SapYangyuen สินเชื่อ

SapYangyuen สินเชื่อ บริการสนับสนุนทางการเงิน สินเชื่อเ

13/09/2022

รายได้ผู้บริโภคไม่แน่นอน โจทย์แบรน

12/09/2022

ส.ผู้ค้าปลีกไทย ชี้ดัชนีค้าปลีกเดื

28/07/2022

สรุปเหตุการณ์ แชร์ลูกโซ่คริปโท ที่ลือกันว่าหอบเงินแสนล้าน หนีมาที่ไทย /โดย ลงทุนเกิร์ล
1 ใน 10 รายชื่อของผู้หลบหนี ที่ FBI ต้องการตัวมากที่สุด
มีชื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่ปรากฏอยู่ท่ามกลางฆาตกร และผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่

หญิงสาวคนนั้นชื่อว่า “Ruja Ignatova” หรือคุณรูจา อิกนาโตวา
นักธุรกิจหญิงที่ประกาศตัวเองว่าเป็น “Cryptoqueen” หรือ ราชินีคริปโท
ด้วยการร่วมก่อตั้ง “OneCoin” สกุลเงินดิจิทัลที่เธออ้างว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่า และจะมาแทนที่ Bitcoin

แต่ในเวลาต่อมา OneCoin ได้กลับกลายเป็น “ธุรกิจแชร์ลูกโซ่ครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์” ของวงการคริปโทเคอร์เรนซี ที่สร้างความเสียหายราว 146,500 ล้านบาท พร้อมกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของราชินีคริปโท

แล้ว “คุณรูจา อิกนาโตวา” เธอเป็นใคร มาจากไหน ?
และเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์นี้ ?
ลงทุนเกิร์ลจะสรุปให้ฟัง

คุณรูจา อิกนาโตวา เกิดเมื่อปี 1980 ที่เมืองโซเฟีย ประเทศบัลแกเรีย
แต่เมื่อเธออายุได้ 10 ปี ทั้งครอบครัวของเธอก็ได้ย้ายไปอาศัยที่เมืองชรัมแบร์ค ประเทศเยอรมนี

จากนั้นเธอก็ได้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ที่ประเทศอังกฤษ
และสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยคอนสตันทซ์ ที่ประเทศเยอรมนี

รวมถึงมีประวัติการทำงานให้กับบริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็น 1 ใน BIG3 แห่งวงการที่ปรึกษาธุรกิจระดับโลก

แต่แล้วจุดพลิกผันของคุณอิกนาโตวา ก็มาถึงในปี 2014

เมื่อคุณอิกนาโตวา และคุณ Sebastian Greenwood รวมทั้งคุณ Konstantin Ignatov น้องชายของเธอ ได้ร่วมกันสร้างสกุลเงินดิจิทัลที่มีชื่อว่า “OneCoin” ขึ้นมา

สำหรับโมเดลธุรกิจหลัก จะเป็นการขายแพ็กเกจการศึกษา เกี่ยวกับการเทรดสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งผู้ที่ซื้อจะได้รับโทเคนที่สามารถใช้ผลิตเหรียญ OneCoin ด้วย

โดยมีราคาแพ็กเกจตั้งแต่ 100-225,000 ยูโร หรือ 3,800-8,400,000 บาท
ซึ่งยิ่งแพ็กเกจมีราคาแพง โทเคนที่ได้รับ ก็จะยิ่งมีมูลค่าสูงตามไปด้วย

ซึ่งเธออ้างว่า OneCoin ใช้ชำระเงินได้ทุกที่ทั่วโลก สามารถนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินยูโรใน e-Wallet ได้ และรับประกันว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล “โดยมีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีเลย..”

