มันนี่คิง เครดิต

มันนี่คิง เครดิต "สนใจปรึกษาฟรี"
โทรด่วน.093-339-8194 พนักงานสินเชื่อ
Line:https://line.me/ti/p/lLd-1XGqvB

💌หมดกังวลหากคุณกำลังต้องการทุนสำรองเพื่อธุรกิจ  ☑️ รายเดือนดอกเบี้ยต่ำ  ☑️ รับปิดหนี้ทุกรูปแบบ        "สนใจปรึกษาฟรี" โท...
27/10/2023

💌หมดกังวลหากคุณกำลังต้องการทุนสำรองเพื่อธุรกิจ
☑️ รายเดือนดอกเบี้ยต่ำ
☑️ รับปิดหนี้ทุกรูปแบบ
"สนใจปรึกษาฟรี"
โทรด่วน.093-339-8194 พนักงานสินเชื่อ
Line:https://line.me/ti/p/lLd-1XGqvB
ทางบริษัทไม่มีนโยบายโอนก่อนทุกกรณี
#สินเชื่อรายเดือน #รับปิดหนี้

💌หมดกังวลเรื่องทุนสำรอง รู้ผลไวใน 1 ชั่วโมง.  ☑️ รายเดือน/ระยะสั้น  ☑️ เอกสารน้อย ไม่ต้องใช้คนค้ำ.        "สนใจปรึกษาฟรี...
21/10/2023

💌หมดกังวลเรื่องทุนสำรอง รู้ผลไวใน 1 ชั่วโมง.
☑️ รายเดือน/ระยะสั้น
☑️ เอกสารน้อย ไม่ต้องใช้คนค้ำ.
"สนใจปรึกษาฟรี"
โทรด่วน.093-339-8194 พนักงานสินเชื่อ
Line:https://line.me/ti/p/lLd-1XGqvB
ทางบริษัทไม่มีนโยบายโอนก่อนทุกกรณี🙏

06/07/2023

อาหารสตรีทฟู้ดที่คนไทยนิยมกินอันดับต้น ๆ คือ ร้านลูกชิ้นที่มีน้ำจิ้มเด็ด ๆ อร่อยจนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็ยังต้องกิน จึงเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก ก็สามารถสร้างรายได้สร้างอาชีพของตัวเองได้ อายุน้อยร้อยล้านขอแนะนำ 3 ร้านลูกชิ้นพารวย ด้วยน้ำจิ้มรสเด็ด
1. แฟรนไชส์เจ้พงษ์ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์
คุณณปภัช วรปัญญาสถิต เป็นพาร์ทเนอร์กับเจ้าของร้านเจ้พงษ์ลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ร้านลูกชิ้นทอดไม้ละ 5 บาท ที่ความอร่อยอยู่ที่น้ำจิ้มพริกเผา อร่อยยาวนานมากกว่า 30 ปี และได้รับการตอบรับจนกลายเป็นกระแสลูกชิ้นยืนกินที่โด่งดังชั่วข้ามคืน จาก ลิซ่า BLACKPINK ที่พูดถึงลูกชิ้นเจ้านี้และบอกว่าน้ำจิ้มพริกเผาเด็ดมาก ทำให้ขายดีจนต้องปิดร้านเพราะทำลูกชิ้นขายไม่ทัน
จึงเปิดแฟรนไชส์เพื่อส่งต่อความอร่อยและสร้างอาชีพให้กับคนไทยไปทั่วประเทศ ภายใน 6 วันขยายแฟรนไชส์กว่า 50 สาขา โดยสาขาแรกเปิดที่ย่านอารีย์ ทำยอดขายสูงสุด 13,000 บาทต่อวัน และสามารถทำสถิติทำยอดขายคืนทุนภายใน 3 วัน

รับชมเนื้อหาฉบับเต็ม : https://youtu.be/BSzBdUcn2Uo
2. ลูกชิ้นจอมยุทธ
คุณวนัชชา การุณวงษ์ เจ้าของร้านลูกชิ้นปิ้ง ไม้ละ 10 บาท ที่มีทีเด็ดเป็นน้ำจิ้มเผ็ดจัดจ้าน ใช้พริกวันละ 4- 5 กิโลกรัม ขายหมดทุกวัน จนทำให้คนชอบกินเผ็ดติดใจ ขายได้สูงสุดวันละ 3,000 ไม้ จากตอนแรกที่เคยขายได้วันละ 1,000 บาท แต่เพราะคิดค้นสูตรน้ำจิ้มที่ใช้พริกแห้งเยอะ ๆ ใส่มะขามเปียกและงา ทำให้ได้น้ำจิ้มรสเด็ด ทำยอดขายสูงสุดวันละ 30,000 บาท

