20/09/2021
“ภาษี “ วางแผนภาษีก็ช่วยประหยัดเงินได้
เปลี่ยนจากรายจ่าย เป็นเงินออมทันที ‼
เพิ่งจะยื่นภาษีกันไปไม่นาน ถึงเวลาต้องกลับมานั่งวางแผนภาษีในปีนี้อีกแล้ว
เริ่มวางแผนจากจุดไหนก่อนดี
📌ลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว
1. ลดหย่อนภาษีส่วนตัว
ลดหย่อนได้ 60,000 บาททันที โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
2. ลดหย่อนภาษีคู่สมรส
ลดหย่อนได้ 60,000 บาท โดยต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสต้องไม่มีรายได้
3. ลดหย่อนภาษีบุตร
ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท เฉพาะบุตรอายุไม่เกิน 20 ปี หรือไม่เกิน 25 ปีและกำลังเรียนอยู่ แต่ในกรณีลูกคนที่ 2 ขึ้นไป และเกิดตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไป จะลดหย่อนได้คนละ
60,000 บาท
4. ลดหย่อนภาษีบิดามารดา
ลดหย่อนได้คนละ 30,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท โดยใช้สิทธิ์ซ้ำระหว่างพี่น้องไม่ได้
5. ลดหย่อนภาษีผู้พิการ
ลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยผู้ลดหย่อนภาษีต้องเป็นผู้ดูแลที่ระบุอยู่ในบัตรคนพิการเท่านั้น
6. ค่าฝากครรภ์และทำคลอด
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท โดยครอบคลุมทั้งค่าฝากครรภ์ ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าทำคลอด และค่ากินอยู่ในสถานพยาบาล
📌ลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกัน
1. เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปหรือประกันแบบสะสมทรัพย์
สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยประกันต้องคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
2. เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง
เบี้ยประกันสุขภาพ รวมถึงเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
3. เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 15,000 บาท และสามารถรวมประกันสุขภาพพ่อแม่ของคู่สมรสมาลดหย่อนภาษีได้ ในกรณีที่คู่สมรสไม่มีรายได้
4. เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของรายได้รวมทั้งปี และต้องไม่เกิน 200,000 บาท หรือต้องไม่เกิน 300,000 บาท หากไม่มีการลดหย่อนภาษีด้วยเบี้ยประกันชีวิต และเมื่อรวมกับหมวดการลงุทนเพื่อการเกษียณแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
📌ลดหย่อนภาษีด้วยกองทุน
1. กองทุนประกันสังคม
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 6,225 บาท (จากเดิมไม่เกิน 9,000 บาท)
2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้รวมทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ
3. กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.)/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)/กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน
ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้รวมทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ
4. กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)
ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้รวมทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ
5. กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
ลดหย่อนได้ไม่เกิน 13,200 ต่อปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่น ๆ
📌ลดหย่อนภาษีด้วยเงินบริจาค
1. เงินบริจาคทั่วไป
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อน
2. เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม และโรงพยาบาลรัฐ
ลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของรายได้หลังหักค่าลดหย่อน
3. เงินบริจาคพรรคการเมือง
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท
📌ลดหย่อนภาษีด้วยมาตรการรัฐ
1. ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย
สำหรับผู้ที่ซื้อบ้านหรือคอนโด สามารถนำดอกเบี้ยที่จ่ายให้กับธนาคารมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 100,000 บาท
ควรวางแผนภาษีให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเงิน และสภาพคล่องของตนเอง
(ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย. 64)
💬สนใจสอบถามและรับคำแนะเพิ่มเติม
💬สนใจเปิดพอร์ตกองทุนรวม (บล.ฟิลลิป)
📬สามารถ Inbox หรือ https://lin.ee/OyiZ8Xo
————————
#วางแผนการเงิน
#กองทุนรวม
#วางแผนภาษี