SQM - สินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจและกิจการ

SQM - สินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจและกิจการ ทางเราได้เปิดดำเนินการ บริการด้าน?

Short Quick Money เป็นบริษัทเงินทุน สำหรับเจ้าของกิจการผู้ประกอบการ โรงงาน บริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด รีสอร์ท โรงแรม
หากท่านกำลังประสบปัญหาเหล่านี้
หาเงินทุนเพื่อต่อยอดธุรกิจ
ต้องการเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต
โดนเลื่อนเช็ค เช็คออกไม่ทันกำหนด
รอเช็คเคลียริ่ง
รอดิวเก็บเงินจากคู่ค้า
ขาดสภาพคล่องในการดำเนินกิจการ
ต้องการเงินทุนแบบฉุกเฉิน
ต้องการเงินทุนไว้สำรองในธุรกิจ
และกำลังมองหา "แหล่งเงินทุน" เราพร้อมให้บริการแก่ท่านด้วยความเต็มใจ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับท่านในการดำเนินธุรกิจ
เราพร้อมเป็นแหล่งเงินทุนให้แก่ท่าน อนุมัติเงินทุน สูงสุดถึง 5 ล้านบาท
อนุมัติไว เอกสารไม่ยุ่งยาก วงเงินสูง ที่สำคัญ ไม่เช็คเครดิตบูโร ติดแบลคลิส ก็กู้ได้
จากประสบการณ์ในการดำเนินงานของบริษัท ที่ผ่านมา มากกว่า 10 ปี เรามีลูกค้าที่ใช้บริการของเราอยู่มากกว่า 100 กิจการ
เรามีทีมงานคุณภาพที่มากประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ท่านด้วยความจริงใจ
*ให้บริการในเขต กรุงเทพฯ ปริมณฑล สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา ชลบุรี ระยอง*
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ติดต่อเบอร์ : 084 264 3464

 #เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกิจการของคุณ✅ สำหรับ เจ้าของธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน  ✅ จดทะเบียน 6 เดือนขึ้นไป✅ ไม่ต้องค้ำปร...
07/11/2021

#เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกิจการของคุณ
✅ สำหรับ เจ้าของธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน
✅ จดทะเบียน 6 เดือนขึ้นไป
✅ ไม่ต้องค้ำประกัน ดอกเบี้ยถูกใจ

สอบถามเพิ่มเติม💬
📱โทร 084-264-3464 หรือ INBOX.
Line: https://lin.ee/2UL5g2J6v
#เจ้าของกิจการ #เจ้าของโรงงาน #ธุรกิจขนาดกลาง #ธุรกิจขนาดใหญ่

 #เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกิจการของคุณ✅ สำหรับ เจ้าของธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน  ✅ จดทะเบียน 6 เดือนขึ้นไป✅ ไม่ต้องค้ำปร...
06/11/2021

#เพิ่มเงินทุนหมุนเวียนให้กับกิจการของคุณ
✅ สำหรับ เจ้าของธุรกิจ ห้างร้าน โรงงาน
✅ จดทะเบียน 6 เดือนขึ้นไป
✅ ไม่ต้องค้ำประกัน ดอกเบี้ยถูกใจ

สอบถามเพิ่มเติม💬
📱โทร 084-264-3464 หรือ INBOX.
#เจ้าของกิจการ #เจ้าของโรงงาน #ธุรกิจขนาดกลาง #ธุรกิจขนาดใหญ่