รับชมเนื้อหาฉบับเต็ม : https://youtu.be/CYziii0QgUU
3. ลูกชิ้นเชฟอ้อย
คุณยุวดี ชัยศิริพาณิชย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อเชฟอ้อย Top Chef Thailand เชฟชื่อดังของไทยที่อยู่ในวงการอาหารมากกว่า 20 ปี มาทำลูกชิ้นหมูสูตรพิเศษของตัวเอง ขายตามบูธงานอีเว้นท์ต่าง ๆ ขายถุงละ 100 บาท แต่ตักให้จนล้น ทำให้กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ ถึงแม้ว่าเริ่มขายได้เพียงเดือนกว่า แต่ได้รับเสียงตอบรับดีเกินคาด ขายลูกชิ้นได้วันละ 2 ตัน เคยขายได้สูงสุดวันละ 300,000 บาท
เคล็ดลับเด็ดที่ทำให้ลูกชิ้นนั้นขายดี มาจากน้ำจิ้มที่เชฟคิดค้นมาจากเมืองจีน ที่ใช้งาคั่ว ใส่น้ำมะขาม ใส่พริกป่นและน้ำมันงา เคี่ยวจนได้เป็นน้ำจิ้มนรกรสเผ็ด นอกจากนี้ยังมีน้ำจิ้มซีฟู้ด ที่ใช้สะระแหน่ ใส่ผักชี ใส่พริกเขียวที่คัดสรร เคียวจนกลายเป็นน้ำจิ้มสูตรเด็ดจนลูกค้าติดใจ
เชฟอ้อย ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ในอนาคตเชฟเตรียมต่อยอดขายลูกชิ้นรสเขียวหวาน และลูกชิ้นรสพะแนง ให้คนได้กินกันเร็ว ๆ นี้

รับชมเนื้อหาฉบับเต็ม : https://youtu.be/RtPNl3GJMws
-----------------------------------
📌ChojenCollagen คอลลาเจนสกัดเข้มข้นจากวัว
ช่วยลดอาการปวดข้อ ปวดเข่า กลับมาเดินได้สะดวก ขึ้นลงบันไดได้อย่างมั่นใจ ใช้ชีวิตได้เต็มที่มากขึ้น
📍ช่องทางการสั่งซื้อ
Line : https://lin.ee/BRTPpsk
Facebook : Chojen Collagen เพจหลักบริษัท
Tel : 065-569-9888

#อายุน้อยร้อยล้านNEWS #อายุน้อยร้อยล้าน #ร้านลูกชิ้น #ลูกชิ้นหมู #ต่อคิว #ร้านดัง #ให้เยอะ #ให้จนล้น #เชฟอ้อย #ธุรกิจ #ร้านอาหาร #ลูกชิ้น #ลูกชิ้นจอมยุทธ #รีวิว #รีวิวอาหาร #รีวิวของอร่อย #อร่อย #อร่อยต้องลอง #ธุรกิจ #ธุรกิจอาหาร #รีวิวธุรกิจ #ลูกชิ้นยืนกิน #ลูกชิ้นบุรีรัมย์ #ลิซ่า #น้ำจิ้มพริกเผา #แฟรนไชส์

06/07/2023
14/11/2022

“ลดหย่อนภาษี” วิธีรวยขึ้นง่าย ๆ ที่หลายคนมองข้าม - BillionMoney
ภาษี คือสิ่งที่ประชาชนผู้มีรายได้ทุกคน จะต้องจ่ายให้กับทางภาครัฐทุกปี เพื่อนำไปใช้พัฒนาประเทศต่อไป

แต่ละคนก็จะจ่ายภาษีในจำนวนที่ไม่เท่ากัน เพราะรายได้ไม่เท่ากัน แถมวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก็มีอัตราที่ไม่เท่ากันอีก เพราะการคำนวณภาษี มีวิธีการคำนวณแบบขั้นบันได

แต่รู้หรือไม่ว่า เราสามารถลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายให้น้อยลงได้ หรืออาจจะไม่ต้องจ่ายเลย
หากเราใช้สิทธิ์ที่ทางภาครัฐมอบให้เราอย่างเต็มสิทธิ์

