Maxx Money 2016 Co.,Ltd.

Maxx Money 2016 Co.,Ltd. เรื่อง เงินๆ ทองๆ ต้องวางแผน

ข้อมูลจาก AISC ปี 2022 รายงานว่า ต้นทุนการผลิตเหมืองทองคำอยู่ที่ 70% หรือ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์   (ปัจจุบันราคาทองคำอยู่...
21/02/2023

ข้อมูลจาก AISC ปี 2022 รายงานว่า ต้นทุนการผลิตเหมืองทองคำอยู่ที่ 70% หรือ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ปัจจุบันราคาทองคำอยู่ที่ 1839 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ) 💰💰💰

จีนผลิตทองคำในปี 2022 ได้ 330 ตันโดยประมาณ คิดเป็น 11% ของปริมาณการผลิตทองคำทั่วโลก ตามมาด้วยออสเตรเลีย ซึ่งแซงหน้ารัสเซียขึ้นมาเป็นผู้ผลิตทองคำเป็นอันดับ 2 ของโลกด้วยปริมาณ 320 ตัน ขณะที่รัสเซียผลิตทองคำได้ในปริมาณ 320 ตัน ด้านประเทศในฝั่งของทวีปอเมริกาเหนือ ทั้งแคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก เป็นผู้ผลิตทองคำอันดับ 3-5 ของโลกตามลำดับ
อ่านต่อได้ที่: https://thestandard.co/10-countries-gold-mining/

29/08/2022
เอาทองมาจ่ายได้แต่ในราคาที่น้อยกว่าตลาดรับซื้อนะ 🤔 #เกมส์การเงิน  #ทองคำ  #รัสเซีย  #เงินรูเบิล
28/03/2022

เอาทองมาจ่ายได้แต่ในราคาที่น้อยกว่าตลาดรับซื้อนะ 🤔
#เกมส์การเงิน #ทองคำ #รัสเซีย #เงินรูเบิล

เพราะอะไร? ธนาคารกลางรัสเซียประกาศรับซื้อทอง แต่ให้ราคาต่ำกว่าตลาดโลก
ธนาคารกลางรัสเซียเตรียมที่จะรับซื้อทองคำ โดยให้ราคาต่ำกว่าตลาดโลก เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยจะจ่ายที่ 5,000 รูเบิลต่อกรัม ดีเดย์ 28 มี.ค.-30 มิ.ย.
ธนาคารกลางรัสเซีย ระบุว่าจะมีการซื้อทองคำที่ 5,000 รูเบิล ต่อ 1 กรัม เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์ และอุปทานของตลาดภายในประเทศ โดยรัสเซียจะซื้อทองคำจากสถาบันการเงินในราคาคงที่ เริ่มวันแรก 28 มี.ค. 65 นี้
หากเทียบค่าเงินรูเบิลกับดอลลาร์สหรัฐฯในปัจจุบัน คิดเป็นประมาณ 1,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่เมื่อเทียบกับราคาทองคำในตลาดโลก พบว่ามีราคาอยู่ที่ 1,900 กว่า ๆ ต่อออนซ์ นั่นหมายความว่ารัสเซียกำลังซื้อทองคำโดยกดราคาต่ำกว่าตลาดโลก แน่นอนว่ารัสเซียยังคงถือความได้เปรียบเนื่องด้วยทรัพยากรในประเทศอย่างน้ำมัน-ก๊าซ เป็นที่ต้องการของประเทศในยุโรป
อย่างไรก็ตาม การประกาศคว่ำบาตรต่อชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียที่แสดงความไม่เห็นด้วยที่รุกรานยูเครน ทำให้รัสเซียต้องออกมาตรการตอบโต้ โดยก่อนหน้านี้ที่ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดี ออกมากล่าวว่าประเทศที่ไม่เป็นมิตรกับรัสเซียต้องใช้เงินรูเบิลซื้อก๊าซธรรมชาติเท่านั้น สอดคล้องกับการที่ธนาคารกลางรัสเซียประกาศซื้อทองในราคาที่ต่ำกว่าตลาดโลก เนื่องจากการถูกแบนของสกุลเงินรูเบิลที่มีข้อจำกัดด้านการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่สามารถเข้าถึงสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ได้
ดังนั้น ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถนำเงินรูเบิลมาแลกเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ “ทองคำ” จึงเป็นอีกทางเลือกในการชำระสินค้าหากต้องการซื้อพลังงานจากรัสเซีย แต่รัสเซียเป็นผู้เลือกที่จะกดราคาทองคำให้ต่ำกว่าราคาจริงของตลาดโลก ซึ่งอาจทำให้เหล่าประเทศในยุโรปไม่มีทางเลือกต้องยอมรับในเงื่อนไขนี้
ทั้งนี้ เรื่องที่น่าจับตาต่อจากนี้ คือราคาทองคำที่อาจมีความผันผวนเป็นอย่างยิ่ง โดยพิจารณาจากท่าทีของประเทศยุโรป หากเกิดกรณีนี้ขึ้นจริงจะตอบสนองอย่างไร

