13/08/2017
https://pantip.com/topic/34702937
6 ค่ายประกันยักษ์ใหญ่ ใครเจ๋งสุด!!!
แบบประกันสุขภาพเหมาจ่ายนั้น ไม่ได้มีขายกันทุกบริษัทประกันชีวิต หมากเกมส์นี้เล่นกันเฉพาะยักษ์ใหญ่ไม่กี่ตน แม่มณีเจอมา 6 ยักษ์ที่ขายเหมาจ่าย ใครไปเจอที่ไหนขายนอกเหนือจากนี้จะมา update กันได้ ทุกค่ายมีให้เลือก 5 แผน เอาที่เหมาะกับฐานะและ รพ. ที่ท่านเลือกฝากชีวิต ตั้งแต่พอเพียงสโลว์ไลฟ์ ยัน แผนหรูหราไฮโซ แม้จะขึ้นชื่อว่า “เหมาจ่าย” แต่รายละเอียดของแต่ละบริษัทก็มีส่วนที่ “เหมา” และส่วนที่ “ไม่เหมา” แตกต่างกัน แม่มณีจัดได้เป็น 3 กลุ่มดังนี้จ้ะ
1. กลุ่มยักษ์ใหญ่ลอกข้อสอบ ประกอบด้วย AจามA, เมืองเทยประกันชีวิต และ เทยประกันชีวิต ยากจะเชื่อว่ามาจากความใจตรงกันของฝ่ายผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 บริษัท ลอกกันมาเหมือนเป๊ะ 99.99% ต่างกันติ๊ดตรงจำนวนวันเคลมติดต่อกันสูงสุดนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่มีนัยยะ แม่มณีล่ะสงสารต้นฉบับ กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงคำว่าเหมาจ่าย “น้อยที่สุด” รายการส่วนใหญ่ยังคง “ไม่เหมา” และล้อคว่านอน รพ. หนึ่งครั้งจะจ่ายให้ไม่เกิน “ครึ่งนึง” ของวงเงินสูงสุดทั้งปี ยกเว้นกรณีอุบัติเหตุร้ายแรง (หมายถึงอุบัติเหตุที่เสียมือหรือเท้าหรือตา หนึ่งข้างขึ้นไป) ถึงจะยอมจ่ายสูงสุดต่อครั้งเต็มวงเงินเหมาจ่ายต่อปี ส่วนถ้าไม่นอน รพ. จะเบิกได้แค่ค่าคีโม ฉายแสง ล้างไต ค่ารักษาอุบัติเหตุฉุกเฉิน พวกเบิกผู้ป่วยนอกนี้ทุกตัวล้วนมีวงเงินสูงสุดต่อครั้ง เรียกว่ากลุ่มนี้ ส่วนที่ “เหมา” น้อยกว่า ส่วนที่ “ไม่เหมา”
2. กลุ่มขโมยซีนยักษ์ ประกอบด้วยกรุงเมพ และอลั้นลา กรุงเก่า เป็นทีมที่เอาของเค้ามาโมเครื่อง ติดไฟ ใส่ท่อ ให้ดีกว่า 3 ยักษ์ใหญ่ “นิดนุงพอ” กรุงเมพจะเพิ่มเรื่องการนอน รพ.จากโรคมะเร็ง หัวใจ หลอดเลือดสมอง จะยอมให้เบิกค่ารักษาสูงสุดต่อครั้ง 60% ของวงเงินเหมาจ่ายต่อปี สูงกว่าการนอน รพ.แบบปกตินิดนึง และมีบางรายการที่ให้ผลประโยชน์สูงกว่าแก๊งค์ยักษ์ลอกข้อสอบ และที่แหวกอีกนิดก็คือ ให้เงินชดเชย กรณีไม่เรียกร้องผลประโยชน์กับบริษัท เช่น แม่มณีมีประกันสุขภาพหลายเล่ม หรือมีสวัสดิการจากที่ทำงานด้วย ถ้าเกิดว่าไปนอน รพ. แล้วแม่มณีเบิกจากที่อื่นได้หมดเลย ไม่ได้เบิกจากกรุงเมพเลย กรุงเมพก็จะจ่ายค่าชดเชยต่อวันให้แม่มณี เป็นความฉลาดว่ากรุงเมพขอรักเธอเป็นคนสุดท้าย จ่ายท้ายสุดและน้อยสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 555 มันก็ได้ประโยชน์กับลูกค้านะ แต่เป็นโทษกับบริษัทประกันอื่นนิดนึง
