Talk about ประกัน กับ รชต เทพพิทักษ์

Talk about ประกัน กับ  รชต เทพพิทักษ์ รชต เทพพิทักษ์
ที่ปรึกษาประกันชีวิ?

เข้าๆ ก็จะประมาณนี้....ข้าวผัดข้าวมันไก่ข้าวหมูแดง
06/06/2022

เข้าๆ ก็จะประมาณนี้....
ข้าวผัดข้าวมันไก่ข้าวหมูแดง

นัดเช้า  ก็มาตามนัด....
01/06/2022

นัดเช้า ก็มาตามนัด....

วันนี้มาไกล....ขึ้นทางด่วนคงยาวววว นั่งเฟอร์รี่ ข้ามฝากน่าจะเร็วกว่า
31/05/2022

วันนี้มาไกล....ขึ้นทางด่วนคงยาวววว นั่งเฟอร์รี่ ข้ามฝากน่าจะเร็วกว่า

ผิดปกติ....นึกว่าจะติด  ถึงลูกค้าก่อนเวลานัด...
31/05/2022

ผิดปกติ....นึกว่าจะติด ถึงลูกค้าก่อนเวลานัด...

เพื่อความสบายใจสำหรับคุณลูกค้าขาวสะอาด มั่นใจ อุ่นใจ และ ตรงไปตรงมา
26/05/2022

เพื่อความสบายใจสำหรับคุณลูกค้า
ขาวสะอาด มั่นใจ อุ่นใจ และ ตรงไปตรงมา

07/05/2022

🚑 หลายเหตุการณ์ทำให้ เสาหลักไม่ได้กลับเข้ามาที่บ้านอีก
ชีวิตครอบครัวจะไปยังไงต่อ จะหารายได้จากไหน ค่าเทอมหละ
ค่าเช่าบ้านหละ ค่าผ่อนรถหละ มันต้องมีวิธีช่วยก่อนก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดคิด เพราะว่าอุบัติเหตุ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่เลือกคน
ไม่เลือกสถานที่ ไม่เลือกรูปแบบ แม้เราจะระวัง...สุดๆแล้วก็ตาม

*** หลายๆท่าน ยังคงจำภาพเหตุการณ์ คุณหมอกระต่ายข้ามถนนบน
ทางม้าลายได้ แม้ระวัง แม้ปฎิบัติตามกฎจราจร ***

หากท่านเป็นเสาหลักของครอบครัว หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
หากท่าน เสียชีวิต ทุพพภาพสิ้นเชิง หรือ สูญเสียอวัยวะ
ครอบครัวสามารถรับผลประโยชน์ สูงสุดถึง 10ล้านบาท (แผน7)
หากอาการสาหัส ก็สามารถเข้ารักษาได้รวดเร็ว และหมดกังวลเรื่องค่ารักษา
ที่มีให้สูงสุดถึง 300,000.-บาท (แผน7)

หากกังวลเรื่องจะขาดรายได้ เมืองไทยประกันชีวิต มีวงเงินชดเชยรายได้
สูงสุดถึง วันละ 5,000.-บาท (แผน7)
หากท่านมีบุคคลอันเป็นที่รักต้องดูแล ยังมีหนี้สิน ยังมีบุตรที่ยังต้องไปเรียน

สร้างความคุ้มครองให้ตัวเองเถอะครับ เบี้ยไม่ได้แพง ชำระปีต่อปี

สมัครเลย Line@ : .assurance

หรือ m.me/mtl.insurances

ข้อมูลดีๆ :

รู้จักกับมะเร็ง https://bit.ly/3IBx36V

อุบัติเหตุที่ควรรู้ https://bit.ly/3u59aR1

อะไรคือ POPCOIN https://bit.ly/3Job0Rx

อยากมีอาชีพเสริม อยู่บ้าน ขาย พรบ และ ประกันออนไลน์ https://bit.ly/34YgLHv

ทุกความสำเร็จ ย่อมมาจากความมุ่งมานะพยายาม....แต่....ความสำเร็จจะอยู่กับเรา และพัฒนาขึ้น ก็ต่อเมื่อร่างกายเราแข็งแรงหากวั...
07/05/2022

