SIRA Credit ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก SIRA Credit, บริการทางการเงิน, 126, Bangkok.

08/11/2025

ระเบิดเวลาเศรษฐกิจ ติมอร์-เลสเต น้องใหม่อาเซียนคนล่าสุด /โดย ลงทุนแมน
ติมอร์-เลสเต คือประเทศล่าสุด ที่เข้าเป็นสมาชิกของอาเซียน

รู้ไหมว่า ประเทศเล็ก ๆ นี้ กลับพึ่งพาน้ำมันสูง จนกลายเป็นระเบิดเวลาที่ซ่อนอยู่ในเศรษฐกิจของประเทศ

เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ติมอร์-เลสเต เป็นประเทศที่ต้องรอเวลากว่า 300 ปี
ถึงจะได้มีสิทธิ์ปกครองตัวเองอย่างแท้จริงสักที

เพราะถูกผนวกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสมาตั้งแต่ปี
1702 ก่อนจะถูกเปลี่ยนมือไปมา ไล่ตั้งแต่ญี่ปุ่น
ไปจนถึงอินโดนีเซีย ที่เข้ามาปกครองในช่วงเวลาสั้น ๆ

จนในปี 2002 หลังจากสหประชาชาติเข้ามาจัดการให้ติมอร์-เลสเตเป็นอิสระ รัฐบาลของประเทศนี้ถึงสามารถจัดการนโยบายเศรษฐกิจได้ด้วยตัวเองสักที

ดังนั้น ถ้านับถึงปีปัจจุบันนี้ ติมอร์-เลสเตมีโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจของตัวเองอย่างจริงจัง ก็แค่ราว 20 กว่าปีเท่านั้น

เรียกได้ว่า เป็นประเทศเกิดใหม่คงไม่ผิดนัก

ซึ่งการเป็นประเทศเกิดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าเลยในทันที แต่ประเทศนี้ ก็ยังมีสมบัติล้ำค่าจากทะเลให้ตัวเองได้ต่อยอด

สมบัติที่ว่านี้ นั่นคือ น้ำมัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลที่นำมาใช้ในการพัฒนาประเทศ

อย่างไรก็ตาม ติมอร์-เลสเตก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในการผลิตน้ำมันของตัวเอง จึงกลายเป็นบริษัทต่างชาติส่วนใหญ่จากออสเตรเลีย เข้ามาขุดเจาะและผลิตน้ำมันแทน

ดูแค่นี้เหมือนว่า ติมอร์-เลสเต คงเสียประโยชน์ไปเลย
แต่รัฐบาลเลือกจัดตั้งกองทุนปิโตรเลียมในปี 2005 เพื่อหักส่วนแบ่งรายได้และภาษีจากบริษัทพวกนี้

ซึ่งเมื่อมีรายได้เข้ามา กองทุนปิโตรเลียมนี้ก็จะนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ แล้วรัฐบาลค่อยไปหักเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อพัฒนาประเทศ

จากในปีแรกที่กองทุนนี้มีมูลค่าแค่ 6,400 ล้านบาท
มาวันนี้กองทุนเดียวกัน มีมูลค่าสูงถึง 582,000 ล้านบาท
ภายในเวลาแค่ 20 ปีเท่านั้น

เรื่องนี้ก็ฟังเหมือนดูดี เพราะรัฐบาลก็สามารถใช้กองทุนปิโตรเลียม มาสร้างรายได้เข้าประเทศ

แต่ปัญหาคือ กองทุนนี้กลับกลายเป็นแหล่งรายได้ที่ประเทศพึ่งพามากเกินไป..

ในทุก ๆ ปี รัฐบาลมีรายได้ราว 26,000 ล้านบาท ขณะที่มีรายจ่ายประมาณ 2 เท่าของรายได้ หรือราว 52,000 ล้านบาท

เมื่อรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย สิ่งที่รัฐบาลทำคือการหักส่วนแบ่งจากกองทุนปิโตรเลียมมาโปะชดเชย ซึ่งคิดเป็นประมาณ 90% ของส่วนต่างรายจ่ายที่เกิดขึ้น

ดังนั้น แปลว่าการพัฒนาประเทศของติมอร์-เลสเต จึงขึ้นอยู่กับชะตากรรมของการขุดเจาะน้ำมันแบบนี้ไปยาว ๆ

พูดอีกอย่างคือ ติมอร์-เลสเต ไม่ต่างอะไรจากการขายน้ำมันมาเลี้ยงคนทั้งประเทศอยู่ตอนนี้..

อย่างไรก็ตาม แม้ติมอร์-เลสเต จะมีน้ำมันในประเทศตัวเอง แต่ก็ยังต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปราว 3,460 ล้านบาท

เหตุผลก็เพราะว่า ติมอร์-เลสเต ไม่มีโรงกลั่นในประเทศ จึงทำได้แค่ขุดเจาะน้ำมันดิบ ที่ยังเอามาใช้งานไม่ได้
เลยต้องส่งออกไปยังต่างประเทศแทน

เรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้ประเทศนี้พึ่งพารายได้จากน้ำมันมากขึ้นไปอีก ทั้งรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบ และส่วนแบ่งรายได้จากกองทุนปิโตรเลียม

คำถามคือ แล้วรัฐบาลติมอร์-เลสเต จัดการอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง ?

