Trading With PJ เทรด กับ พีเจ

Trading With PJ เทรด กับ พีเจ Lead to wealth

Infinity Wealth main indicatorBuy Signal +5.7 %
14/10/2022

Infinity Wealth main indicator
Buy Signal

+5.7 %

BTC Short Signal Infinity Wealth Indicator-5%
13/10/2022

BTC Short Signal
Infinity Wealth Indicator
-5%

อัปเดทล่าสุดจากจุดเข้า ที่บอกมื้อวานBTC + 1 % ETH + 2.35 %BNB + 0.67 %
12/10/2022

อัปเดทล่าสุดจากจุดเข้า ที่บอกมื้อวาน
BTC + 1 %
ETH + 2.35 %
BNB + 0.67 %

สัญญาณซื้อ BTC จาก Indicator Wealth main มาแล้วครับบวกกับมีแนวรับที่จุดนี้ด้วยนอกจากนี้ยังมีสัญญาณจาก ETH BNB ด้วยครับผม
11/10/2022

สัญญาณซื้อ BTC จาก Indicator Wealth main มาแล้วครับบวกกับมีแนวรับที่จุดนี้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณจาก ETH BNB ด้วยครับผม

สัญญาณซื้อล่าสุด GOLD และ OIL จาก Infinity Wealth Main Indicator GOLD + 6.05 %OIL + 12.60 %
10/10/2022

สัญญาณซื้อล่าสุด GOLD และ OIL
จาก Infinity Wealth Main Indicator
GOLD + 6.05 %
OIL + 12.60 %

📣บริษัทลูกธนาคารไทยพาณิชย์ SCB10X ลงทุนใน DeFi Ape Board แล้วSCB 10X บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ได้เดินหน้าภารกิจ Moon...
17/07/2021

📣บริษัทลูกธนาคารไทยพาณิชย์ SCB10X ลงทุนใน DeFi Ape Board แล้ว

SCB 10X บริษัทในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ได้เดินหน้าภารกิจ Moonshot Mission มุ่งลงทุนในบริษัทกลุ่มเทคโนโลยี และสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ประกาศลงทุนในกลุ่ม Defi ผ่านสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า “APE BOARD” แล้ว

Ape Board เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับการติดตามพอร์ต DeFi ของผู้ใช้งานด้วยการให้ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงการลงทุนข้าม chain ที่หลากหลายบนแดชบอร์ดเดียวได้อย่างง่ายดาย

ในขณะนี้ APE BOARD ได้รองรับโปรโตคอลมากกว่า 79 รายการใน 5 chain หลัก รวมถึง Solana, Binance Smart Chain, Ethereum, Terra และ Polygon ซึ่งในไม่ช้า Arbitrum จะถูกรวมเข้ากับโครงการอื่น ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น

นางมุขยา พานิช Chief Venture and Investment Officer บริษัท เท็นเอกซ์ จำกัด หรือ SCB 10X เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงทุนใน ‘APE BOARD’ แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการติดตามข้อมูลและบริหารจัดการการลงทุนใน Digital Asset ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานแล้วมากกว่า 350,000 คน ด้วยระยะเวลาเพียง 4 เดือนหลังจากเปิดให้ได้ทดลองใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวเมื่อเดือนมี.ค. 64 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้งานชาวไทย และชาวต่างชาติ

การลงทุนในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อการผสานรวมรูปแบบการให้บริการทางการเงินแบบดั้งเดิม ให้เข้ากับการให้บริการทางการเงินในรูปแบบใหม่ ๆ บนโลกบล็อกเชน ซึ่งแพลตฟอร์มดังกล่าวสามารถช่วยแก้ไข Pain Point ของผู้ลงทุน พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถติดตามข้อมูลและบริหารจัดการการลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น

“APE BOARD คือ แพลตฟอร์มดิจิทัลที่รวบรวมและแสดงพอร์ตการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนบุคคล ซึ่งผู้ลงทุนสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ และติดตามผลการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเครื่องมือดังกล่าวจะช่วยนำข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่หลากหลาย Protocols มารวมไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ปัจจุบันแพลตฟอร์มได้รองรับโปรโตคอลมากถึง 79 รายการ โดยครอบคลุม Chains หลัก ๆ เช่น Ethereum, Solana, Polygon อีกยังจะมีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในอนาคตอีกด้วย” นางมุขยากล่าว

