01/02/2020
ชีวิตดี ได้ลดหย่อน ไม่สูญเปล่า กับ 3 รูปแบบประกันชีวิตจากกรุงไทย-แอกซ่า
คนทำงานที่ต้องเสียภาษี ก็มักจะมองหาสิ่งที่จะนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เรามักใช้เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษี คือ ประกันชีวิต แต่บางครั้งเวลาเราทำประกันชีวิตจะรู้สึกว่า เป็นการจ่ายเงินไม่คุ้มค่า เหมือน “ซื้อทิ้ง” หากไม่ได้เคลม เพราะจะไม่ได้เบี้ยที่จ่ายไปคืน
ลองมาดูตัวอย่าง “ประกันชีวิต 3 รูปแบบจากกรุงไทย-แอกซ่า” ประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตามที่ต้องการ เบี้ยประกันที่จ่ายสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ และมีได้รับเงินคืนด้วยถ้าไม่ได้เคลม ซึ่งทำให้เรารู้สึก “ชีวิตดี ได้ลดหย่อน ไม่สูญเปล่า” ไปลองดูกัน
ก่อนอื่น มารู้จักกันก่อนว่า ประกันแบบไหน ลดหย่อนภาษีได้ และลดได้เท่าไหร่บ้าง
เบี้ยประกันที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้จะมี 3 แบบ คือ ประกันชีวิตทั่วไป ประกันสุขภาพ และประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้สามารถนำเบี้ยประกันที่เราจ่ายไป มาลดหย่อนภาษีได้แบบนี้
1. ประกันชีวิตทั่วไป
ประกันชีวิตทั่วไป จะมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่ ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ และประกันชีวิตควบการลงทุน เราสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่เราทำของตัวเอง จากทุกกรมธรรม์ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท
ซึ่งเบี้ยประกันชีวิตที่จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ต้องเป็นแบบประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป และถ้ามีเงินคืนทุกปีระหว่างสัญญา เงินคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี แต่ถ้าคืนเป็นช่วงระยะเวลา เช่น คืนทุก 3 ปี หรือ 5 ปี เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลานะ
2. ประกันสุขภาพ
เบี้ยประกันสุขภาพที่นำมาลดหย่อนได้ ต้องเป็นการคุ้มครองในแบบใดแบบหนึ่งตามนี้ ได้แก่ การให้ความคุ้มครองเกี่ยวการดูแลรักษาพยาบาล การประกันอุบัติเหตุ การประกันภัยโรคร้ายแรง การประกันภัยการดูแลระยะยาว
ซึ่งเราสามารถนำเบี้ยประกันสุขภาพมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท และอย่าลืมแจ้งบริษัทประกันด้วยว่าเราต้องการนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีด้วย เพื่อให้บริษัทส่งข้อมูลเบี้ยของเราให้สรรพากร โดยเรากรอกแบบฟอร์มของบริษัทประกัน ซึ่งตอนนี้กฏหมายกำหนดเฉพาะประกันสุขภาพเท่านั้น ยังไม่รวมประกันชีวิตแบบอื่นนะ
3. ประกันชีวิตแบบบำนาญ
เงื่อนไขประกันแบบบำนาญที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้คือ แบบประกันชีวิตนั้นต้องคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป ต้องจ่ายเบี้ยครบก่อนถึงได้รับประโยชน์ มีการกำหนดการจ่ายผลประโยชน์เมื่อเราอายุตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป และมีการจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ
เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาท แต่ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิตทั่วไป อาจลดหย่อนได้สูงสุด 300,000 บาท เช่น
ถ้าเรามีรายได้ 1,000,000 บาท ต่อปี เราใช้สิทธิลดหย่อนประกันชีวิตทั่วไป 100,000 บาท เราสามารถนำเบี้ยประกันแบบบำนาญไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 150,000 บาท (15% ของรายได้)
แต่ถ้าเรายังไม่ได้ใช้สิทธิประกันชีวิตทั่วไปเลย หรือใช้สิทธิยังไม่ครบ 100,000 บาท เราสามารถนำเบี้ยประกันแบบบำนาญบางส่วนไปหักลดหย่อนในส่วนประกันชีวิตทั่วไปได้
เช่น ถ้าเรามีรายได้ 1,000,000 บาท แต่ซื้อประกันบำนาญไป 200,000 บาท และประกันชีวิตทั่วไป 50,000 บาท เราจะสามารถนำมาหักในส่วนประกันบำนาญได้ 150,000 บาท เท่านั้น เพราะคิดเป็น 15% ของรายได้ แต่จะเห็นว่าเราซื้อประกันชีวิตทั่วไป 50,000 บาท ยังเหลือส่วนสิทธิประกันชีวิตทั่วไปอีก 50,000 บาท เราสามารถนำส่วนของเบี้ยบำนาญอีก 50,000 บาท ไปหักลดหย่อนเป็นประกันชีวิตทั่วไปได้
และสิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกอย่างในเรื่องการลดหย่อนภาษีของประกันบำนาญ คือ เมื่อรวมกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) / กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/ RMF/ กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ด้วยนะ
credit: https://pantip.com/topic/39369419