ถ้ารัฐบาลเอาเงินจากกองทุนปิโตรเลียมไปโปะรายจ่าย
ที่เกิดประโยชน์ในระยะยาว ก็คงเป็นเรื่องที่ดี

แต่ปัจจุบัน งบประมาณส่วนใหญ่ของประเทศถูกใช้ไปกับรายจ่ายข้าราชการราว 30-35%

รองลงมาคือ ถูกใช้ไปกับเงินช่วยเหลือหรืออุดหนุนรายจ่ายของคนในประเทศ เพราะปัจจุบันกว่า 42% ของคนในประเทศถูกจัดว่าเป็นกลุ่มคนยากจน

ในขณะที่เรื่องระยะยาวที่มีประโยชน์กลับถูกใช้จ่ายน้อย
เช่น ใช้เงินไปกับระบบสาธารณสุข 5-10% และการศึกษาแค่ 10-15% ของงบประมาณทั้งหมดเท่านั้น

แปลว่า เงินที่ได้จากน้ำมันไม่ได้ถูกเอาไปใช้กับการพัฒนาประเทศระยะยาวมากพอ ทั้งที่เป็นการลงทุนกับคน ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากที่สุดในอนาคตของประเทศนั้น ๆ

เมื่อไม่ได้มีการพัฒนาคนในประเทศ สิ่งที่ตามมาคือ ภาคธุรกิจในประเทศ ไม่ได้แข็งแกร่งและเติบโตพอที่จะรองรับการจ้างงานส่วนใหญ่ในประเทศ

กลายเป็นว่ารัฐบาล จึงเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของคนในประเทศ ทั้งการจ้างงานโดยตรง หรือจ้างงานทางอ้อมผ่านโปรเจกต์ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ในแต่ละปี

ส่วนคนที่เหลือ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ
ก็กระจายไปทำงานในภาคเกษตรกรรมแทน เช่น ปลูกข้าว กาแฟ ถั่ว มันสำปะหลัง เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ติมอร์-เลสเต เจอปัญหาภูมิอากาศโลกแปรปรวน ทำให้ผลผลิตที่ออกมาน้อยลง จนกระทบกับเกษตรกรที่ปลูกพืชเกษตรกรรมที่ว่าทั้งหมดนี้

ยิ่งทำให้เกษตรกรติมอร์-เลสเต ยากจนลงไปอีก

และเมื่อผลผลิตเกษตรกรรมในประเทศลดลง ติมอร์-เลสเต จึงจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าเกษตรมากขึ้น จนประเทศต้องขาดดุลการค้าหนักขึ้น

จากเดิมที่ต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาใช้ในประเทศอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งต้องนำเข้าอาหารเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

จนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศขาดดุลการค้าหนักอย่างต่อเนื่อง

- ปี 2022 ขาดดุลการค้า 14,900 ล้านบาท
- ปี 2023 ขาดดุลการค้า 24,100 ล้านบาท
- ปี 2024 ขาดดุลการค้า 25,400 ล้านบาท

ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจนประเทศ
ขาดดุลการค้าหนักแค่อย่างเดียว แต่มีผลมาจากการส่งออกไปต่างประเทศที่ลดลงฮวบอีกด้วย

- ปี 2022 ส่งออก 15,200 ล้านบาท
- ปี 2023 ส่งออก 5,200 ล้านบาท
- ปี 2024 ส่งออก 2,900 ล้านบาท

ซึ่งการส่งออกที่หายไปเยอะขนาดนี้ เพราะน้ำมันในแหล่งผลิตหลักที่เริ่มหมดลง และกาแฟที่ผลิตได้ลดลงจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก

แปลว่าระเบิดเวลาของติมอร์-เลสเต อาจมาเร็วกว่าที่คิด
เพราะน้ำมันที่คอยหล่อเลี้ยงประเทศ กำลังมาถึงจุดที่ร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ แล้ว

เรื่องนี้ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ติมอร์-เลสเต จะปลดชนวนระเบิดเวลาของประเทศตัวเองอย่างไร

ในวันที่น้ำมันไม่ใช่ความหวังหลักของตัวเองเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

ซึ่งการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งประตูโอกาสของติมอร์-เลสเต ที่ช่วยให้ประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันมากขึ้น และหันไปพึ่งพาการค้าอย่างอื่นแทน

แม้น้ำมันจะลดลง แต่ติมอร์-เลสเต ก็ยังมีความโชคดี ไม่เหมือนกับเวเนซุเอลา ตรงที่ยังมีกองทุนปิโตรเลียม
จากการเอาส่วนแบ่งรายได้น้ำมันไปลงทุนต่อยอด

ซึ่งโจทย์สำคัญก็คงอยู่ที่ว่า ติมอร์-เลสเต ต้องใช้เงินตรงนี้ให้คุ้มค่าในระยะยาว แม้วันนี้อาจยังไม่เห็นผลก็ตาม

โดยเฉพาะการลงทุนกับคน ที่เป็นรากฐานของประเทศทุกอย่าง ทั้งแรงงานผลิต การบริโภค และจ่ายภาษีให้รัฐบาล
ที่สร้างเม็ดเงินให้เศรษฐกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง..