ที่มา:

https://www.centralbanking.com/central-banks/financial-stability/7943086/bank-of-russia-fixes-gold-price-and-increases-loans

https://twitter.com/GoldTelegraph_/status/1507389521377247233/photo/1

#รัสเซีย #ทองคำ #เงินรูเบิล

สิ่งนึงที่มักจะมาพร้อมกับเงินเฟ้อนั่นคือ อัตราดอกเบื้ยที่มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าคงไม่ใช่ดอกเบื้ยเงินฝากอย่างเดีย...
05/03/2022

สิ่งนึงที่มักจะมาพร้อมกับเงินเฟ้อนั่นคือ อัตราดอกเบื้ยที่มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าคงไม่ใช่ดอกเบื้ยเงินฝากอย่างเดียว เงินกู้ก็มีผลด้วย ถ้าเราคาดหวังว่าจะฝากเงินเพื่อได้ดอกเบี้ยรับที่ดี ก็ต้องบอกเลยว่าถ้าเงินเฟ้อยังสูงขึ้นเรื่อยๆ ผลตอบแทนจากการฝากเงินอาจจะติดลบก็เป็นได้ แต่บทความนี้ไม่ได้สรุปว่าเราไม่ควรฝากเงินในธนาคารนะ โดยเฉพาะในยุคที่เราใช้ Mobile Banking ในการชำระสินค้าและบริการ ช่วยอำนวยความสดวก จนเป็นกระเป๋าเงินหลักของใครหลายๆคนไปแล้ว

ตอนนี้ "เงินเฟ้อ" มาจริงไม่ล้อเล่น เมื่อก่อนเราอาจจะเห็น "เงินเฟ้อ" ที่อเมริกาพุ่งสูง แต่เงินเฟ้อในไทยยังไม่วิ่งตามสักเท่าไหร่

ตอนนี้เริ่มมาแล้วนะล่าสุดประกาศออกมาที่ 5.28% ระดับสูงที่สุดในรอบ 13 ปี ปรับพอร์ตเตรียมมือรับกันด้วยนะทุกคน

แล้วถ้าราคาลงมาถึงจริง เราจะซื้อดีไหม เชื่อว่าเป็นคำถามในใจใครหลายคน 😄
15/11/2021

แล้วถ้าราคาลงมาถึงจริง เราจะซื้อดีไหม เชื่อว่าเป็นคำถามในใจใครหลายคน 😄

ราคาทองคำจะกลับลงมาที่ 20,000 บาทเร็วๆ นี้ได้หรือไม่? โดย InterGOLD Gold Trade
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
บทความนี้ขอยกเนื้อหาบางส่วนของหนังสือ “ลงทุนทองให้เป็น เล่นให้รวย” มาปรับใช้ในการวิเคราะห์ข้อสงสัยของหลาย ๆ ท่านในตอนนี้ที่ว่า ทำไมทองคำถึงไม่ยอมลงกลับมา 20,000 บาทสักที? อะไรที่อุ้มราคาทองคำไว้อยู่?
‍‍‍‍‍‍ ‍‍
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3krIghe
#ลงทุน #ทองคำ

การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งระยะที่ผ่านมาจะเห็นว่าราคาทองคำค่อยๆ ปรับตัวล...
27/02/2021

การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งระยะที่ผ่านมาจะเห็นว่าราคาทองคำค่อยๆ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ผลตอบแทนจากพันธบัตรเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำนั่นเอง 🙂

UPDATE: ทองคำไทยร่วง 250 บาท ผล Bond Yield สหรัฐฯ ​พุ่งสูง ดอลลาร์แข็งค่า
สมาคมค้าทองคำประกาศราคาขายออกทองคำแท่งเช้าวันนี้ (ครั้งที่ 1) อยู่ที่บาทละ 25,100 บาท ลดลง 250 บาทจากเมื่อวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 25,350 บาท โดยแนวโน้มราคาทองคำปรับตัวลดลงตามดัชนี Gold Spot ที่ลดลงสู่ระดับ 1,734 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งถือว่าลดลงต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สาเหตุที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 หลายประเทศทั่วโลกมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการกระจายวัคซีนที่ทั่วถึงในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่หลายฝ่ายคาดว่าภาวะเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้น ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
นอกเหนือจากนี้สถานการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวอายุ 10 ปีที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดช่วงที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำว่าตลาดมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะปรับตัวดีขึ้น จึงกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง
อ้างอิง:
https://www.goldtraders.or.th
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/
#ราคาทอง

เห็นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แล้วก็อยากเห็นประเทศไทยมี start up ใหม่ๆ ที่จะลงทุนในอุตสาหกรรม สินค้าและเทคโ...
25/11/2020

เห็นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ แล้วก็อยากเห็นประเทศไทยมี start up ใหม่ๆ ที่จะลงทุนในอุตสาหกรรม สินค้าและเทคโนโลยี ที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประเทศของเราบ้างจังเลย 😊

รองลงมาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เห็นจะเป็นทองคำที่ในช่วงสองวันนี้ราคาลดลงอย่างรวดเร็ว แต่หากมองดูค่าเฉลี่ย5ปีแล้ว ก็ถือว่าทองคำให้ผลตอบแทนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ข้อมูลจาก Thailand Investment Forum

แน่นอนครับว่าการที่นักลงทุนเพิ่มทองคำเข้าในพอร์ตการลงทุนของเค้าย่อมแสดงให้เห็นว่า ในอนาคตอัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวเพิ่มมาก...
11/11/2020

แน่นอนครับว่าการที่นักลงทุนเพิ่มทองคำเข้าในพอร์ตการลงทุนของเค้าย่อมแสดงให้เห็นว่า ในอนาคตอัตราเงินเฟ้ออาจปรับตัวเพิ่มมากขึ้นตามการคาดการณ์ โดยใช้ทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันและบริหารความเสี่ยงนั่นเอง

มีใครเข้าซื้อทองตอน 30,000 บาทบ้างไหมครับ
เชื่อว่าหลายๆคน เห็นราคาทองวันนี้แล้วก็อดเสียดายไม่ได้ (ผมก็ด้วย) เพราะเป็นชาวดอยเรียบร้อย ส่วนใครยังพอมีกระสุนอยู่บ้าง ทยอยเข้าซื้อก็ยินดีด้วยนะครับ 😆

นักลงทุนระดับโลก เตือน! อย่าขายทองคำของคุณ แถมเขายังวางแผนจะซื้อเพิ่มด้วย

Jim Rogers หนึ่งในตำนานนักลงทุนระดับโลกได้ให้สัมภาษณ์กับ The Economic Times สื่อด้านเศรษฐกิจของอินเดีย เกี่ยวกับทิศทางการลงทุนหลังการเลือกตั้ง ยิ่งพอมีข่าวดีเรื่องวัคซีนออกมานั้นทำให้ตลาดมีความเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง โดยเฉพาะดัชนีดาวน์โจนส์ที่พุ่งขึ้นจนเกือบจะทำ New High ได้อีกครั้ง

สวนทางกับทองคำที่ร่วงไปกว่า 100$/oz. ในวันเดียว ทำให้หลาย ๆ คนตั้งคำถามว่าราคาทองคำจะร่วงต่ออีกหรือไม่? ได้เวลาขายแล้วหรือยัง?