ทุกความสำเร็จ ย่อมมาจากความมุ่งมานะพยายาม....
แต่....ความสำเร็จจะอยู่กับเรา และพัฒนาขึ้น ก็ต่อเมื่อ
ร่างกายเราแข็งแรง
หากวันนี้ ถ้าพอจะวางแผนการเงินการออมได้ ก็ควรรีบวางแผน
หากวันนี้ สามารถออมได้ เดือนละประมาณ 5000.-บาท
ก็สามารถวางแผน เพื่อการเกษียณ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะมีเงินใช้
อย่างพอเพียง
และหากวางแผนจะมีครอบครัว ก็ควรวางแผนให้มีเงินก้อนในอนาคต
เมื่อลูกเข้ามหาวิทยาลัย
ทุกการออมไม่ได้สูญเสีย ทุกการออมอยู่ครบ..... แต่หากระหว่างการออม
เกิดเหตุไม่คาดคิด คู่ชีวิต และ บุตร ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ อย่างไม่ยากลำบาก

จะดีกว่าไหม ถ้าจะเริ่มออมตั้งแต่วันนี้

สอบถามเพิ่มเติม
082 716 7770

Line@ : .assurance

25/04/2022

คุณทำประกันเพื่ออะไร
สุขภาพ การศึกษาบุตร เกษียณอายุ ออมเงิน มรดก หรือการลงทุน

24/04/2022

ความเครียด เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของโรคความดันโลหิตสูง มีผลทำให้อาการจากโรครุนแรงเพิ่มขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยหลายๆคน จึงแนะนำวิธีการดูแลและบำบัดด้วยการบริหารกายคลายเครียด เพื่อรักษาโรคความดันโลหิตสูง

การบริหารกายคลายเครียด คือ การบริหารกาย เพื่อให้เกิดการผ่อนคลาย โดยใช้วิธีการผ่อนคลายต่างๆ ซึ่งจัดเป็นวิธีการดูแลสุขภาพแบบการแพทย์เสริม และการแพทย์ทางเลือกที่นิยมเป็นอันดับหนึ่งในอเมริกา

หลักการของวิธีการผ่อนคลายโดยทั่วไปอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างจิตและกาย ซึ่งเชื่อว่าจิตมีอิทธิพลต่อกาย และในทางกลับกันกายก็ส่งผลต่อจิตด้วย จึงอาศัยวิธีการต่างๆทั้งทางกายและทางจิต เพื่อหวังผลให้เกิดความผ่อนคลาย สบายกาย และสบายใจ

ประโยชน์ของการบริหารกายคลายเครียด มีดังนี้

ด้านร่างกาย

ลดอัตราการเต้นของหัวใจ
ลดความดันโลหิต
ลดอัตราการหายใจ
ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
หลอดเลือดส่วนปลายขยายตัว
ด้านความคิดและจิตใจ

ทําให้รู้สึกสงบ และมีสมาธิมากขึ้น
ยอมรับคำแนะนําที่ดีง่ายขึ้น
ด้านพฤติกรรม

ไม่ถูกเร้าด้วยสิ่งกระตุ้นจากภายนอกได้ง่าย
สงบเสงี่ยมขึ้น ไม่พูดมาก ไม่หลุกหลิกง่าย
การเตรียมตัวก่อนที่จะเริ่มบริหารกายคลายเครียด

