เงินกู้ฉุกเฉิน Siam loan

เงินกู้ฉุกเฉิน Siam loan สินเชื่อร่วมลงทุน อัตราจ่ายต่ำสุด 0.

ราคาหุ้น SCB +3% หลังซื้อกิจการ Bitkub 17,850 ล้านบาท
03/11/2021

ราคาหุ้น SCB +3% หลังซื้อกิจการ Bitkub 17,850 ล้านบาท

[BREAKING] ราคาหุ้น SCB +3% หลังซื้อกิจการ Bitkub 17,850 ล้านบาท
หลังจาก ที่ธนาคารไทยพาณิชย์อนุมัติให้ SCBS ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของธนาคาร เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นในบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด สัดส่วนร้อยละ 51 ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 17,850 ล้านบาท

SCB แจ้งว่าลงทุนเพราะเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของธุรกิจสินทรัพย์ ดิจิทัล และยังช่วยให้ SCBS ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ใน Bitkub มีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัล ในประเทศไทย

ทำให้เช้านี้ตลาดตอบรับในทิศทางบวก ราคาเปิดของ หุ้น SCB +3% โดยที่ราคาหุ้น SCB บวกล่วงหน้าจากข่าวลือเมื่อวานไปแล้ว 4% เมื่อรวมกับที่หุ้นขึ้นวันนี้ 3% ก็จะคิดได้เป็น 7% คิดเป็นมูลค่าบริษัทที่เพิ่มขึ้นถึง 30,000 ล้านบาท สูงกว่าราคาที่จ่ายซื้อกิจการ Bitkub 17,850 ล้านบาทเสียอีก..

จากข้อมูล Bitkub เป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ที่ในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2564 ที่ผ่านมา Bitkub มีมูลค่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่รายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. รวมประมาณ 1.03 ล้านล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาดร้อยละ 92

โดยในช่วง 9 เดือนดังกล่าว
Bitkub มีรายได้รวม 3,279 ล้านบาท
และกำไรสุทธิ 1,533 ล้านบาท

ซึ่งถ้าคำนวณกลับจากราคาที่ SCB ก็จะได้ว่า บริษัท บิทคับ ออนไลน์ มีมูลค่า 35,000 ล้านบาท ซึ่งมีมูลค่าเกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้จัดว่าเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว

และทำให้ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub ที่ถือหุ้นใหญ่สุดในบริษัทอยู่ 23.87% (ที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ อีกหลายสิบคน) แปลว่าคุณจิรายุสจะมีมูลค่าหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัทสูงถึง 8,354 ล้านบาท

- อ่าน กรณีศึกษา ท๊อป จิรายุส มีทรัพย์สิน 8,000 ล้าน จาก Bitkub ได้ที่
https://www.blockdit.com/posts/618151ed277b0d0c931f2991

30/09/2021

สรุปผลประกอบการ SCB KBANK BBL ไตรมาส 2 ปี 2564 ในภาพเดียว
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้กับเหมาะกับคุณ Blockdit.com/download -

11/06/2021

วิธีขอเครดิตภาษีคืน จากเงินปันผลของหุ้น /โดย ลงทุนเกิร์ล
รู้หรือไม่คะว่า เงินปันผลจากหุ้น ที่เราได้รับในทุก ๆ ครั้ง จะมาจากกำไรของบริษัทที่ถูกหักภาษีมาแล้ว ทั้งภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ดังนั้นเราสามารถขอคืนภาษีได้ ถ้าเรามีฐานภาษีที่ไม่ถึงเกณฑ์ โดยเรื่องนี้เรียกว่า “เครดิตภาษีเงินปันผล”

โดยทั่วไป ก่อนหน้าที่บริษัทจะจ่ายเงินปันผลให้เรา บริษัทจะต้องจ่าย “ภาษีเงินได้นิติบุคคล” ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันภาษีเงินได้นิติบุคคลอยู่ที่ 20% จากกำไรทั้งหมด