ซึ่งคำตอบของ Jim Rogers นั้นค่อนข้างเซอร์ไพรส์เล็กน้อยเพราะมุมมองต่าง ๆ ของเขานั้นกลับยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย

เรื่องนโยบายของไบเดน?
แม้ว่าตลาดหุ้นจะพุ่งขึ้นหลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาค่อนข้างแน่นอนแล้วว่าโจ ไบเดนจะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ แต่จิมก็ยังยืนยันคำเดิมว่า “Economists never like raising taxes” หรือ “นักเศรษฐศาสตร์ไม่เคยชอบการขึ้นภาษี” โดยจิมยังคงยืนยันว่านโยบายการขึ้นภาษีของไบเดนนั้นจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของตลาดหุ้น

และจิมบอกว่าการมาของพรรคเดโมแครตนั้นจะทำให้บรรดาบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ (big tech companies) ต้องเหนื่อยแน่นอน จากนโยบายที่ต้องการลดการผูกขาดของบริษัทเหล่านี้

เกี่ยวกับทองคำ?
จิมบอกว่า “Don't sell your gold or silver, I plan to buy more” หรือ “อย่าขายทองคำหรือแร่เงินของคุณและผมเองก็วางแผนจะซื้อเพิ่มด้วย” ต้องอธิบายก่อนว่ากลยุทธ์การซื้อทองคำของผลและจิมนั้นคล้าย ๆ กันคือซื้อเป็นทองคำจริง ๆ เพื่อเป็นสินทรัพย์ประกันความเสี่ยง เป็นการลงทุน “ระยะยาว” นะครับ

จิมยังคงกังวลว่าในภายในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเกิดปัญหาความวุ่นวายและความโกลาหลของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับค่าเงินของสกุลต่าง ๆ ฉะนั้นจึงต้องถือทองคำไว้เพื่อปกป้องความมั่งคั่งของคุณ นอกจากนี้เขายังวางแผนจะซื้อเพิ่มเมื่อราคาเกิดการพักฐานลงมาอย่างน่าสนใจ (แต่จิมไม่ได้บอกว่าราคาเท่าไหร่นะครับ)

เกี่ยวกับเงินดอลลาร์?
ก่อนหน้านี้จิมได้ให้สัมภาษณ์กับ Kitco ว่าเขายังคงลงทุนในดอลลาร์ เพราะมันน่าสนใจกว่าสกุลอื่น ๆ แต่เขาก็เล็งที่จะขายเมื่อมันแพงเกินไป (overvalued) ซึ่งจิมก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเขายังถือดอลลาร์อยู่ แต่เขาก็คิดจะขายในปีหน้าหรืออีก 2 ปี ถ้าการคาดการณ์เศรษฐกิจของเขาถูกต้อง

เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี?
จิมพูดถึงเทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะเข้ามาเปลี่ยนทุกอย่างในโลกเหมือนที่ไฟฟ้าเคยทำเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ส่วนประเด็นเรื่องฟินเทคต่าง ๆ จะทำให้บรรดาธนาคารต้องล้มละลายหรือไม่นั้นจิมบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อย่างในปี 2008 ที่เลห์แมน บราเธอร์ส สถาบันการเงินเก่าแก่อายุกว่า 150 ปียังล้มละลายได้ แต่ตอนนี้เราก็ยังคงเหลือธนาคารอยู่มากมาย มันขึ้นอยู่กับการปรับตัว ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดว่าใครจะอยู่ใครจะไป

เกี่ยวกับการเติบโตของจีน?
จิมบอกว่าเขาไม่รู้นะว่าสิ่งที่รัฐบาลจีนพูดเป็นความจริงหรือไม่ อย่างที่คุณรู้ว่ารัฐบาลทั่วโลกมักโกหกอยู่เป็นประจำ แต่อย่างน้อยถ้าครึ่งหนึ่งที่รัฐบาลจีนพูดเป็นความจริงก็ต้องบอกว่าพวกเขาทำได้ยอดเยี่ยมมาก นั่นหมายความว่าจีนมีความแข็งแกร่งและน่าสนใจเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ อย่างเช่นญี่ปุ่นที่ต้องเจอปัญหาประชากรลดลงและหนี้สินท่วมหัวมากว่า 30 ปีและยังคงเป็นแบบนั้นต่อไป