สภาพแวดล้อมที่ สงบเงียบ โดยอาจจะจัดห้องที่สงบ ไม่ให้มีเสียงรบกวนจากภายนอก ช่วงที่เหมาะสมแก่เวลานี้ก็คือ ช่วงก่อนเข้าก่อน
กลวิธีทางจิตที่ช่วยให้ผ่อนคลายเร็วขึ้น คือ การภาวนาคําหรือวลีซ้ำๆ เช่น เข้าหนอ ออกหนอ ยุบหนอ พองหนอ เป็นต้น
ทำจิตสงบไม่คิดถึงภาวะรอบตัวหรือภาวะภายนอก เช่น ไม่สนใจเสียงต่างๆที่แว่วมาไกลๆ จิตใจจดจอต่อการผ่อนคลายที่กำลังปฏิบัติอยู่
ท่าทางที่สบาย เช่น นั่งขัดสมาธิ นั่งบนเก้าอี้มีที่เท้าแขนและเท้าวางพอดีบนพื้น นอนท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนให้สะโพกและเข่างอพอรู้สึกสบาย นอนราบบนที่นอนนุ่มสบาย
การบริหารกายคลายเครียด เพื่อให้เกิดการผ่อนคลายด้วยตนเอง แบ่งออกเป็นวิธีหลักๆ ดังต่อไปนี้

1. การคลายกล้ามเนื้อด้วยตนเอง (Active Inhibition Techniques) เทคนิคการเกร็งแล้วคลายกล้ามเนื้อ (Contract-relax technique) เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด โดยวิธีเกร็งกล้ามเนื้อแบบไม่เคลื่อนไหว คือ ก่อนจะผ่อนคลายหรือยืดกล้ามเนื้อมัดใด ให้เกร็งกล้ามเนื้อมัดนั้นก่อน จะสามารถผ่อนคลายหรือยืดกล้ามเนื้อได้ดียิ่งขึ้น เพราะหลังจากเกร็งแล้วกล้ามเนื้อมัดนั้นจะล้า แล้วสามารถยืดหรือคลายตัวเองจึงมีผลทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

2. การผ่อนคลายเฉพาะที่ (Local Relaxation) เป้าหมายของการทำ เพื่อให้ผู้ป่วยเรียนรู้การผ่อนคลาย โดยใช้อุปกรณ์ต่างๆช่วยให้ เห็นผลของการผ่อนคลายมากขึ้น และผู้ป่วยสามารถจดจำวิธีการผ่อนคลายไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ อุปกรณ์ที่ใช้ ได้แก่อุปกรณ์ที่ให้สัญญาณเสียง หรือสัญญาณภาพ ถ้าผู้ป่วยมีอาการเกร็งก็จะมีสัญญาณเสียงดังขึ้น หรือเห็นกราฟตัวสูงและถี่ขึ้น เมื่อผ่อนคลาย สัญญาณเสียงก็จะเบาลง กราฟก็จะเล็กลง ความถี่ลดลง นอกจากนี้อุปกรณ์ที่หาง่ายๆภายในบ้าน คือ กระจกเงา ส่องดูหน้าตัวเอง เช่น สีหน้า การขมวดคิ้ว หน้าผากย่น เมื่อมีอาการเครียด เป็นต้น แล้วฝึกผ่อนคลายว่ามีสีหน้า ท่าทางอย่างไร โดยต้องฝึกบ่อยๆจนเรียนรู้ด้วยตนเองได้ว่าจะผ่อนคลายอย่างไร เมื่อรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาก็จะได้ผ่อนคลายตนเองเป็น

3. การผ่อนคลายทั้งร่างกาย (General Relaxation) วิธีที่นิยม คือ การคลายกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นทีละส่วน ซึ่งคล้ายคลึงกับวิธีการของโยคะที่จะให้เกร็งกล้ามเนื้อก่อนแล้วจึงปล่อยคลาย ซึ่งโยคะจะให้เกร็งพร้อมกันทั้งตัว ในขณะที่วิธีการนี้ให้เกร็งแล้วคลายทีละส่วน โดยเริ่มจากเกร็ง จิกเท้าให้เต็มที่ก่อนจนทนไม่ไหวแล้วจึงปล่อยให้ผ่อนคลาย ต่อมาก็ทำเช่นเดียวกันที่ ขาโดยให้เกร็งเหยียดเข่าแล้วปล่อยให้ผ่อนคลาย ทำเช่นนี้ขึ้นมาเรื่อยๆที่สะะโพก ช่องท้อง อก แขน ไหล่ คอ จนถึงใบหน้า โดยเชื่อว่าการผ่อนคลายกล้ามเนื้อจะส่งผลให้ภาวะจิตผ่อนคลายด้วย และในทางกลับกันจิตใจที่ผ่อนคลายก็ส่งผลย้อนกลับให้มีการคลายกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งทำให้ผู้ฝึกรู้สึกสดชื่นขึ้น มีพลังงานมากขึ้น และกลับไปทำงานได้ดีขึ้นด้วย