รวมถึงยังก่อตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อให้นักลงทุนสามารถนำเหรียญ OneCoin ไปใช้ซื้อสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ หรือสินค้าแบรนด์หรู

นอกจากนี้เธอยังชูจุดขายว่า OneCoin นั้นจะเข้ามาปฏิวัติวงการ การเงินทั่วโลก ด้วยการทำธุรกรรมที่ “ปลอดภัย, ใช้งานง่าย, รวดเร็ว” อีกทั้งยัง “มีความโปร่งใสและถูกกฎหมายมากที่สุด” อีกด้วย

จากนั้น เธอจึงทำการตลาด และวางตำแหน่ง OneCoin ในฐานะ “Bitcoin Killer” หรือ “เหรียญที่เกิดมาเพื่อฆ่าบิตคอยน์” ตามเป้าหมายของเธอที่ต้องการให้ OneCoin นั้น กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แทนที่ Bitcoin

อีกทั้งคุณอิกนาโตวา ยังเสนอค่าคอมมิชชันให้กับนักลงทุน ในกรณีที่พวกเขาสามารถโน้มน้าวผู้คนรอบตัว หรือหาสมาชิกใหม่มาซื้อแพ็กเกจการศึกษาใน OneCoin ได้มากขึ้น

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา OneCoin ก็เติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด

ซึ่งภายในเดือนมิถุนายน ปี 2016 OneCoin ได้กลายเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด รองจาก Bitcoin เท่านั้น

และนับตั้งแต่ก่อตั้ง OneCoin มาเป็นระยะเวลาเพียง 2 ปี
สกุลเงินนี้ สามารถดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่า 3 ล้านคน จาก 175 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานทางการในหลาย ๆ ประเทศ เช่น โครเอเชีย, สวีเดน, นอร์เวย์, ลัตเวีย, ฮังการี และอิตาลี ก็เริ่มเตือนนักลงทุนถึงความเสี่ยงไว้ว่า OneCoin อาจอยู่ในรูปแบบของธุรกิจแชร์ลูกโซ่แบบเครือข่าย

แต่ด้วยภาพลักษณ์ของคุณอิกนาโตวา ราชินีคริปโท ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งวุฒิการศึกษา, ประวัติการทำงาน ไปจนถึงบุคลิกภาพที่มีเสน่ห์น่าดึงดูด ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์อันน่าประทับใจ ในงานสัมมนามากมาย

นอกจากนี้ เธอยังดูน่าเชื่อถือ จากการเป็นนักธุรกิจหญิงแห่งปีของบัลแกเรียถึง 2 สมัย และเคยมีรูปขึ้นปกนิตยสาร Forbes รวมถึงสามารถใช้ภาษาบัลแกเรีย, เยอรมัน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และรัสเซียได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นผลให้หลาย ๆ คนพูดต่อกันว่าเธอมีไอคิวสูงกว่า 200 เลยทีเดียว

ประกอบกับการที่นักลงทุนหลาย ๆ คน ไม่ได้เข้าใจวิธีการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลอย่างถ่องแท้ และเชื่อว่า OneCoin จะเป็นโอกาสครั้งที่ 2 จากการที่พวกเขาเคยพลาดในการซื้อ Bitcoin ที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น นักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก จึงหลั่งไหลเข้ามาลงทุนกับ OneCoin โดยวาดฝันว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติครั้งใหม่นี้

จนกระทั่ง วันที่ 1 มีนาคม ปี 2016 OneCoin ได้ประกาศว่า ตลาดจะถูกระงับเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อปรับปรุงระบบเกี่ยวกับบล็อกเชน โดยอ้างว่ามีผู้ขุดเหรียญเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อตลาดเปิดอีกครั้ง กลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงใด ๆ

มากไปกว่านั้น ในเดือนมกราคม ปี 2017 ระบบบริการที่เป็นช่องทางเดียว ในการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินอื่นของ OneCoin ก็ถูกปิดลงอย่างกะทันหัน และยังปฏิเสธคำขอถอนเงินส่วนใหญ่ อีกด้วย

ซึ่งก่อนที่ คุณอิกนาโตวา จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ในเดือนตุลาคม ปี 2017
เธอก็ไม่ได้มาปรากฏตัวในงานสัมมนาของ OneCoin ที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ตามกำหนดการที่วางไว้

ตามบันทึกของตำรวจคือ หลังจากเหตุการณ์ในเมืองลิสบอน 2 สัปดาห์ เธอได้ขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองเอเธนส์ ประเทศกรีซ และตั้งแต่นั้นมา ก็ไม่มีใครพบเจอหรือติดต่อเธอได้อีกเลย