ทางด้านนายกษิดิ์เดช พูลสุขสมบัติ CEO and Co-Founder ของ APE BOARD เปิดเผยว่า เขาต้องการพัฒนาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานของผู้ลงทุนนั้นสะดวกและง่ายมากขึ้น โดยผู้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุน เช่น ยอดคงเหลือในบัญชี วิเคราะห์ผลตอบแทน ตลอดจนสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงของการคำนวณค่า Impermanent loss (IL) จากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลบนหลากหลายแพลตฟอร์ม (Protocols) และหลาย Chain

รวมถึงการเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ใน Wallet มากกว่า 1 Wallet มีความกระจัดกระจาย ทำให้การลงทุนมีความยุ่งยาก ซับซ้อนและต้องใช้เวลานาน ซึ่ง ‘APE BOARD’ ถูกออกขึ้นเพื่อตอบแก้ไขปัญหานี้
ทั้งนี้ APE BOARD เปิดให้ใช้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับฟังก์ชั่นต่าง ๆ บนแพลตฟอร์ม และจะมีการอัปเดตแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ลงทุนเป็นหลัก อาทิเช่น การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนผ่านการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และบริการเพิ่มเติมที่ช่วยในการวางแผนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คอร์สสอนฟรี ทำความรู้จักกับวิธีหารายได้ด้วย Cryptocurrencyการทำกำไรแบบต่างๆในโลก Cryptoมีกี่วิธีอ่ะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียขอ...
01/07/2021

คอร์สสอนฟรี
ทำความรู้จักกับวิธีหารายได้ด้วย Cryptocurrency
การทำกำไรแบบต่างๆในโลก Crypto
มีกี่วิธีอ่ะไรบ้าง ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้ที่

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfVBtD0we4GmwDOMQEUK-Zbq0HpLuA7z5dxQT5E_3m59lpC5A/viewform?usp=send_form

สรุป คริปโท NFT ครบจบ ในภาพเดียว- ร่วมติดตามข่าวสารคริปโทเคอร์เรนซี จากมุมมองหลายเพจ ได้ในแพลตฟอร์ม Blockdit ลองอ่านตัวอ...
08/06/2021

สรุป คริปโท NFT ครบจบ ในภาพเดียว
- ร่วมติดตามข่าวสารคริปโทเคอร์เรนซี จากมุมมองหลายเพจ ได้ในแพลตฟอร์ม Blockdit ลองอ่านตัวอย่างได้ที่ www.blockdit.com/explore/cryptocurrency -
Cr.ลงทุนแมน

📌อสังหาฯ มาอีกราย ORI x Bitkub ใช้คริปโทซื้อขายบ้าน-คอนโด รองรับ 3 สกุล ETH-USDT-BTC═════════════════"ออริจิ้น พร็อพเพอร...
05/06/2021

📌อสังหาฯ มาอีกราย ORI x Bitkub ใช้คริปโทซื้อขายบ้าน-คอนโด รองรับ 3 สกุล ETH-USDT-BTC
═════════════════
"ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้" ผนึก Bitkub เปิดโอกาสนักลงทุนเลือกซื้อบ้านและคอนโด ทั่วกรุงเทพฯ-EEC ผ่าน Bitkub Wallet รองรับเหรียญคริปโทฯ 3 สกุล ETH-USDT-BTC

*ORI ผนึก Bitkub เปิดทางนักลงทุนใช้คริปโทฯ ซื้อบ้าน-คอนโดฯ
https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?ref=A&id=djRBb2s1b2VPSG89&security=ORI
-------------------------------------
-ติดตามสรุปประเด็นข่าว Crypto&Fintech โดยอีไฟแนนซ์ไทย
🤗ลิงก์นี้ >>https://bit.ly/3oC4Zbg
-ติดตามบทความคุณภาพ&อินเทรนด์ จากกูรูวงการ Crypto
🤗ลิงก์นี้ >>https://bit.ly/3bDhBJB
-ถ้าชอบก็ฝากกดไลก์ กดแชร์ Crypto by efinanceThai ด้วยน๊าา 🥰
-ปล.การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ควรทำการศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