วันนี้ การวางแผนเพื่อลดหย่อนภาษีในระยะยาวสำคัญขนาดไหน
BillionMoney จะมาสรุปให้ แบบเข้าใจง่าย ๆ

ก่อนอื่น เราจะขอยกตัวอย่างเรื่องราวของมนุษย์เงินเดือน 2 คน
- คนแรก คุณ A
- คนถัดมา คุณ B

โดยเราจะกำหนดให้ทั้ง 2 คน มีอายุ 30 ปี และจะเกษียณอายุตอน 60 ปี เท่ากัน

เริ่มกันที่ คุณ A ได้เงินเดือน เดือนละ 30,000 บาท
ใน 1 ปี คุณ A จะมีรายได้ทั้งหมด 360,000 บาท

จากสิทธิ์ที่ทางภาครัฐมอบให้ เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีนั้น
ถ้าคุณ A ใช้สิทธิ์เต็มจำนวน ด้วยฐานรายได้สุทธิ คุณ A จะไม่ต้องเสียภาษีเลย
โดยสิ่งที่คุณ A จะต้องนำมาไว้ใช้ลดหย่อนภาษี จะประกอบด้วย

- หัก ค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
- หัก ค่าประกันสังคม 7,200 บาท
- หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- หัก เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มสิทธิ์ เป็นเงินจำนวน 15% ของรายได้รายปี 54,000 บาท

ถ้าองค์กรที่คุณ A ทำงานอยู่ มีนายจ้างช่วยสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เต็มจำนวน
เท่ากับอัตราลดหย่อนภาษีสูงสุด ที่ทางภาครัฐให้สิทธิ์ ก็คือ 15% ของรายได้รายปี

เท่ากับว่า คุณ A จะได้รับเงินสมทบจากนายจ้าง เท่ากับ 54,000 บาท เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพด้วย
แปลว่าคุณ A จะมีเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งหมดใน 1 ปี เท่ากับ 108,000 บาท

จากตัวอย่างนี้ เมื่อคุณ A เลือกใช้สิทธิ์ข้างต้น เพื่อลดหย่อนภาษีแล้ว
คุณ A จะเหลือเงินเดือนสุทธิ เพื่อนำมาใช้คำนวณภาษีเท่ากับ 138,800 บาท

กรณีนี้คุณ A จะไม่ต้องเสียภาษีเลย เพราะเกณฑ์ของภาครัฐคือ ถ้าคำนวณออกมาแล้วรายได้สุทธิของเราอยู่ระหว่าง 1 ถึง 150,000 บาท ในปีนั้น เราจะไม่ต้องเสียภาษีเลย

จากจำนวนข้างต้น เท่ากับว่า คุณ A จะเหลือเงินให้ใช้จ่ายจริง ๆ ต่อปีเท่ากับ
138,800 + 100,000 + 60,000 = 298,800 บาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 24,900 บาท

ส่วนจำนวนเงินที่จะลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะเท่ากับ 9,000 บาทต่อเดือน
โดยหักจากเงินเดือนของคุณ A เป็นเงิน 4,500 บาทต่อเดือน
และอีก 4,500 บาทต่อเดือน คือนายจ้างจะเป็นผู้สมทบให้

แล้วรู้ไหมว่า ถ้าคุณ A ลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแบบนี้ทุกเดือน เป็นระยะเวลา 30 ปี
โดยลงทุนในกองทุนอิงดัชนี SET50 ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยระยะยาวประมาณ 9% ต่อปี
และมีค่าธรรมเนียมการจัดการทั้งหมด เท่ากับ 0.5% ต่อปี
ผลตอบแทนจะเป็นเท่าไร ?

คำตอบคือ 14,856,351 บาท..

ทีนี้ เราลองมาดูตัวอย่างที่ 2 กัน คือคุณ B ได้เงินเดือน เดือนละ 75,000 บาท
ใน 1 ปี คุณ B จะมีรายได้เท่ากับ 900,000 บาท

ถ้าคุณ B ใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษี เท่ากับคุณ A จากตัวอย่างที่ 1
คุณ B จะต้องเสียภาษี เพราะคุณ B มีรายได้มากกว่า

ดังนั้น ในตัวอย่างที่ 2 นี้ สิ่งที่คุณ B จะต้องใช้เพื่อลดหย่อนภาษี จะประกอบด้วย
- หัก ค่าใช้จ่าย 100,000 บาท
- หัก ค่าประกันสังคม 7,200 บาท
- หัก ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท
- หัก เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มสิทธิ์ เป็นเงินจำนวน 15% ของรายได้รายปี 135,000 บาท
- หัก เข้า RMF เต็มสิทธิ์ คือ 30% ของรายได้รายปี 270,000 บาท
- หัก เข้า SSF เต็มสิทธิ์ 95,000 บาท
- หัก ค่าประกันชีวิตและประกันสุขภาพ รวม 82,800 บาท

