26/08/2026
🛢️ น้ำมันร่วง! ไม่ได้แปลว่า “หุ้นพลังงาน” จะลงทุกตัว — ใครได้ ใครเสียจากรอบนี้?
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงแรง โดย Brent ปิดลดลง 3.9% ก่อนอ่อนตัวต่อมาอยู่บริเวณ 86–87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI ลดลงมาแถว 80–81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สาเหตุสำคัญมาจากตลาดเริ่มคาดหวังว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจผ่อนคลายลง หลังอิหร่านและโอมานกลับมาเจรจาเรื่องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
แล้วน้ำมันลดลง ส่งผลอย่างไรบ้าง?
✅ ผลบวกต่อเศรษฐกิจไทย
ไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ ราคาน้ำมันที่ลดลงจึงช่วยลดต้นทุนนำเข้า ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ และลดค่าใช้จ่ายของภาคธุรกิจและประชาชน
หากน้ำมันลดลงต่อเนื่อง ยังช่วยลดแรงกดดันต่อดุลการค้าและเปิดโอกาสให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำได้นานขึ้น ซึ่งโดยภาพรวมถือเป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย
✅ หุ้นที่มีโอกาสได้ประโยชน์
✈️ สายการบิน: AAV, BA, THAI
ต้นทุนน้ำมันเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลัก หากราคาน้ำมันอากาศยานลดลง จะช่วยหนุน Margin อย่างไรก็ตาม ผลบวกอาจเกิดขึ้นไม่ทันที เพราะแต่ละบริษัทมีสัญญาป้องกันความเสี่ยงและโครงสร้างค่าธรรมเนียมน้ำมันต่างกัน
🚚 ขนส่งและโลจิสติกส์
ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แต่ผลบวกต้องพิจารณาควบคู่กับการแข่งขันและการปรับ Fuel Surcharge
🛒 ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค: CPALL, CPAXT, CRC
ประชาชนมีภาระค่าเดินทางและค่าครองชีพลดลง ทำให้กำลังซื้อมีโอกาสฟื้นตัว ขณะเดียวกันต้นทุนขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการก็ลดลงด้วย
🏭 โรงไฟฟ้า: BGRIM, GPSC
มีโอกาสได้ประโยชน์ทางอ้อม หากราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผ่านไปยังราคาก๊าซและ LNG ซึ่งเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงสำคัญ แต่ผลบวกจะมีระยะเวลาเหลื่อมและขึ้นอยู่กับค่า Ft รวมถึงสูตรการขายไฟด้วย
⚠️ หุ้นที่อาจได้รับผลกระทบ
🛢️ ธุรกิจสำรวจและผลิต: PTTEP
ได้รับผลกระทบโดยตรงที่สุด เพราะราคาขายผลิตภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับราคาน้ำมัน หากราคาน้ำมันลดลงต่อเนื่อง จะกดดันรายได้และกำไรในงวดถัดไป
🏭 โรงกลั่น: TOP, SPRC, BCP
ไม่ควรมองว่าราคาน้ำมันลดแล้วจะเป็นลบทั้งหมด เพราะกำไรโรงกลั่นขึ้นอยู่กับ “ค่าการกลั่น” มากกว่าราคาน้ำมันเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันลดลงเร็ว อาจทำให้เกิดขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน จึงต้องติดตามทั้งค่าการกลั่นและทิศทางราคาน้ำมันควบคู่กัน
🧪 ปิโตรเคมี: PTTGC, IVL, SCC
ต้นทุนวัตถุดิบอาจลดลง แต่ราคาผลิตภัณฑ์ก็สามารถลดลงตามได้เช่นกัน ดังนั้นตัวแปรสำคัญคือ “ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบ” ไม่ใช่ราคาน้ำมันเพียงด้านเดียว
⛽ สถานีบริการน้ำมัน: OR, BCP
ผลกระทบขึ้นอยู่กับจังหวะการปรับราคาขายปลีก หากราคาขายลดช้ากว่าต้นทุน อาจช่วยหนุน Marketing Margin ชั่วคราว แต่หากราคาน้ำมันลดลงเร็วก็อาจเกิดผลขาดทุนจากสต๊อกได้เช่นกัน
📌 มุมมองการลงทุน
ราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นบวกต่อหุ้นไทยในภาพรวม เพราะช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ แต่การเลือกหุ้นควรแยกตามโครงสร้างธุรกิจ
กลยุทธ์ระยะสั้นให้น้ำหนักหุ้นที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานลดลง เช่น สายการบิน ค้าปลีก และหุ้นที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย ขณะที่หุ้นพลังงานต้นน้ำควรระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเจรจาเรื่องช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอน หากสถานการณ์กลับมาตึงเครียด ราคาน้ำมันก็สามารถดีดกลับได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
---
❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞
แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน ดูน้อยลง