12/06/2025

UPDATE: EV จีน แข่งลดราคาดุเดือด เสี่ยงซ้ำรอยอสังหา ผู้เชี่ยวชาญเตือน วิกฤต ‘Evergrande แห่งวงการรถยนต์’ อาจมาเยือน
อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนกำลังเผชิญ ‘สงครามราคา’ อย่างรุนแรง โดย BYD ผู้เล่นรายใหญ่สุดของประเทศจุดชนวนด้วยการลดราคารถบางรุ่นลงมากถึง 34% สร้างแรงกดดันให้ค่ายอื่นต้องตามมา ซึ่งส่งผลให้กำไรในทุกระดับของห่วงโซ่ธุรกิจถูกบีบอย่างหนัก
แม้จะทำให้ราคาขายถูกลงจนผู้บริโภคเข้าถึงได้ แต่หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าสถานการณ์นี้อาจกลายเป็น ‘ฟองสบู่ EV จีน’ ที่พร้อมแตกทุกเมื่อ
▪️เสียงเตือนจากในประเทศ ‘แข่งกันลดจนไม่มีอนาคต’
บทความจาก People’s Daily สื่อทางการของจีน ระบุชัดเจนว่า สงครามราคาที่ไร้ระเบียบกำลังทำลายโครงสร้างของอุตสาหกรรมรถยนต์ พร้อมเตือนว่าแนวโน้มนี้จะบั่นทอนรายได้แรงงานในระยะยาว
ขณะที่ Wei Jian Jun ประธาน Great Wall Motor เปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีน พร้อมระบุว่า “วิกฤตแบบเดียวกับ Evergrande ได้ก่อตัวขึ้นแล้วในอุตสาหกรรมรถยนต์ เพียงแต่ยังไม่ระเบิด”
▪️สมาคมรถยนต์จีนขอเบรก
สมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้บริษัทต่างๆ หยุด ‘ทุ่มตลาด’ ด้วยราคาที่ต่ำกว่าทุน โดยพาดพิงถึง BYD ว่าเป็นผู้เริ่มเทรนด์ลดราคาอย่างรุนแรง หลังจากที่บริษัทประกาศลดราคารถยนต์หลายรุ่นเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยบางรุ่นลดราคาลงมากถึง 34% รถยนต์รุ่นที่ถูกที่สุดของบริษัทคือ Seagull ซึ่งเป็นรถแฮตช์แบ็กรุ่นเล็ก ขณะนี้มีราคาขายเพียงประมาณ 7,700 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 280,000 บาท) จากเดิมประมาณ 10,000 ดอลลาร์
ซึ่งการหั่นราคาเช่นนี้ ทำให้ผู้บริโภคพากันตื่นตระหนกว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และคาดเดากันว่าราคาขายรถยนต์อีวีจะถูกปรับลดลงอีก
อย่างไรก็ตาม BYD ตอบโต้ทันทีว่า บริษัทกำลังแข่งขันอย่างเป็นธรรม และข้อกล่าวหานั้น ‘สร้างกระแสเกินจริง’
Ma Hui พนักงานขายรถในปักกิ่ง กล่าวว่า ราคาที่ลดลงรุนแรงทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อ เพราะเชื่อว่าราคาจะถูกลงอีก ส่งผลให้ยอดขายชะลอตัวมากขึ้น และกระทบต่อรายได้ของทั้งผู้ขายและอุตสาหกรรมโดยรวม ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตลาดรถยนต์มือสองก็ยิ่งย่ำแย่ลง
“ตอนนี้ลูกค้าหลายคนลังเลที่จะตัดสินใจ เพราะคิดว่าราคาจะยิ่งถูกลงไปอีก” Ma กล่าว
ภาพ: 3alexd / Getty Images
อ้างอิง:
https://www.cnbc.com/2025/06/10/china-electric-vehicle-ev-pricing-war.html

19/05/2025

จับตาแนวโน้มทองคำสัปดาห์นี้ผันผวน
ดอลลาร์แข็ง-สงครามการค้าเขย่าขวัญ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ-เจรจาสันติภาพ พลิกเกม

#ข่าวหุ้น #การลงทุน #หุ้นไทยวันนี้ #หุ้น #ทอง #ดอลลาร์

18/05/2025

DeepSeek กำลังคุกคามความเป็นผู้นำของสหรัฐฯ ในการแข่งขัน AI
ชมคลิปเต็มได้ที่ https://youtu.be/fKeJCRLYYN0
การปรากฏตัวของ DeepSeek สตาร์ทอัพ AI ของจีน เปรียบเสมือนเสียงปลุกจากสนามแข่งขันเทคโนโลยี AI ว่าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ไม่ได้ห่างกันอย่างที่เคยเชื่อมั่นกันอีกต่อไป เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น ติดตามได้ในไฮไลต์นี้
รายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.00-08.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

20/01/2023

Keanu Reeves ดาราฮอลลีวูด รวยหมื่นล้าน มีมุมมองต่อเงิน อย่างไร - BillionMoney
“เงินไม่ได้มีความหมายอะไรกับผมเลย ผมหาเงินได้อย่างมากมายมหาศาลก็จริง แต่ผมอยากมีชีวิตที่มีความสุข ไม่ใช่ชีวิตที่ต้องมามัวกังวลกับจำนวนตัวเลขของเงินในบัญชี”

นี่คือคำพูดของคุณ Keanu Reeves นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดัง ที่เคยมีผลงานภาพยนตร์ดังมากมาย อย่างเช่น The Matrix, Speed และ John Wick

แม้คุณ Keanu Reeves จะเป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จ และมีความมั่งคั่งมากถึง 13,560 ล้านบาท
แต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนธรรมดา ๆ ทั่วไป

ซึ่งก็คือใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ไม่ได้แสวงหาความร่ำรวยให้เพิ่มขึ้น และมีความสุขในทุกวัน

และถ้าอยากรู้ว่า คุณ Keanu Reeves มีทัศนคติต่อเงิน และการใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างไร
BillionMoney จะมาย่อยให้ฟัง แบบฉบับง่าย ๆ

ทัศนคติของคุณ Keanu Reeves ที่มีต่อเงินนั้น สามารถสรุปออกมาได้เป็น 5 ข้อ

1. เงินสามารถเพิ่มความวิตกกังวลให้เราได้

ก่อนอื่น เราควรต้องทำความเข้าใจกับตัวเองก่อนว่า เราอยากมีเงินไปเพื่ออะไร และทำไมเงินถึงมีความสำคัญกับเรา

การที่เรามุ่งความสนใจไปกับการทำงานหาเงินเพียงอย่างเดียว จะสร้างความเครียดให้กับเราเป็นอย่างมาก