คำว่าเครดิตภาษี หมายถึง เงินปันผลนั้นได้ถูกเสียภาษีนิติบุคคลไปแล้วเท่าไร

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเงินปันผลที่เราได้คือ 800 บาท มันก็จะมาจากกำไรบริษัท 1,000 บาท ที่ถูกหักภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้ว 200 บาท

ในกรณีนี้เครดิตภาษีก็คือ 200 บาท ซึ่งเราสามารถนำเงินจำนวนนี้มาคำนวณเพื่อขอคืนภาษีได้ ถ้าฐานภาษีเราไม่ถึงเกณฑ์

ยกตัวอย่างเช่น
ถ้าเราได้เงินปันผล 800 บาท ซึ่งมีเครดิตภาษีเงินปันผล 200 บาท นอกจากนั้นเรายังมีเงินได้จากแหล่งอื่นอีก

ถ้าสมมติว่า เราคำนวณภาษีเงินได้ที่เราต้องจ่ายในปีนั้นได้ทั้งหมด 500 บาท

ให้นำจำนวนภาษีตรงนี้มาลบกับ ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย ที่เราเคยถูกหักไปก่อนหน้านี้ เช่น

ภาษี ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักจากเงินเดือนไปแล้ว 300 บาท
และภาษี ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักจากเงินปันผลที่ได้รับ 80 บาท

ดังนั้นเมื่อนำภาษีทั้งหมดที่เราต้องจ่าย มาลบกับภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายแล้ว จะได้ 500 - 300 - 80 = 120 บาท

แต่เรามีเครดิตภาษีเงินปันผล 200 บาท ก็จะแปลว่า เราสามารถขอคืนภาษีจากรัฐได้ 120 - 200 = 80 บาทนั่นเอง

แต่อีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กัน ก็คือ
ในบางกรณีการใส่ “เครดิตภาษีเงินปันผล” ในการคำนวณภาษี จะทำให้เราต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ถ้าฐานภาษีของบุคคลนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า 28%

28% นี้คำนวณจากอะไร ?

โดยปกติแล้วกำไรหลังภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% ที่นำไปจ่ายเป็นเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้น จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 10% แปลว่าเงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับจริง ๆ นั้น จะเหลือ 72% เมื่อเทียบกับกำไรก่อนภาษี

สรุปแล้วในฐานะผู้ถือหุ้น เราจะเสียภาษีรวมกันทั้งหมด 28% ของกำไรไปแล้ว

ถ้าเรามีฐานภาษีที่น้อยกว่า 28% เราก็ควรยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลในการคำนวณภาษี เพื่อสิทธิประโยชน์ในการทำให้เสียภาษีน้อยลง

แต่คนที่มีฐานภาษีมากกว่า 28% เขาจะต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น เพราะจำนวนเงินที่เขาเสียภาษีไปแล้วทั้งในรูปแบบของภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีหัก ณ ที่จ่าย มันยังน้อยกว่าภาษีที่เขาจะต้องเสียตามเกณฑ์

แต่กรมสรรพากรก็มีทางเลือกให้ไม่ต้องยื่นขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ แต่ก็ต้องไม่ยื่นทั้งหมดในทุกรายการเงินปันผลที่เราได้
ซึ่งถ้าเราไม่เลือก ก็แปลว่าเราจะเสียภาษีของเงินปันผลมากสุดที่ 28%

ทั้งนี้คนที่จะเสียฐานภาษี 28% จะเป็นผู้มีเงินได้ประมาณ 2 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป

ในทางกลับกัน หากเราตัดสินใจขอรับเครดิตภาษีเงินปันผลแล้ว
เราจะต้องนำรายการเงินปันผลทั้งหมดที่เราได้รับ มาคำนวณให้ครบถ้วน
และเราไม่สามารถเลือกขอเครดิตเงินปันผลแค่รายการใดรายการหนึ่งได้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการขอเครดิตภาษีคืน จากเงินปันผลของหุ้น
ใครที่ได้รับเงินปันผลมาแล้ว อย่าลืมเก็บหลักฐานการได้รับเงินปันผลไว้ด้วยนะคะ
จะได้นำไปใช้ในการขอคืนภาษีได้ และแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่จำนวนเงินที่มากมาย
แต่ถ้ารวม ๆ กันแล้ว ก็น่าจะเป็นจำนวนเงินที่เราสามารถนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้นะคะ