เกี่ยวกับฟองสบู่?
เขาบอกว่าตอนนี้ตลาดหุ้นขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม FAANG (Facebook, Amazon, Apple, Netflix, Google) ที่ผู้คนคิดว่ามันจะไม่มีวันลงได้ว่านี่มันกลิ่นของฟองสบู่ชัด ๆ แต่ถามว่าได้เวลา short หรือยัง? (จิมเป็นคนที่มักทำกำไรได้จากการ short ตอนที่ตลาดฟองสบู่แตก) เขาตอบว่าเขาผ่านเหตุการณ์ฟองสบู่มาหลายครั้งแล้ว มันยังไม่ถึงเวลา short หรอก เพราะราคามันจะไปได้ไกลกว่าที่ผู้คนคิดเอาไว้

สรุปแล้วมุมมองของ Jim Rogers ต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวมนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจึงไม่มีผลต่อกลยุทธ์ในการลงทุนระยะยาว แม้จะมีข่าวดีเรื่องวัคซีนและการมาของโจ ไบเดน ก็ไม่ทำให้ปัญหาหนี้สินที่เรื้อรังอยู่หมดไปได้ ซึ่งกว่าจะฟื้นตัวจริง ๆ คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2-3 ปี

ส่วนเรื่องทองคำก็ยังยืนยันว่า “ไม่ขาย” และยังได้กล่าวเสริมว่า “หลานของเขาจะได้เป็นเจ้าของทองเหล่านี้แน่นอน”

อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียง “ข้อคิดเห็น” นะครับ โปรดใช้วิจารณญาณ มองอีกมุมหนึ่งจิมอาจพูดอย่างทำอย่างก็ได้ ใครจะไปรู้! เพื่อน ๆ เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรคอมเมนท์เข้ามาแลกเปลี่ยนกันด้านล่างเลยครับ

แอดปุง

เเจ้งข่าว สัมมนารอบต่อไป
เริ่มต้นอาชีพนายหน้าอสังหาฯ รุ่นที่ 6
วันที่ 6 ธ.ค. 2563
ดูรายละเอียดที่ลิงค์ในคอมเมนท์ครับ

เวลาเราลงทุนค้าขายร่วมกันกับเพื่อนหรือหุ้นส่วน การแบ่งหุ้นนอกจากจะช่วยในเรื่องของการแบ่งปันผลกำไรแล้ว ยังมีผลต่อสัดส่วนข...
03/11/2020

เวลาเราลงทุนค้าขายร่วมกันกับเพื่อนหรือหุ้นส่วน การแบ่งหุ้นนอกจากจะช่วยในเรื่องของการแบ่งปันผลกำไรแล้ว ยังมีผลต่อสัดส่วนของอำนาจในการตัดสินใจตามขนาดของผู้ถือหุ้นด้วย ว่าแล้วต้องขอตัวไปดู ซีรีส์ก่อนนะครับ 😊

สรุป วิธีการแบ่งหุ้นในบริษัท จากซีรีส์เรื่อง START-UP /โดย ลงทุนแมน
ถ้าเรากับเพื่อน ร่วมก่อตั้งบริษัทแห่งหนึ่งขึ้นมาด้วยกัน
การแบ่งหุ้นในบริษัทให้เราและเพื่อนเท่าๆ กัน ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
แต่สำหรับธุรกิจ Start-up อาจไม่ได้เป็นแบบนี้เสมอไป
เพราะการแบ่งหุ้นอย่างเท่าเทียมอาจสร้างปัญหาใหญ่ตามมาในภายหลัง

ซึ่งเราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการแบ่งหุ้นในธุรกิจ Start-up ได้ จากตอนที่ 6 ของซีรีส์เรื่อง “START-UP” ที่กำลังเป็นที่นิยมใน Netflix ตอนนี้

