็กเลย! เงินเดือนเท่านี้ขอคืนภาษีได้เท่าไหร่? | Wealth Me Up]
💰 ‘ขอคืนภาษี’ ได้แค่ไหน?…มาเช็กกันเลย
หากคุณเป็นพนักงานเอกชนที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 26,000 บาทขึ้นไป คุณอยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยภาษีที่ถูกหักจากเงินเดือนไม่ได้คำนวณแค่จากรายได้ แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่สามารถนำไปหักก่อนคำนวณได้ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แต่ถ้าคุณมีรายได้จากอาชีพอิสระ หรือมีรายได้จากหลายแหล่ง อัตราภาษีที่ต้องจ่ายอาจแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทของรายได้และสิทธิ์ลดหย่อนที่ใช้ได้
✅ สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่หลายคนอาจมองข้าม
หลายคนเสียภาษีโดยไม่รู้ว่าตัวเองสามารถขอคืนภาษีได้จากค่าลดหย่อนต่างๆ เช่น
ดอกเบี้ยบ้าน ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 100,000 บาท/ปี
ค่าลดหย่อนบุตร บุตรที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ 30,000 บาท/คน หรือ 60,000 บาท/คน กรณีบุตรคนที่ 2 ขึ้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561
ค่าลดหย่อนบิดามารดา หากมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท สามารถลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อบิดาหรือมารดา 1 คน (กรณีมีพี่น้องต้องตกลงกันว่าใครใช้สิทธิ์ได้)
✅ การออม–การลงทุน ที่ช่วยลดภาษีได้จริง
กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund)
ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท
ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี และถือครองจนถึงอายุ 55 ปี
เหมาะกับผู้ที่ต้องการออมเงินเพื่อเกษียณ
ประกันชีวิตและประกันบำนาญ
ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท
ประกันบำนาญลดหย่อนได้สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
กองทุน ThaiESG
ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีเต็ม
เหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนอย่างยั่งยืนและมีภาระภาษีสูง
ทั้งนี้ในแต่ละปีสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีใน “RMF + ประกันบำนาญ + PVD + กบข. + กอช. + กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน” รวมกันได้ไม่เกิน 500,000 บาท โดยเมื่อรวมกับการลงทุนในกองทุน ThaiESG และเบี้ยประกันชีวิต จะสามารถใช้สิทธิรวมกันได้ถึง 900,000 บาทนั่นเอง