ส่วนอลั้นลา กรุงเก่า จะมีความดีงามที่ชัดเจนอยู่ที่ “ไม่มีวงเงินสูงสุดต่อครั้งที่นอน รพ” มีแต่วงเงินสูงสุดรายปีอย่างเดียว “ใจ” ว่ะนาย อยุธยาไม่สิ้นคนดี ส่วนรายการที่ไม่เหมาจ่ายก็จะให้วงเงินสูงกว่าที่อื่น ๆ นิดนุงเกือบทุกรายการ และอีกความเด่นคือ คีโม ฉายแสง ล้างไต อุบัติเหตุฉุกเฉิน จะเหมาจ่ายตามจริง สรุปกลุ่มนี้จะ“ขโมยซีน” ทิ้งห่างกลุ่มยักษ์ใหญ่ไปครึ่งช่วงตัว
3. ยักษ์กรุงเทย อ้าซ่า ปะป๊าทุกสถาบัน เหมือนเห็นเด็กวัยรุ่นใช้ถาดคุ้กกี้ตีกันแล้วรำคาญตา กรุงเทย อ้าซ่าเลยถือปืนอาก้ามาฆ่ายกซอย งาน “เหมาจ่าย” นี่ ทุกเจ้าต้องถอยเค้าหมด เพราะไม่ได้ดีกว่ากัน “นิด ๆ” แต่นำห่างไป 3 ช่วงตึก ไม่ว่าจะเป็นค่าห้องที่สูงกว่าชาวบ้านอย่างลิ่ว วงเงินสูงสุดต่อปีอลัง ปังเวอร์ แผนไฮโซสุดวงเงิน 100 ล้านต่อปี นอนเป็นผักที่บำรุงราษฎร์ยังได้ ไม่ต้องย้าย รพ. ที่ปรี๊ดอีกคือ กรณี OPD ไม่นอน รพ. นอกจากจะให้คีโม ฉายแสง ล้างไต แบบเหมาจ่ายตามจริงแล้ว ยังมีวงเงินเพิ่มสำหรับการเจ็บป่วยอื่น ๆ ปวดหัว ตัวร้อน มีดบาด หัวเฉาะ เบิกได้ ทุกค่าใช้จ่ายให้เป็นวงเงินต่อปี ไม่มีกั๊กเป็นวงเงินสูงสุดต่อครั้งให้เสียอารมณ์ ค่าชดเชยกรณีไม่เรียกร้องผลประโยชน์จากบริษัทก็มีและเยอะกว่าที่กรุงเมพให้ และยังมีรายการค่ากะลุกจุกจิกเพิ่มเติม เช่น ค่าคลอดบุตร ค่าตรวจสุขภาพ ค่าทำฟัน ฯลฯ แต่ก็พูดไว้เลยว่าอีกะลุกจุกจิกนี่จะมีให้เฉพาะใครที่ซื้อแผนไฮโซเท่านั้นนะจ้ะ แผนล่าง ๆ ไม่มี แต่แค่ไอ้เท่าที่มีในแผนล่าง ๆ ก็เหนือชั้น สตั้นท์รอบวง แม่มณีก็ไม่ได้ตังค์จากบริษัทเค้าอ่ะนะ แต่ดูเอาตามเนื้อผ้า ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประกันสุขภาพเหมาจ่ายเนี่ย กรุงเทย อ้าซ่า เค้ามาเพื่อเป็นป่ะป๊าทุกสถาบันเจง เจง
ดูคุณภาพกันแล้ว คงจะพลาดถ้าไม่ได้ดูราคาใช่มะ โฆษณาประกันบอกทุกอย่างยกเว้น “เบี้ยประกัน” เท่าไหร่ ไม่เคยจะบอกตรง ๆ กรูละเบื่อ บางทีก็มาซะถูก จ่ายเป็นเหรียญต่อวันได้ หึหึหึ
เรามาดูราคาเบี้ยของจริงแต่ละบริษัทกันนะจ้ะ