ซีรีส์เรื่องนี้สอนเรื่องการแบ่งหุ้นในบริษัทอย่างไรบ้าง
แล้วเรื่องนี้สำคัญกับคนที่กำลังจะสร้างธุรกิจ Start-up อย่างไร?
ลงทุนแมนจะสรุปให้ฟัง..
╔═══════════╗
ไอเดียเริ่มต้นที่ Blockdit ทั้งในรูปแบบ
บทความ วิดีโอ พอดแคสต์ และซีรีส์
ลองใช้กันที่ Blockdit.com/download
Blockdit. Ideas Happen.
╚═══════════╝
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ต้องขอเตือนก่อนว่า ในบทความนี้อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วน

ซีรีส์เรื่อง START-UP เป็นเรื่องราวของหนุ่มสาวที่กำลังเดินตามความฝัน ในการสร้างธุรกิจ Start-up ให้ประสบความสำเร็จ

ซึ่งตัวละครหลักในเรื่องนี้ ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท Start-up ที่ชื่อว่า “ซัมซานเทค”

โดยที่ ซัมซานเทค เป็น Start-up ที่อาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาพัฒนาเป็นบริการ เช่น การวิเคราะห์ใบหน้า และลายนิ้วมือ

ซึ่ง ซัมซานเทค เริ่มก่อตั้ง และมีผู้พัฒนาโปรแกรมคนสำคัญคือ “นัมโดซาน”

และหลังจากนั้น เพื่อนทั้งสองคนของนัมโดซาน ซึ่งก็คือ “คิมยงซาน” และ “อีชอลซาน”
ก็ได้มาร่วมสร้างและพัฒนาบริษัทนี้ด้วยกัน

แต่จุดอ่อนของบริษัทนี้อยู่ที่ ผู้ร่วมก่อตั้งทั้งสามคน ล้วนเป็น “นักพัฒนา” หรือ Developer เหมือนกันหมด
ทำให้ ซัมซานเทค ขาดคนที่มีทักษะด้านการบริหาร และไม่มีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน
นอกจากนี้บริษัทยังไม่สามารถโน้มน้าวให้นักลงทุน หรือ VC (ธุรกิจสำหรับการร่วมลงทุน) มาร่วมลงทุนได้

ต่อมาซัมซานเทค ก็ได้พบกับ “ซอดัลมี”
ซึ่งเธอคนนี้มีสิ่งที่ทั้งสามผู้ก่อตั้ง ซัมซานเทค ขาดหายไป
นั่นก็คือ ทักษะด้านการบริหารและการวางโมเดลธุรกิจ

ซึ่งต่อมา ซอดัลมี คนนี้ ก็ได้กลายมาเป็น CEO ของซัมซานเทค และได้ชักชวน “จองซาฮา” ให้เข้ามาเป็นดีไซเนอร์ของบริษัทอีกหนึ่งคน

กลายเป็นว่า ในตอนนี้ ซัมซานเทค มีคนที่เข้ามามีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทแล้วทั้งหมด 5 คนด้วยกัน

ซึ่งหลังจากนี้ ทั้ง 5 คนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการ “การแบ่งหุ้นในบริษัท”

โดยเริ่มแรก พวกเขาแบ่งหุ้นให้เท่าๆ กัน อย่างเท่าเทียม ดังนี้

นัมโดซาน ถือหุ้น 19%
ซอดัลมี ถือหุ้น 16%
คิมยงซาน ถือหุ้น 16%
อีชอลซาน ถือหุ้น 16%
จองซาฮา ถือหุ้น 16%
พ่อของนัมโดซาน ซึ่งเป็นผู้ออกทุนให้ในช่วงแรกก็ได้รับหุ้นไป 16%
ญาติของนัมโดซาน ผู้ที่เคยช่วยออกแบบและตัดต่อวิดีโอ ได้รับหุ้น 1%

ดูเหมือนว่า การแบ่งหุ้นอย่างยุติธรรมในสัดส่วนที่เท่าๆ กันนี้ จะทำให้ทุกฝ่ายพึงพอใจ และยังช่วยป้องกันไม่ให้ใครยึดบริษัทไปเป็นของตัวเองได้ง่ายๆ

แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป
เพราะสำหรับธุรกิจ Start-up การแบ่งหุ้นเช่นนี้อาจส่งผลเสียอย่างที่เราคาดไม่ถึง