อีไฟแนนซ์ไทย สำนักข่าวหุ้น-การเงิน-การลงทุน อันดับหนึ่งของไทย
ที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 1 ล้านคน/เดือน
อ่านข่าวสารการลงทุนเพื่อหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ได้ตลอดวัน
อีไฟแนนซ์ไทย “มีข่าวมีโอกาส” www.efinancethai.com

04/06/2021

ทวงคืนศักดิ์ศรีเจ้าพ่อเหรียญมีม😂
═════════════════
DOGE พุ่ง 40% หลังใกล้เปิดเทรดที่ Coinbase Pro, มัสก์ ขยี้ต่อ!

DOGE กำลังกลับมาผงาด ทวงคืนศักดิ์ศรีเจ้าพ่อเหรียญมีมอีกครั้ง หลังจาก Coinbase ประกาศลิสต์ขึ้นแพลตฟอร์ม และเช่นเคย ทวีตใหม่จากอีลอนมัสก์อีกแล้ว

เหรียญมีมที่ไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง Dogecoin (DOGE) ราคาพุ่งทะยาน ทะลุไปแล้วกว่า 40% ในวันอังคารที่ผ่านมา สืบเนื่องจากการลิสต์ขึ้นกระดานแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์ม Coinbase และแน่นอน ทวีตจากอีลอนมัสก์ โฆษกจำเป็นของ Dogecoin อีกแล้ว

ทางด้านเว็บไซต์แลกเปลี่ยนคริปโทชื่อดังอย่าง Coinbase ได้ประกาศลิสต์เหรียญ DOGE ขึ้นบนแพลทฟอร์ม Coinbase Pro ซึ่งราคาเหรียญก็ได้รับอานิสงส์ไปเลยเต็มๆ ถึงแม้ว่าในวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาของ DOGE ก็ดิ่งไปกว่า 59% จากเดือนที่แล้ว สืบเนื่องจากตลาดขาลงคริปโทในครั้งที่ผ่านมาในวันอังคารที่ผ่านมานี้ หลังจาก Coinbase ประกาศลิสต์เหรียญ DOGE ขึ้นแพลตฟอร์ม ราคาของมันก็กลับพุ่งไปแตะถึง 0.4398 จาก 0.3137 ดอลลาร์ ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเพิ่มขึ้นไปกว่า 40% เพียงแค่ชั่วข้ามคืน

โดยในขณะนี้ ทาง Coinbase กำลังเปิดให้ผู้ใช้งานฝาก DOGE เข้ามาในระบบให้ได้มากที่สุด โดยถ้าหากมีจำนวนเหรียญ DOGE อยู่ในระบบมากเพียงพอ ก็จะมีการเปิดเทรดจริงในวันวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้โดยมีคู่เทรดระหว่าง DOGE/USD,DOGE/BTC,DOGE/EUR,DOGE/GBP และ DOGE/USDT

โดยในวันอังคารที่ผ่านมา ทางด้านของ อีลอน มัสก์ ก็ไม่พลาดที่จะทวีตมีมใหม่เกี่ยวกับ Dogecoin อีกแล้ว โดยครั้งนี้เขาได้โพสต์มีมที่มีรูปหมา doge หน้าบึ้ง นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ยุค 80 โดยมีคำพูดในรูปว่า "ฉันต้องเก็บความชอบของฉันไว้ในใจ ไม่งั้นฉันต้องถูกสังคมเกลียดแน่ๆ"

รวมถึงมัสก์ก็ยังทวีตมีม Dogecoin มีมแรกที่เคยเคยทวีตไว้ในปี 2020 เป็นภาพพายุหมากำลังกลืนกินบ้านเมืองอยู่ โดยมันก็ได้แสดงให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับโครงการ Dogecoin โดยตรงเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเขาเป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลกของ Dogecoin แล้ว