ทั้งนี้ ภาครัฐให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในหมวดของการลงทุน ได้เต็มที่แค่ 500,000 บาทต่อปี เท่านั้น
ดังนั้น จากตัวอย่างนี้ เราจะเห็นว่า คุณ B จะหักเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ทั้งหมดเท่ากับ 500,000 บาท

และเพื่อจะให้ฐานรายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท
คุณ B จึงทำประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ เป็นเงินจำนวน 82,800 บาท

สุดท้าย เงินเดือนสุทธิของคุณ B ที่จะนำมาใช้คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จะเหลือ 150,000 บาท และแน่นอนว่าคุณ B จะไม่ต้องเสียภาษีเลยแม้แต่บาทเดียว

และเมื่อเรามาคำนวณเงินที่คุณ B จะเหลือไว้ใช้จ่ายรายปีจริง ๆ จะเท่ากับ 150,000 + 100,000 + 60,000 = 310,000 บาท หรือตกเดือนละ 25,833 บาท

แล้วเงินจำนวน 500,000 บาท ที่คุณ B หักเพื่อนำไปลงทุนใน 3 กองทุน
คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, RMF และ SSF เมื่อผ่านไป 30 ปี
สุดท้ายจะกลายเป็นเท่าไร ?

ในส่วนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ที่โดนหักจากเงินเดือนของคุณ B ใน 1 ปี จะเท่ากับ 135,000 บาท
และถ้านายจ้างสมทบให้อีก 135,000 บาท รวมกันจะเท่ากับ 270,000 บาท ที่จะลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
หรือลงทุนเฉลี่ยเดือนละ 22,500 บาท

โดยหากคุณ B นำเงินจำนวนนี้ ไปลงทุนในกองทุน SET50 ทุกเดือน แบบเดียวกับคุณ A
ผลตอบแทนรวมเงินต้นในสิ้นปีที่ 30 จะเท่ากับ 37,140,879 บาท

ในส่วนของ RMF
เราจะกำหนดให้คุณ B นำเงินไปลงทุนใน กองทุนอิงดัชนี S&P 500 RMF
ที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาว เท่ากับ 11.88% ต่อปี
และมีค่าธรรมเนียมในการจัดการทั้งหมด เท่ากับ 0.87% ต่อปี

โดยคุณ B จะลงทุนแบบถัวเฉลี่ยทุกเดือน เดือนละ 270,000 / 12 = 22,500 บาท
ผลตอบแทนรวมเงินต้นในสิ้นปีที่ 30 จะเท่ากับ 63,239,375 บาท

และในส่วนสุดท้าย คือ SSF
ถ้าคุณ B นำเงินจำนวน 95,000 บาท หรือตกเฉลี่ยเดือนละ 7,917 บาท
ไปลงทุนในกองทุน S&P 500 SSF ซึ่งมีผลตอบแทนในระยะยาว เท่ากับของกองทุนอิงดัชนี S&P 500 RMF
แต่มีค่าธรรมเนียมในการจัดการทั้งหมด เท่ากับ 1.11%
ผลตอบแทนรวมเงินต้นในสิ้นปีที่ 30 จะเท่ากับ 21,120,392 บาท

เมื่อเรานำผลตอบแทนจากการลงทุนทั้ง 3 กองทุนมารวมกัน
ในปีที่ 30 ผลตอบแทนรวมเงินต้นทั้งหมดที่คุณ B จะได้รับ จะเท่ากับ 121,500,646 บาท

จากตัวอย่างทั้งจากคุณ A และคุณ B เราจะเห็นว่าทั้ง 2 คน มีอายุเท่ากัน แต่มีรายได้แตกต่างกัน
เพียงแค่ทั้ง 2 คน ใช้สิทธิ์ที่ทางภาครัฐเอื้อประโยชน์ให้อย่างเต็มที่
ผลตอบแทนรวมเงินต้นในสิ้นปีที่ 30
ก็จะอยู่ระหว่าง 14,856,351 ถึง 121,500,646 บาท เลยทีเดียว

ซึ่งจากทั้ง 2 ตัวอย่าง เราก็จะเห็นว่า เมื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่แล้ว ทั้ง 2 คน
ก็ยังมีเงินเหลือให้จับจ่ายใช้สอยได้อย่างเต็มที่ ถึงเดือนละประมาณ 25,000 บาทเลย

และตัวอย่างจากบทความนี้ เราก็ได้กำหนดให้รายได้อยู่ในอัตราคงที่ไว้
แปลว่าหากคุณ A ได้รับเงินเดือนที่มากขึ้น และยังใช้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีอย่างเต็มที่
ด้วยการเพิ่มเงินลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, RMF และ SSF ต่อไป
ผลตอบแทนรวมเงินต้นของคุณ A ก็จะมีโอกาสสูงมากกว่านี้

ส่วนคุณ B เนื่องจากว่า ได้ใช้สิทธิ์เต็มจำนวนคือ 500,000 บาท
ในหมวดของการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีไปหมดแล้ว

ถ้าคุณ B ได้รับเงินเดือนที่มากขึ้น คุณ B ก็จะต้องใช้สิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีในหมวดอื่นแทน
ซึ่งอาจจะเป็น การบริจาค หรือการทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพเพิ่มขึ้น ก็ได้เช่นกัน

แต่ด้วยเงินเดือนของคุณ B ที่สูงเกินไป จนไม่สามารถใช้สิทธิ์เพื่อลดหย่อนภาษีได้อีกแล้ว หากคุณ B มีเงินเหลือพอที่จะลงทุนเพิ่ม คุณ B ก็อาจจะเลือกลงทุนเพิ่มด้วยตัวเอง ผ่านหลักทรัพย์อื่น ๆ ได้

อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็จะเห็นว่าการเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดา ที่แค่ใช้สิทธิพื้นฐานที่ทางภาครัฐเอื้อประโยชน์ให้แก่เรา เพื่อเพิ่มเงินลงทุน และลดหย่อนภาษีที่ต้องจ่ายลง

ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานพอ และการทำอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ เดือน มหัศจรรย์จากผลตอบแทนทบต้นที่เราได้รับ ก็สามารถช่วยให้เราพอมีเงินเก็บสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉินในวันที่เราวางมือ จากอาชีพมนุษย์เงินเดือนไปแล้ว นั่นเอง..

ติดตาม BillionMoney ช่องทางอื่นได้ที่
Website : billionmoney.com
Blockdit : blockdit.com/billionmoney
Facebook : facebook.com/BillionMoneyTH
Twitter : twitter.com/BillionMoneyTH
Instagram : instagram.com/billionmoneyth/
Youtube : youtube.com/billionmoney

References
-The Education of a Value Investor: My Transformative Quest for Wealth, Wisdom, and Enlightenment (2014) โดย Guy Spier
-I Will Teach You to Be Rich, Second Edition: No Guilt. No Excuses. No BS. Just a 6-Week Program That Works (2019) โดย Ramit Sethi
-iTax
-https://www.finnomena.com/z-admin/tax-computation/
-https://www.finnomena.com/z-admin/tax-deduction-2022/

06/11/2022

หากลงทุน 1 ล้านบาท ในหุ้นไทยเหล่านี้ ในช่วงวิกฤติซับไพรม์ ปี 2008 จะได้ผลตอบแทนเท่าไร ?

06/11/2022
05/11/2022
05/11/2022
04/11/2022

"เวียดนาม" ปั่นป่วน ปั๊มน้ำมันทยอยปิดให้บริการ เหตุขาดแคลนเชื้อเพลิง โรงกลั่นเร่งเพิ่มการผลิตเบนซิน
สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ว่า สถานีบริการน้ำมันในและรอบๆ นครโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเวียดนาม ต้องระงับการดำเนินงานเนื่องจากการขาดแคลนเชื้อเพลิง นับเป็นสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงต่อตลาดปิโตรเลียมที่มีข้อจำกัด ซึ่งรวมถึงการควบคุมราคาของรัฐบาลและผลกำไรที่ลดลงของผู้จัดจำหน่าย ได้ทำให้สถานการณ์นี้แย่ลง และเพิ่มภาระให้กับโรงกลั่นในประเทศ
ในขณะที่โรงกลั่นเหล่านี้กำลังเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันเบนซิน เวียดนามจะต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาพื้นฐานเบื้องหลังวิกฤตปิโตรเลียมอย่างเต็มที่
อ่านเพิ่มเติม : https://moneyandbanking.co.th/article/news/vietnam-gas-station-closed-01112022
#การเงินธนาคาร