สำหรับ Start-up ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ๆ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างความน่าเชื่อถือ และความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่จะเข้ามาลงทุน

เนื่องจากธุรกิจ Start-up ส่วนใหญ่จะเติบโตได้ ต้องอาศัยเงินจากนักลงทุน หรือ Venture Capital (VC)
เพื่อให้มีเงินทุนมากพอที่จะนำมาพัฒนาสินค้าและบริการของบริษัท

ดังนั้น การที่ซัมซานเทคแบ่งหุ้นให้เจ้าของแต่ละคนเท่าๆ กัน จะทำให้ผู้ลงทุนมองว่า ผู้นำของบริษัทไม่มีอำนาจที่ชัดเจน และกลายเป็นจุดอ่อนให้กับบริษัทได้

เนื่องจาก “อำนาจ” ในการบริหาร สามารถสะท้อนได้จากจำนวนหุ้นที่ถืออยู่
ยิ่งถือหุ้นอยู่มากเท่าไร อำนาจในการโหวต หรือออกเสียงก็จะมากตามไปด้วย

แต่หากผู้ถือหุ้นทุกคน มีสัดส่วนการถือหุ้นใกล้เคียงกัน
ถ้าในอนาคตผู้ถือหุ้นเกิดมีปัญหากันขึ้นมาแล้วตกลงกันไม่ได้
อีกทั้งต่างฝ่ายต่างก็มีเสียงโหวตเท่าๆ กัน
ในบางกรณีอาจจะจบลงด้วยการยุบบริษัทได้
และนั่นหมายความว่า เงินของผู้ที่เข้าลงทุนจะสูญเปล่าทันที

ดังนั้น ในซีรีส์เรื่องนี้ จึงได้เสนอทางแก้ โดยให้บริษัทเลือก “Keyman” หรือ ตัวหลัก ขึ้นมา 1 คน โดยคนที่เป็น Keyman จะต้องเป็นบุคคลที่บริษัทขาดไม่ได้ และเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในบริษัท

ซึ่งหลังจากที่เลือก Keyman ได้แล้ว ก็ค่อยรวบรวมหุ้นส่วนใหญ่ไปไว้ที่คนนั้น อย่างน้อย 60% ถึง 90%

ดังนั้นในตอนหลัง ซัมซานเทค จึงได้ปรับสัดส่วนการถือหุ้น ดังนี้

Keyman คือ นัมโดซาน ถือหุ้น 64%

ซอดัลมี ถือหุ้น 7%
คิมยงซาน ถือหุ้น 7%
อีชอลซาน ถือหุ้น 7%
จองซาฮา ถือหุ้น 7%
พ่อของนัมโดซาน ถือหุ้น 7%
ญาติของนัมโดซาน ถือหุ้น 1%

เหตุผลที่ต้องรวบรวมหุ้นจำนวนมากขนาดนี้ไปไว้ที่คนๆ เดียว
ก็เพื่อป้องกันปัญหาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะมีคนเข้ามาลงทุน

เนื่องจากธุรกิจ Start-up จะมีสิ่งที่เรียกว่า “การเปิดรอบระดมทุน”
โดยจะมีตั้งแต่รอบ Pre-Series และ Series A, B, C และรอบต่อไปเรื่อยๆ
ซึ่งในแต่ละรอบ จำนวนเงินลงทุน และผู้ถือหุ้นหน้าใหม่ ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ดังนั้น หาก Keyman ถือหุ้นในสัดส่วนที่ต่ำ หรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง
ก็อาจทำให้หลังจากการเปิดรอบระดมทุนไปแล้ว หุ้นส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ในมือของนักลงทุนมากกว่า Keyman ได้

ซึ่งนี่อาจสร้างปัญหาตามมามากมาย
ทั้งการสูญเสียสิทธิ์ในการบริหาร และความเป็นเจ้าของบริษัท
หรือไม่แน่ว่า บรรดาผู้ถือหุ้นรายเล็กอาจร่วมมือกับนักลงทุนรายอื่น เพื่อทำการยึดบริษัท และปลด Keyman ออกจากตำแหน่งในการบริหาร ก็เป็นไปได้เช่นกัน