คุณ Keanu Reeves มองว่า ถ้าจุดมุ่งหมายของเราคือการหาเงิน เพื่อใช้ซื้อสิ่งของ เวลาที่เราเสียไป ส่วนมากก็จะใช้ไปเพื่อดูแลรักษาสิ่งของเหล่านั้น

เราจะต้องมาพะวงว่า สิ่งของของเรายังอยู่ดี ไม่มีอะไรเสียหาย หรือโดนขโมยไปหรือไม่ ซึ่งจะทำให้ชีวิตของเรามีแต่ความกังวล

นอกจากนี้ การที่เรามัวพะวงแต่กับการหาเงินเพื่อมาซื้อสิ่งของที่มากเกินความจำเป็น จะทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดโปร่ง โล่งใจ

ดังนั้นคุณ Keanu Reeves จึงมองว่า การจะมีชีวิตที่มีความสงบทางใจได้นั้น ส่วนหนึ่งก็มาจาก การมีสิ่งของให้น้อย ๆ และมีแต่ของที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตเท่านั้น

และที่สำคัญคือ เมื่อเราให้ความสนใจกับการหาเงิน เพื่อซื้อสิ่งของฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น ให้น้อยลง เราก็จะมีเวลาเพื่อใช้ช่วยเหลือคนอื่น ได้มากขึ้น

2. ถ้าเราเน้นหาเงินเพื่อสร้างความร่ำรวยเพียงอย่างเดียว ชีวิตในด้านอื่น ๆ ก็อาจมีปัญหาได้

อีกด้านหนึ่ง เราก็ต้องระมัดระวังให้ดีว่า ถ้าชีวิตของเราทุ่มเทแต่กับการทำงาน เพื่อหาเงินเพียงอย่างเดียว ด้านอื่น ๆ ของชีวิตเรา ก็อาจจะมีปัญหาได้ เช่น

- ความสัมพันธ์กับครอบครัว
อย่างคุณ Peter Lynch ก็เคยเล่าเอาไว้ว่า ในช่วงเวลา 13 ปี ที่ทำงานเป็นผู้จัดการกองทุนนั้น เขาทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ

แต่สิ่งที่ต้องแลกมาเพื่อความสำเร็จทางการลงทุนนั้น กลับเป็นการมีเวลาให้กับครอบครัวน้อยลง ทำให้ต้องห่างเหินกับภรรยาและลูก ๆ

ซึ่งการที่ต้องแลกผลตอบแทนจากการทำงานอย่างหนัก กับการที่จำแม้แต่วันเกิดของลูกตัวเองไม่ได้ ก็อาจจะได้ไม่คุ้มเสีย

- สุขภาพ
การทุ่มเทเวลาเพื่อทำงานหาเงินมากจนเกินไป จนไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกาย และสุขภาพใจ ของตัวเองให้ดี

ในท้ายที่สุด เงินที่หามาได้ สักวันก็จะถูกใช้ไป เพื่อรักษาตนเองอยู่ดี

ถ้าหากเราเกิดล้มป่วยเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา ต่อให้เรารวยมหาศาลแค่ไหน ก็ใช่ว่า เงินจะช่วยให้เรารักษาโรคนั้นให้หายขาดได้

ดังนั้น ก็ต้องยอมรับว่า การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้

3. ทำในสิ่งที่รัก แล้วเงินจะไหลมาเทมาเอง

นอกจากคุณ Keanu Reeves แล้ว คุณ Warren Buffett เอง ก็เคยให้คำแนะนำต่อคนรุ่นใหม่ คล้าย ๆ กันอย่างนี้ ไว้ในงานประชุมผู้ถือหุ้นของ Berkshire Hathaway
เมื่อปี 2022 ว่า

ถ้าเรามีทักษะหรือความเชี่ยวชาญอะไรสักอย่าง ที่เราชอบ และเป็นทักษะที่สามารถทำและสร้างมูลค่าเป็นเงินออกมาได้ เงินทองก็จะวิ่งเข้ามาหาเราเองอย่างแน่นอน

ดังนั้น เราก็ควรเลือกทำในสิ่งที่เรารัก ที่เราเชี่ยวชาญ และสนุกกับกิจกรรมนั้น โดยให้ความสนใจและทุ่มเท มากกว่าการมากังวลว่า เราจะทำเงินออกมาได้เท่าไร

หรือก็คือ การทำในสิ่งที่เรารัก อย่างตั้งอกตั้งใจในทุกวัน มักจะทำเงินให้เรามากกว่าที่เราคิดไว้เสมอ

4. มีเงิน เพื่อให้มีชีวิต อยู่ได้อย่างเรียบง่าย

ถึงแม้คุณ Keanu Reeves จะนับว่าเป็นคนที่รวยมาก
แต่ถ้านับย้อนกลับไปเป็นเวลาหลายปี จนถึงทุกวันนี้ คุณ Keanu Reeves ก็ยังคงใช้ชีวิตที่สุดแสนจะธรรมดา ๆ มาตลอด เช่น

- นั่งรถไฟใต้ดินเวลาเดินทางไปไหนมาไหน

- ไม่ไปร่วมงานปาร์ตีของเหล่าคนดัง เพราะชอบอยู่อย่างสันโดษ

- ใช้จ่ายเงินซื้อสิ่งของจำเป็น และสิ่งของที่สร้างคุณค่าทางใจให้กับตนเองจริง ๆ ไม่ได้ซื้อเพื่อเอาไว้อวดให้คนอื่นอิจฉา

จากตัวอย่างข้างต้น เราก็สามารถนำแนวทางการใช้ชีวิตแบบนี้ไปปรับใช้กับชีวิตของเราได้