แปลโดย : พงศภัค รจนา
ที่มา : cointelegraph

https://cointelegraph.com/news/dogecoin-surges-40-on-back-of-coinbase-pro-listing-musk-tweets?utm_source=Telegram&utm_medium=social
-------------------------------------
-ติดตามสรุปประเด็นข่าว Crypto&Fintech โดยอีไฟแนนซ์ไทย
🤗ลิงก์นี้ >>https://bit.ly/3oC4Zbg
-ติดตามบทความคุณภาพ&อินเทรนด์ จากกูรูวงการ Crypto
🤗ลิงก์นี้ >>https://bit.ly/3bDhBJB
-ถ้าชอบก็ฝากกดไลก์ กดแชร์ Crypto by efinanceThai ด้วยน๊าา 🥰
-ปล.การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ควรทำการศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน


อีไฟแนนซ์ไทย สำนักข่าวหุ้น-การเงิน-การลงทุน อันดับหนึ่งของไทย
ที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 1 ล้านคน/เดือน
อ่านข่าวสารการลงทุนเพื่อหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ได้ตลอดวัน
อีไฟแนนซ์ไทย “มีข่าวมีโอกาส” www.efinancethai.com

ช้าเเต่ชัวร์
03/06/2021

ช้าเเต่ชัวร์

“อูฐ” แนวทางสตาร์ตอัปช้าแต่ชัวร์ ขั้วตรงข้ามยูนิคอร์น /โดย ลงทุนแมน
หนึ่งในการวัดความสำเร็จของสตาร์ตอัป นั่นก็คือการได้เป็น “ยูนิคอร์น”
หรือการที่บริษัท ได้รับการประเมินมูลค่าตั้งแต่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือราว 3 หมื่นล้านบาทขึ้นไป

ยูนิคอร์นได้กลายเป็นเป้าหมายของเหล่าสตาร์ตอัป
โดยบริษัทเหล่านี้ต้องมีนวัตกรรมโดดเด่นมากพอ เพื่อดึงดูดนักลงทุน
เพราะยิ่งบริษัทได้เงินทุนมาก ก็ยิ่งเร่งการเติบโตของธุรกิจ
ให้เร็วขึ้นและบริษัทก็มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

แม้ว่าจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่สตาร์ตอัปส่วนใหญ่เติบโตมาจากผลการขาดทุนมหาศาล
แต่ก็เป็นสิ่งที่นักลงทุนรับได้ เพราะความสามารถในการทำกำไร ยังไม่สำคัญเท่าความเร็วในการเติบโต

แม้แนวทางแบบนี้จะใช้กันเป็นเรื่องปกติมานาน
แต่ในปีที่ผ่านมา ภาวะสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ได้ทำให้นักลงทุนรวมถึงผู้ประกอบการ
มองว่าแนวทางแบบยูนิคอร์นมีจุดอ่อนและเริ่มมองหาแนวทางการเติบโตอีกแบบ ที่เรียกว่า Camel หรือแปลว่า “อูฐ”
แล้วแนวทางการเติบโตแบบอูฐคืออะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
คุณ Aileen Lee เจ้าของบริษัทที่ลงทุนในสตาร์ตอัป หรือที่เรียกว่า Venture Capital
ซึ่งได้นำคำว่า “ยูนิคอร์น” มาใช้กับวงการสตาร์ตอัปครั้งแรก
ในปี 2013 ผ่านบทความที่เธอเขียน

โดยเธอใช้คำว่า ยูนิคอร์น เพื่อเรียกกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัป
ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป
ในตอนนั้นมีเพียง 39 บริษัท ที่จัดเป็นยูนิคอร์น
คำดังกล่าวจึงเป็นเครื่องยืนยันถึง ความเป็นธุรกิจที่หาได้ยาก นั่นเอง

แต่ในปัจจุบัน สตาร์ตอัปที่เป็นยูนิคอร์น ได้เพิ่มขึ้นมาเป็นเกือบ 500 บริษัท

นั่นก็เพราะว่าคำว่ายูนิคอร์น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เกณฑ์ในการวัดความสำเร็จของสตาร์ตอัปเท่านั้น
แต่มันได้กลายเป็น “แนวทาง” ในการทำธุรกิจสตาร์ตอัปไปแล้ว