05/11/2021

UPDATE: เป็นแค่ ‘ปั๊มน้ำมัน’ ทำไม! OR คิดการใหญ่ วางแผนยกระดับขึ้นเป็น ‘ห้างสรรพสินค้า’ มีตั้งแต่ร้านอาหารออร์แกนิก ฟิตเนส ไปจนถึงศูนย์ซ่อมรถ EV
OR บริษัทรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและการค้าปลีก คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเป็น 2 เท่าภายในปี 2568 จากการเปลี่ยนแค่เป็นธุรกิจปั๊มน้ำมัน มาเป็นธุรกิจร้านค้า ร้านกาแฟ ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ผ่อนคลายจากการขับรถบนท้องถนน นอกจากนั้นยังเป็นสถานีสำหรับชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย
จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าวกับสำนักข่าว Nikkei Asia ว่า “OR ได้ทำการวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าคนขับและผู้โดยสารใช้เวลาประมาณ 4 นาทีในการเติมน้ำมัน แต่ยังใช้เวลาอีก 15-20 นาทีในส่วนอื่นๆ อย่างร้านค้า ร้านกาแฟ และห้องน้ำของสถานีอีกด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่เรามองเห็นโอกาสในการสร้างผลกำไร ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปในประเทศไทย”
นอกจากนั้นยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “เรากำลังทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยใช้งบประมาณจำนวน 7.46 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว และคาดว่าจะเปิดเผยแผนต่างๆ ในเร็วๆ นี้”
ในปี 2563 OR มีรายได้รวมถึง 4.28 แสนล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 8.8 พันล้านบาท หรือประมาณ 2% ของรายได้ อย่างไรก็ตาม ในปีอีก 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2568 คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า คือเป็นประมาณ 1.6-2 หมื่นล้านบาท และในปัจจุบัน OR มีการตั้งสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ไว้ทั้งหมด 15% ของเงินลงทุนทั้งหมด
โดย OR จะเอาร้านค้าและบริการที่ผู้บริโภคมักไม่ค่อยพบในร้านสะดวกซื้อและร้านค้าริมถนน ที่ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับปั๊มน้ำมัน โดยร้านค้าที่ OR จะเอามาคือร้านอาหารอย่าง ผักออร์แกนิก อาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ รวมถึงร้านอาหารแบรนด์ดังๆ ที่ ขายสลัด แซนด์วิช ไก่ทอด และสเต๊ก เป็นต้น
OR จะลงทุนเพื่อสร้าง ‘ระบบนิเวศสำหรับการขับขี่รถ’ ที่ทั้งมีร้านซ่อมและดูแลรถยนต์ของ OR เองอย่าง Fix Auto ซึ่งในอนาคตจะมีบริการซ่อมรถยนต์ EV อีกด้วย นอกจากนั้นยังมีแผนที่จะเพิ่มฟิตเนสขนาดเล็ก และบริการสันทนาการอื่นๆ ด้วย
“เราไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับเติมน้ำมันหรือชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่เรากำลังพยายามเป็นผู้ให้บริการที่ตอบสนองความต้องการทั้งหมดของผู้ขับขี่รถยนต์” จิราพรกล่าว
OR เป็นบริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดปั๊มน้ำมันมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 37% ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ เอสโซ่ (ประเทศไทย) มีส่วนแบ่งตลาดที่ 10.7% และบางจาก คอร์ปอเรชั่น มีส่วนแบ่งตลาดที่ 10.1% (อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน) โดย OR กำลังตั้งใจที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดไว้ โดยค่อยๆ เปลี่ยนให้สถานีของ OR หลายพันแห่งกลายเป็นจุดรวมตัว ที่เชิญชวนให้คนขับและผู้โดยสารออกจากรถไปหาอะไรกิน ดื่ม หรือแม้แต่ซื้อของใช้อย่าง ยาหยอดตา และครีมกันแดด