ดังนั้น คำถามสำคัญ ที่เราควรถามตัวเองอยู่เสมอคือ
เรามีเงินไปเพื่ออะไร เราอยากมีชีวิตแบบไหน และเงินมีความสำคัญต่อเป้าหมายปลายทางของชีวิตเรามากน้อยแค่ไหน
และเรายังสามารถมีชีวิตที่มีความสุข แม้ว่าจะไม่ได้ร่ำรวยมหาศาลได้หรือไม่

5. แทนที่จะสนใจแต่เงินเพียงอย่างเดียว แต่จงให้ความสำคัญกับคุณค่าของเวลา

คุณ Keanu Reeves เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเวลาเป็นอย่างมาก เพื่อจะได้ใช้ทุกช่วงเวลา ที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ได้อย่างมีคุณค่าที่สุด

เพราะต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถซื้อเวลาที่ผ่านพ้นไปแล้วได้

ดังนั้น เราก็ควรใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน โดยใช้ช่วงเวลาที่ยังมีเหลืออยู่ ให้มีคุณค่าและดีที่สุด เท่าที่เราจะทำได้

อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็คงพอเข้าใจแล้วว่า คุณ Keanu Reeves มีมุมมองต่อเงินและการใช้ชีวิตให้มีคุณค่าอย่างไร

ซึ่งก็นับว่าเป็นมุมมองที่น่าสนใจเลยทีเดียว สำหรับดารานักแสดงฮอลลีวูดระดับโลก ที่มีความมั่งคั่งระดับหมื่นล้านบาท..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ นอกจากคุณ Keanu Reeves จะเป็นคนที่ชอบใช้ชีวิตอย่างสันโดษและเรียบง่ายแล้ว คุณ Keanu Reeves ยังเป็นคนใจบุญอีกด้วย

ที่ผ่านมา คุณ Keanu Reeves ได้บริจาคเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ให้กับองค์กรการกุศลเพื่อวิจัยและช่วยเหลือผู้ป่วยที่เป็นโรคลูคีเมีย

นอกจากนี้ เขายังเคยยอมลดค่าจ้างของตัวเองลง เพื่อให้ทางบริษัทสามารถมีเงินจ้างนักแสดงเก่ง ๆ มาแสดงภาพยนตร์ร่วมกันได้

และยังเคยซื้อมอเตอร์ไซค์ Harley-Davidson แจกทีมงานสตันต์แมน ของภาพยนตร์เรื่อง The Matrix อีกด้วย

ติดตาม BillionMoney ช่องทางอื่นได้ที่
Website : billionmoney.com
Blockdit : blockdit.com/billionmoney
Facebook : facebook.com/BillionMoneyTH
Twitter : twitter.com/BillionMoneyTH
Instagram : instagram.com/billionmoneyth/
Youtube : youtube.com/billionmoney

References
-https://finance.yahoo.com/news/13-awesome-financial-facts-keanu-141800433.html
-https://medium.com/swlh/keanu-reeves-rarely-talks-about-money-but-when-he-does-its-life-changing-8a89175ad694
-https://www.youtube.com/watch?v=E_seuUbfUGw
-Beating the Street (1993) โดย Peter Lynch

13/01/2023

จุดจบธุรกิจออนไลน์ ที่หลบภาษี
ธนาคารจะนำส่งบัญชีที่มีรายการรับเงิน
เกิน 400 ครั้ง รวมแล้วเกิน 2 ล้านบาท หรือ
สูงสุดคือรับโอน 3,000 ครั้งต่อปี รวมทุกบัญชี

เพราะเข้าข่ายบัญชีบุคคล ที่มีรายการที่มี
ลักษณะ พิเศษ ผิดปกติ เกินกว่าบัญชีธรรมดา
ซึ่งสามารถประเมินได้ว่า เป็นบัญชีเพื่อการค้า
นำส่งสรรพากรปีละครั้ง
นี่เป็นส่วนนึงของความรู้ออนไลน์
ที่คุณจะเรียนได้แบบเหมาจ่าย เรื่อง บัญชี ภาษี การเงิน
เหมาจ่ายรายปี 5,500/ปี
ที่เว็บไซต์ SMEs Academy
แจกโค้ดส่วนลด
👉 CNY1000TH ลดทันที 1,000 บาท
💢โค้ดใช้ได้ตั้งแต่วันนี้หรือจนกว่าโค้ดจะหมด
สนใจ inbox สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หรือโทร. 061-5495529

#บัญชีอย่างง่าย #ครูอัส

03/01/2023

ทุกอย่างมีราคาต้องจ่าย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดaเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก

————

🌟ขณะนี้ทางเพจได้จัดทำและจำหน่ายหนังสือที่รวบรวมข้อคิดและบทความที่สำคัญต่อการพัฒนา Mindset ที่เคยลงในเพจ Moneyland ในรูปแบบของ E-book สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี่
https://www.ookbee.com/shop/book/de66af93-fb2d-4794-8e78-6413183d1160

————

หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/

หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz

สนใจโฆษณาติดต่อ
m.me/moneyland.biz

03/01/2023

หอยทาก สัตว์เศรษฐกิจ 30,000 ล้าน เป็นทั้ง อาหาร เครื่องสำอาง และยา /โดย ลงทุนแมน
รู้ไหมว่า หอยทาก เรียกได้ว่าเป็นสัตว์ตัวเล็กที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว” เพราะมูลค่าทางเศรษฐกิจของมัน กลับไม่ได้เล็กตามขนาดตัวเลย

มูลค่าตลาดทั่วโลกของหอยทากนั้น มากถึง 35,000 ล้านบาท กระจายอยู่ในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร เครื่องสำอาง และยา

แล้ว หอยทาก เป็นสัตว์เศรษฐกิจหมื่นล้านบาทได้อย่างไร ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
จริง ๆ แล้ว มนุษย์เรามีการกินหอยทาก ตั้งแต่ 30,000 ปีที่ผ่านมา