ซึ่งเป็นแนวทางที่เน้น “ความเร็วในการเติบโต”
มากกว่าความสามารถในการทำกำไร

แต่การจะเติบโตได้เร็ว โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ก็ต้องแลกมาด้วยเงินลงทุนเป็นจำนวนมาก
ซึ่งหลัก ๆ ก็เพื่อขยายฐานลูกค้า ดึงลูกค้าให้มาใช้ผลิตภัณฑ์ให้ได้มากที่สุด ในเวลาที่สั้นที่สุด

เมื่อเวลาผ่านไป ถ้าการเติบโตเป็นไปได้ตามที่คาด มีฐานลูกค้าที่มากพอ
ก็จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าค่าใช้จ่าย

เมื่อผ่านจุดนั้นได้สำเร็จ
รายได้ส่วนที่เกินมาทั้งหมดนั้น ก็จะไหลลงมาเป็นกำไร
และจะทำให้กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในเวลาต่อมา
ตัวอย่างธุรกิจที่เคยเป็นสตาร์ตอัปแบบนี้มาก่อน ก็เช่น Facebook, Uber, Airbnb

อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางสตาร์ตอัปที่ยังคงขาดทุนหนัก
เพราะบริษัทยังต้องแลกการเติบโตมาด้วยเงินทุนมหาศาล เช่น การนำเงินทุนไปเป็นเงินอุดหนุนให้ส่วนลด เพื่อกดราคาค่าบริการตัวเองให้ต่ำ เพื่อแลกกับยอดการเติบโตทางธุรกรรม
ธุรกิจประเภทนี้ก็เช่น อีคอมเมิร์ซและแอปพลิเคชันส่งอาหาร

ซึ่งถ้านักลงทุนยังมองเห็นว่าในอนาคต
ธุรกิจนั้นยังมีโอกาสเติบโตเร็ว ก็จะยังให้เงินลงทุนต่อไป
จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมสตาร์ตอัปเหล่านี้จึงยังดำเนินต่อไปได้ แม้จะไม่เคยมีกำไรเลยก็ตาม

สำหรับความสำเร็จอีกขั้นของสตาร์ตอัปก็คือ การเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อทั้งเจ้าของบริษัทและผู้ที่มาให้เงินระดมทุน

เจ้าของบริษัทเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินที่มากขึ้น มีต้นทุนที่ต่ำลง
ส่วนผู้ที่มาให้เงินระดมทุน ก็สามารถขายเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อทำกำไรได้

อย่างไรก็ตาม แนวทางแบบยูนิคอร์นที่ยอมให้สตาร์ตอัปขาดทุนหนักมาตลอด
และทำให้สตาร์ตอัปเติบโตได้เร็วจริง จะใช้ได้ดีในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

แต่ในปีที่ผ่านมา โควิด 19 ที่ทำให้ทั่วโลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจขาลง มีความไม่แน่นอนสูง
นักลงทุนจึงเริ่มมาทบทวนว่า แนวทางแบบยูนิคอร์น มีความเสี่ยงสูงเมื่อเกิดวิกฤติและไม่มีความยั่งยืน

นักลงทุน Venture Capital อีกคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า Alex Lazarow
ได้ศึกษาสตาร์ตอัปที่ประสบความสำเร็จในหลายประเทศ
และพบว่ายังมีแนวทางการเติบโตอีกแบบหนึ่ง นอกเหนือไปจากยูนิคอร์น
เขาเรียกแนวทางนั้นว่า “Camel” หรือ “อูฐ”

สตาร์ตอัปแบบอูฐนั้น ยังคงจุดแข็งในเรื่องไอเดียนวัตกรรมเปลี่ยนโลกเหมือนเดิม
แต่เรื่องแนวทางในการดำเนินธุรกิจ จะมองภาพในระยะยาวมากขึ้น

โดยเน้นที่การเติบโตแบบมั่นคง ช้าแต่ชัวร์ เพื่อให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่น
ผ่านพ้นได้ทั้งช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นขาลง และอยู่ต่อไปได้นานที่สุด