References:
-https://www.set.or.th/set/education/
-https://www.rd.go.th/841.html

20/05/2021

ลูกค้าหลายๆท่าน ยังสงสัยว่าสินเชื่อระยะสั้นหรือสินเชื่อsme คืออะไร โพสนี้มีคำตอบ

เงินด่วนหมุนเวียนระยะสั้น คืออะไร?
เงินด่วนหมุนเวียนระยะสั้น คือ สินเชื่อที่ลูกค้านำไปใช้เนื่องจากมีรายจ่ายเข้ามากระทันหัน แต่รายได้ของลูกค้าที่จะได้รับต้องใช้เวลาประมาณ7-15วัน โดยทั่วไปผู้คนจะนึกถึงการกู้ยืมจากธนาคาร หากแต่ธนาคารนั้นอนุมัติวงเงินค่อนข้างช้าและใช้ระยะเวลาพิจารณานาน บริษัทของเราจึงตอบโจทย์ท่านได้ เราใช้เวลาพิจารณาสินเชื่อระยะสั้นและสามารถรู้ผลได้ภายใน 1 ชั่วโมง และสามารถรับเงินสดได้ทันที!!

แล้วสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ?
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ สินเชื่อสำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก,กลาง,และขนาดใหญ่ ที่นำไปใช้จ่ายเพื่อหมุนเวียนในธุรกิจ เช่น ต้องขยายการลงทุนเพิ่ม รอเคลียร์ริ่งเช็ค จ่ายค่าวัสดุ-ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงพนักงาน การซื้อมาขายไปโดยมีผลกำไรตอบแทน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายภายในอื่นๆ ซึ่ง จะตอบโจทย์ในสิ่งที่ SME กำลังประสบปัญหา การขาดสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงิน โดยการเข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือด้านเงินทุน เพื่อให้ธุรกิจSMEสามารถดำเนินงานต่อไปได้โดยไม่ติดขัดปัญหา ที่อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อธุรกิจในอนาคตได้

19/05/2021
10/02/2021

ในยุคปัจจุบันมีวิธีการออมเงินมากมายที่แชร์กันบนโลกโซเชียล 👍 แต่สิ่งสำคัญกว่าเทคนิคใหม่ๆ เลยก็คือ วินัย และความสม่ำเสมอ ☺️ แต่วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการจดออม✏️ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถออมเงินได้มากยิ่งขึ้น วิธีจดนี้เรียกกันว่า 💰‘𝙎𝙖𝙫𝙞𝙣𝙜 𝙏𝙧𝙖𝙘𝙠𝙚𝙧’💰

📝 𝙎𝙖𝙫𝙞𝙣𝙜 𝙏𝙧𝙖𝙘𝙠𝙚𝙧 หรือ 𝙎𝙖𝙫𝙞𝙣𝙜 𝙅𝙖𝙧 เป็นกระบวนการหนึ่งใน Bullet Journal เพื่อบันทึกการเก็บออมเงินของเรา โดยมีวิธีการทำ หรือจดดังนี้

📍 เริ่มจากการวาดภาพโหลขึ้นมา 1 ใบ บนสมุดบันทึกของคุณ เขียนเป้าหมายไว้ว่าจะเก็บเงินก้อนนี้เพื่ออะไร โดยต้องเซต Goal Date📅 วันที่คุณจะต้องเก็บเงินก้อนนี้ให้สำเร็จไว้ด้วย ตรงนี้จริงๆ แล้วหากกลัวว่าจะวาดไม่สวย สามารถโหลดเทมเพลตแจกฟรีในอินเตอร์เน็ตมาปริ้นท์ใช้ได้
จากนั้นกำหนดว่าจะเก็บวันละเท่าไร เดือนละเท่าไร 🗓 พร้อมระบุด้วยว่าคุณเก็บตามเป้าหมายได้หรือเปล่า เก็บไปวันไหนบ้าง โดยใช้วิธีการระบายสีบนภาพขวดโหล🖌 ให้เห็นภาพเหมือนการหยอดกระปุกออมสิน สำคัญคือต้องเป็นเป้าที่ไม่ไกลเกินไป ทำได้จริงไม่ช้าเกิน