ที่สำคัญคือ กรณีแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ
เช่น กรณีของ คุณพาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้ง และ Keyman ของ VK.com แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของประเทศรัสเซีย
โดยเริ่มแรกเขาถือหุ้นอยู่ในบริษัทเพียง 20%

ต่อมาบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของรัสเซียอย่าง Mail.ru
ได้กว้านซื้อหุ้นของ VK.com จนมีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่าคุณพาเวล ดูรอฟ
และได้ร่วมกับผู้ถือหุ้นรายเล็ก เพื่อบีบเขาออกจากตำแหน่งได้สำเร็จ

อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือ วิธีการแบ่งหุ้นแบบที่ในซีรีส์เรื่องนี้เสนอไว้นั้นใกล้เคียงกับวิธีการแบ่งหุ้นที่เรียกว่า Dynamic Equity Split หรือ DES

ซึ่งวิธีการแบ่งหุ้นแบบ DES กำลังได้รับความนิยมในบริษัท Start-up มากขึ้น

วิธีการแบ่งหุ้นแบบ DES ไม่แนะนำให้เราแบ่งหุ้นให้ทุกคนเท่าๆ กัน
แต่จะแนะนำให้แบ่งตาม “ผลงาน”

โดยผลงานจะประเมินจากหลากหลายปัจจัย เช่น เวลาที่ทุ่มเทให้บริษัท, เงินทุน, ไอเดีย, สำนักงานและอุปกรณ์, เครือข่ายทางธุรกิจ และอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม สัดส่วนในการถือหุ้นอาจมีการเปลี่ยนได้ในอนาคต
โดยจะขึ้นอยู่กับทักษะและความสามารถในการทำงาน หรือ จำนวนผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น เป็นต้น

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแบ่งหุ้น ก็คือ ความชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นบริษัทใดๆ ก็ตาม การแบ่งหุ้นต้องระบุชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อป้องกันความคลุมเครือ และขัดแย้งกัน ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งหมดที่เราได้สรุปไปในบทความนี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของซีรีส์เรื่อง START-UP เท่านั้น
สำหรับใครที่กำลังท้อแท้ หรืออยากหามุมมองใหม่ๆ ให้กับตัวเอง
ลองเข้าไปดูเรื่องนี้ใน Netflix ได้เลย

รับรองว่า นอกจากจะได้ความบันเทิงครบรสแล้ว
ยังจะได้ทั้งข้อคิดทางธุรกิจ และการใช้ชีวิตกลับมาเพียบเลย
╔═══════════╗
ไอเดียเริ่มต้นที่ Blockdit ทั้งในรูปแบบ
บทความ วิดีโอ พอดแคสต์ และซีรีส์
ลองใช้กันที่ Blockdit.com/download
Blockdit. Ideas Happen.
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - ลงทุนแมน
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
References
-START-UP (2020) on Netflix
-https://www.set.or.th/set/enterprise/article/detail.do?contentId=6325
-https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/open-startup-investment.html

หุ้นกู้ด้อยสิทธิคืออะไร บทความนี้อธิบายได้เห็นภาพครับ ^^
12/06/2020

หุ้นกู้ด้อยสิทธิคืออะไร บทความนี้อธิบายได้เห็นภาพครับ ^^

ต้องขอชื่นชมในการตัดสินใจของ KBank เพราะหากเราเชื่อว่าการสัมผัสธนบัตร หรือ แลกเปลี่ยนอาจจะ มีความเสี่ยงทำให้เชื้อ covid ...
08/03/2020

ต้องขอชื่นชมในการตัดสินใจของ KBank เพราะหากเราเชื่อว่าการสัมผัสธนบัตร หรือ แลกเปลี่ยนอาจจะ มีความเสี่ยงทำให้เชื้อ covid 19 แพร่กระจายมากขึ้น

อย่างไรก็ตามการป้องกันโดยใช้หน้ากากอนามัย และ ใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดในช่วงเวลานี้ยังเป็นสิ่งจำเป็น 😷

ธนาคารกสิกรไทยออกประกาศหยุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่สาขาและสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่...

ที่อยู่

Bang Saen
20130

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00
เสาร์ 10:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Maxx Money 2016 Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์