พงศาวดารวงการประกันชีวิตแห่งประเทศไทยจารึกไว้ว่า ควรสงวนข้อมูลเรื่องราคาเบี้ยประกันที่แท้จริงไว้ยิ่งชีพ ใบปลิวก็ไม่ค่อยจะเขียนเบี้ยประกัน กลัวว่าลูกค้ารู้เบี้ยแล้วจะต้กกะใจ เคลมโรคหัวใจตั้งแต่ยังไม่ได้ทำประกัน ฝากบอกบริษัทประกันว่าคนจะซื้อก็อยากรู้ราคากันทั้งนั้นแหล่ะ ต้องให้กรูเจอตัวแทนก่อนถึงจะได้เบี้ยประกันมาเทียบ เจอตัวแทนดี ๆ ก็ดีไปยอมบอกเบี้ยโดยละมุนละม่อมและปล่อยตรูลอยนวลกลับมาคิด เจอตัวแทนสายปิศาจขี้อ้อนเนี่ย นั่งกันจนห้างปิดยังลุกไม่ได้เลยนะ...สยอง
ราคาจริง ๆ ที่เราต้องจ่าย ไม่ใช่แค่ราคาประกันสุขภาพนะ จะซื้อประกันสุขภาพต้องมี “สัญญาหลัก” หรือทุนประกันชีวิตก่อน แต่ละบริษัทหาญเหี้ยมไม่เท่ากันสำหรับทุนประกันชีวิตขั้นต่ำแต่ละแผน ราคาที่เราต้องจ่ายจริงของแต่ละบริษัทจะถูกหรือแพงจึงขึ้นอยู่ 3 ข้อ 1. ราคาเบี้ยของทุนประกันชีวิต (สัญญาหลัก) แพงมั้ย? 2. ราคาเบี้ยประกันของสัญญาสุขภาพเหมาจ่ายแพงมั้ย? 3. กำหนดทุนประกันชีวิตขั้นต่ำไว้สูงมั้ยในแต่ละแผน? แม่มณีสรุปเป็นตารางไว้ให้ทั้ง 3 ข้อ ตามนี้
สำหรับกลุ่มยักษ์ใหญ่ลอกข้อสอบ แม้ว่าผลประโยชน์จะเหมือนกันเกือบจะเด๊ะ แต่ราคาก็ฉีกกันเป็นหลักพันเหมือนกันนะ “เทยประกัน” ถูกสุด! ถ้างบจำกัด แม่มณีแนะนำเลยว่าไปค่ายนี้ได้เลย เพียงปีละหมื่นนิด ๆ ตามโฆษณา จร้า...ถูกจร้า ดีจร้า
ส่วนกลุ่มขโมยซีนยักษ์ กรุงเมพ และ อลั้นลา กรุงเก่า แม่มณีมองว่ากรุงเมพทำราคามากลัวแข่งกับกลุ่มสามยักษ์เค้าไม่ได้ เลยแพงกว่ากันแค่นิดเดียว แต่อลั้นลานั้นมาเต็มด้านราคา เพราะมั่นใจใน product ว่าฉันไม่ล้อควงเงินสูงสุดต่อครั้งนะยะ และที่สำคัญคีโม ฉายแสง ล้างไตฉันจ่ายตามจริง สำคัญน้า ล้างไตเนี่ย เพราะส่วนใหญ่มันจะไม่ถือว่าเป็นผู้ป่วยใน นอน รพ. ไม่ถึง 6 ชม. ถ้าซื้อของบริษัทอื่น ต่อให้ซื้อแผนสูงสุดก็ยังมีค่าล้างไตผู้ป่วยนอกให้แค่ 180,000 ต่อปี มันไม่พอนะถ้าจะเข้า รพ.เอกชน อาทิตย์นึงฟอก 2 ครั้ง 10,000 นึง ปีนึงเจอไปห้าแสนกว่าละนะ (คิดว่า ปอ ทฤษฎีโดนเฉพาะค่าฟอกไตไปเท่าไหร่แล้วล่ะ) อย่าลืมว่าค่ารักษามันก็เพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้นราคาที่แพงขึ้นของอลั้นลา แม่มณีว่ามันก็น่าจ่าย (ถ้ามีเงินพอ) แต่ทีนี้ฟ้าส่งอลั้นลามาเกิดพร้อมกับ “อ้าซ่า”...ซึ่งมาพร้อมปืนอาก้า ฆ่ายกซอยยยย
กรุงเทย อ้าซ่า ตบหน้ารอบวงด้วยการบอกว่า ซื้อทุนประกันชีวิตขั้นต่ำแค่ 50,000 ก็ซื้อประกันเหมาจ่ายได้ทุกแผน สตั้นทั่วทิศ ประหารชีวิตยกแก๊งค์ เพราะกลายเป็นว่าเบี้ยแผนแรกแพงกว่าอลั้นลาแค่นิดเดียว แต่อ้าซ่าเหมาจ่ายสามล้านในขณะที่บริษัทอื่น ๆ เหมาจ่ายกันล้านเดียว ยังงี้...ใครจะอยากจ่ายแพงกว่าซื้อแผน 3 ของบริษัทอื่น ๆ ที่วงเงินสามล้านฟระ?