เมื่อพูดถึงการนอนไม่หลับ สิ่งแรกที่ใครหลายๆคนจะนึกถึงก็คือ “ความเครียด” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนอนไม่หลับมีปัจจัยหลายป...
24/04/2022

เมื่อพูดถึงการนอนไม่หลับ สิ่งแรกที่ใครหลายๆคนจะนึกถึงก็คือ “ความเครียด” แต่ในความเป็นจริงแล้ว การนอนไม่หลับมีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้อง บางคนไม่ได้มีความเครียดหรือมีเรื่องอะไรให้คิดมากเลย แต่กลับนอนไม่หลับซะงั้น

บทความนี้จึงอยากบอกให้รู้ถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอนไม่หลับ รมถึงวิธีการแก้ไขเพื่อให้การนอนของเราดีขึ้นได้

การนอนไม่หลับ (Insomnia) หมายถึง การนอนหลับได้ยากเมื่อเริ่มต้นเข้านอน การตื่นนอนกลางคืนแล้วหลับต่อได้ยาก การตื่นเร็วกว่าปกติ หรือการตื่นนอนด้วยความรู้สึกที่ไม่สดชื่นหรือรู้สึกว่านอนไม่เต็มอิ่ม

ปัญหาการนอนไม่หลับนั้นจะส่งผลกระทบทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และอาชีพ เช่น อ่อนเพลีย มีปัญหาด้านความคิด ง่วงนอนเวลากลางวัน หงุดหงิดได้ง่าย ไม่มีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง รวมถึงการขาดงานบ่อยเนื่องจากความเจ็บป่วย

ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการนอนไม่หลับ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดการนอนไม่หลับมีหลายประการ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นร่วมกันได้ ดังนี้

อายุ เมื่ออายุมากขึ้นวงจรการนอนจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการลดลงของเซลล์ประสาทในสมองที่มีอิทธิพลต่อการนอนหลับในช่วงหลับลึก หรือเกิดการเสื่อมของระบบประสาทที่ควบคุมจังหวะของการนอนหลับ
ความเจ็บป่วยด้านร่างกาย โรคและความผิดปกติในระบบต่างๆของร่างกาย มีผลรบกวนต่อการนอนหลับ เช่น โรคพาร์กินสัน ทำให้ตื่นบ่อยและระยะเวลาการนอนหลับลดลง โรคหอบหืด ทำให้ตื่นบ่อยจากอาการหายใจลำบาก โรคกระเพาะอาหารรบกวนการนอนหลับเนื่องจากอาการปวดแสบปวดร้อน และโรคเบาหวานที่ทำให้ปัสสาวะในตอนกลางคืนจึงรบกวนการนอนหลับ
สภาวะอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด และวิตกกังวล สภาวะอารมณ์มีอิทธิพลต่อการนอนหลับเป็นอย่างมาก นอกจจากจะเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับแล้วยังเป็นอาการที่เกิดตามมาจากการนอนไม่หลับได้เช่นกัน
เหตุการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย เช่น การเลื่อนตำแหน่ง ประสบความสำเร็จในการงาน การสูญเสียบุคคลที่รัก หรือการมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนมีผลต่อความคิดและอารมณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อการนอนหลับได้
สิ่งแวดล้อม เช่น เสียง แสงสว่าง อุณหภูมิ ลักษณะที่นอน รวมถึงสถานที่ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ
พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับการนอนหลับ เช่น การใช้เวลาอยู่บนเตียงมากเกินไป การใช้เตียงนอนสำหรับทำทุกสิ่งอย่าง การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีนสูง การใช้ยา การงีบหลับที่ไม่เป็นเวลา สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาต่อการนอนไม่หลับ และเป็นปัญหาที่นอนไม่หลับแบบเรื้อรังด้วย
ถ้ารู้สึกว่านอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ควรทำอย่างไร
สิ่งแรกเลยที่ต้องทำเลยก็คือ การถามตัวเองหรือค้นหาสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ เมื่อทราบสาเหตุแล้วก็แก้ไขที่สาเหตุเป็นหลัก แต่บางสาเหตุก็มิอาจแก้ไขหรือทำได้ในทันทีทันใด การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างที่ส่งเสริมในด้านการนอนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น ซึ่งสามารถนำไปทำตามกันได้ง่ายๆ ดังนี้