นั่นจึงทำให้ อูฐ ไม่ได้เน้นไปที่ความเร็วในการเติบโต
แต่จะหันมาใส่ใจ “ความสามารถในการทำกำไร” แทน

โดยเริ่มจากคอนเซปต์แรก ก็คือ การเพิ่มความสมดุลระหว่างเงินลงทุนกับรายได้

เป็นเรื่องปกติที่ตอนเริ่มต้นธุรกิจจะต้องใช้เงินลงทุนเยอะเกินกว่ารายได้ที่ทำได้
แต่สตาร์ตอัปต้องไม่ลงทุนหนักจนเกินไป หรือห้ามไม่คิดค่าบริการในตอนแรกเพื่อเร่งโกยฐานลูกค้า

แม้การยอมขาดทุนเพื่อชิงฐานลูกค้าจะเป็นสูตรสำเร็จในอดีต
และถือเป็นกลยุทธ์การเติบโตที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว
แต่นั่นก็ไม่ใช่กลยุทธ์เพียงอย่างเดียวที่ทำให้สตาร์ตอัปประสบความสำเร็จได้

สิ่งที่สตาร์ตอัปแบบอูฐทำก็คือ ตั้งราคาสินค้าและบริการที่เหมาะสมไปเลยตั้งแต่แรก
เพื่อให้ราคาสื่อไปถึงลูกค้า ทั้งในเรื่องคุณภาพผลิตภัณฑ์และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
เพราะแม้ว่าการยอมไม่คิดเงินในตอนแรกอาจดูดดึงลูกค้าได้มาก
แต่มันก็อาจจะเป็นผลดีในระยะสั้นและไม่ได้ทำให้ลูกค้าหรือผู้ใช้งานอยู่กับเราอย่างยั่งยืน

สำหรับมุมมองในเรื่องของการลงทุน
อูฐจะพิจารณาจากเรื่องที่จำเป็นและมีโอกาสสร้างประโยชน์ให้ธุรกิจมากที่สุดเท่านั้น

อูฐจะมองที่ให้เงินที่ลงทุนไป งอกเงยกลับมาเป็นรายได้ที่มากกว่า
ไม่ใช่ลงทุนแบบสูญเปล่า ได้ไม่คุ้มเสีย

เรื่องแหล่งที่มาของเงินทุน อูฐจะนำกำไรมาลงทุนต่อยอดเป็นหลัก
ซึ่งถ้าถามว่าทำไมถึงมีกำไรมาต่อยอดได้
ก็ต้องย้อนกลับไปที่การเลือกลงทุนได้ถูกจุดตั้งแต่แรก

หรือถ้าจะระดมทุน ก็จะทำเมื่อจำเป็นเท่านั้น
และจะระดมทุนมาเท่าที่ต้องการใช้ ซึ่งต้องมีเป้าหมายและแผนงานชัดเจน
ว่าเอาเงินไปทำให้เกิดการเติบโตได้อย่างไร ไม่ใช่เร่งระดมทุนแบบยิ่งมากยิ่งดี

ตัวอย่างอูฐที่โดดเด่นในเรื่องนี้ก็คือ “Zoom”

Zoom เป็นบริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์
ที่เริ่มมาจากสตาร์ตอัปและเพิ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่บริษัท ที่ทำกำไรได้มานานแล้ว

นอกจากนี้ ก่อนจะเข้าตลาด Zoom ยังผ่านการระดมทุนมาน้อยมากเมื่อเทียบกับบริษัทส่วนใหญ่
โดย Zoom ระดมทุนไปเพียง 4,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับบริษัทที่มีมูลค่าใกล้เคียงกันอย่าง Snapchat
ที่ระดมทุนไปถึง 83,000 ล้านบาท และผลประกอบการยังคงขาดทุนอยู่จนถึงปัจจุบัน

คอนเซปต์ถัดมาของอูฐ ก็คือ การเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจหรือกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจนั่นเอง