——————————————————————

ติดตาม “การเงินธนาคาร” ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ดังนี้

Website : https://moneyandbanking.co.th/
Blockdit : https://www.blockdit.com/moneyandbanking
Twitter : https://twitter.com/moneynbanking
Instagram : https://www.instagram.com/moneyandbanking.th
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCCP3UThwaz7TxIXWKvGSeaA
Line Today : https://today.line.me/th/v2/publisher/102023

03/11/2022
03/11/2022

UPDATE: ชาติสุดท้ายในอาเซียน! ไทยกลายเป็นชาติเดียวในอาเซียน ที่ยังไม่ปิดดีลซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022
วันนี้ (2 พฤศจิกายน) รายชื่อชาติเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีรายงานข่าวว่า เมียนมา และ สปป.ลาว ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปแล้วอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้เหลือไทยเพียงชาติเดียวในอาเซียนที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้อย่างเป็นทางการ
โดยรายชื่อลิขสิทธิ์ที่ได้รับการอัปเดตจากทางฟีฟ่าได้ระบุว่า สปป.ลาว ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นที่เรียบร้อย ผ่านทางช่อง Satellite Co., Ltd - Laos ผู้ให้บริการด้านการส่งสัญญาณระบบดาวเทียม โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์
ขณะที่เมียนมา ผู้ได้รับลิขสิทธิ์คือ Sky Net เครือข่ายสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่จะถ่ายทอดสดครบทั้ง 64 คู่
ส่วนชาติอื่นๆ ประกอบไปด้วย
สิงคโปร์ StarHub, Singtel และ Mediacorp ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาที่ราคา 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ​ 948 ล้านบาท และจะถ่ายทอดสดผ่านทางสตรีมมิง ราคา 98 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2,636 บาทต่อ 64 แมตช์ แต่จะมีการถ่ายทอดสดแบบ Free-to-Air ใน 9 แมตช์สำคัญทางช่อง Mediacorp
.
ฟิลิปปินส์จะถ่ายทอดสดผ่านทาง TAP สามารถรับชมทุกแมตช์ด้วยระบบ Pay-Per-View (PPV) ที่ 1,999 เปโซ หรือประมาณ 1,306 บาท
.
มาเลเซียซื้อลิขสิทธิ์โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ด้วยเงินประมาณ 32.5 ล้านริงกิต หรือประมาณ 261 ล้านบาท และจะถ่ายทอดสดฟรีทางช่อง RTM จำนวน 41 แมตช์
.
เวียดนามซื้อลิขสิทธิ์โดยสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลเช่นเดียวกัน ผ่านทาง VTV ด้วยเงินจำนวน 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ​ 532 ล้านบาท ถ่ายทอดสดครบทั้ง 64 แมตช์
.
อินโดนีเซียจะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง Emtek ซึ่งปิดดีลถ่ายทอดสดตามรายงานไปตั้งแต่ปี 2011 ที่ครอบคลุมการถ่ายทอดสดฟุตบอลรายการสำคัญของฟีฟ่าตั้งแต่ปี 2015-2022 ซึ่งรวมถึงฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 ด้วย
.
บรูไนจะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง Kristal-Astro
.
กัมพูชาผ่านทางช่อง TVK
ติมอร์-เลสเตผ่านทางช่อง ETO-Telco
สำหรับความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2022 ของประเทศไทย ล่าสุดทาง THE STANDARD ได้สอบถามไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ได้รับการยืนยันว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกภายในสัปดาห์นี้
อ้างอิง:
https://www.bbc.com/thai/articles/cd1l7kgljm3o
https://digitalhub.fifa.com/m/203f2697ad928edb/original/FIFA-World-Cup-Qatar-2022-Media-Rights-Licensees.pdf
https://www.sportbusiness.com/news/infront-sells-world-cup-rights-in-singapore-and-myanmar-deal-awaits-in-thailand/



______________________________________

📢 ห้ามพลาด! ฟอรัมแห่งปีจาก THE STANDARD

🎟 THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2022: EDGE OF TOMORROW เศรษฐกิจไทยบนปากเหว https://bit.ly/TSEFTTM

ที่อยู่

9/2 ซอย สุขาภิบาล 5 ซอย 21 แขวงท้าแร้ง เขต บางเขน
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66933398194

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ มันนี่คิง เครดิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง มันนี่คิง เครดิต:

แชร์