แต่ก็เป็นการกินเพื่อประทังชีวิต ในช่วงที่อาหารขาดแคลน และปรับตัวให้อยู่รอดได้เท่านั้น

จนกระทั่งในปี 1814 หรือราว 208 ปีก่อน หอยทากได้กลายมาเป็นที่รู้จัก และถูกยกระดับขึ้นมา เมื่อจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ของรัสเซีย เสด็จประพาสฝรั่งเศส

ในตอนนั้นเอง ทางฝรั่งเศสได้วางแผนที่จะเตรียมอาหารต้อนรับที่ไม่เหมือนใคร และไม่เคยมีที่ใดเคยทำมาก่อน

หนึ่งในเมนูอาหารที่ถูกเสิร์ฟให้จักรพรรดิพระองค์นี้ลิ้มลอง นั้น มีชื่อว่า “แอ็สการ์โก” ที่มีวัตถุดิบหลักก็คือ หอยทาก นำมาอบด้วยกระเทียมและเนย เสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยบนโต๊ะอาหาร ซึ่งก็ได้ทำให้จักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ของรัสเซีย ทรงประทับใจเป็นอย่างมาก

วัฒนธรรมการกินหอยทากลักษณะนี้ ก็ไม่ได้มีแค่คนฝรั่งเศสเท่านั้น แต่ยังมีชาวยุโรปอื่น ๆ เช่น สเปน โปรตุเกส ที่นำเอาหอยทากใส่เป็นวัตถุดิบในอาหาร

โดยในฝรั่งเศส มีการขายหอยทากเป็นผลิตภัณฑ์ ทั้งแบบสด และแบบแปรรูป เช่น หอยทากกระป๋อง แต่ส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นวัตถุดิบให้กับร้านอาหาร

ด้วยเหตุผลนี้ จึงทำให้ยุโรปกลายมาเป็นตลาดนำเข้าหอยทากชนิดกินได้รายใหญ่ โดยเฉพาะฝรั่งเศส ที่นำเข้าหอยทากเป็นอันดับ 1 ของโลก

ซึ่งหอยทากกลุ่มนี้ มีมูลค่าตลาดทั่วโลกสูงถึง 19,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ยปีละ 4.6% และในอีก 5 ปีข้างหน้า อาจมีมูลค่าสูงถึง 26,500 ล้านบาทเลยทีเดียว

นอกจากจะเป็นเมนูอาหารแล้ว หอยทากยังถูกนำไปต่อยอดในอีกตลาดหนึ่ง นั่นคือ “ตลาดเครื่องสำอาง”
เพราะหอยทากมีสิ่งที่เรียกว่า เมือก

ปกติแล้ว หอยทากจะใช้เมือกเหล่านี้ในการซ่อมแซมร่างกายตัวเอง จึงมีการนำเมือกหอยทากมาใช้เป็นส่วนประกอบในเครื่องสำอางด้วย เพื่อพัฒนาเป็นเครื่องสำอางช่วยในเรื่องการซ่อมแซม หรือฟื้นฟูผิวหน้า

ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากหอยทากส่วนใหญ่ กว่า 90% จะถูกใช้สำหรับผิวหนัง และส่วนที่เหลือจะถูกใช้สำหรับการบำรุงเส้นผม

นอกจากประโยชน์ในเครื่องสำอางแล้ว เมือกหอยทากยังถูกใช้ในธุรกิจทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นยาชา ยารักษาแผล หรือโรคทางเดินหายใจอีกด้วย

โดยเมือกหอยทากสดเพียง 1 กิโลกรัม อาจมีราคาซื้อขายสูงถึงเกือบ 100,000 บาท ทำให้มูลค่าตลาดเมือกหอยทากทั่วโลก มีมูลค่าสูงถึง 16,000 ล้านบาท และสามารถเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.3%

และเมื่อรวมกับมูลค่าของตลาดหอยทากชนิดกินได้ ก็ทำให้หอยทาก กลายเป็นหนึ่งในสัตว์เศรษฐกิจ ที่มีมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ถึงตรงนี้ เราก็คงพอเห็นแล้วว่า สัตว์ตัวเล็ก ๆ อย่างหอยทาก กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจหมื่นล้านบาทที่ “จิ๋วแต่แจ๋ว” และไม่อาจมองข้ามได้ เพราะมันเป็นได้ทั้งอาหารจานเด็ดของชาวยุโรป หรือแม้แต่เครื่องสำอาง และยารักษาโรค ที่เรากำลังใช้กันอยู่ ในชีวิตประจำวันของเรา..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://www.bbc.com/news/science-environment-28873899
-https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/
-https://www.beautyintrend.com/
-https://www.youtube.com/watch?v=Qrx0jaJY6_U
-https://www.alliedmarketresearch.com/snail-beauty-products-market-A16873
-https://growthmarketreports.com/report/snail-market-global-industry-analysis
-https://touchstonesnailfranchise.com/snail-market/
-https://www.tridge.com/intelligences/snail
-https://www.atlasobscura.com/articles/how-are-snails-raised
-https://www.atlasobscura.com/articles/how-are-snails-raised
-https://www.thelocal.fr/20211228/dont-ask-google-ask-us-why-do-the-french-eat-snails/
-https://www.cognitivemarketresearch.com/edible-snail-market-report
-https://www.snail-world.com/snails-as-food/
-https://www.bbc.com/thai/thailand-49080735

16/12/2022

สามีภรรยา ถูกลอตเตอรี่บ่อย จนเปิดบริษัทลงทุนในลอตเตอรี่ และกวาดรางวัลรวม 1,000 ล้าน /โดย ลงทุนเกิร์ล
ถูกหวยสักครั้งยังว่ายาก แต่ในสหรัฐฯ กลับมีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ที่เอาเวลาว่างช่วงเกษียณ มาซื้อหวย
จนถูกรางวัลหลายครั้ง และกวาดเงินรางวัลรวมกว่า 1,000 ล้านบาท

เรื่องราวของทั้งคู่ เป็นอย่างไร ?
แล้วพวกเขาทำอย่างไร ถึงถูกรางวัลได้มากขนาดนี้ ?
ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง..