เพราะว่าภาวะเศรษฐกิจมีขึ้นมีลง
แต่ละประเภทธุรกิจก็มีช่วงขาขึ้นและขาลงแตกต่างกันไป
บริษัทส่วนใหญ่จึงมักสร้างระบบนิเวศให้กับธุรกิจตัวเอง
โดยแตกธุรกิจออกไปหลายประเภท แต่ยังคงเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการขยายธุรกิจออกไปในต่างประเทศด้วย
เพราะแต่ละประเทศก็มีช่วงขึ้นลงของเศรษฐกิจต่างกันไป

ตัวอย่างอูฐที่โดดเด่นในเรื่องนี้ก็คือ Amazon
Amazon ที่นอกจากจะลงทุนในระบบธุรกิจอื่น
ที่เกื้อหนุนธุรกิจหลักอย่างอีคอมเมิร์ซแล้ว
ยังขยายไปทำ Amazon Web Services หรือ บริการประมวลผลบนคลาวด์
ให้กับบริษัทต่าง ๆ ในหลากหลายประเภทธุรกิจ
จนปัจจุบัน ได้กลายมาเป็นแหล่งรายได้สำคัญของ Amazon ไปแล้ว

และแม้ในช่วงที่ Amazon เพิ่งเริ่มต้น จะยังขาดทุนนาน
แต่ไม่ได้ขาดทุนแบบมหาศาล และเป็นการขาดทุน
เพราะนำเงินไปลงทุนวิจัยพัฒนา เพื่อต่อยอดการเติบโตของรายได้

ซึ่งสุดท้ายแล้ว ถ้าความสำเร็จของสตาร์ตอัป
วัดกันที่มูลค่าบริษัท ที่สะท้อนความคาดหวังของนักลงทุน

ทั้งแนวทางแบบยูนิคอร์นและอูฐ
ต่างพิสูจน์แล้วว่าทำให้บริษัทเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้บริษัทได้
อยู่ที่แนวทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการว่าต้องการใช้กลยุทธ์แบบไหน

ส่วนในมุมมองของนักลงทุน ก็คงต้องมาทบทวนอีกครั้งว่า
เราจะให้น้ำหนักกับการเติบโตอย่างรวดเร็วและยอมให้บริษัทขาดทุนก่อน
หรือการเติบโตไปช้า ๆ แต่ตั้งต้นมาจากความสามารถในการทำกำไร มากกว่ากัน

คำถามที่น่าสนใจปิดท้าย
หากเรามีแนวทางการเติบโตให้เลือก
ระหว่าง “อูฐ” และ “ยูนิคอร์น”
เราจะเลือกแนวทางอะไร ?
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://hbr.org/2020/10/startups-its-time-to-think-like-camels-not-unicorns #
-https://techcrunch.com/2013/11/02/welcome-to-the-unicorn-club/
-https://www.entrepreneur.com/article/347659
-https://marker.medium.com/the-new-hot-startups-will-be-camels-not-unicorns-53d480535916
-https://uxdesign.cc/camels-not-unicorns-are-the-new-darlings-of-silicon-valley-b438d1dd661a
-https://jeffreyleefunk.medium.com/only-6-of-73-unicorn-startups-are-profitable-and-none-did-recent-ipos-287d5c7ac8d0
-https://www.crunchbase.com/organization/zoom-video-communications
-https://www.crunchbase.com/organization/snapchat

02/06/2021

Flash Express ปิดดีลระดมทุนล่าสุด 4,700 ล้านบาท และกลายเป็นสตาร์ตอัปยูนิคอร์น รายแรกในประเทศไทย

กลุ่มธุรกิจแฟลช (Flash Group) ผู้ให้บริการ E-commerce สัญชาติไทยแบบครบวงจร และเป็นบริษัทแม่ของ แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) ผู้ให้บริการด้านขนส่งเอกชน ปิดดีลยักษ์จากการระดมทุนรอบซีรีส์ D+ และซีรีส์ E

นายคมสันต์ ลี ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจแฟลช (Flash Group) เปิดเผยข้อมูลล่าสุดจากการระดมทุนรอบซีรีส์ D+ ที่ได้ผู้ร่วมทุนรายใหม่อย่าง SCB 10X พ่วงด้วย บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้พริ้นท์ติ้ง จำกัด เข้าสนับสนุน

