Quant Wannabe Anything Investment-Related

15/06/2026

SET ปรับตัวขึ้น +26.4% YTD แต่การฟื้นตัวครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนภาพรวมของตลาดทั้งหมด

DELTA ปรับตัวขึ้นกว่า 100% จากกระแส AI และ Data Center หนุนผลประกอบการไตรมาส 1Q26 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

เมื่อหุ้นเพียงตัวเดียวมีน้ำหนักและผลตอบแทนสูงมากในดัชนี SET ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว (concentration risk) จึงเพิ่มขึ้น การเคลื่อนไหวของ DELTA ไม่ว่าจะขึ้นหรือลง ยังคงมีผลต่อทิศทางดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ

หากมองดัชนี SET ex-DELTA (+13.4% YTD, +6.7% 3M, +2.7% 1M) จะสะท้อนภาพการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งเป็นการฟื้นตัวที่ปานกลาง ไม่หวือหวา

ปัจจุบัน DELTA ซื้อขายที่ P/E ราว 150 เท่า และ P/BV ราว 40 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด สะท้อนว่าราคาหุ้นได้ price in ความคาดหวังการเติบโตในอนาคตไปมากแล้ว หากผลประกอบการไม่สามารถเติบโตได้ตามที่ตลาดคาด ราคาหุ้นอาจเผชิญแรงกดดันได้

ขณะที่น้ำหนักของ DELTA ในดัชนีที่เพิ่มขึ้น ทำให้ SET มีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวมากขึ้น

ดังนั้น การประเมินทิศทางตลาดจาก SET Index เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และควรพิจารณาภาพของ SET ex-DELTA ควบคู่กันไปด้วย

#หุ้นไทย

🔻จาลึกแห่งปี - 2 มีนาคม 2569 SET ปิดลบ 61.75 จุด หรือ -4.04%🔥วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่า...
02/03/2026

🔻จาลึกแห่งปี - 2 มีนาคม 2569 SET ปิดลบ 61.75 จุด หรือ -4.04%

🔥วิกฤตสงครามตะวันออกกลาง: ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-Off) รวมถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ด้านราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสงคราม ทำให้กังวลว่าต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อจะสูงขึ้นตาม ส่วนการขึ้นเครื่องหมาย XD: หุ้นใหญ่อย่าง GULF และ ADVANC ขึ้นเครื่องหมาย XD (จ่ายปันผล) ในช่วงนี้พอดี จึงมีแรงขายกดดันราคาหุ้นและดัชนี

📈ในขณะที่หุ้นที่ปรับตัวขึ้น สวนทางตลาด กลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTTEP ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 7% ทะลุ 70 ดอลลาร์/บาร์เรล และกลุ่มเดินเรือ RCL ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในเส้นทางขนส่งแถบตะวันออกกลาง

#หุ้นไทยวันนี้

เรามองกราฟแล้วเห็นแพตเทิร์นที่ว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์กระทบฝั่ง supply ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน การลดกำลังผล...
28/02/2026

เรามองกราฟแล้วเห็นแพตเทิร์นที่ว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์กระทบฝั่ง supply ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซีย-ยูเครน การลดกำลังผลิตของ OPEC+ หรือความตึงเครียดอิหร่าน-อิสราเอล ราคาน้ำมันจะตอบสนองทันทีในลักษณะ “พุ่งเร็ว” เพราะตลาดรีบใส่ risk premium เข้าไปก่อน ความกลัวการขาดแคลนอุปทานจึงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม หลังแรงกระแทกแรกผ่านไป หากไม่มีการสูญเสียปริมาณน้ำมันจริง (physical supply disruption) ราคามักค่อย ๆ ปรับฐานลง และตลาดจะกลับมาโฟกัสที่ปัจจัยพื้นฐาน เช่น ดีมานด์โลก สต็อกน้ำมัน และนโยบายการผลิต

สรุปคือ ตลาดน้ำมันตอบสนองต่อ “ความเสี่ยง” ได้รวดเร็วมาก แต่การปรับขึ้นแบบยั่งยืนต้องมี “อุปทานหายไปจริง” ไม่ใช่เพียงความกังวลเชิงภูมิรัฐศาสตร์

When we look at this chart, a consistent pattern becomes clear: oil reacts sharply to supply-side shocks wars, OPEC+ cuts, or Middle East escalations through rapid repricing of geopolitical risk. The initial move is typically driven by fear of disruption rather than actual loss of barrels.

However, once the market reassesses and physical supply continues to flow, prices tend to retrace. Sustained rallies only occur when real and prolonged supply deficits emerge.

In short, oil prices spike on fear, but they trend on fundamentals.

ที่อยู่

Petkasem
Bangkok Yai
10600

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Quant Wannabeผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์