สามีภรรยาคู่นี้คือ คุณ Jerry และคุณ Marge Selbee
ทั้งคู่โตมาในเมืองเล็ก ๆ ของรัฐมิชิแกน

ตอนเด็ก ๆ คุณ Jerry มีปัญหาเรื่องการอ่านและเขียน
แต่เขากลับชอบวิชาคณิตศาสตร์ และรักการคำนวณเป็นชีวิตจิตใจ
จนเขาเรียนจบปริญญาตรี สาขาคณิตศาสตร์

หลังเรียนจบ เขาเข้าทำงานในโรงงาน Kellogg’s ในตำแหน่ง นักวิเคราะห์วัตถุดิบ
ต่อมาคุณ Jerry และคุณ Marge ก็ได้ตัดสินใจเปิดร้านขายของชำร่วมกัน
โดยมีคุณ Jerry เป็นคนคำนวณ และวิเคราะห์ข้อมูลลงลึก เพื่อวางแผนธุรกิจ

ซึ่งเขาเลือกเปิดร้าน ในทำเลที่ห่างจากตัวเมืองเกือบ 200 กิโลเมตร
แน่นอนว่า ไม่มีใครเปิดร้านแถวนั้นเลย

สิ่งที่เขาเห็น แต่คนอื่นมองข้าม คือ บริเวณนั้นเต็มไปด้วยโรงงานผลิตรถยนต์
และคุณ Jerry ต้องการเจาะกลุ่มพนักงาน ที่มีจำนวนมหาศาลนั่นเอง

นอกจากนี้ ในปี 1984 พวกเขายังเป็นร้านแรกในเมือง ที่นำตู้ขายลอตเตอรี่มาตั้ง
และนั่นทำให้ทั้งคู่ทำเงินจากเครื่องขายลอตเตอรี่ ได้ถึงปีละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าหากคิดเป็นเงินไทยในมูลค่าปัจจุบัน ก็จะเทียบเท่า 1.8 ล้านบาท เลยทีเดียว

แม้มีตู้ขายลอตเตอรี่ตั้งอยู่ที่ร้าน และขายดีขนาดไหน
แต่ตลอด 17 ปีที่เปิดร้าน พวกเขาไม่เคยซื้อหวยเลยสักครั้ง
เพราะพวกเขาไม่เชื่อในโชคชะตา แต่มองว่าความสำเร็จทั้งหมด มาจากการคำนวณและการวางแผนทั้งสิ้น

เมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ ทั้งคู่จึงตัดสินใจขายกิจการ เพื่อที่จะพักผ่อน

จนกระทั่งในปี 2003 พวกเขาได้แวะเวียนมาที่ร้านขายของชำอีกครั้ง และเจอตู้ลอตเตอรี่ตู้เดิม
ตอนนั้นคุณ Jerry มีเวลาเหลือเฟือ เขาจึงได้ศึกษากติกาของลอตเตอรี่อย่างละเอียด เพื่อหาความน่าจะเป็นของการถูกรางวัล

และเขาได้ค้นพบอะไรบางอย่าง ในลอตเตอรี่ประเภท “Winfall” ของรัฐมิชิแกน

โดยลอตเตอรี่ Winfall จะมี 6 ตำแหน่ง
และแต่ละจุด มีหมายเลขตั้งแต่ 1-49
ถ้าตัวเลขถูกทั้ง 6 ตำแหน่ง จะได้รับรางวัล แจ็กพอตกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบเป็นเงินไทย ในมูลค่าปัจจุบันจะอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาท

แต่ถ้าไม่มีใครถูกลอตเตอรี่ติดต่อกัน 6 สัปดาห์ และยอดรางวัลสะสมไปจนถึง 240 ล้านบาท
เงินรางวัลก้อนนี้ก็จะถูกแบ่งให้กับคนที่ถูกลอตเตอรี่ 5 หรือ 4 หรือ 3 ตำแหน่งในงวดถัดไป

คุณ Jerry นำหลักการความน่าจะเป็น มาคำนวณความน่าจะเป็นของการถูกรางวัลช่วงงวดพิเศษ และเห็นช่องโหว่

โดยเขาพบว่า
- ความน่าจะเป็นของการถูก 4 ตำแหน่ง คือ 1 ใน 1,032
- ความน่าจะเป็นของการถูก 3 ตำแหน่ง คือ 1 ใน 56

เพราะฉะนั้น ถ้าเขาซื้อลอตเตอรี่ใบละ $1 จำนวน 1,100 ใบ เขาจะ
- ถูก 4 ตำแหน่ง จำนวน 1 ใบ ได้รับเงินรางวัล $1,000
- ถูก 3 ตำแหน่ง จำนวน 19 ใบ ได้รับเงินรางวัลใบละ $50

จาก $1,100 ที่เขาจ่ายไป เขาจะได้รับเงินกลับคืนมาทั้งหมด $1,950
หรือเท่ากับได้กำไรสูงถึง 77%

เขาลองเล่นเองอยู่หลายงวด จนมั่นใจว่าสิ่งที่เขาคำนวณนั้น เวิร์กจริง

เขาจึงนำเรื่องนี้ ไปบอกครอบครัว และเพื่อนสนิท เพื่อรวบรวมเงินก้อน
และก่อตั้งบริษัท G.S. Investment Strategies ขึ้น เพื่อลงทุนในลอตเตอรี่ประเภท Winfall โดยเฉพาะ

