สวัสดีค่า ชื่ออิงค์ รหัสตัวแทน AIA 627098
ปัจจุบันเปิดบริษัททำธุรกิจด้าน Retail และเข้าสู่การเป็นตัวแทนประกัน หลังจากได้ศึกษาเรื่องประกันแล้วได้มุมมองใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของการช่วยซื้อเพราะมีตัวแทนมาขอร้อง แต่เป็นเรื่องในมุมของการบริหารความเสี่ยง
จากคนที่ไม่สนใจประกัน และมีมุมมองต่อประกันเป็นเรื่องที่เสียเงิน
ทั้งชีวิต 30ปี (เกิด พศ. 2533 เกรงว่าจะลืมอัพเดต55) ทำอยู่เล่มเดียวคือ ประกันชีวิตที่เอาไว้หักภาษี (หนี้ไม่พ้นเรื่องของความคุ้มเป็นหลัก) ประกันสุขภาพก็ไม่สนใจ ทั้งๆที่ไม่ได้มีสวัสดิการอะไรเลย และคิดว่าจะใช้โรงพยาบาลรัฐกับ 30 บาทรักษาทุกโรคเอาละกัน และอีกอารมณ์ก็คือ ตอนนี้แข็งแรงมากๆ โรงพยาบาลก็มีเข้าบ้าง (แต่จริงๆคือเข้ามาแล้วทุกปี ตั้งแต่ผ่าซีดที่รังไข่ กระดูกนิ้วเท้าแตกเพราะแค่เดินชนของ เที่ยวที่จีนก็แจ๊คพ๊อตไปป่วยเป็นไข้เลือดออกและต้องหอบตัวเองกลับมาไทย) แต่ก็ยังคิดว่าตัวเองแข็งแรง และไม่อยากเสียเงินต่อไป
ที่จะทำประกันอีกแบบคือ ถูกบังคับอย่างเช่น ประกันรถที่กฎหมายบังคับ ขนาดประกันการเดินทาง ก็ยังทำบ้างไม่ทำบ้าง จะเน้นเฉพาะที่เดินทางไกลๆ แล้วคิดว่ากระเป๋าเดินทางครั้งนั้นมีมูลค่าเยอะ (ในมุมนี้ก็จะเห็นว่าเอาคุ้มสุดๆอะ 55)
แต่แล้วก็ไปเรียนคอร์สการทำธุรกิจอันนึง ที่บอกให้แบ่งเงินตัวเองออกจากธุรกิจได้แล้ว และต้องแบ่งเงินให้ได้ 6 กองตามหลักของ T harv eker ที่เรียกว่า 6 Jars โดยเมื่อเราแบ่งเงินออกมาได้ 6 กองแล้ว จะรู้สึกสบายในการใช้ชิวิตมากขึ้น
แต่ภาพนี้ก็ยังไม่ชัดมาก จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้าร่วมฟังนักวางแผนการเงิน และเค้าเลยเล่าแผนการวางเงินของตัวเค้าให้ฟัง ปรากฏว่าภาพที่ดูรางๆในครั้งนั้น มันกลายออกมาเป็นแผนได้แบบเป็นตัวเลข รู้เลยว่าเราต้องเก็บต่อเดือนเท่าไหร่ ค่ารักษาพยาบาลที่ต้องเตรียมควรให้คลอบคลุมเท่าไหร่ ส่วนไหนเป็นเงินเกษียณในจังหวะที่เราจะหาเงินไม่ได้แล้ว และส่วนไหนที่เหลือให้เราใช้แบบสุรุยสุร่ายได้ แล้วถ้าเป้าหมายทั้งหมดนี่มันถึงก่อนที่เราวางไว้ เรียกว่าจะสามารถปล่อยวางเรื่องการเงินของทั้งชีวิต แล้วเกษียณก่อนระยะเวลาที่ตั้งไว้อีกนะ
จากที่ไม่เคยรู้ว่าชีวิตเราต้องการอะไร ก็เปลี่ยนมารู้ว่าเราต้องการอะไรบ้าง ต้องเตรียมเงินแต่ละส่วนเท่าไหร่บ้าง และประกันกลายมาเป็นพื้นฐานที่ต้องมีซะอย่างงั้นเลย เพื่ออุดรอยรั่วเงินเกษียณและเงินใช้เล่นของเรา ไม่ให้ทับซ้อนกัน
หลังจากได้แผนแบบครบลูปยั้นแก่ที่วางไว้อายุ 85ปี ก็รู้แล้วว่าแต่ละช่วงอายุของเราต้องการอะไร แบ่งเป็น 3 ส่วนได้
1. ช่วงมีภาระ ช่วงที่หาเงินด้วยตัวเอง แบบขาดเราไม่ได้ ก็จะกังวลไปถึงคุณพ่อ คุณแม่ว่าถ้าเราไม่อยู่แล้วเค้าจะลำบากแน่ๆ เลยทำทุนประกันที่ Cover ไว้ทั้งหนี้ และเงินเหลือที่เมื่อเราไม่อยู่ คุณพ่อคุณแม่อาจจะดีใจแทนเสียใจ ก็เป็นไปได้
2. ช่วงเริ่มเข้าสู่บั้นปลาย ในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ ไม่อยู่แล้วก็จะลดทุนประกันลง แล้วเอาส่วนนั้นมาจ่ายเป็นค่าประกันสุขภาพแทน (ตัวนี้คือประกันแบบ Unit Linked ทำให้สามารถปรับทุนประกันได้ตลอด)
3. ช่วงหลังเกษียณ ช่วงนี้เริ่มใช้เงินในพอร์ตของเกษียณ โดยให้จ่ายออกมาเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน แบบคล้ายว่าเกษียณแล้วยังมีเงินเดือนอยู่เลยอะ ส่วนพอร์ตสุขภาพก็คือตัดเงินออมในพอร์ตที่วางไว้จ่ายเป็นค่าประกันสุขภาพ ไม่ต้องควักมาจ่ายเองแล้ว (ถ้าเคยเห็นตารางค่าค่าเบี้ย อาจจะเป็นลม อายุเยอะๆค่าเบี้ยยิ่งสูงมาก สวนทางกับเงินในกระเป่าจริงๆ แต่ก็เป็นช่วงที่เราจะเริ่มได้ใช้โรงพยาบาลกันจริงๆจังๆ )
ทั้งหมดที่วางไว้คือการวางพื้นฐานเบื้องต้นที่แบบสบายใจสุดๆ โดยทั้งหมดเริ่มต้นที่ออมเดือนละ 10,000 บาทเอง
ใครอยากวางแผนเรื่องเงินเอาไว้ แบบไม่ต้องคอยตกใจที่มีค่าใช้จ่ายแบบไม่คาดฝัน สามารถให้อิ้งค์ช่วยคำนวนให้ตรงแต่ละบุคคลได้เลยนะค่า
Line :
Tel : 082-423-6362