Liberator Securities

โทร เส้นทาง เว็บไซต์

Liberator Securities Liberate You
ปลดล็อกศักยภาพทางการเงิน...ให้คุณ

ไม่สนว่ายาตัวไหนจะสำเร็จ... เพราะทุกบริษัทต้องจ่ายเงินให้เฮียก่อน! ธุรกิจเสือนอนกินวงการยา  | Liberatorเวลาเราพูดถึงธุรก...
29/09/2026

ไม่สนว่ายาตัวไหนจะสำเร็จ... เพราะทุกบริษัทต้องจ่ายเงินให้เฮียก่อน! ธุรกิจเสือนอนกินวงการยา | Liberator

เวลาเราพูดถึงธุรกิจยา
เรามักนึกถึงบริษัทที่กำลังพัฒนายาตัวใหม่
ถ้ายาสำเร็จ → รายได้มหาศาล
ถ้ายาล้มเหลว → เงินลงทุนอาจหายไปเป็นพันล้าน
แต่มีธุรกิจอีกแบบที่หาเงินอยู่ ก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่ายาตัวนั้นจะสำเร็จหรือไม่

เพราะก่อนนำยาตัวใหม่ไปทดลองในมนุษย์ นักพัฒนายาต้องมีข้อมูลด้านเภสัชวิทยาและความปลอดภัยจากการศึกษาแบบ Nonclinical/Preclinical เพื่อประเมินว่าปลอดภัยพอจะเริ่มทดลองในคนหรือไม่ U.S. Food and Drug Administration
และหนึ่งในบริษัทใหญ่ที่เข้าไปอยู่ตรงกลางขั้นตอนนี้คือ

Charles River Laboratories หรือ CRL
บริษัทที่ไม่ได้มีหน้าที่คิดค้น “ยาตัวดังตัวต่อไป”
แต่หาเงินจากการช่วยบริษัทยา ค้นคว้า ทดสอบ และเตรียมยาให้พร้อมเดินไปสู่ Clinical Trial

พูดง่าย ๆ คือ...
ไม่ต้องทายว่ายาตัวไหนจะเป็น Blockbuster
แต่ขอเก็บค่าบริการระหว่างทางก่อน
. .

[ 1. ] ก่อนยาจะไปทดลองในคน ต้องผ่านด่านมากกว่าที่คิด
ยาตัวหนึ่งไม่ได้ค้นพบวันนี้ แล้วเอาไปทดลองกับคนพรุ่งนี้ได้เลยครับ

ก่อนถึงตรงนั้น นักพัฒนายาต้องศึกษาหลายเรื่อง เช่น
ยาทำงานอย่างไร
มีความเป็นพิษหรือไม่
ใช้ปริมาณเท่าไรจึงเหมาะสม
มีผลต่ออวัยวะสำคัญอย่างไร

สำหรับการยื่น IND ในสหรัฐฯ FDA ต้องการข้อมูล Nonclinical เพื่อใช้ประเมินว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับการทดลองในมนุษย์หรือไม่ โดยงานสำคัญบางส่วนต้องทำภายใต้มาตรฐาน GLP ด้วย U.S. Food and Drug Administration

ตรงนี้เองที่ CRL เข้ามารับงาน
ตั้งแต่งาน Discovery ไปจนถึง Safety Assessment ทั้งการศึกษาแบบ in vitro และ in vivo รวมถึงงานวิเคราะห์ในห้องแล็บและการให้คำปรึกษาด้าน Nonclinical Development สำนักงาน ก.ล.ต.

ดังนั้นต่อให้ยาตัวหนึ่งสุดท้ายไปไม่ถึงตลาด
CRL ก็สามารถสร้างรายได้จากงานวิจัยและการทดสอบที่เกิดขึ้น ระหว่างทางก่อนหน้านั้น ได้แล้ว
. .

[ 2. ] CRL ไม่ได้ขายยา แต่ขาย “เครื่องมือและกระบวนการ” ให้คนทำยา
โมเดลของ CRL คล้ายกับธุรกิจขายจอบเสียมในยุคตื่นทอง
คนอื่นแข่งกันหาว่า
ยามะเร็งตัวไหนจะชนะ
ยาลดน้ำหนักตัวไหนจะดัง
Biotech บริษัทไหนจะค้นพบของใหม่

แต่ CRL ขายบริการให้กับคนที่กำลัง “ขุดหา” ของเหล่านั้น

ธุรกิจของบริษัทแบ่งหลัก ๆ เป็น 3 กลุ่ม
Research Models and Services (RMS)
จัดหา Research Models รวมถึงบริการเกี่ยวกับงานวิจัยและห้องปฏิบัติการ
Discovery and Safety Assessment (DSA)
ช่วยค้นคว้ายาและทดสอบความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
Manufacturing Solutions
ให้บริการด้านการทดสอบผลิตภัณฑ์ชีวภาพ การตรวจเชื้อและงานเกี่ยวกับการผลิตบางประเภท สำนักงาน ก.ล.ต.
ลูกค้าก็ไม่ได้มีแค่บริษัทเดียว

แต่ครอบคลุมทั้งบริษัทยาระดับโลก บริษัท Biotechnology สถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ และองค์กรด้าน Life Sciences อื่น ๆ
นี่จึงเป็นธุรกิจที่เดิมพันกับ จำนวนงานวิจัยยาโดยรวม
มากกว่าการเดิมพันกับยาเพียงตัวเดียว
. .

[ 3. ] ธุรกิจทดสอบยา ใหญ่ขนาดไหน?
ปี 2025 CRL มีรายได้รวมประมาณ 4.02 พันล้านดอลลาร์ Charles River Laboratories
และถ้าดูไตรมาส 2 ปี 2026

บริษัทมีรายได้ประมาณ 1.00 พันล้านดอลลาร์
ในจำนวนนี้ ธุรกิจ Discovery and Safety Assessment เพียงกลุ่มเดียวสร้างรายได้ประมาณ 606.5 ล้านดอลลาร์
หรือคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้บริษัทในไตรมาสนั้น Charles River Laboratories

สิ่งที่น่าสนใจคือ DSA ไม่ได้ขายของชิ้นเดียวแล้วจบ
แต่รายได้เกิดจาก Study และโครงการวิจัยที่ลูกค้าส่งเข้ามาเรื่อย ๆ

ยิ่งอุตสาหกรรมยามี Pipeline ใหม่มาก
ยิ่งบริษัท Pharma และ Biotech ลงเงินกับ R&D มาก
ความต้องการบริการประเภทนี้ก็มีโอกาสเพิ่มตาม
. .

[ 4. ] ทำไมบริษัทยาไม่ทำเองทั้งหมด?
คำถามคือ...
บริษัทยามีเงินตั้งเยอะ ทำไมไม่สร้าง Lab แล้วทำเอง?

เหตุผลหนึ่งคือการพัฒนายาต้องใช้ทั้ง
นักวิทยาศาสตร์เฉพาะทาง
สถานที่และอุปกรณ์
มาตรฐาน GLP
Research Models
ระบบเก็บข้อมูล
และประสบการณ์ในการทำ Study ตามข้อกำหนด

ถ้าต้องสร้างทุกอย่างเอง
ต้นทุนคงที่ก็จะสูงมาก

โดยเฉพาะบริษัท Biotech ขนาดเล็กที่อาจมี Candidate อยู่เพียงไม่กี่ตัว
การ Outsource ให้บริษัทอย่าง CRL จึงช่วยเปลี่ยนต้นทุนบางส่วนจาก
“สร้างเองทั้งหมด”
เป็น
“ต้องใช้เมื่อไร ค่อยจ่ายเมื่อนั้น”

และ CRL เองก็สามารถใช้ Infrastructure และบุคลากรชุดเดียว ให้บริการลูกค้าจำนวนมากได้
ตรงนี้คือ Scale ที่บริษัทขนาดเล็กสร้างตามได้ยาก
. .

[ 5. ] แต่เรียกว่า “เสือนอนกิน” ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเสี่ยง
CRL ไม่จำเป็นต้องรอว่ายาตัวหนึ่งจะขายได้หรือไม่
แต่บริษัทก็ไม่ได้ได้เงินแบบการันตีครับ
เพราะถ้าบริษัทยาและ Biotech ลดงบ R&D
เงินทุนในอุตสาหกรรมแห้ง
หรือบริษัทชะลอและยกเลิกโครงการ
จำนวน Study ที่ส่งให้ CRL ก็ลดลงได้เช่นกัน

เรื่องนี้เกิดขึ้นให้เห็นแล้วในช่วงที่ผ่านมา เมื่อ Demand ในบางธุรกิจอ่อนตัวลง ก่อนที่บริษัทจะรายงานว่าแนวโน้ม DSA เริ่มดีขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2026 และ Net book-to-bill ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี Charles River Laboratories

ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนต้องตามไม่ใช่แค่
“มียาใหม่เกิดขึ้นไหม?”
แต่ต้องดู
งบ R&D ของ Pharma → เงินทุนของ Biotech → จำนวน Study → Backlog/Bookings → Utilization ของ Lab → Margin
เพราะทั้งหมดนี้เชื่อมกลับมาที่รายได้ของ CRL
. .

อ่านมาถึงตรงนี้ พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า...
วงการยาไม่ได้มีแค่คนที่พยายามสร้าง “ยาตัวต่อไป”
แต่ยังมีธุรกิจที่หาเงินจากการขายเครื่องมือและบริการให้คนเหล่านั้นด้วย

Charles River Laboratories ไม่จำเป็นต้องรู้ว่า
ยามะเร็งตัวไหนจะดัง
บริษัทไหนจะค้นพบ Blockbuster
หรือยาตัวไหนจะผ่าน Phase 3

เพราะก่อนจะไปถึงวันนั้น
ยาจำนวนมากต้องผ่านงานค้นคว้าและทดสอบความปลอดภัยเสียก่อน
และ CRL ก็คือหนึ่งในบริษัทที่ยืนเก็บค่าบริการอยู่ตรงกลางเส้นทางนี้

ดังนั้นบางครั้ง...
หุ้น Healthcare ที่น่าสนใจ อาจไม่ใช่คนที่กำลังเดิมพันว่า “ยาตัวไหนจะชนะ”
แต่อาจเป็นคนที่ขายบริการให้กับ ทุกคนที่กำลังพยายามหาผู้ชนะ

---

❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞

แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน

29/09/2026

พบกันในรายการ LIB Tech Talks
ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 13.30 - 14.00 น.
ทาง Facebook และ Youtube Liberator Securities

=========================

บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด
ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.
ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
และ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0151-01 และ ส1-0151-01

---
❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞

แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน

🌊 เมกะโปรเจกต์น้ำ 2.6 แสนล้านบาท! แก้น้ำท่วมภาคกลางครั้งใหญ่—หุ้นรับเหมารายใดมีโอกาสได้งาน?รัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าเมกะโป...
29/09/2026

🌊 เมกะโปรเจกต์น้ำ 2.6 แสนล้านบาท! แก้น้ำท่วมภาคกลางครั้งใหญ่—หุ้นรับเหมารายใดมีโอกาสได้งาน?

รัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าเมกะโปรเจกต์บริหารจัดการน้ำครั้งใหญ่ ครอบคลุมทั้งการสร้าง “ทางระบายน้ำสายใหม่” และการปรับปรุง “โครงข่ายคลองเดิม” ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก
โครงการสำคัญประกอบด้วย

🔹 โครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย วงเงินประมาณ 165,000 ล้านบาท
🔹 โครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง วงเงิน 95,000 ล้านบาท
รวมวงเงินลงทุนประมาณ 260,000 ล้านบาท

ทั้งสองโครงการมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ แต่มีหน้าที่แตกต่างและทำงานเชื่อมโยงกัน
พูดให้เข้าใจง่ายคือ

• โครงการชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เปรียบเหมือน “ทางด่วนสายใหม่สำหรับระบายน้ำ”
• โครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก เปรียบเหมือน “การขยายถนนและเส้นเลือดฝอยเดิม” ให้รับและระบายน้ำได้มากขึ้น

หากดำเนินการครบทั้งระบบ จะช่วยให้การบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ตอนบนของภาคกลางไปจนถึงอ่าวไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

1. คลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย

รัฐบาลเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการนี้ในวันที่ 29 กันยายน 2569 หลังสภาพัฒน์ฯ ประเมินว่าโครงการมีความคุ้มค่าและมีความจำเป็นต่อการลดความเสี่ยงน้ำท่วมภาคกลาง ปริมณฑล และกรุงเทพฯ

ขณะที่สำนักงบประมาณได้เตรียมกรอบงบประมาณปี 2570 สำหรับรองรับการดำเนินโครงการแล้ว
โครงการแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก รวมระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร

ช่วงที่ 1 ชัยนาท–ป่าสัก
ปรับปรุงและก่อสร้างคลองระบายน้ำระยะทางประมาณ 134.365 กิโลเมตร รองรับน้ำได้สูงสุด 930 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 80.35 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน
น้ำประมาณ 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจะถูกระบายลงแม่น้ำป่าสัก ขณะที่อีกประมาณ 130 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีจะไหลผ่านคลองชัยนาท–ป่าสักเดิม
ตัวคลองมีความกว้างบริเวณท้องคลองประมาณ 37–59 เมตร ลึกประมาณ 9.5–10.5 เมตร พร้อมประตูระบายน้ำ 8 แห่ง และถนนสองฝั่งคลองสำหรับใช้เป็นเส้นทางสัญจร

ช่วงที่ 2 ป่าสัก–อ่าวไทย
ก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหม่ระยะทางประมาณ 135.95 กิโลเมตร จากสระบุรี ผ่านพื้นที่นครนายกและฉะเชิงเทรา ก่อนระบายลงสู่อ่าวไทย
ระบบดังกล่าวออกแบบให้รองรับน้ำได้ประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
หัวใจสำคัญคือการดึงน้ำส่วนเกินออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนที่มวลน้ำจะไหลเข้าสู่พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ
กรอบวงเงินโครงการที่มีการเปิดเผยอยู่ที่ประมาณ 165,000 ล้านบาท แบ่งเบื้องต้นเป็น

• งบประมาณแผ่นดินประมาณ 61,438 ล้านบาท
• เงินกู้จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศประมาณ 103,562 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามแบบก่อสร้าง ราคาที่ดิน ค่าชดเชย และเงื่อนไขแหล่งเงินทุน

2. ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง

โครงการนี้แตกต่างจากโครงการแรก เพราะไม่ได้เน้นขุดคลองสายใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการขุดขยายคลองเดิม ปรับปรุงประตูระบายน้ำ และเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายชลประทานที่มีอยู่แล้ว
คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ภายใต้กรอบวงเงิน 95,000 ล้านบาท และกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2575

แหล่งเงินทุนประกอบด้วย
• เงินกู้ 76,507.29 ล้านบาท หรือ 80.53%
• งบประมาณรายจ่ายประจำปี 18,492.71 ล้านบาท หรือ 19.47%
โครงการแบ่งออกเป็น 2 ระยะ
ระยะที่ 1 วงเงิน 40,507 ล้านบาท
เร่งขุดขยายคลองแนวเหนือ–ใต้ในพื้นที่ที่มีความพร้อมและมีปัญหาการรุกล้ำน้อย ได้แก่
• คลองระพีพัฒน์
• คลองระพีพัฒน์แยกใต้
• คลอง 13
• คลองนครเนื่องเขต
• คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต
• คลองสำโรง
• คลองด่าน

เป้าหมายคือเพิ่มช่องทางระบายน้ำจากตอนบนลงสู่อ่าวไทยให้รวดเร็วขึ้น
ระยะที่ 2 วงเงิน 54,493 ล้านบาท

ดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงคลอง รวมถึงอาคารบังคับน้ำในส่วนที่เหลือตามลำดับความพร้อมของพื้นที่

โครงการครอบคลุมคลองชลประทานหลัก 22 คลอง รวมระยะทางประมาณ 460 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างและปรับปรุงอาคารบังคับน้ำ 23 แห่ง ใน 8 จังหวัด ได้แก่
• สระบุรี
• พระนครศรีอยุธยา
• นครนายก
• ปทุมธานี
• นนทบุรี
• สมุทรปราการ
• ฉะเชิงเทรา
• กรุงเทพมหานคร

เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ความสามารถในการรับน้ำเข้าคลองระพีพัฒน์จะเพิ่มจาก 210 เป็น 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำผ่านคลองชายทะเลลงสู่อ่าวไทยเป็น 144 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

รัฐบาลประเมินว่าโครงการจะช่วย
• ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและเขตเศรษฐกิจกว่า 258,000 ไร่
• ลดความเสียหายจากอุทกภัยเฉลี่ยประมาณ 10,000 ล้านบาทต่อปี
• เพิ่มปริมาณน้ำกักเก็บสำหรับฤดูแล้งกว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ทำไมต้องทำทั้ง 2 โครงการ?

หากมีเพียงคลองระบายน้ำสายใหม่ แต่คลองเดิมในพื้นที่ปลายน้ำยังแคบหรือติดขัด น้ำก็อาจไม่สามารถไหลออกสู่อ่าวไทยได้เต็มประสิทธิภาพ

ในทางกลับกัน หากปรับปรุงเฉพาะคลองเดิม แต่ไม่มีเส้นทางผันน้ำขนาดใหญ่จากตอนบน ปริมาณน้ำจำนวนมากก็ยังคงไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ภาคกลาง

ดังนั้น ทั้งสองโครงการจึงต้องทำงานร่วมกันในลักษณะ
ตัดยอดน้ำจากตอนบน → ส่งน้ำเข้าสู่โครงข่ายฝั่งตะวันออก → กระจายน้ำผ่านคลองหลัก → ระบายลงสู่อ่าวไทย

หุ้นกลุ่มใดมีโอกาสได้รับประโยชน์?

1. กลุ่มรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่

หุ้นที่มีโอกาสถูกตลาดนำมาเก็งประโยชน์ ได้แก่
CK, STECON, ITD, UNIQ และ NWR
เนื่องจากโครงการมีทั้งงานขุดคลอง งานดิน งานคอนกรีต ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ สะพาน ถนนบนคันคลอง และงานโยธาขนาดใหญ่
โครงการมีวงเงินรวมกว่า 2.6 แสนล้านบาท จึงมีโอกาสถูกแบ่งออกเป็นหลายสัญญา และอาจเปิดทางให้ผู้รับเหมาหลายรายเข้าร่วมประมูลหรือจัดตั้งกิจการร่วมค้า
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องรอดูรายละเอียด TOR จำนวนสัญญา เงื่อนไขประมูล และอัตรากำไรของแต่ละงานก่อน เพราะวงเงินโครงการสูงไม่ได้หมายความว่าผู้รับเหมาจะได้กำไรสูงเสมอไป

2. กลุ่มวัสดุก่อสร้าง

SCC และ SCCC อาจได้รับอานิสงส์จากความต้องการปูนซีเมนต์และคอนกรีตสำหรับประตูระบายน้ำ อาคารชลประทาน สะพาน และงานโครงสร้าง
ส่วน TASCO อาจได้ประโยชน์จากงานถนนและผิวทางบนแนวคันคลอง แต่ต้องรอดูรายละเอียดแบบก่อสร้างและสัดส่วนการใช้วัสดุจริง

3. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม

ROJNA, WHA และ AMATA อาจได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากความเสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกที่ลดลง
ผลบวกสำคัญไม่ใช่รายได้ที่เพิ่มขึ้นทันที แต่เป็น
• ลดความเสี่ยงต่อโรงงานและทรัพย์สินของลูกค้า
• เพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
• ลดต้นทุนการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว
• สนับสนุนการตัดสินใจตั้งหรือขยายฐานการผลิตในประเทศไทย

ประเด็นที่นักลงทุนต้องระวัง
แม้โครงการปรับปรุงระบบเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกได้รับอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ได้หมายความว่าบริษัทใดได้รับงานทันที ส่วนโครงการชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทยยังต้องรอผลการพิจารณาของ ครม.
ลำดับขั้นตอนสำคัญคือ

ครม.อนุมัติ → จัดทำแบบและแผนเงินทุน → จัดหาที่ดินและเยียวยา → ออก TOR → เปิดประมูล → ลงนามสัญญา → เริ่มก่อสร้าง → รับรู้รายได้

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงจาก
• การเวนคืนและผลกระทบต่อชุมชน
• แนวคลองทับซ้อนกับทางรถไฟและแนวท่อส่งพลังงาน
• การปรับเพิ่มของต้นทุนก่อสร้าง
• ความล่าช้าในการจัดหาเงินกู้
• ความต่อเนื่องของงบประมาณและนโยบายรัฐบาล
• อัตรากำไรของผู้รับเหมา ซึ่งอาจไม่สูงหากการแข่งขันด้านราคารุนแรง

สรุป: เมกะโปรเจกต์น้ำทั้งสองโครงการวงเงินรวมประมาณ 2.6 แสนล้านบาท เป็นบวกต่อเศรษฐกิจและหุ้นรับเหมาก่อสร้างในระยะกลางถึงยาว แต่ระยะสั้นยังเป็นเพียงแรงหนุนด้านความคาดหวัง จนกว่าจะเห็น TOR ผลการประมูล และ Backlog ที่เพิ่มขึ้นจริง
นักลงทุนจึงควรแยกให้ออกระหว่าง “หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์” กับ “หุ้นที่ได้รับงานและสร้างกำไรได้จริง”

---
❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞
แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน

28/09/2026

บริษัทที่รวยจากการ “ซักเสื้อคนอื่น” ปีละกว่า 3 แสนล้านบาท | Liberator

Cintas ไม่ได้ขายแค่ชุดพนักงาน แต่เปลี่ยนงานธรรมดาอย่าง “ซัก-ส่ง-เปลี่ยนชุด” ให้กลายเป็นรายได้ที่เข้ามาซ้ำ ๆ จากลูกค้ากว่า 1 ล้านธุรกิจ

จากเสื้อ พรม สบู่ ไปจนถึงถังดับเพลิง
ธุรกิจน่าเบื่อแบบนี้ ทำเงินได้ขนาดไหน?

หาคำตอบได้ในคลิปนี้

---

❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞

แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน

#หุ้นอเมริกา #หุ้นต่างประเทศ #ลงทุนหุ้น #ลงทุน #ลงทุนเริ่มต้น1ดอลลาร์

🏠 น้ำลด…แต่ยอดซื้ออาจเพิ่งเริ่ม : เจาะ HMPRO–GLOBAL–DOHOME ใครได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูบ้าน?สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และ...
28/09/2026

🏠 น้ำลด…แต่ยอดซื้ออาจเพิ่งเริ่ม : เจาะ HMPRO–GLOBAL–DOHOME ใครได้ประโยชน์จากการฟื้นฟูบ้าน?

สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า ประปา พื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ทำให้ตลาดเริ่มจับตาหุ้นค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านอย่าง HMPRO, GLOBAL และ DOHOME ซึ่งอาจได้รับประโยชน์จากการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังระดับน้ำลดลง

อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจก่อนว่า ช่วงที่น้ำยังท่วมอาจยังไม่ใช่ช่วงที่ยอดขายเพิ่มขึ้นทันที เพราะประชาชนเดินทางลำบาก บางสาขาอาจเข้าถึงยาก และระบบขนส่งอาจล่าช้า ความต้องการซื้อจะเริ่มชัดเจนขึ้นหลังสถานการณ์คลี่คลายและเจ้าของบ้านสามารถประเมินความเสียหายได้แล้ว

สิ่งที่มักเกิดขึ้นหลังน้ำลด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1: ทำความสะอาดและระบายน้ำ

สินค้าที่มีโอกาสขายดี ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง อุปกรณ์ทำความสะอาด น้ำยาฆ่าเชื้อ สายยาง ถังเก็บน้ำ พัดลม และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้ารั่ว

ระยะที่ 2: ซ่อมแซมระบบภายในบ้าน

ความต้องการจะขยับไปยังสายไฟ ปลั๊กไฟ ปั๊มน้ำ ท่อประปา สีทาบ้าน กระเบื้อง ประตู สุขภัณฑ์ ฝ้าและผนัง รวมถึงเครื่องมือช่าง โดยสินค้าหลายรายการมีมูลค่าต่อใบเสร็จสูงกว่าสินค้าทำความสะอาดทั่วไป

ระยะที่ 3: เปลี่ยนของใช้และปรับปรุงบ้าน

เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ห้องครัว ห้องน้ำ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านที่เสียหายจะทยอยถูกเปลี่ยนใหม่ ระยะนี้อาจเกิดช้ากว่า เพราะขึ้นอยู่กับกำลังซื้อ เงินประกัน และมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ

แล้วหุ้นแต่ละบริษัทได้รับประโยชน์ต่างกันอย่างไร?

🔵 HMPRO — เด่นในกลุ่มซ่อมแซมและเครื่องใช้ภายในบ้าน

HMPRO มีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่วัสดุซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้า ห้องน้ำ ห้องครัว ไปจนถึงบริการติดตั้งและช่าง จึงมีโอกาสได้ประโยชน์ในช่วงที่ผู้บริโภคเริ่มกลับเข้าบ้านและต้องการซ่อมแซมแบบครบวงจร

จุดแข็งคือฐานลูกค้าครัวเรือน แบรนด์แข็งแรง สินค้าที่มีอัตรากำไรสูง และเครือข่ายรวมประมาณ 134 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/69 ทำให้รองรับความต้องการได้ค่อนข้างทั่วถึง

ผลประกอบการ Q2/69 เริ่มฟื้น รายได้รวม 18,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% Y-Y และกำไรสุทธิ 1,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% Y-Y แม้กำไรครึ่งปีแรกยังลดลง 3.5% สะท้อนว่ากำลังซื้อโดยรวมยังไม่แข็งแรงเต็มที่

ดังนั้น หากความต้องการซ่อมบ้านเกิดขึ้นจริง HMPRO จะได้ประโยชน์เด่นจากเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าตกแต่ง และบริการติดตั้ง ซึ่งมีโอกาสสร้างกำไรต่อยอดขายได้ดีกว่าวัสดุก่อสร้างพื้นฐาน

🟠 GLOBAL — ครบทั้งวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้าน

GLOBAL มีสินค้าครอบคลุมตั้งแต่เหล็ก ปูน หลังคา สี กระเบื้อง ประตู อุปกรณ์ไฟฟ้า ประปา สุขภัณฑ์ ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน จึงได้ประโยชน์ตั้งแต่ขั้นซ่อมแซมโครงสร้างไปจนถึงการตกแต่งใหม่

บริษัทมีเครือข่ายประมาณ 101 สาขา ณ สิ้น Q2/69 โดยกระจายอยู่ตามจังหวัดต่าง ๆ จึงมีโอกาสได้ประโยชน์มากขึ้นหากน้ำท่วมครอบคลุมหลายพื้นที่นอกกรุงเทพฯ

งบ Q2/69 มีกำไรสุทธิ 947 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.5% Y-Y แม้รายได้ลดลงเล็กน้อย 0.2% สะท้อนว่าการเติบโตของกำไรในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการบริหารอัตรากำไรและต้นทุนที่ดีขึ้นมากกว่าการเติบโตของยอดขาย

จุดที่ต้องติดตามคือ หากยอดขายวัสดุซ่อมแซมเพิ่มขึ้นพร้อมกับรักษาอัตรากำไรได้ GLOBAL จะมีโอกาสเกิด Operating Leverage และทำให้กำไรเพิ่มเร็วกว่ารายได้

🟡 DOHOME — ได้แรงส่งจากวัสดุก่อสร้างและลูกค้าช่าง

DOHOME มีฐานสินค้าวัสดุก่อสร้างค่อนข้างสูง ทั้งเหล็ก ปูน ระบบไฟฟ้า ประปา หลังคา สี และอุปกรณ์ช่าง จึงมีความอ่อนไหวโดยตรงต่อการซ่อมแซมบ้าน อาคาร ร้านค้า และโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็ก

นอกจากลูกค้ารายย่อยแล้ว DOHOME ยังมีฐานลูกค้าช่าง ผู้รับเหมา และร้านค้าช่วงต่อ ทำให้มีโอกาสได้ประโยชน์จากคำสั่งซื้อปริมาณมากในช่วงฟื้นฟู

ผลประกอบการ Q2/69 แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม รายได้รวม 7,849 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% Y-Y และกำไรสุทธิ 305 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 94.3% โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 18.0% เป็น 19.8% บริษัทมีสาขาขนาดใหญ่ 27 แห่ง และ Dohome ToGo 29 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส

DOHOME จึงอาจตอบสนองต่อธีมฟื้นฟูบ้านได้แรงกว่ากลุ่ม แต่ก็มีความผันผวนสูงกว่า เพราะกำไรอ่อนไหวต่อราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็ก สัดส่วนสินค้าที่ขาย และค่าใช้จ่ายจากการเปิดสาขาใหม่

📌 ถ้าจะแยกจุดเด่นของแต่ละตัวแบบเข้าใจง่าย

HMPRO: เด่นด้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งบ้าน และบริการติดตั้ง เหมาะกับช่วงกลับเข้าอยู่อาศัย

GLOBAL: สินค้าครบตั้งแต่วัสดุก่อสร้างถึงของแต่งบ้าน และมีเครือข่ายต่างจังหวัดจำนวนมาก

DOHOME: สัดส่วนวัสดุก่อสร้างสูงและมีฐานลูกค้าช่าง–ผู้รับเหมา จึงอ่อนไหวต่อปริมาณงานซ่อมแซมมากที่สุด

⚠️ ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องรู้

ความต้องการซื้อจะเกิดหลังน้ำลด ไม่ใช่ทันทีระหว่างน้ำท่วม

หากสาขาหรือคลังสินค้าอยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบ บริษัทอาจมีต้นทุนและเสียโอกาสขาย

กำลังซื้อครัวเรือนยังเปราะบาง ทำให้ประชาชนอาจเลือกซ่อมเฉพาะส่วนจำเป็น

ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องทำให้กำไรเพิ่มในสัดส่วนเดียวกัน หากสินค้าที่ขายดีเป็นวัสดุพื้นฐานที่มีอัตรากำไรต่ำ

หากราคาหุ้นขึ้นแรงก่อนเห็นยอดขายจริง อาจเป็นเพียงการเก็งกำไรจากข่าวน้ำท่วม

สรุป: น้ำท่วมเป็นผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจในช่วงแรก แต่หลังน้ำลดจะเกิดความต้องการซ่อมแซมและเปลี่ยนสินค้า ซึ่งเป็นบวกต่อ HMPRO, GLOBAL และ DOHOME โดย DOHOME–GLOBAL มีความเชื่อมโยงกับวัสดุก่อสร้างมากกว่า ส่วน HMPRO เด่นในช่วงเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า ตกแต่ง และกลับเข้าอยู่อาศัย

สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่ดูแค่ว่า “น้ำท่วมแล้วหุ้นไหนได้ประโยชน์” แต่ต้องติดตามต่อว่า พื้นที่เสียหายกว้างเพียงใด สาขาของบริษัทได้รับผลกระทบหรือไม่ และยอดขายสาขาเดิมหลังน้ำลดฟื้นขึ้นจริงแค่ไหน

❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞
แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน

28/09/2026

ประกาศแจ้งงด
รายการ Money Explorer วันนี้ 1 วัน
สืบเนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้น ทางรายการขอร่วมส่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกท่าน ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดีครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามและขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้

27/09/2026

พรุ่งนี้ 28 ก.ย. ตลาดเปิดตามปกติ ✅
ตลท. ออกแถลง SET, mai และ TFEX ซื้อขายได้ตามเวลาปกติ 📈

ส่วนใครที่กำลังเจอสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ Liberator ขอส่งความห่วงใย และขอให้ทุกคนปลอดภัยนะครับ 🙏

สำหรับท่านที่ยืนยันรับสิทธิจองซื้อหุ้น TIPAK วันนี้จะมีการตัดเงินค่าจองซื้อหุ้น IPO รอบที่ 1 กรุณาเตรียมเงินไว้ในบัญชี C...
25/09/2026

สำหรับท่านที่ยืนยันรับสิทธิจองซื้อหุ้น TIPAK
วันนี้จะมีการตัดเงินค่าจองซื้อหุ้น IPO รอบที่ 1

กรุณาเตรียมเงินไว้ในบัญชี Cash Balance ให้พร้อมก่อน 09:00 น. วันนี้

หมายเหตุ: บริษัทฯ จะตัดเงินวันละ 1 รอบ เวลา 09:00 น. รวม 3 รอบ คือวันที่ 25, 28 และ 29 กันยายน 2569 กรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถตัดเงินในบัญชีของท่านได้สำเร็จในรอบนี้ บริษัทฯ จะทำการตัดเงินอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09:00 น.

โดยท่านยังคงต้องเตรียมเงินให้พร้อมในบัญชี Cash Balance ก่อนเวลาดังกล่าว หากไม่สามารถตัดเงินได้สำเร็จครบทั้ง 3 รอบ จะถือว่าท่านสละสิทธิในการจองซื้อหุ้น

สิทธิ์การจัดสรรหุ้น IPO เป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด และการตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
ข้อมูลอ้างอิง หมายเหตุ และรายละเอียดการจองหุ้น IPO ทั้งหมดคลิกที่นี่:
https://f.mtr.cool/8coatefu24

หากเพื่อน ๆ มีข้อสงสัย ๆ สามารถสอบถามพวกเราได้เลยนะ
Tel: 02-760-6999 หรือ Line:
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

Liberator ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง
ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0151-01 และ ส1-0151-01

การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

หุ้นถูกคืออะไร?ถ้าคำตอบคือ “ราคาถูกกว่าเมื่อวาน”คุณคือคนที่ต้องอ่านโพสต์นี้ด่วนที่สุด! | Liberatorหุ้นจาก 100 บาท ลงเหลื...
24/09/2026

หุ้นถูกคืออะไร?
ถ้าคำตอบคือ “ราคาถูกกว่าเมื่อวาน”
คุณคือคนที่ต้องอ่านโพสต์นี้ด่วนที่สุด! | Liberator

หุ้นจาก 100 บาท ลงเหลือ 70 บาท
ถูกหรือยัง?

คำตอบคือ...
ยังตอบไม่ได้
เพราะ “ราคาลง” กับ “หุ้นถูก” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
. .

[ 1. ] หุ้นถูก ไม่ได้ดูจากราคาต่อหุ้น

หุ้น 5 บาท
อาจแพงกว่าหุ้น 500 บาทก็ได้

สิ่งที่ต้องดูคือ
เราจ่ายเงินเท่าไร เทียบกับสิ่งที่บริษัทสร้างได้

เช่น
บริษัท A ราคา 10 บาท กำไรต่อหุ้น 0.20 บาท
P/E = 50 เท่า

บริษัท B ราคา 100 บาท กำไรต่อหุ้น 10 บาท
P/E = 10 เท่า

แม้ B จะมีราคาหุ้นสูงกว่า 10 เท่า
แต่เมื่อเทียบกับกำไร กลับถูกกว่า A มาก
ดังนั้น “หุ้นราคาต่ำ” ไม่ได้แปลว่า “หุ้นถูก”
. .

[ 2. ] P/E ต่ำ ก็ไม่ได้แปลว่าถูกเสมอ

P/E 10 เท่า ดูถูกกว่า P/E 30 เท่า
แต่ถ้าบริษัท P/E 10 เท่า กำไรกำลังลดลงแรง

ขณะที่บริษัท P/E 30 เท่า กำไรยังโตต่อเนื่อง
ตัวเลข P/E อย่างเดียวก็ยังตัดสินไม่ได้

เพราะตลาดไม่ได้ซื้อแค่กำไรวันนี้
แต่ซื้อ “กำไรในอนาคต” ด้วย
. .

[ 3. ] หุ้นตก 50% อาจยังแพงอยู่

หุ้นจาก 100 บาท เหลือ 50 บาท

หลายคนจะคิดว่า
“ลดครึ่งราคาแล้ว”
แต่ถ้าระหว่างนั้น

กำไรหาย 70%
หนี้เพิ่ม
กระแสเงินสดแย่
ส่วนแบ่งตลาดลด

มูลค่าของธุรกิจก็อาจลดลงมากกว่าราคาหุ้น

นี่คือสิ่งที่ต้องแยกให้ออก
Price Down = ราคาลง
Value Down = มูลค่าธุรกิจลดลง
หุ้นตกไม่ได้แปลว่าเป็นของลดราคาเสมอไป
. .

[ 4. ] แล้วหุ้นถูกจริงดูอะไร?

ต้องกลับมาดูว่า
ธุรกิจนี้สร้างกำไรได้แค่ไหน
กำไรมีโอกาสโตไหม
กระแสเงินสดเป็นอย่างไร
หนี้สูงหรือไม่

และบริษัทจะยังแข็งแรงในอีก 5–10 ปีหรือเปล่า

จากนั้นค่อยประเมินว่า
ราคาที่ตลาดให้วันนี้ ต่ำกว่ามูลค่าของธุรกิจมากพอหรือยัง
นี่คือแนวคิดของ Intrinsic Value
. .

[ 5. ] ต้องมี “ส่วนเผื่อให้เราคิดผิด”

สมมติเราประเมินว่าหุ้นหนึ่งมีมูลค่า 100 บาท
ถ้าราคาตลาดอยู่ 98 บาท

แม้จะต่ำกว่ามูลค่า แต่เผื่อความผิดพลาดน้อยมาก
แต่ถ้าราคาอยู่ 70 บาท

เราจะมีพื้นที่รับความผิดพลาดมากขึ้น
แนวคิดนี้เรียกว่า
Margin of Safety
เพราะไม่มีใครประเมินอนาคตได้แม่น 100%
. .

ดังนั้น ครั้งหน้าที่เห็นหุ้นตกแรง

อย่าเพิ่งถามว่า
“ลงมาเยอะแล้ว ซื้อได้หรือยัง?”

ให้ถามใหม่ว่า
“ธุรกิจนี้มีมูลค่าเท่าไร และราคาวันนี้ต่ำกว่ามูลค่านั้นมากพอหรือยัง?”
เพราะสุดท้ายแล้ว

หุ้นลง ≠ หุ้นถูก

หุ้นจะถูก
ก็ต่อเมื่อ...
ราคาที่เราจ่าย ต่ำกว่ามูลค่าที่เราได้รับ

----

❝ ปลดล็อกศักยภาพทางการเงินให้คุณ ❞

แพลตฟอร์มการลงทุน
ที่พร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีอิสระทางการเงิน

ที่อยู่

สามย่านมิตรทาวน์
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 17:00
อังคาร 08:30 - 17:00
พุธ 08:30 - 17:00
พฤหัสบดี 08:30 - 17:00
ศุกร์ 08:30 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620287441

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Liberator Securities โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์