03/04/2024
วางแผนกันนะ 💰💸
“รายรับสะดุดแต่รายจ่ายยังคงเหมือนเดิม… ทำอย่างไรดี?” 🔺💰⏳
เรามักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้อยู่ตลอด บางเรื่องก็มาแบบกะทันหันตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งอาจกระทบรายรับและการใช้ชีวิตของเราได้ 👛🌪💸
❗️ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเราต้องสะดุด❗️
* ตกงาน บริษัทปิดกิจการ
* เจอภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ทรัพย์สินเสียหาย/สูญหาย
* เจ็บป่วยกะทันหันส่งผลต่อการใช้ชีวิต
* คนในครอบครัวเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาลสูง
* อุบัติเหตุร้ายแรง / การเสียชีวิตของคนในครอบครัว
และเรื่องไม่คาดฝันเหล่านี้นี่แหละที่เป็นเหตุผลที่เราควรจะมี ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ เผื่อไว้ในชีวิตด้วย
❓ เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร? 💰🔋⚡️
เงินก้อนนี้เป็นเงินที่เราเก็บไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราขาดรายรับ หรือหาเงินมาครอบคลุมรายจ่ายได้ไม่ทัน 💣💸
ด้วยเหตุนี้ เงินสำรองฉุกเฉินต้องมีสภาพคล่องสูง สามารถเบิกถอนได้ในทันที เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือหน่วยลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง สามารถนำมาใช้จ่ายได้ในระยะเวลา 1-2 วัน
เช่น หน่วยลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น , หน่วยลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น 📊
❓ ต้องมีมากแค่ไหนหล่ะ? 💵📈
โดยทั่วไป อย่างน้อยควรให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของเราสัก 6-12 เดือน (ตัวเลขนี้ปรับได้แล้วแต่บุคคล)
เช่น ภาระหนี้สินต่อเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน/คอนโด ,ค่าผ่อนรถยนต์ 🚘,ค่าน้ำค่าไฟ , ค่าน้ำมันรถยนต์ ,ค่าโทรศัพท์ 📱 , ค่าตอบแทนบุพการี , ค่าใช้กิน ค่าจิปาถะอื่นๆ
ถ้าอยากได้ตัวเลขที่แม่นยำ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยได้เยอะมาก ๆ
❓ เริ่มอย่างไรดี? ⏫💱⚖️
เริ่มต้นลงมือเก็บเงินตั้งแต่วันนี้ โดยตั้งเป้าว่าจะเก็บเดือนละเท่าไหร่ เช่น 5% ของเงินเดือน หรือ 10% ของรายได้ทั้งหมด เป็นต้น
และควรเก็บอย่างมีวินัยคือ เก็บทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นการตั้งระบบหักเงินเพื่อเก็บอัตโนมัติไว้
ข้อปฏิบัติที่สำคัญที่สุดเมื่อเราเก็บเงินก้อนนี้ได้แล้ว คือ เงินก้อนนี้ควรนำออกมาใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น ⚡️⚡️
เงินทองต้องวางแผน ไม่ว่าจะมีวิกฤตหรือไม่มี ชีวิตเราก็จะไม่ตกหลุมอากาศแน่นอน📈
- นันทลักษณ์ กอบกลกิจจา (Wealth Advisor)
“รายรับสะดุดแต่รายจ่ายยังคงเหมือนเดิม… ทำอย่างไรดี?” 🔺💰⏳
เรามักจะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้อยู่ตลอด บางเรื่องก็มาแบบกะทันหันตั้งตัวไม่ทัน ซึ่งอาจกระทบรายรับและการใช้ชีวิตของเราได้ 👛🌪💸
❗️ตัวอย่างเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเราต้องสะดุด❗️
* ตกงาน บริษัทปิดกิจการ
* เจอภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ทรัพย์สินเสียหาย/สูญหาย
* เจ็บป่วยกะทันหันส่งผลต่อการใช้ชีวิต
* คนในครอบครัวเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาลสูง
* อุบัติเหตุร้ายแรง / การเสียชีวิตของคนในครอบครัว
และเรื่องไม่คาดฝันเหล่านี้นี่แหละที่เป็นเหตุผลที่เราควรจะมี ‘เงินสำรองฉุกเฉิน’ เผื่อไว้ในชีวิตด้วย
❓ เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร? 💰🔋⚡️
เงินก้อนนี้เป็นเงินที่เราเก็บไว้เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราขาดรายรับ หรือหาเงินมาครอบคลุมรายจ่ายได้ไม่ทัน 💣💸
ด้วยเหตุนี้ เงินสำรองฉุกเฉินต้องมีสภาพคล่องสูง สามารถเบิกถอนได้ในทันที เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือหน่วยลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ สภาพคล่องสูง สามารถนำมาใช้จ่ายได้ในระยะเวลา 1-2 วัน
เช่น หน่วยลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น , หน่วยลงทุนในกองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น 📊
❓ ต้องมีมากแค่ไหนหล่ะ? 💵📈
โดยทั่วไป อย่างน้อยควรให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายของเราสัก 6-12 เดือน (ตัวเลขนี้ปรับได้แล้วแต่บุคคล)
เช่น ภาระหนี้สินต่อเดือน เช่น ค่าผ่อนบ้าน/คอนโด ,ค่าผ่อนรถยนต์ 🚘,ค่าน้ำค่าไฟ , ค่าน้ำมันรถยนต์ ,ค่าโทรศัพท์ 📱 , ค่าตอบแทนบุพการี , ค่าใช้กิน ค่าจิปาถะอื่นๆ
ถ้าอยากได้ตัวเลขที่แม่นยำ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยได้เยอะมาก ๆ
❓ เริ่มอย่างไรดี? ⏫💱⚖️
เริ่มต้นลงมือเก็บเงินตั้งแต่วันนี้ โดยตั้งเป้าว่าจะเก็บเดือนละเท่าไหร่ เช่น 5% ของเงินเดือน หรือ 10% ของรายได้ทั้งหมด เป็นต้น
และควรเก็บอย่างมีวินัยคือ เก็บทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ อาจจะเป็นการตั้งระบบหักเงินเพื่อเก็บอัตโนมัติไว้
ข้อปฏิบัติที่สำคัญที่สุดเมื่อเราเก็บเงินก้อนนี้ได้แล้ว คือ เงินก้อนนี้ควรนำออกมาใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ๆ เท่านั้น ⚡️⚡️
เงินทองต้องวางแผน ไม่ว่าจะมีวิกฤตหรือไม่มี ชีวิตเราก็จะไม่ตกหลุมอากาศแน่นอน📈
- นันทลักษณ์ กอบกลกิจจา (Wealth Advisor)
#ลงทุน #วางแผนการเงิน