หลักสำคัญของ 𝙎𝙖𝙫𝙞𝙣𝙜 𝙏𝙧𝙖𝙘𝙠𝙚𝙧 ก็คือ เมื่อเป็นการจดจะทำให้คุณสามารถจดจำ และเห็นเป้าหมายการออมเงินของคุณได้มากขึ้น เหมือนได้เห็นการทยอยหยอดกระปุกในแต่ละวันนั่นเอง อย่าลืมว่าต้องทำอย่างสม่ำเสมอ เป้าหมายมีไว้พุ่งชน 🎯 การออมเงินก็เช่นกัน

#ออมเงิน #เก็บเงิน #ฉลาดคิดฉลาดใช้

31/01/2021

ขยัน ประหยัด
#ออมเงิน #เก็บเงิน #ฉลาดคิดฉลาดใช้

7 วิธีอยู่รอดของธุรกิจ ในการขายของออนไลน์ จากงานวิจัย “Home for the Holidays” ที่ได้รวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภคจำนวนมาก...
24/01/2021

7 วิธีอยู่รอดของธุรกิจ
ในการขายของออนไลน์
จากงานวิจัย “Home for the Holidays”
ที่ได้รวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้บริโภคจำนวนมากกว่า 12,500 คน
-ในเมื่อการซื้อขายของออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
เมื่อหลายคนมองว่า ช้อปปิ้งออนไลน์นั้นเป็นเรื่องสนุก บันเทิง
ช่วยในการผ่อนคลาย และเป็นกิจกรรมร่วมกันของเพื่อนและคนในครอบครัวได้อีก
-งานวิจัย “Home for the Holidays” ที่ได้รวมข้อมูลเชิงลึก
จากผู้บริโภคจำนวนมากกว่า 12,500 คนแนวโน้มและการซื้อสินค้าของผู้บริโภคทั่วโลก
-เห็นว่าผู้บริโภคจำนวนมากขึ้น เริ่มช้อปปิ้งสำหรับช่วงเทศกาลสิ้นปีเร็วขึ้นกว่าในปีก่อน ๆ และหลายคนวางแผนที่จะซื้อสินค้าออนไลน์แทนที่จะไปซื้อที่ร้านเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19
-1. "วางแผนดี" มีชัยไปกว่าครึ่ง
-เพราะพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จะต้องมีแผนการตลาด กลยุทธ์ การสื่อสาร ที่ตรงต่อพฤติกรรม และเหมาะสมกับความชอบของกลุ่ม เพราะการวางแผนที่ดี ช่วยให้ขายของดี ในเวลาอันสั้น โดยเสียเงินน้อยที่สุด
- เช่น ควรขายอะไร ขายให้ใคร โปรโมทยังไง ราคาเท่าไร ต้องใช้งบประมาณเท่าไร
-2. "อ่านใจ" ด้วยข้อมูล
-เมื่อมีข้อมูลกลุ่มลูกค้ามากเท่าไร ก็จะสามารถรู้ใจลูกค้าได้อย่างหมดเปลือกจนน่าขนลุก เพื่อคาดคะเนจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อจะระวังและพร้อมแก้ไขได้
- เช่น เมื่อเรารู้แล้วว่าจะขายให้ใคร เราสามารถเลือกสินค้ามาขายถูกต้อง มีความหลากหลายของสินค้าให้เลือก โดยไม่สิ้นเปลือง
-3. "จุดเด่น" เท่ากับ "แรงดึงดูด"
-เพราะความชัดเจนในตัวตน จะช่วยให้ธุรกิจโดดเด่น จดจำ แม้ในสิ่งเล็ก ๆ ก็มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า
- เช่น มีโลโก้ที่จำได้ง่าย มีแพจเกจสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ มีการขายเฉพาะตัว สินค้าแปลกแตกต่าง
-4. อย่ามัว "รอ" ให้เข้าหา
-เรียนรู้แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อรู้ขีดจำกัดและเลือกใช้อย่างเหมาะสมที่สุด ตามกลุ่มลูกค้า เราไม่ควรรอให้ลูกค้ามาหา แต่ควรจะเดินหน้าไปหาลูกค้าตามกลุ่มต่าง ๆ ที่ใหญ่ขึ้นด้วย
- เช่น สินค้าแบบเดียวกัน สามารถขายได้ทั้ง facebook ,instagram ,twitter ,tiktok ,shopee ,lazada จะเข้าถึงลูกค้าหลายกลุ่ม ทำให้มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น
-5. "รวดเร็ว ทันที ทันใด"
-พฤติกกรรมลูกค้าปัจจุบัน จะไม่ยอมรออะไรเป็นเวลานาน ถ้าไม่คุ้มค่ากับเวลา การโต้ตอบพูดคุยและบริการต่างๆด้วยความรวดเร็ว จะทำให้มัดใจลูกค้าได้