ถ้าดูเบี้ย ดูแบบ ก็แอบต้องยกให้กรุงเทย ว่าเค้าอ้าซ่าได้ใจจิง ๆ แหล่ะ แต่เรื่องอื่นๆ เช่น ในอนาคตจะเพิ่มราคาเบี้ยมั้ย? เคลมยากมั้ย? ตอนแก่ ๆ เบี้ยแพงมั้ย? ตอบตรงนี้ว่าไม่รู้หรอก...555
แม่มณีแอบส่องเบี้ยตอนแก่ ๆ มา คอนเฟิร์มได้ว่า “แพงทุกบริษัท” แก่ ๆ ไปขึ้นหลักแสนกันซะส่วนใหญ่ แถมตามกฎหมายบริษัทประกันก็มีสิทธิ์ปรับราคาเบี้ยประกันเพิ่มกว่าตารางปัจจุบันได้อยู่แล้วทุกบริษัท (ระบุในกรมธรรม์) พวกเราต้องอย่าโลกสวยนะ ธุรกิจประกันจะอยู่ได้...ต้องมีกำไร ถ้าตอนนี้เค้ายังมีกำไรก็เบี้ยนี้ อนาคตข้างหน้าเบี้ยนี้ขาดทุน เค้าก็ต้องขึ้นราคา ไม่ต่างจากสินค้าอื่น ๆ แต่เราในฐานะผู้ซื้อ เราก็ต้องดูไปปีต่อปี เรามีสิทธิ์ที่จะซื้อ-ไม่ซื้อได้ในอนาคต
ลองจินตนาการว่าตอนอายุ 60-70 เบี้ยประกันแพงแน่ สมมุติว่าซัก 150,000 ต่อปี แต่ค่ารักษาฯ จริง จะเยอะน้อยแค่ไหนไม่รู้ เพราะไม่รู้จะป่วยเป็นอะไร สมมุติแม่มณีมีลูกกตัญญูอยู่ 3 คน ถ้าเราทำประกันสุขภาพไว้ตั้งแต่ตอนนี้ ลูก ๆ ได้รับสิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้...ที่จะเลือกว่าจะหารกันจ่ายเบี้ยประกันให้แม่มณีปีละ 50,000 ในแต่ละปี หรือว่า จะลุ้นปั๊บรับโชคแบกความเสี่ยงไว้เองหารกันจ่ายค่ารักษาจริง มันก็ดีไม่ใช่เหรอ... ดีกว่าไม่มีสิทธิ์จะเลือก (บนสมมุติฐานว่าลูกกตัญญูนะ ถ้าลูกอกตัญญู ทำหรือไม่ทำประกัน มันก็ไม่จ่ายอะไรทั้งนั้นแหล่ะ การเสียตังค์ทำบุญอธิษฐานขอลูกดี ๆ ก็เป็นการจ่ายค่าประกันอย่างนึงนะ) อันนี้ยังไม่นับตัวอย่างการทำประกันสุขภาพที่แสนคุ้มค่า ทำปีนี้ ปีหน้าเจอมะเร็งเคลมเป็นล้านเลย อย่างนั้นเบี้ยแพงกรูก็สู้ฟระ...
มีต่ออีกนิด
Ms.Many อีนี่เยอะ
Credit from pantip https://pantip.com/topic/34702937