ถึงเวลานี้ OneCoin ก็ถูกเปิดเผยแล้วว่าเป็น “Ponzi Scheme” หรือธุรกิจ “แชร์ลูกโซ่” ที่ปลอมตัวเข้ามาในคราบสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเชื่อกันว่าโครงการนี้หลอกลวงเหยื่อนักลงทุนทั่วโลก ไปได้มากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 146,500 ล้านบาท

เห็นได้ชัดจากการที่คุณอิกนาโตวา เสนอค่าคอมมิชชันให้กับนักลงทุน หากพวกเขาสามารถชักชวนผู้คนจำนวนมากขึ้น ให้เข้ามาลงทุนกับ OneCoin รวมถึงการรับประกันว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอแค่นำเงินจากนักลงทุนรายใหม่ มาจ่ายให้กับนักลงทุนรายเก่าไปเรื่อย ๆ เป็นทอด ๆ แบบลูกโซ่

ซึ่งการฉ้อโกงนี้จะสิ้นสุดลง หากไม่มีเงินเพียงพอที่จะหมุนเวียนในระบบ และสร้างผลตอบแทนให้กับคนที่เข้ามาลงทุนไม่ทัน เมื่อถึงจุดนั้นแชร์ลูกโซ่จะล้มลง ส่วนนักลงทุนก็จะสูญเสียเงินไป..

ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือ ในความเป็นจริงแล้ว OneCoin ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเลย

พูดง่าย ๆ ว่ามูลค่าของ OneCoin ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทานของตลาด แต่ทั้งหมดถูกกำหนดขึ้นโดยบริษัท นั่นเอง

ทั้งนี้ คุณอิกนาโตวา ยังบอกกับสมาชิกครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าจะมีการเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทให้กับสาธารณชน (IPO) เพื่อสร้างกระแสข่าว และรับเงินทุนมากขึ้นจากนักลงทุนผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ

ซึ่งทาง FBI รายงานว่า ข้อเสนอขายหุ้นนี้ ถูกเลื่อนออกไปอย่างสม่ำเสมอ และไม่เคยเกิดขึ้นจริงเลย

ท่ามกลางข้อหาเหล่านี้ ส่งผลให้เธอถูกออกหมายจับจากทั้ง FBI และสำนักงานตำรวจสากลแห่งสหภาพยุโรป (Europol) ในรายชื่อผู้ต้องหาที่ต้องการตัวมากที่สุด

ส่วนผู้ร่วมก่อตั้ง OneCoin อีก 2 คน อย่างคุณ Sebastian Greenwood และคุณ Konstantin Ignatov ก็ถูกจับกุมได้ที่ประเทศไทย ในปี 2018 และที่ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส ในปี 2019 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน คุณอิกนาโตวา ได้มีสถานะเป็น “บุคคลสูญหาย” โดยเธอหายไปอย่างไร้ร่องรอยมานานเกือบ 5 ปีแล้ว

ซึ่ง FBI ได้ตั้งข้อสงสัยว่าคุณอิกนาโตวา อาจผ่าตัดเสริมความงามและย้อมสีผม เพื่อเปลี่ยนรูปลักษณ์
และเดินทางด้วยหนังสือเดินทางปลอมไปยังบัลแกเรีย, เยอรมนี, รัสเซีย, กรีซ, ยุโรปตะวันออก หรืออาจจะมากบดานอยู่ที่ประเทศไทย ตามที่เป็นข่าว

ที่มากไปกว่านั้นคือ ว่ากันว่า เธอยังหายตัวไปพร้อมกับ Bitcoin จำนวน 230,000 เหรียญ
ซึ่งเป็นสกุลเงินของคู่แข่ง ที่เธอเคยสัญญาไว้ว่าจะฆ่า นั่นเอง..