25/11/2020

เราอาจจะเคยเห็นหลากหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้น มีคุณสมบัติหนึ่งคือนอกจากจะเป็นธุรกิจที่คิดต่างแล้ว ยังต้องเป็นธุรกิจที่สามารถแก้ปัญหาในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้หรือคิดไม่ถึงอีกด้วย ดังนั้นการเริ่มต้นทำธุรกิจไหนก่อนคิดว่าจะขายอะไร ลองเริ่มจากวิเคราะห์ปัญหาว่าคนมีปัญหาอะไรที่ยังแก้ไม่ได้
ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะตอบโจทย์ให้ชีวิตเขาดีขึ้น สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ก่อนจะเริ่มต้นขายอะไร เราทำสินค้าและบริการนั้นมาเพื่อสนองความต้องการของใคร และแก้ปัญหาอะไรได้ ใครๆก็ยอมที่จะจ่ายเงินหากสิ่งนั้นมันแก้ปัญหาให้กับเขาได้ ดังนั้นทุกธุรกิจหากวิเคราะห์กันให้ดีคงเป็นเรื่องน่าสนุกที่เราจะสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆไปกับการแก้ปัญหาให้คน เชื่อว่ายังมีอีกหลายปัญหาที่หลายคนยังแก้ไม่ได้ อยู่ที่ว่าคุณมองเห็นหนทางที่จะแก้ไขแล้วหรือยังเท่านั้นเอง

Graphic & Writer: Chancha
ขอบคุณภาพจาก: Hunters Race

เรื่องดีๆสำหรับผู้ประกอบการ
04/11/2020

เรื่องดีๆสำหรับผู้ประกอบการ

ครม. เห็นชอบขยายเวลามาตรการการเงิน-ภาษี ช่วยเหลือ SME ธุรกิจท่องเที่ยว กระทบโควิด-19

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบการแก้ไขปัญหาข้อติดขัดและขยายเวลาการดำเนินมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินได้อย่างทั่วถึง และมีสภาพคล่องที่เพียงพอในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้

#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#หยุดโควิดแต่ไม่หยุดเศรษฐกิจไทย
ีวิตวิถีใหม่
#สมดุลชีวิตวิถีใหม่
#รวมไทยสร้างชาติ ดูน้อยลง

ใช้เงิน , เก็บเงิน , เรียนรู้ในการหาเงิน พยายามหา จุดกึ่งกลางของ 3 สิ่งนี้ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จทางการเงิน คำแนะนำจาก...
03/11/2020