OR ขยายสถานีโดยเน้นขยายไปตามทางหลวงต่างๆ ที่นำไปสู่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในประเทศ และบริษัทจะพยายามดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาภายใน ด้วยศูนย์อาหารที่มีผู้เช่าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ร้านติ่มซำไปจนถึงร้านชานมไข่มุกไต้หวัน นอกจากนั้นร้านค้าริมถนนก็จะมีการขายอาหารที่มีรสชาติท้องถิ่น โดย OR จะเช่าพื้นที่ให้กับวิสาหกิจชุมชนขนาดเล็ก และเหล่าเกษตรกรให้มาเปิดร้าน
และเมื่อเร็วๆ นี้ OR ได้มีการจับมือ Flash Express สตาร์ทอัพด้านเดลิเวอรี และเป็นยูนิคอร์นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นก้าวแรกสู่การสร้างจุดรับ-ส่งในปั๊มน้ำมัน
นอกจากนั้นบริษัทกำลังดำเนินการในด้านอื่นๆ โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ได้เข้าซื้อหุ้น 25% ใน ISGC ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียมอย่าง Kouen ด้วยมูลค่า 192 ล้านบาท การลงทุนครั้งนี้เพื่อเป็นการกระจายประเภทของร้านอาหารให้มีความหลากหลายมากขึ้นในสถานี OR
และการที่ทางหลวงของประเทศไทยมีการสร้างและขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ มีทางเลือกมากขึ้นในการใช้เวลาพักผ่อน และสามารถหยุดพัก หาอะไรกินในระหว่างขับรถ หรือในอนาคตอาจจะเข้ามาออกกำลังกาย และผ่อนคลายในฟิตเนสได้
การเปลี่ยนแปลงนี้ของ OR ถือเป็นการคิดการใหญ่ และมองว่าตัวเองกำลังจะแข่งขันกับบริษัทอย่าง ห้างสรรพสินค้า จากการเปลี่ยนปั๊มน้ำมันให้เป็นศูนย์การค้าที่เข้าถึงได้ง่าย โดย “ปั๊มน้ำมันมักจะอยู่ในทำเลที่ดี ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงร้านค้าของเราหลายพันแห่งได้ในระหว่างขับรถ และพวกเขายังสามารถซื้อของ และเข้าใช้บริการต่างๆ โดยที่ไม่ต้องไปถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ในย่านที่พลุกพล่านรถติดอีกด้วย” จิราพรกล่าว
“นี่คือสิ่งที่เราเห็นเป็นโอกาสใหม่ของเรา จากการพัฒนาธุรกิจที่นอกเหนือจากการจำหน่ายน้ำมัน” ซึ่งการดึงดูดลูกค้าที่ไม่ต้องการเข้าไปในย่านห้างสรรพสินค้าที่พลุกพล่าน OR จะมีทั้งร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า สมาร์ทโฟน แฟชั่น และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ
นอกจากนั้น บริษัทยังได้ขยายสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทซีพี ออลล์ ที่ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ในประเทศไทย โดยขยายไปอีก 10 ปี รวมถึงยังได้ร่วมมือกับบริษัทอาหารและเครื่องดื่ม อย่างร้านกาแฟชื่อดัง Cafe Amazon ที่มีร้านค้าอยู่ทั่วประเทศอีกด้วย โดยปัจจุบัน Cafe Amazon มีอยู่ 3,492 สาขา ซึ่ง OR ตั้งเป้าจะขยายให้เป็น 5,200 สาขาในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงจะเพิ่มสาขาในต่างประเทศอีก 3 เท่า เป็น 1,000 สาขา ภายในปี 2568 อีกด้วย
จิราพรกล่าวว่า OR ตั้งใจที่จะตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ และกำลังเจรจากับผู้ผลิตยา และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ เพื่อวางขายวิตามินและอาหารเสริม สกินแคร์ต่างๆ รวมถึงฟิตเนสขนาดเล็กในสถานีอีกด้วย
OR จะลงทุนประมาณ 22% เพื่อขยายสถานีไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะใน กัมพูชา, สปป.ลาว, เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงที่อื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในขณะนี้ OR ดำเนินธุรกิจเชื้อเพลิงเครื่องบินอยู่ในประเทศกัมพูชา และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นสำหรับอุตสาหกรรมในประเทศจีน รวมถึงมีร้าน Cafe Amazon และปั๊มนำมันในประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
และจะลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปั๊มน้ำมัน และสถานที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยสัดส่วนเงินลงทุน 34% ของงบทั้งหมด “เราไม่ได้เพิกเฉยต่อแนวโน้ม EV ที่เข้ามา และเราเชื่อว่าอีกไม่นานประเทศไทยจะมีการใช้รถยนต์ EV ทั้งหมดอย่างแน่นอน”
จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก พบว่า ประเทศไทยในปี 2563 มีรถยนต์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายไปแล้ว 1,056 คัน คิดเป็น 0.13% ของรถยนต์จดทะเบียนทั้งหมด 792,146 คันในประเทศ ซึ่งเป้าหมายของรัฐบาลคือ การมีรถยนต์ไฟฟ้าให้ถึง 725,000 คัน บนท้องถนนภายในปี 2573 หรืออีกประมาณ 9 ปีข้างหน้า
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ฐานลูกค้าเดิมของ OR ก็ยังคงเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันอยู่ เป็นจำนวนมากกว่า 700,000 คันของประเทศ และรถจักรยานยนต์อีก 21.4 ล้านคัน
บริษัทวางแผนที่จะเพิ่มจำนวนสถานีบริการน้ำมันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพราะคาดว่าความต้องการน้ำมันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เพราะต้องการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อย่างสถานีบริการน้ำมันที่สามารถแปลงเป็นสถานีสำหรับชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และบริการจัดส่งสินค้าที่เป็นพันธมิตรกับ Flash Express ได้
OR คาดว่าจะมีสถานีถึง 2,500 แห่งภายในปี 2568 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2,040 แห่งในปัจจุบัน และบริษัทยังมีสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 30 แห่ง แต่จะเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่งภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มขึ้นอีกเป็น 300 แห่งภายในสิ้นปี 2565 ตามข้อมูลของบริษัท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
OR ทุ่ม 192 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น 25% ของบริษัทแม่ร้าน Kouen Sushi Bar ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์บุฟเฟต์เกรดพรีเมียม / https://thestandard.co/or-buy-kouen-sushi-bar-shares/
Café Amazon วางแผนภายในปี 2568 จะต้องมีร้านในต่างประเทศ 1,000 สาขา พร้อมปั้นรายได้รวม 3.4 หมื่นล้านบาท / https://thestandard.co/cafe-amazon-1000-international-branches-within-2568/
Flash Express แท็กมือ OR นำร่องเปิดจุดส่งพัสดุด่วน 71 สาขาใน Café Amazon รองรับการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซ / https://thestandard.co/flash-express-work-with-or-for-parcel-delivery-point/
อ้างอิง:
https://asia.nikkei.com/Editor-s-Picks/Interview/Thailand-oil-company-revises-investments-to-build-out-retail-hubs
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/


—————————————————

ถึงเวลาปฏิรูปประเทศไทย! ฟอรัมแห่งปี THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2021 จัดเต็ม 3 วัน 20 วงเสวนา และกว่า 50 สปีกเกอร์
📌 Early Bird (บัตร 3 วัน) ราคาลดพิเศษ 2,500 บาท เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ - 20 พ.ย. 2564
📌 สามารถใช้ในการรับชมงานย้อนหลังได้ 3 เดือน
ซื้อบัตรและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.thaiticketmajor.com/seminar/the-standard-economic-forum-2021.html
#ปฏิรูปประเทศไทย

24/08/2021

UPDATE: EIC ชี้ส่งออกเดือน ก.ค. เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวจากผลกระทบโควิด แม้ภาพรวมยังขยายตัว 20.3%
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ เผยการส่งออกเดือนกรกฎาคมเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวจากผลของการระบาดโควิดทั่วโลก ที่กระทบต่อทั้งอุปสงค์ของประเทศคู่ค้าและอุปทานจากการปิดโรงงานบางส่วน แม้ในภาพรวมมูลค่าการส่งออกเดือนกรกฎาคมยังขยายตัวได้ 20.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
EIC ระบุว่า การส่งออกสินค้าไทยในเดือนกรกฎาคมยังขยายตัวต่อเนื่องทุกกลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ การส่งออกรถยนต์และส่วนประกอบขยายตัวถึง 39.2%YoY ขยายตัวต่อเนื่อง 8 เดือนติดต่อกัน ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้งขยายตัว 122.8%YoY น้ำมันสำเร็จรูปขยายตัวถึง 70.9%YoY ตามความต้องการใช้พลังงานและราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง การส่งออกเคมีภัณฑ์ขยายตัวที่ 54%YoY
ขณะที่การส่งออกเม็ดพลาสติกขยายตัวดีเช่นเดียวกันที่ 57.8%YoY เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ขยายตัวเพิ่มขึ้น 20.7%YoY จากความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่บ้านในสถานการณ์ของโควิด โดยขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ที่ขยายตัวสูงถึง 31.1%YoY ยางพาราขยายตัวสูงถึง 121.2%YoY
สำหรับการส่งออกรายตลาดพบว่า การส่งออกขยายตัวเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยเฉพาะอินเดียและจีน ยกเว้นเพียงออสเตรเลียที่หดตัว การส่งออกไปอินเดียยังคงขยายตัวในระดับสูงที่ 75.3%YoY ซึ่งเป็นการขยายตัว 6 เดือนต่อเนื่อง การส่งออกไปจีนขยายตัวที่ 41%YoY ซึ่งเป็นการขยายตัว 8 เดือนติดต่อกัน การส่งออกไปตลาดอาเซียน 5 ขยายตัวที่ 26.9%YoY การส่งออกไปญี่ปุ่นขยายตัวที่ 23.3%YoY
มีเพียงการส่งออกไปออสเตรเลียพลิกกลับมาหดตัวที่ -12.3%YoY โดยสินค้าส่งออกหลักที่หดตัว ได้แก่ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ (-6.4%YoY), เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว (-21.9%YoY) และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป (-40.1%YoY)
ด้านมูลค่านำเข้าในเดือนกรกฎาคมขยายตัว 45.9%YoY ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 53.8%YoY เล็กน้อย โดยเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 สอดคล้องกับการส่งออกที่ขยายตัว โดยเป็นการขยายตัวในทุกหมวดนำเข้าสำคัญ ได้แก่ สินค้าเชื้อเพลิง (74.4%YoY) ที่ขยายตัวจากทั้งฐานต่ำและราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงเมื่อเทียบกับปีก่อน, สินค้าทุน (35.4%YoY), สินค้าอุปโภคบริโภค (17%YoY) และยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง (75.4%YoY)
ขณะที่การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวเช่นกันที่ 51.5%YoY แต่หากหักทองคำจะเหลือขยายตัวที่ 50.1%YoY ทั้งนี้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2021 การนำเข้าขยายตัวที่ 28.7%YoY ทำให้ดุลการค้าในช่วง 7 เดือนแรกเกินดุลที่ 2,622.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี การส่งออกเดือนกรกฎาคมเริ่มมีสัญญาณชะลอลง จากผลของการระบาดโควิดทั่วโลก โดยแม้การเติบโตแบบ YoY จะขยายตัวสูงที่ 20.3% จากปัจจัยฐานต่ำ แต่หากเทียบกับเดือนก่อนหน้าแบบหักผลทางฤดูกาล พบว่าจะหดตัวที่ -1.1% ซึ่งเป็นการหดตัวในหลายตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดที่โดนผลกระทบโควิดค่อนข้างมากอย่างตลาดอาเซียน (อาเซียน 5 และ CLMV) รวมไปถึงสหรัฐฯ และยุโรป สะท้อนว่าภาวะการส่งออกของไทยเริ่มได้รับผลกระทบด้านอุปสงค์จากการระบาดรอบล่าสุดแล้ว
.
ขณะเดียวกัน การส่งออกในระยะต่อไปยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านอุปทานที่เริ่มส่งสัญญาณผลกระทบเช่นเดียวกัน สะท้อนจากจำนวนโรงงานที่ต้องปิดตัวชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาจากการติดเชื้อในโรงงานที่ปรับเพิ่มมากขึ้น โดยหากการระบาดในประเทศยังคงรุนแรงและทำให้โรงงานต้องปิดตัวมากหรือนานขึ้น ก็จะเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการผลิตเพื่อส่งออกในระยะต่อไป
นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Disruption) ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยและประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉพาะอาเซียน สะท้อนจากดัชนี Manufacturing PMI ของประเทศกลุ่มดังกล่าวที่ปรับลดลงชัดเจนในช่วงหลัง

ในส่วนของปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ก็ยังเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง โดยล่าสุดทางการจีนต้องสั่งปิดท่าเรือหนิงโป-โจวซานในเซี่ยงไฮ้บางส่วนชั่วคราว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2021 หลังจากที่พบพนักงานติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลตาจำนวน 1 ราย โดยการปิดท่าเรือหนิงโป-โจวซาน ซึ่งเป็นท่าเรือที่มีปริมาณการขนส่งสินค้ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกนั้น ส่งผลให้ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ได้ปรับตัวแย่ลง และทำให้ราคาระวางเรือ (Freight) และระยะเวลาการขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้นเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนชิปได้ส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม อย่างเช่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ล่าสุดทางโตโยต้าได้ประกาศว่าจะลดการผลิตลง 40% ในช่วงเดือนกันยายนทั่วโลก เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนชิป ซึ่งอาจกระทบต่อยอดส่งออกยานยนต์ของไทยในช่วงไตรมาส 4 ได้
.
อย่างไรก็ดี EIC ยังคงคาดการณ์การส่งออกไทยในปีนี้ว่าจะเติบโตที่ 15% แต่ต้องจับตาความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของการระบาดของโควิดรอบล่าสุด ที่กระทบทั้งด้านอุปสงค์ (ภาวะเศรษฐกิจคู่ค้าหลัก) และด้านอุปทาน (การปิดโรงงานในประเทศ และปัญหา Supply Chain Disruption ที่อาจเกิดขึ้น)
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

อย่ารอช้า!! หากธุรกิจของท่านต้องการเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจของท่านทางเรามีบริการเงินทุนหมุนเวียนสำหรับท่านเจ้...
24/08/2021

อย่ารอช้า!! หากธุรกิจของท่านต้องการเงินทุน
เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจของท่าน

ทางเรามีบริการเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับท่านเจ้าของธุรกิจและกิจการ
✅อนุมัติง่าย ✅ได้เงินจริง ✅เอกสารไม่ยุ่งยาก
#ไม่มีโอนเงินก่อน

สอบถามเพิ่มเติม
☎ : 084 264 3464 (คุณแทน)
Line :
https://lin.ee/2UL5g2J6v

06/08/2021

แจ้งปรับราคาน้ำมัน ⛽
• โซฮอล์ -0.50 บาท ❄️❄️❄️
• E85 -0.30 บาท ❄️❄️
• ดีเซล -0.50 บาท ❄️❄️❄️
มีผลตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 2564 เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป
(ราคาดังกล่าวเป็นราคาขายปลีกในเขตกทม. ไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น)

29/07/2021

แจ้งปรับราคาน้ำมัน ⛽
• โซฮอล์ +0.40 บาท 🔥🔥
• E85 +0.20 บาท 🔥
• ดีเซล +0.40 บาท 🔥🔥
มีผลตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. 2564 เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป
(ราคาดังกล่าวเป็นราคาขายปลีกในเขตกทม. ไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น)

27/07/2021

แจ้งปรับราคาน้ำมัน ⛽
• โซฮอล์ +0.40 บาท 🔥🔥
• E85 +0.20 บาท 🔥
• ดีเซล +0.40 บาท 🔥🔥
มีผลตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 2564 เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป
(ราคาดังกล่าวเป็นราคาขายปลีกในเขตกทม. ไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น)

25/06/2021

แจ้งปรับราคาน้ำมัน ⛽
• โซฮอล์ +0.30 บาท 🔥🔥🔥
• E85 +0.15 บาท 🔥
• ดีเซล +0.20 บาท 🔥🔥
มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย. 2564 เวลา 5.00 น. เป็นต้นไป
(ราคาดังกล่าวเป็นราคาขายปลีกในเขตกทม. ไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น)

ที่อยู่

เพชรเกษม
Bangkok
10160

เบอร์โทรศัพท์

+66842643464

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SQM - สินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจและกิจการผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SQM - สินเชื่อสำหรับเจ้าของธุรกิจและกิจการ:

ทางลัด

แชร์