แต่ผ่านไปเพียง 2 ปี รัฐมิชิแกนได้ยกเลิกงวดพิเศษของลอตเตอรี่ประเภท Winfall ไป
พวกเขาจึงไปซื้อลอตเตอรี่ที่รัฐแมสซาชูเซตส์ ที่มีลอตเตอรี่ที่มีรูปแบบ และกติกาเหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่คุณ Jerry และคุณ Marge ที่รู้ช่องโหว่นี้
นักศึกษา MIT อีกกลุ่มก็ตั้งบริษัท และทำแบบเดียวกัน
เงินรางวัลช่วงงวดพิเศษ จึงเทไปกองที่คน 2 กลุ่มนี้

จนปี 2012 ทางรัฐแมสซาชูเซตส์เข้ามาตรวจสอบ ทำให้รู้ว่ามีช่องโหว่
ลอตเตอรี่ประเภท Winfall จึงถูกยกเลิกไป และบริษัทของทั้งคู่จึงปิดตัวลง

เพียง 9 ปีที่ได้ลงทุนในลอตเตอรี่ พวกเขาสามารถทำเงินไปได้มากกว่า 27 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งถ้าหากคิดเป็นเงินไทย ในมูลค่าปัจจุบัน จะมีมูลค่าสูงถึง 1,000 ล้านบาท เลยทีเดียว

นอกจากถูกหวยบ่อยแล้ว พอถูกตรวจสอบก็ยังรอด
จนหลายคนคงตั้งคำถาม

แต่ถ้าลองมองดี ๆ ทั้งหมดที่ผ่านมานี้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย หรือใด ๆ

พวกเขาคิดเอาไว้แล้วว่า อาจมีการตรวจสอบ
สลิปลอตเตอรี่ทุกใบ จึงถูกเก็บไว้เป็นหลักฐาน ว่าพวกเขาไม่ได้ทำผิดกฎหมาย

ถึงตอนนี้ คำถามที่หลายคนสงสัย คงถูกตอบได้ไม่ยาก
ว่า ทั้งคู่ไม่ใช่คนดวงดี

แต่เป็นความจริงจัง ละเอียดรอบคอบ และการลงมือทำต่างหาก
ที่ทำให้พวกเขาได้สิ่งเหล่านี้มา
-----------------------
กลุ่มบริษัทธนจิรากรุ๊ป (TANACHIRA) เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่นแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศได้แก่ Pandora (แพนดอร่า), Marimekko (มารีเมกโกะ), Cath Kidston (แคท คิดสตัน) และเจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิวพรรณ สปาแบบองค์รวมรายแรกในไทยภายใต้แบรนด์ HARNN (หาญ), VUUDH (วุฒิ), HARNN Heritage Spa (หาญ เฮอริเทจสปา) และ SCape by HARNN (เอสเคป บาย หาญ) มีสาขาอยู่ทั่วประเทศและในภูมิภาคกว่า 165 สาขา ภายใต้แนวคิด “Bring the Best of the Brand to the Best of Thailand”
TANACHIRA GROUP

-----------------------
References:
-https://nypost.com/2022/06/16/jerry-and-marge-go-large-retirees-made-millions-gamin-lottery/
-https://www.cbsnews.com/news/jerry-and-marge-selbee-how-a-retired-couple-won-millions-using-a-lottery-loophole-60-minutes-2019-06-09/
-https://highline.huffingtonpost.com/articles/en/lotto-winners/
-https://www.insider.com/how-jerry-marge-selbee-won-the-lottery-2019-1
-https://www.latimes.com/entertainment-arts/movies/story/2022-06-17/jerry-marge-go-large-true-story-paramount

📍 งบการเงินประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ?👉 งบดุล หรือ งบแสดงฐานะการเงิน เป็นงบการเงินแสดงฐานะของกิจการ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี...
15/12/2022

📍 งบการเงินประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ?

👉 งบดุล หรือ งบแสดงฐานะการเงิน เป็นงบการเงินแสดงฐานะของกิจการ ณ วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี โดยจัดทำขึ้นทุกๆรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ เช่น 3 เดือน 6 เดือน 1ปี
งบดุลแสดงความสัมพันธ์ของทรัพย์สิน หนี้สิน และส่วนของเจ้าของของกิจการ

👉 งบกำไรขาดทุน เป็นงบที่แสดงผลการดำเนินงานของกิจการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เช่น รอบปีบัญชี โดยแสดงรายได้ ค่าใช้จ่าย และ กำไร หรือขาดทุนสุทธิ ช่วยให้ผู้ใช้ทราบว่าผลกำไรหรือขาดทุนของกิจการนั้นมาจากส่วนใดเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานและคาดการณ์ผลดำเนินงานในอนาคต

👉 งบกระแสเงินสด เป็นงบการเงินที่แสดงการเปลี่ยนแปลงเงินสดของกิจการในช่วงใดเวลาหนึ่งเช่น รอบปีบัญชี โดยจะแสดงการได้มาและใช้ไปของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ของ3 กิจรรมหลัก คือ กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน

👉 งบแสดงการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น เป็นงบที่แสดงถึงการเคลื่อนไหวในส่วนได้เสียของผู้ถือหุ้นของกิจการสำหรับงวด ให้ทราบว่าผู้ถือหุ้นนำเงินมาลงทุนเท่าไหร่ ได้รับผลตอบแทนและกำไรเหลือเท่าไหร่

👉 หมายเหตุประกอบงบการเงิน เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดของตัวเลขในงบการเงิน เช่นนโยบายการบัญชีที่ใช้ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่มีไปตรงนั้น เป็นต้น

#บัญชีอย่างง่าย #ครูอัส

ที่อยู่

126
Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66849768408

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SIRA Creditผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์