เข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา การเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำ สม่ำเสมอ ทั้งวันทำงานปกติและวันหยุด จะช่วยให้ร่างกายปรับตัว คุ้นชินกับช่วงเวลาชีวิตของแต่ละคน
เข้านอนเมื่อถึงเวลาง่วงนอนจริงๆ หากเข้านอนเกิน 30 นาที แต่ก็ยังไม่หลับ ให้ลองหากิจกรรมเบาๆทำบนเตียง เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงกล่อมนอนเบาๆ เมื่อเริ่มง่วงก็ให้หลับตานอนอีกครั้ง
จัดท่านอนให้เหมาะสม ท่านอนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะส่งผลให้ผู้นอนหลับสนิทตลอดคืนและตื่นนอนด้วยความสดชื่น ไม่รู้สึกเพลีย หรือปวดเมื่อยตามส่วนต่างๆ การเลือกหมอนและหมอนข้างให้ตรงตามสรีระของร่างกายจะยิ่งช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
ปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน ห้องนอนที่ดีควรเงียบ สงบ มีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่มีเสียง หรือแสงรบกวนขณะหลับ
หลีกเลี่ยงการนอนระหว่างวัน การงีบหลับหรือนอนระหว่างวัน

โดยเฉพาะหลังเลิกงานอาจทำให้เรานอนไม่หลับได้ในตอนกลางคืน ซึ่งเวลาในการนอนก็ผิดแปลกไป หากง่วงมากจริงๆ ก็สามารถงีบหลับได้ แต่ไม่ควรเกิน 30 นาทีรับประทานอาหารมื้อเบาๆก่อนนอน การรับประทานอาหารมื้อเบาๆก่อนเข้านอน 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง จะช่วยทำให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น เช่น นม กล้วยหอม โยเกิร์ต ขนมปังกรอบปริมาณเล็กน้อย เป็นต้น
หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับ การใช้ยาเป็นปรำจำในทุกๆวันอาจทำให้ร่างกายเคยชินกับการใช้ยา เมื่อใดที่ไม่ใช้ยาหรือไม่มียาให้ใช้ อาจทำให้เรานอนหลับได้ยากมากขึ้น หากไม่ได้ใช้ก็ไม่ต้องไปหามาใช้ หรือถ้าใช้อยู่ก็พยายามปรับลด และเลิกใช้ให้ไวที่สุด เว้นแต่เป็นการใช้ยาตามคำสั่งของแพทย์

สินค้าที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นและสมองได้พักผ่อน

สมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่หาได้ง่าย ช่วยดูแลสุขภาพและยังรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ดี“การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” คำกล่า...
24/04/2022

สมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่หาได้ง่าย ช่วยดูแลสุขภาพและยังรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้ดี

“การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” คำกล่าวนี้ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย ก็ยังคงได้ยินกันอยู่เสมอ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมคนโบราณ ปู่ ย่า ตา ยาย ท่านถึงไม่มีโรคประจำตัวและอายุยืนยาว ทั้งๆที่ความก้าวหน้าทางการแพทย์สมัยก่อนยังไม่เหมือนกับปัจจุบัน นั่นเป็นเพราะ คนโบราณได้มีการศึกษาหาสมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพและรักษาร่างกาย ซึ่งในยุคปัจจุบันก็ยังเป็นที่ยอมรับกันมากยิ่งขึ้น

เชื่อว่าคนไทยทุกคนน่าจะคุ้นหูและเคยกินสมุนไพรทั้ง 2 ตัวนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะนำมาปรุงอาหาร ทำน้ำสมุนไพร หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆหลากหลายชนิด ที่สำคัญหาง่าย ราคาก็แสนจะถูก นั่นก็คือ ตะไคร้ และ กระเจี๊ยบแดง

ตะไคร้
ตะไคร้ เป็นพืชท้องถิ่นที่หาง่าย ราคาถูก เป็นพืชล้มลุก รวมกันอยู่เป็นกอใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบยาวแคบมีกลิ่นหอม มีเหง้าแข็งใต้ดิน ขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อ สารสำคัญที่พบ คือ น้ำมันหอมระเหย ชื่อว่า Lemon grass oil หรือ Verbena oil หรือ Molissa oil ซึ่งมีองค์ประกอบเป็น Citral ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์

ประโยชน์ทางยาใช้ขับลม ขับเหงื่อ ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และลดความดันโลหิต

สูตรเด็ดทำน้ำตะไคร้

นำตะไคร้ที่เตรียมไว้ล้างน้ำให้สะอาด
เติมน้ำ 3 ลิตรใส่หม้อ ตั้งไฟจนน้ำเดือด โดยใช้ไฟกลาง
ใส่ตะไคร้ 1 – 2 กำมือลงไปต้มในน้ำเดือด ประมาณ 5 – 7 นาที
ต้มจนน้ำออกสีเขียวอ่อนๆ หรือมีกลิ่นหอมของตะไคร้
นำน้ำตะไคร้ที่ได้มากรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบางอีกที
พักให้เย็น แล้วกรอกใส่ขวดแช่เย็น ดื่มได้ทันที
เคล็ดลับ: ***เติมน้ำผึ้ง หรือ มะนาวเล็กน้อย ตามชอบ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น

กระเจี๊ยบ
กระเจี๊ยบแดง เป็นพืชปีเดียว ต้นเป็นพุ่มขนาดเล็ก ลำต้นและกิ่งก้านมีสีม่วงแดง ดอก เป็นดอกเดี่ยวสีชมพูตรงกลางดอกมีสีเข้มกว่าส่วนนอก สารสำคัญที่พบ คือ กลุ่มแอนโทไซยานิน (anthocyanins) เช่น สารไซยานิดิน (cyanidin) เดลฟินิดิน (delphinidin)

ข้อมูลการศึกษาวิจัยทางคลินิกพบว่า กระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ และทำให้ผู้ป่วยมีปัสสาวะใสกว่าเดิม ขับกรดยูริกทางปัสสาวะ เพิ่มการขับโซเดียมออกทางปัสสาวะ ลดการเกิดนิ่ว ลดความดันโลหิตและลดไขมันในเลือดได้

สูตรเด็ดทำน้ำกระเจี๊ยบ

ดอกกระเจี๊ยบสดแกะเมล็ดออก ล้างน้ำให้สะอาด (ถ้าไม่มีดอกกระเจี๊ยบสด ใช้ดอกแห้งแทนได้)
เติมน้ำใส่หม้อ ใส่ดอกกระเจี๊ยบ ต้มด้วยไฟกลางประมาณ 30-40 นาที
ต้มจนน้ำออกสีแดงเข้มๆ
เมื่อน้ำกระเจี๊ยบได้ที่ ตักดอกกระเจี๊ยบออก กรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบางอีกที
พักให้เย็น แล้วกรอกใส่ขวดแช่เย็น ดื่มได้ทันที
เคล็ดลับ: ***เติมน้ำผึ้ง หรือ น้ำตาลเล็กน้อย ตามชอบ เพื่อความอร่อยยิ่งขึ้น

อุบัติเหตุไม่อาจจะคาดเดา
บทความการเตรียมพร้อม

จะอุบัติเหตุ จะเจ็บป่วย จะออมไว้ใช้เมื่่อวางมือ หรือ จะมอบเป็นมรดกให้ลูกหลาน มาปรึษากับเรา

“โรคความดันโลหิตสูง” เพชฌฆาตแห่งความเงียบ (silence killer) ฉายานี้ได้มาเพราะ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเนื่องจากไม...
24/04/2022

“โรคความดันโลหิตสูง” เพชฌฆาตแห่งความเงียบ (silence killer) ฉายานี้ได้มาเพราะ คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าตัวเองเป็นเนื่องจากไม่มีอาการหรืออาการแสดงให้เห็น แต่มักตรวจพบด้วยความบังเอิญ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอาการแสดง ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นระยะเวลานานๆ อาจนำมาซึ่งภาวะแทรกซ้อนและโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น

ภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (atheroma)
ภาวะหัวใจล้มเหลว (heart failure)
ภาวะหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (aneurysm)
ภาวะแทรกซ้อนที่ระบบประสาท
ภาวะแทรกซ้อนที่จอประสาทตา
ภาวะแทรกซ้อนที่ไต
โดยสิ่งที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ก็คือ

การลดน้ำหนักตัว (weight reduction) น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐานและระดับไขมันสะสมในร่างกายมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มของระดับความดันโลหิต ซึ่งจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานจะสามารถลดความดันโลหิตได้ 5-20 มิลลิเมตรปรอท

การจำกัดปริมาณโซเดียม (sodium restriction) ประมาณร้อยละ 40 ของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง มีความไวต่อโซเดียม การรับประทานอาหารที่มีโซเดียม น้อยกว่า 2000 มิลลิกรัมต่อวัน ส่งผลให้ความดันโลหิต ลดลง 2-8 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

การปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหารประเภทไขมัน (dietary fat modification) โดยการลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัว และเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนจำพวกปลา ซึ่งจะส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง 2.50-3.00 มิลลิเมตรปรอท นอกจากนี้ควรเน้นผักและผลไม้ที่ให้แมกนีเซียมและโพแทสเซียมสูง นมและผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำและรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง รวมถึงควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำหนักลดลง สามารถลดความดันโลหิตได้ 8-14 มิลลิเมตรปรอท

การออกกำลังกาย (Exercise) การออกกำลังกายแบบแอโรบิคอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ต่อมใต้สมองหลั่งฮอร์โมนออกซิโตซิน ส่งผลให้หลอดเลือดบีบตัวได้ดีขึ้น ความตึงตัวของหลอดเลือดลดลง มีการขยายตัวมากขึ้น ช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) และสามารถลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ ควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง วันละ 30-45 นาที เป็นเวลา 4-5 วัน ใน 1 สัปดาห์ ซึ่งจะสามารถลดความดันโลหิตได้ 4-9 มิลลิเมตรปรอท

การจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ ( restriction) การได้รับแอลกอฮอล์มากกว่า 30 มิลลิลิตรต่อวัน จะทำให้ความดันซิสโตลิกเพิ่มขึ้น 1 มิลลิเมตรปรอท จึงควรจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ โดยผู้ชายไม่ควรได้รับเกิน 30 มิลลิลิตรแอลกอฮอล์ต่อวัน ส่วนผู้หญิงและผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อยไม่ควรได้รับเกิน 15 มิลลิลิตรแอลกอฮอล์ต่อวัน ซึ่งจะสามารถลดความดันโลหิตได้ 2-4 มิลลิเมตรปรอท

การงดสูบบุหรี่ มีความสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด การมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยสารนิโคตินในบุหรี่จะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งมากขึ้น

การลดความเครียด รวมถึงการผ่อนคลายความเครียด และการลดความวิตกกังวล สามารถบริหารจัดการความเครียดได้ด้วยตนเอง โดยวิธีต่างๆ เช่น การฝึกการหายใจ การฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อ การฝึกสมาธิ

บทความเกี่ยวกับมะเร็ง

จะอุบัติเหตุ จะเจ็บป่วย จะออมไว้ใช้เมื่่อวางมือ หรือ จะมอบเป็นมรดกให้ลูกหลาน มาปรึษากับเรา

ที่อยู่

Bangna
Bang Na
10260

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66827167770

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Talk about ประกัน กับ รชต เทพพิทักษ์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Talk about ประกัน กับ รชต เทพพิทักษ์:

แชร์