โดยในส่วนของซีรีส์ E ก็ยังคว้า Buer Capital กลุ่มทุนจากสิงคโปร์ ร่วมด้วย SCB 10X ที่ให้การสนับสนุนทั้งซีรีส์ D+ และ E
ตามด้วยผู้ลงทุนเดิมอย่าง eWTP, บริษัท ปตท. น้ำมัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, บริษัท เดอเบล จำกัด (Durbell) ภายใต้กลุ่มธุรกิจ TCP, บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด (Krungsri Finnovate) ในเครือกรุงศรี กรุ๊ป

ที่ตบเท้าลงเพิ่มในซีรีส์ E ซึ่งดีลใหญ่นี้ ทำให้กลุ่มธุรกิจแฟลช (Flash Group) สามารถระดมทุนไปได้สูงถึง 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4,700 ล้านบาท

ทำให้ แฟลช กรุ๊ป (Flash Group) ทะยานสู่การเป็นสตาร์ตอัปยูนิคอร์น ตัวแรกของไทย
ที่สามารถระดมทุนรวมได้มากที่สุด ในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี
ซึ่งทำให้ธุรกิจมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 31,200 ล้านบาท

โดยคาดว่า เม็ดเงินลงทุนครั้งนี้ จะถูกกระจายไปในหลายสัดส่วนทั้งด้านการบริหาร และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ครอบคลุมไปถึงการลงทุนในด้านแพลตฟอร์ม eCommerce ที่จะตอบโจทย์ และสร้างความแตกต่างให้แก่ตลาด
รวมถึงการเพิ่มช่องทางการขาย ขยายบริการ และสร้างกลยุทธ์ใหม่ ๆ

กลุ่มธุรกิจแฟลช (Flash Group) ก่อตั้งขึ้นจากแนวคิด การเป็นผู้ให้บริการ E-commerce สัญชาติไทยแบบครบวงจร โดยได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มนักลงทุนหลายอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมสนับสนุน

ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจแฟลช (Flash Group) มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด พร้อมธุรกิจในเครือหลากหลายประเภท อาทิ Flash Express ผู้ให้บริการขนส่งแบบครบวงจร ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการด้านระบบขนส่ง
โดยปัจจุบัน Flash Express มียอดจัดส่งพัสดุต่อวันสูงสุดร่วม 2 ล้านชิ้น

นอกจากนี้ยังมีบริการ Flash Fulfilment คลังสินค้าแบบครบวงจร ที่มีบริษัทชั้นนำเป็นพันธมิตร และใช้บริการมากมาย รวมถึงบริษัทในเครืออีกหลายบริษัทที่สอดคล้องกับธุรกิจ E-commerce และรูปแบบตลาดของประเทศไทย รวมไปถึงบริการใหม่ที่เตรียมขยายออกสู่กลุ่มประเทศใน SEA ซึ่งรอการเปิดเผยหลังจากนี้

“ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจของทีมงานแฟลชทุกคน ที่ทำให้ผู้ลงทุนเชื่อมั่นในศักยภาพของเรา โดยจากนี้บริษัทฯ จะทยอยประกาศความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มธุรกิจแฟลช กับผู้ลงทุน

ซึ่งแน่นอนว่า กลยุทธ์หลักของแผนการทำงานยังคงมุ่งไปที่การเป็นผู้ให้บริการแบบ One stop service สำหรับ E-Commerce ทั้งในประเทศไทย และสากล รวมไปถึงการเร่งขยายบริการออกสู่ต่างประเทศโดยยึดความตั้งใจเดิม คือ เริ่มจากกลุ่มประเทศในแถบ SEA

แม้จะมีอุปสรรคในช่วงสถานการณ์ Covid19 แต่แผนการทำงานของ แฟลช กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าต่อไป ซึ่งคาดว่าภายใน Q4 ของปีนี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น จากการทยอยเปิดให้บริการบางส่วนใน SEA” นายคมสันต์ กล่าว



#สตาร์ตอัป
#ยูนิคอร์น

ที่อยู่

Ban Thai
41320

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Trading With PJ เทรด กับ พีเจผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท