29/11/2025
“ยารักษาโรคเดียวกัน ทำไมคุณภาพไม่เท่ากัน
และราคาไม่เท่ากัน?”
🍀 เพราะ ‘ยา’ ไม่ได้มีแค่ตัวยา
แต่มีหลายชั้นเหมือนเค้ก
ยาที่หน้าตาเหมือนกัน แต่คุณภาพต่างกันได้
เพราะมันมีองค์ประกอบซ่อนอยู่
1) วัตถุดิบ (Active Ingredient) –
เหมือนใช้แป้งเค้กคนละเกรด
วัตถุดิบเกรดสูง → สะอาดกว่า, บริสุทธิ์กว่า,
ออกฤทธิ์เสถียรกว่า
วัตถุดิบเกรดต่ำ → ออกฤทธิ์ไม่นิ่ง
ผลลัพธ์ขึ้น ๆ ลง ๆ
👉 ต้นทุนวัตถุดิบต่างกัน ราคายาก็เลยต่างตาม
2) เทคโนโลยีการผลิต – ใครครัวดี
ก็คุมคุณภาพได้ดีกว่า
โรงงานที่มีเทคโนโลยีสูง
ควบคุมปริมาณตัวยาได้แม่น
ทำให้ยาออกฤทธิ์คงที่
ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง
โรงงานเกรดธรรมดา → ทำได้ แต่ไม่เนี๊ยบเท่า
เหมือนทำขนมในครัวบ้าน กับครัวระดับโรงแรม 5 ดาว
3) การวิจัย (R&D) – ของแพงเพราะต้องจ่ายค่าความรู้
บริษัทที่ทำยา original ลงทุนวิจัยมหาศาลหลายปี
ต้องทดสอบความปลอดภัย
ต้องวิจัยประสิทธิภาพ
ต้องทำ Clinical Trial หลายขั้น
ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพในหลายประเทศ
ต้นทุนทั้งหมดนี้ถูกบวกอยู่ในราคายา
ส่วนยาที่ราคาถูกกว่า (generic)
→ ไม่ต้องทำวิจัยใหม่ แค่ใช้สูตรที่หมดสิทธิบัตรแล้วมาผลิต
จึงต้นทุนต่ำกว่า แต่บางทีคุณภาพก็อาจแตกต่างกันตามโรงงาน
4) สิทธิบัตรยา – เหมือนสินค้าที่มีลิขสิทธิ์
เฉพาะราย
ยาใหม่ที่ยังอยู่ในสิทธิบัตร
→ มีแค่บริษัทเดียวผลิตได้ ราคาจึงสูง
พอยาหมดสิทธิบัตร
→ หลายเจ้าเข้ามาผลิต ราคาตลาดลดลงทันที
5 มาตรฐานโรงงาน – โรงงานระดับโลก VS โรงงานทั่วไป
โรงงานที่ผ่านมาตรฐานระดับสากล เช่น
GMP (ดีระดับพื้นฐาน)
PIC/S GMP
EU GMP
FDA standard
ยิ่งมาตรฐานสูง → ยิ่งต้องลงทุนมาก → ราคาสูงขึ้นตาม
แต่ผลลัพธ์คือ คุณภาพยาเสถียรกว่า ปลอดภัยกว่า
#ประกันสุขภาพ
ทําให้คุณมีสิทธิ์เลือกทั้งห้องพักที่รักษา
และยาที่ทานครับ