References:
-https://coinmarketcap.com/alexandria/article/the-onecoin-scam-the-dazzling-story-of-the-biggest-crypto-ponzi-in-history
-https://www.outlookindia.com/business/who-is-missing-cryptoqueen-ruja-ignatova-now-in-fbi-s-most-wanted-list--news-206685
-https://www.businesstoday.in/crypto/story/what-is-the-onecoin-scam-promoted-by-cryptoqueen-ruja-ignatova-340127-2022-07-03
-https://theprint.in/world/who-is-ruja-ignatova-cryptoqueen-now-on-fbi-most-wanted-list-for-duping-investors-of-4bn/1024523/
-https://technext.ng/2022/07/05/all-you-need-know-onecoin-crypto-scam/
-https://markets.businessinsider.com/currencies/news/cryptoqueen-allegedly-started-4-billion-ponzi-scheme-escaped-230000-bitcoin-2021-5-1030443321

28/07/2022

เจ้าของแบรนด์ Hatari บริจาคเงินส่วนตัว 900 ล้าน ให้มูลนิธิรามาฯ คืนให้สังคม ช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วย - MarketThink

วันนี้มีหนึ่งเหตุการณ์ที่เรียกเสียงฮือฮา และได้รับการชื่นชมจากชาวโซเชียลฯ เป็นอย่างมาก
นั่นคือ คุณจุน-คุณสุนทรี วนวิทย์ และครอบครัว
เจ้าของธุรกิจ Hatari (ฮาตาริ) แบรนด์พัดลมชื่อดังของบ้านเรา
ได้บริจาคเงินส่วนตัวกว่า 900 ล้านบาท ให้กับ “มูลนิธิรามาธิบดี”

โดยใน Twitter ของ ได้ทวีตภาพเช็คธนาคาร UOB สาขาถนนประชาอุทิศ ชื่อบัญชี นายจุน วนวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
สั่งจ่ายมูลนิธิรามาธิบดี จำนวนเงิน 900 ล้านบาท ลงวันที่ 29 ก.ค. 2565

และข้อความที่ระบุว่า "การบริจาคที่ยิ่งใหญ่คุณจุน วรวิทย์ เจ้าของพัดลม Hatari คนนี้ใจบุญจริงขออนุโมทนาครับ"
ซึ่งทวีตนี้ก็มีชาวโซเชียลฯ แห่แชร์และชื่นชมเป็นจำนวนมาก

สำหรับเงินบริจาค 900 ล้านบาทนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุน
-โครงการปรับปรุงอาคารโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี เป็นเงินจำนวน 160 ล้านบาท
-โครงการศูนย์การแพทย์รามาธิบดีศรีอยุธยา เป็นจำนวนเงิน 300 ล้านบาท
-โครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดี และย่านนวัตกรรมโยธี เป็นจำนวนเงิน 440 ล้านบาท

โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.พูลสุข เจนพานิชย์ วิสุทธิพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ภาวิทย์ เพียรวิจิตร รองคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นตัวแทนร่วมรับมอบ

สำหรับจุดเริ่มต้นและความเป็นมาของแบรนด์ Hatari ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2533
คุณจุน วนวิทย์ เจ้าของร้านซ่อมพัดลม ได้ก่อตั้ง บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด ขึ้นมา เพื่อดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตพัดลมให้กับแบรนด์ญี่ปุ่นต่าง ๆ

แต่ต่อมา เมื่อเขายิ่งคลุกคลีกับธุรกิจพัดลมมากเท่าไร คุณจุน วนวิทย์ ก็ยิ่งเล็งเห็นถึงโอกาส และความก้าวหน้าในตลาดพัดลม จึงตัดสินใจสร้างแบรนด์พัดลมของตัวเองขึ้นมา โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า Hatari

ซึ่ง Hatari จะมีโรงงานผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ จนประกอบออกมาเป็นพัดลม และการผลิตพัดลมจะใช้ชิ้นส่วนของตัวเองถึง 90%

ด้วยคุณภาพของสินค้า ความทนทาน และความหลากหลายของประเภทสินค้าของ Hatari
Hatari จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว จากความนิยมในลูกค้ากลุ่มเล็ก ๆ ขยายจนเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ
และครองส่วนแบ่งตลาดพัดลมเป็นอันดับ 1 ในเมืองไทย ในปัจจุบัน..

นอกจากเรื่องคุณภาพของสินค้าแล้ว อีกกลยุทธ์เด่นของ Hatari ที่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง และสร้างการจดจำแบรนด์แก่ผู้คนได้เป็นอย่างดี คือ “โฆษณา”

โฆษณาหลายตัวของ Hatari ที่ปล่อยออกมา ไม่ว่าจะบนทีวี หรือออนไลน์ เช่น YouTube จะมีคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ และแฝงไปด้วยความกวน จนสามารถเรียกความสนใจ และเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้
ถึงขนาดบางคนต้องกดดูโฆษณาซ้ำอีกรอบ หากรับชมบนอินเทอร์เน็ต

ซึ่งในโฆษณาจะมีคอนเซ็ปต์หลัก ๆ คือ สร้างสถานการณ์ หรือ ตัวละครแบบตลก ๆ ขึ้นมา แล้วมีพัดลม Hatari มาช่วยแก้ปัญหาให้สถานการณ์ หรือสนองความต้องการของตัวละครนั้น ๆ

โดยตัวอย่างโฆษณายอดนิยมของ Hatari ก็อย่างเช่น โฆษณา “เย็นทั่วถึงใจ ด้วยหน้ากว้าง 18 นิ้ว ของ Hatari ใหญ่กว่า แรงกว่า..”

โฆษณา “ทุกคนอยู่ในความสงบ! พ่อปู่มีอะไรจะพูด! ท่านบอกให้ดูเพราะ ของมันแรง ของอะไร ? อ๋อ ฮาตาริแอร์คูลเลอร์..”

แล้วเจ้าตลาดพัดลมอย่าง Hatari มีรายได้มากแค่ไหน ?

บริษัท ฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด
ผู้จัดจำหน่ายพัดลม Hatari ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงให้บริการหลังการขาย
ปี 2564 มีรายได้ 6,336 ล้านบาท กำไร 66 ล้านบาท

บริษัท วนวิทย์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด
โรงงานผลิตพัดลม Hatari และ OEM ให้กับแบรนด์อื่นด้วย
ปี 2564 มีรายได้ 5,775 ล้านบาท กำไร 646 ล้านบาท

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของ Hatari จะมีพัดลมเคลื่อนที่, พัดลมติดตั้ง, พัดลมอุตสาหกรรม, พัดลมระบายอากาศ, พัดลมไอเย็น และเครื่องฟอกอากาศ
รวมไปถึงมีการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ เช่น ใบพัด, ฝาครอบใบพัด, แผ่นกรอง, เจลทำความเย็น


—---------------
อ้างอิง :
-https://web.facebook.com/RamathibodiSchoolofnursingMU/photos/a.827129277309307/5513102915378563/
-https://mgronline.com/onlinesection/detail/9650000071754
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

25/07/2022

คอมพิวเตอร์แบรนด์ไหน ขายดีสุดในปีที่ผ่านมา
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้เหมาะกับคุณ Blockdit.com/download

25/07/2022

นักลงทุนไทย ออกไปลงทุนต่างประเทศ ที่ไหนบ้าง
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้เหมาะกับคุณ Blockdit.com/download

22/07/2022

ด่วน TESLA ขายบิตคอยน์ ทิ้ง 75% ยอมขาดทุน
รู้หรือไม่ว่า TESLA เป็นบริษัทที่ถือบิตคอยน์ที่มากสุดเป็น อันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ MicroStrategy ของ Michael Saylor

มาวันนี้ TESLA แจ้งข่าวว่า บริษัทได้ขายบิตคอยน์ไปแล้วมากถึง 75% ในมูลค่า 936 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 33,000 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้ TESLA มีบิตคอยน์จำนวน 42,902 เหรียญ ถ้าขายบิตคอยน์ไป 75% ก็แปลว่าขายไป 32,176 เหรียญ

ถ้านำไปหารมูลค่าทั้งหมดก็จะได้ราคาขายเฉลี่ยที่ 29,090 ดอลลาร์สหรัฐต่อบิตคอยน์

โดยก่อนหน้านี้มีคนคาดการณ์ว่า TESLA ได้ทยอยซื้อบิตคอยน์ ในราคาประมาณ 30,000 - 35,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ

แปลว่า TESLA ยอมขายขาดทุนบิตคอยน์ เพื่อได้เงินสด

ที่น่าสนใจคือ ราคาบิตคอยน์ตอนนี้อยู่ที่ 23,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ ซึ่งยังต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่ อีลอน มัสก์ ขาย ก็เรียกได้ว่า อีลอน มัสก์ ได้ขายบิตคอยน์ก่อนที่ราคาจะตกลงมา

สำหรับ อีลอน มัสก์ แล้ว การซื้อแล้วเปลี่ยนใจไม่ซื้อ เกิดขึ้นตลอดเวลาในช่วงที่ผ่านมา

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อกิจการทวิตเตอร์ ตอนแรกบอกว่าทวิตเตอร์ดีมาก เขาจะซื้อกิจการแล้วนำมาปรับปรุง พอตอนหลังก็บอกว่าทวิตเตอร์มีบัญชีสแปมเยอะ ยกเลิก ไม่ซื้อแล้ว

บิตคอยน์ก็เช่นกัน..

อีลอน มัสก์ ชอบบิตคอยน์ในตอนแรก พอมาตอนหลัง อีลอน มัสก์ ก็โจมตี บิตคอยน์ว่าการขุดบิตคอยน์ใช้พลังงานมาก และเป็นต้นเหตุทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน และมาวันนี้ก็ขายทิ้งจนเกือบหมด..

วันหลัง อีลอน มัสก์ จะซื้ออะไร ทุกคนก็ทำใจไว้ได้เลย
ว่าเขาอาจจะเลิกชอบมัน ได้ทุกเมื่อ..

เศรษฐกิจผันผวน ติดตามเรื่องราวเศรษฐกิจ จากคนเขียนเก่ง ๆ ได้ที่ Blockdit.com/download ใช้ฟรี

Reference
https://www.bbc.com/news/business-62246367

20/07/2022

Benchmark Market Intelligence บริษัทอังกฤษด้านที่ปรึกษาและข้อมูลของลิเทียมเพื่อนำไปใช้ในการผลิตแบตเตอรี่เผยว่า มิถุนายนปีนี้ราคาลิเทียมขึ้นมาอยู่ที่ 62,000 ดอลลาร์ (ราว 2 ล้านบาท) ต่อตันแล้ว
เพิ่มขึ้นจาก 10,000 ดอลลาร์ (ราว 362,000 บาท) ต่อตันเมื่อช่วงมกราคม ท่ามกลางความต้องการแร่สำคัญชนิดนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งจากการขยายตัวของตลาดรถ EV และความจำเป็นต่อกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่นๆ ด้วย
โลกกำลังเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดซึ่งอุตสาหกรรมที่จริงจังต่อเรื่องนี้มากสุดคือยานยนต์ เห็นได้จากค่ายรถทุกค่ายต่างก็ทยอยลดการผลิตรถใช้น้ำมัน
และหันไปผลิตรถ EV ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากันมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีค่ายรถ EV ทั้งจากประเทศซีกโลกตะวันตก และของจีนผุดขึ้นมากมาย โดยมี Vinfast จากเวียดนามเป็นน้องใหม่ที่กำลังถูกจับตามอง
ด้านผู้บริโภคก็หันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เมื่อนำปัจจัยเหล่านี้มารวมกันจึงทำให้ยอดขายรถ EV ทั่วโลกเพิ่มขึ้น
จาก 2.2 ล้านคันในปี 2019 เพิ่มเป็น 3.2 ล้านคันในปีต่อมา และปี 2021 เพิ่มขึ้นอีกเป็น 6.3 ล้าน พร้อมการคาดการณ์ว่าเมื่อถึงปี 2030 อาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 26.7 ล้านคัน
สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้ค่ายรถต้องเร่งพัฒนาและผลิตรถ EV ออกสู่ตลาดเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น จนส่งผลสืบเนื่องให้ลิเทียม หนึ่งในแร่หลักในการผลิตแบตเตอรี่รถ EV เป็นที่ต้องการมากขึ้น และราคาแพงขึ้น
ตามข้อมูลของบริษัท Benchmark Market Intelligence ระบุว่า เมื่อเมษายนที่ผ่านมาราคาลิเทียมเคยพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 78,000 ดอลลาร์ (ราวเกือบ 3 ล้านบาท) ต่อตัน
แม้มิถุนายนลงมาอยู่ที่ 62,000 ดอลลาร์ (ราว 2 ล้านบาท) ต่อตันแล้ว แต่ก็เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าจาก 10,000 ดอลลาร์ (ราว 362,000 บาท) ต่อตันของเมื่อช่วงมกราคม
ราคาที่พุ่งพรวดดังกล่าว ยังมาจากลิเทียมมีความสำคัญอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอื่นๆ ทั้งอุปกรณ์สื่อสารระบบ 5G เครื่องกักเก็บพลังงาน แลัอุปกรณ์ทำความเย็น ไปจนถึงยานอวกาศ
นี่จึงหมายความว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ต้องแย่งชิงลิเทียมกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ดังนั้นในอนาคต ราคาลิเทียมคงจะแพงขึ้นไปอีก และยังส่งผลสืบเนื่องให้ต่อไปราคารถ EV แพงขึ้นตามไปด้วย
สิ่งที่ต้องจับตามองจากนี้คือความเคลื่อนไหวของทั้งค่ายรถและบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ ที่นอกจากพัฒนาเทคโนโลยีด้านการผลิตแล้ว คงต้องหันไปลงทุนในเหมืองลิเทียมด้วย เพื่อลดต้นทุนในการผลิตและรับประกันว่าจะมีลิเทียมป้อนกระบวนการผลิตอยู่เสมอ
ทว่าค่ายรถและบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ รวมไปถึงบริษัทเหมืองก็ต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะกับรัฐบาลประเทศที่มีลิเทียมอยู่
เช่น ชิลี โบลิเวีย เซอร์เบีย โมแซมบิกและคองโก ทำให้แม้ทุกฝ่ายอยากทำเงินจากแร่ดังกล่าว แต่ก็ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมต่อประชากรในประเทศด้วย
เพราะการทำเหมืองลิเทียมใช้น้ำในปริมาณมาก และยังปล่อยสารพิษ เช่น บอแร็กซ์ โปแตสเซียม และแมงกานิส สู่แหล่งน้ำอีก
ซ้ำร้ายบางประเทศที่อุดมไปด้วยลิเทียม เช่น คองโก ก็ยังมีปัญหาใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมเหมือง
อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ บทบาทและความเคลื่อนไหวของจีนต่อตลาดลิเทียม เพราะแม้มีแหล่งแร่ลิเทียมในประเทศอยู่น้อย แต่จีนก็มีเทคโนโลยีในการนำลิเทียมไปผลิตเป็นแบตเตอร์รี่ที่ก้าวหน้า
ยืนยันได้จาก CATL ของจีนเป็นบริษัทผู้ผลิตแบตเตอร์รี่รถ EV รายใหญ่ของโลก และบริษัทร่วมทุนของ CATL ก็เพิ่งปิดดีลใหญ่มูลค่า 35 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,266 ล้านบาท) ซื้อลิเทียมจากเหมืองใหญ่ในโมแซมบิกอีกด้วย / aljazeera ,statista, dw
*****
#ลิเทียมราคาพุ่ง #แพงขึ้น6เท่า #แบตเตอร์รี่ #ตลาดรถพลังงานสะอาด
ติดตามเราทุกช่องทาง
Website : http://marketeeronline.co/
Twitter : http://twitter.com/marketeerTH
YouTube : https://www.youtube.com/MarketeerOnline
Line : http://line.me/ti/p/
Tiktok : https://tiktok.com/

19/07/2022

ผลไม้ตามฤดูกาลของไทย มีมูลค่าส่งออกเท่าไร
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้เหมาะกับคุณ Blockdit.com/download

18/07/2022

ใครเป็นเจ้าของสตูดิโอภาพยนตร์ ยักษ์ใหญ่เหล่านี้
- ลองใช้ Blockdit เพื่อได้ไอเดียใหม่ ๆ แล้วอาจพบว่า สังคมนี้เหมาะกับคุณ Blockdit.com/download

ที่อยู่

99 ถ. พหลโยธิน อำเภอธัญบุรี ปทุมธานี
Ban Rangsit
12130

เบอร์โทรศัพท์

+66987148665

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SapYangyuen สินเชื่อผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง SapYangyuen สินเชื่อ:

แชร์