26/08/2026
มีประชุม 9 โมง เปิดคอมตอน 8:59 น. กำลังรีบ ๆ แต่ ‘Okta’ ดันบอกให้รีเซ็ตรหัสผ่านอีกแล้ว
วันนี้แอดมินจะมาชวนคุยเรื่องของ Okta แพลตฟอร์มที่ชาวออฟฟิศหลายคนคุ้นหน้ากันดี ยิ่งกำลังรีบ ๆ ทำงานทีไร ต้องติดให้รีเซ็ตรหัสผ่านทู้กกกกกที จริง ๆ แล้ว Okta กำลังตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขันนะครับ
Okta คือ บริษัทที่ทำเรื่องการจัดการยืนยันตัวตน และการเข้าถึงระบบ หรือที่เรียกว่า Identity & Access Management (IAM)
ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ Okta ก็เหมือนเป็นพี่ รปภ. หน้าตึกที่คอยสแกนคนที่ผ่านเข้ามาในระบบว่าคนนี้เป็นใคร ต้องแลกบัตรเข้าไหม หรือเป็นบุคคลต้องสงสัย ไม่ให้เข้าดีนะ
แทนที่แต่ละแอปจะต้องมาคอยจับตาคนที่ผ่านเข้ามาเอง ก็ใช้ Okta เข้ามาช่วยเป็นด่านกลางจัดการเรื่องนี้ให้ เช่น พนักงานล็อกอินเข้าระบบบริษัทครั้งเดียว แล้วสามารถเข้าถึงแอปที่ตัวเองมีสิทธิ์ใช้ได้ทั้งหมด หรือถ้าพนักงานลาออก บริษัทก็สามารถจัดการสิทธิ์การเข้าถึงระบบต่าง ๆ ได้จากส่วนกลางรวดเดียวเลย
🔐 แล้ว Okta หาเงินจากอะไร ?
ธุรกิจหลัก ๆ แบ่งได้เป็น 2 ฝั่งครับ
1. Workforce Identity เกี่ยวกับพนักงานในองค์กรอย่างเรา ๆ โดยตรงครับ ตั้งแต่การ Login, Single Sign-On (SSO), Multi-Factor Authentication (MFA) ไปจนถึงการจัดการสิทธิ์เข้าถึงระบบต่าง ๆ
ลองนึกภาพบริษัทหนึ่งมีพนักงาน 5,000 คน ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเข้าได้ทุกระบบ
ฝ่ายบัญชีอาจต้องเข้าระบบการเงิน
ฝ่ายการตลาดต้องเข้า CRM
ฝ่าย IT ต้องเข้าระบบหลังบ้าน
ส่วนน้องฝึกงานเข้าระบบแค่ไม่กี่ตัวก็เป็นอันใช้ได้
2. Customer Identity อีกฝั่งจะให้บริการลูกค้าบริษัท เช่น เวลาเราเข้าแอป หรือเว็บไซต์ของบริการต่าง ๆ แล้วต้องสมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ ยืนยันตัวตน รีเซ็ตรหัสผ่านใหม่
ระบบเบื้องหลังเหล่านี้มี Okta นี่แหละเป็นคนช่วยแอปหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ อีกที
🔐 ทำไมเรื่องตัวตนถึงสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ?
โลกการทำงานทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่คอมบริษัท 1 เครื่อง โปรแกรม 3 ตัวอีกแล้ว อย่างที่ทุกคนรู้ว่าเราใช้เทคโนโลยี และแอปพลิเคชันกันเยอะขึ้นมาก
องค์กรเดียวอาจใช้ Cloud Services เป็นสิบ ๆ ตัว พนักงานทำงานจากหลายสถานที่ ทั้งพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ พาร์ตเนอร์ และคนนอกองค์กร
ยิ่งระบบเยอะ จุดที่ต้องควบคุมการเข้าถึงก็ยิ่งเยอะ และในโลกที่ข้อมูลสำคัญของบริษัทอยู่บน Cloud มากขึ้น Okta ต้องคอยสแกนว่า คนที่กำลังจะเข้าระบบ เป็นคนที่ควรเข้าจริง ๆ หรือเปล่า
เพราะงั้นแม้ว่าเราจะเจอ Okta บ่อยมากเป็นพิเศษเวลารีบ ๆ ทำงานหรือประชุม แต่ Okta ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ช่วยเรื่องล็อกอินเท่านั้น แต่แตะเรื่องใหญ่อย่างความปลอดภัยระบบ และการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลขององค์กรด้วย
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง คือ Okta มียอดขายผ่าน AWS Marketplace แตะ 1,000 ล้านดอลลาร์ แปลว่าบริษัทกำลังเกาะกระแสการเติบโตไปกับ Cloud ด้วยครับ
🔐 โอกาสใหม่ คือ AI
เมื่อก่อน Okta อาจจะมีหน้าที่ดูแค่ว่า “ใคร” ควรเข้าระบบอะไรได้บ้าง อย่างที่เราคุยกันไปครับ แต่ยุคนี้ เรามี AI และนี่คือโอกาสใหม่
ในอนาคต คนที่เข้าใช้งานระบบของบริษัทอาจไม่ได้มีแค่คนอีกต่อไป แต่ยังมี AI Agent ที่สามารถเข้าไปอ่านข้อมูล ตัดสินใจ และทำงานแทนมนุษย์ได้ด้วย
ยิ่งองค์กรนำ AI มาใช้งานมากขึ้น ก็ยิ่งต้องมีระบบที่สามารถยืนยันตัวตน กำหนดสิทธิ์ และควบคุมการเข้าถึงของทั้งคนและ AI
หนึ่งในสิ่งที่ Okta กำลังเดินหน้า คือ Auth0 for GenAI ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการเรื่องการยืนยันตัวตนในโลกของ AI โดยเฉพาะเลยครับ
🔐 เติบโตธรรมดา ๆ แต่กำไรหวือหวา ?
คราวนี้เรามาพูดถึงเรื่องตัวเลขกันสักหน่อยครับ Okta ในอดีตถูกมองเป็นบริษัท SaaS ที่เติบโตสูง แต่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นจุดที่โตช้าลงแต่กำไรมากขึ้น
ตัวเลขในปี 2025 บอกว่า Okta มีรายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 2.89 พันล้านดอลลาร์ และในปี 2035 คาดว่าจะโตไปอยู่ที่ 6.19 พันล้านดอลลาร์
การเติบโตของรายได้ดูเผิน ๆ อาจจะไม่หวือหวา แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน คาดว่า กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) จะขยับจาก 3.17 ดอลลาร์ในปี 2025 ไปถึง 11.41 ดอลลาร์ในปี 2035 เท่ากับว่า รายได้โต 2 เท่า แต่กำไรต่อหุ้นอาจโตเกือบ 4 เท่า
แล้ว Okta มีคู่แข่งที่ดุดันไม่เกรงใจใครหรือเปล่า ? อาจจะมีหลายเจ้า แต่คนสำคัญ ขอผายมือไปทาง Microsoft ครับ
เพราะ Microsoft มีทั้งระบบ Identity และ Security ของตัวเอง แล้วยังเอาบริการพวกนี้ไปใช้รวมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่องค์กรใช้อยู่แล้วได้ด้วย
สมมุติถ้าเราเป็นบริษัทที่ใช้ Microsoft อยู่แล้วทั้ง Microsoft 365, Azure และระบบ Security ต่าง ๆ แล้วทำไมเราต้องจ่ายเพิ่มเพื่อ Okta ด้วย นี่คือโจทย์ใหญ่ครับ
Okta กำลังจะประกาศงบวันพุธนี้ (26 ส.ค. 69) หลังตลาดปิด ลองมาดูกันครับว่าตัวเลขไหนจะโดดเด่นบ้าง แล้วบริษัทจะยังแข่งขันได้ดีในตลาดของตัวเองอยู่หรือเปล่า
ที่มา Okta, Yahoo Finance
ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น โดยไม่ถือว่าเป็นการให้คำแนะนำด้านการลงทุน บทวิเคราะห์ หรือการเสนอขายแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
════════════════════
#เพราะการเงินเป็นเรื่องของทุกคน
════════════════════
Dime! เปลี่ยนเรื่องเงินให้เป็นเรื่องสนุก เพื่อความสุขอย่างเท่าเทียมของทุกคน
บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime! ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง กำกับโดยสำนักงาน ก.ล.ต. ใบอนุญาตเลขที่ ลก-0007-02