ใช้เงิน , เก็บเงิน , เรียนรู้ในการหาเงิน
พยายามหา จุดกึ่งกลางของ 3 สิ่งนี้
แล้วคุณจะประสบความสำเร็จทางการเงิน
คำแนะนำจาก Dave กูรูเรื่องเงินที่ดังมากๆ จากอเมริกา
3 ความรู้พื้นฐานด้านการเงินที่ควรมีฉบับ 'Dave Ramsey'
-‘Dave Ramsey’ เป็นกูรูด้านการเงินชื่อดังชาวอเมริกา เขาเขียนหนังสือแนะนำทางด้านการเงินมากมาย รวมถึงเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการเงิน หรือเป็นกูรูเรื่องหนี้ด้วย Dave มีช่อง Youtube ที่ชื่อว่า ‘The Dave Ramsey Show’
-คำแนะนำของ Dave นั้น ค่อนข้างที่จะเรียบง่ายมาก ๆ เขาจะพูดสั้น ๆ กระชับได้ใจความให้เราสามารถคิดตามและนำไปปรับใช้ได้ตามไลฟ์สไตล์ของเรา
-ถึงแม้ Dave จะเป็นชาวอเมริกันและคำแนะนำด้านการเงิน ประเด็นบางอย่างก็จะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ชาวอเมริกัน (เช่น ปัญหาเรื่องการเกษียณ เงินกู้เรียน การซื้อบ้าน) แต่เราก็สามารถนำมาปรับใช้เข้ากับรูปแบบการใช้เงินและวัฒนธรรมที่เราอยู่ได้
-โดยในตอนนึงของรายการ 'The Dave Ramsey Show' เขาได้แนะนำเรื่องความรู้พื้นฐานทางการใช้เงิน ซึ่งเป็นอะไรที่พื้นฐานมาก ไม่ซับซ้อน ซึ่งมี 3 อย่างด้วยกันที่เราต้องหัดเรียนรู้
1.ใช้เงินให้เป็น
-การใช้เงินนั้น ต้องใช้แบบ ‘เหมาะสมและมีเหตุผล’ ซึ่ง Dave ได้ให้ความเห็นว่าคนเรามี 2 ประเภทก็คือคนที่ที่ 'ชอบเก็บเงิน' กับ 'ชอบใช้เงิน'
- ถ้าเราเป็นพวกที่ชอบใช้เงินก็ต้องฝึกใช้เงินให้เป็น มีความสุขกับเงินที่หาไม่ได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสมเหตุสมผลของรายได้ เพราะการหาความสุขให้กับตัวเองก็เป็นการเพิ่มพลังชีวิตได้ดีเหมือนกัน
2.เก็บเงิน
-การเก็บเงินควรเป็นความรู้พื้นฐานที่ควรมี ต้องฝึกให้เหมือนกับทักษะพื้นฐานที่เราเรียนในโรงเรียน เก็บเงินเพื่อการศึกษา เหตุฉุกเฉิน หรือเพื่อการลงทุนในอนาคต
-ซึ่งเราต้องเรียนรู้ที่วางแผนการเงินเพื่อเกษียณอายุด้วย ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไร ยังหนุ่มสาวอยู่ อย่าไปคิดว่าไม่ใช่แผนทางการเงินที่ควรนึกถึง
3.เรียนรู้จะเป็นผู้ให้
-Dave บอกว่าการมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นจะช่วยเปลี่ยนชีวิตคุณ ซึ่งการให้นั้นจะทำให้เราเห็นแก่ตัวน้อยลง ซึ่งนอกจากเราเรียนรู้ที่จะเก็บเงิน ใช้เงินเพื่อตัวเองแล้ว การให้ย่อมทำให้มุมมองชีวิตของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
-มีคอมเม้นหนึ่งในช่องของ Dave กล่าวไว้อย่างน่าประทับใจว่า ‘เมื่อคุณให้ คนที่ได้รับอิ่มท้อง ส่วนผู้ให้ก็จะนอนหลับสบาย’
-นอกจากสร้างความมั่นคงทางการเงินก็อย่าลืมสร้างความสุขทางใจด้วยการเสียสละเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเต็มเต็มให้กับสังคม
-ซึ่ง 3 สิ่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เงิน การเก็บเงิน และการเรียนรู้ที่จะให้ เป็นสิ่งพื้นฐานที่เราควรฝึกเอาไว้ และหาจุดกึ่งกลางให้ได้ กล่าวคือ ไม่น้อยไป และก็ไม่มากไป

24/10/2020

ที่อยู่

Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66638424591

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เงินกู้ฉุกเฉิน Siam loanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์