ไทยเจริญเครดิต-เพื่อนคู่คิดธุรกิจSMEs Thai

ไทยเจริญเครดิต-เพื่อนคู่คิดธุรกิจSMEs Thai บริการทางด้านการเงิน

13/05/2026
13/05/2026

"เวียดนาม" ร้องขอสหรัฐ อนุญาตเรือบรรทุกน้ำมันดิบจากอิรักเดินทางต่อไปยังเวียดนาม หลังถูกสั่งเปลี่ยนเส้นทางภายใต้มาตรการปิดล้อมอิหร่าน หวั่นโรงกลั่นขาดวัตถุดิบ

13/05/2026

รัฐบาล ฟื้น กรอ. ดึงบิ๊กเอกชนร่วมแก้โจทย์เศรษฐกิจ จัดระบบแรงงานใหม่
รัฐบาลเตรียมฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ดึง 3 สถาบันเศรษฐกิจหลักร่วมขับเคลื่อน หลังนายกฯ อนุทินหารือ ส.อ.ท. พร้อมรับข้อเสนอแก้ปัญหาเศรษฐกิจรอบด้าน ตั้งแต่เอสเอ็มอี โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงการจัดระบบแรงงานกัมพูชากว่า 2 แสนคน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล เห็นด้วยกับการฟื้นกลไก กรอ. โดยจะเชิญ 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมเป็นเวทีประจำสำหรับสะท้อนปัญหาและผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลจริง เช่นเดียวกับในอดีตที่ความร่วมมือรัฐ-เอกชนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ด พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมเป็นผู้สนับสนุนให้ภาคเอกชนเดินหน้าได้เต็มศักยภาพ
นายกฯ มีความห่วงใยต่อเอสเอ็มอีที่มีปัญหาสภาพคล่องและหนี้เสีย โดยรัฐบาลจะพิจารณากลไกปลดล็อกให้ผู้ประกอบการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ ควบคู่กับการผลักดันนโยบาย Made in Thailand หรือ MiT เพื่อสร้างคำสั่งซื้อและช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อจากระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น ขณะที่ด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายกฯ ให้ความสำคัญกับการแก้ Missing Link ที่ครอบคลุมทั้งโลจิสติกส์ การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อให้ไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค
ส.อ.ท. เสนอให้กระทรวงแรงงานร่วมกับภาคเอกชนออกแบบระบบการลงทะเบียนและควบคุมการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คนที่ยังอยู่นอกระบบ ซึ่งกระทรวงแรงงานได้รับข้อเสนอดังกล่าวไปดำเนินการต่อแล้ว โดยมีเป้าหมายจัดระบบแรงงานให้ถูกต้องและชัดเจน ทั้งด้านความมั่นคง การคุ้มครองแรงงาน สวัสดิการ และความต่อเนื่องของภาคการผลิต รวมถึงป้องกันไม่ให้ปัญหาระหว่างรัฐกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้

07/05/2026

แบงก์ชาติ คลอดร่างต่ออายุ LTV อีก 1 ปี ถึงสิ้นมิ.ย.2570 ฟื้นอสังหาฯ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกหลักเกณฑ์ผ่อนคลายมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ฉบับใหม่ โดยขยายเวลามาตรการเดิมออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 เพื่อช่วยประคับประคองภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังชะลอตัว ท่ามกลางอุปทานคงค้างสูงและความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก
ธปท. ระบุว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อที่อ่อนตัว อุปทานที่อยู่อาศัยเหลือขายในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กระทบต่อความเชื่อมั่น ต้นทุนก่อสร้าง และความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย จึงจำเป็นต้องต่ออายุมาตรการผ่อนคลาย LTV เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวรุนแรงและกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
การต่ออายุมาตรการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลดปัญหาอุปทานคงค้างในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่เชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานและการจ้างงานจำนวนมาก โดย ธปท. มองว่าการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ในช่วงภาวะการเงินตึงตัวจะไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินมากนัก เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและยังไม่พบสัญญาณการเก็งกำไรในตลาด
หลักเกณฑ์ใหม่กำหนดให้เพดานอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน หรือ LTV อยู่ที่ 100% สำหรับการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยใน 2 กรณี ได้แก่ การกู้สัญญาหลังที่ 2 เป็นต้นไป สำหรับบ้านราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และการกู้สัญญาแรกสำหรับบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยมาตรการนี้จะใช้กับสัญญาเงินกู้ที่ทำระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570 #แบงก์ชาติ #สินเชื่อบ้าน

07/05/2026

"ธนาคารกลางมาเลเซีย" มีมติคงดอกเบี้ย 2.75% ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 แม้ความเสี่ยงจากสงครามอิหร่านจะเริ่มกระทบเศรษฐกิจและดันภาระอุดหนุนพลังงานพุ่งสูง
อ่านต่อได้ที่นี่ : https://moneyandbanking.co.th/2026/242316/

13/01/2026

คิดจะขยายแฟรนไชส์ แต่ไร้มาตรฐาน ระวังสร้างชื่อเสีย แทนสร้างชื่อเสียง
ในความคิด ความฝันของคนอยากทำธุรกิจ หรือมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร “แฟรนไชส์” คือทางลัดของเป้าหมายนั้น ผ่านความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของธุรกิจ (Franchisor) ที่มีโมเดลความสำเร็จอยู่แล้ว กับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ (Franchisee) ที่ยอมจ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อนำสูตรลับ ระบบบริหารจัดการ และชื่อเสียงของแบรนด์ไปใช้ โดยที่เป้าหมายสูงสุด คือลูกค้าไม่ว่าจะเดินเข้าร้านที่สาขาไหน ต้องได้รับประสบการณ์ รสชาติ และบริการที่เหมือนกับต้นฉบับ 100%
[ทำไมธุรกิจแฟรนไชส์ถึงเป็นโมเดลที่น่าหลงใหล?]
การเลือกขยายธุรกิจแบบแฟรนไชส์มีข้อดีหลายด้าน ในมุมของเจ้าของแบรนด์ นี่คือการ "โตแบบก้าวกระโดดโดยใช้เงินทุนคนอื่น" ช่วยให้แบรนด์กระจายตัวไปทั่วประเทศ หรือทั่วโลกได้ในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนในมุมผู้ลงทุน มันคือการลดความเสี่ยง เพราะไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเอง แค่เดินตามรอยเท้าของคนที่สำเร็จมาแล้วก็มีโอกาสรอดสูงกว่าการเริ่มจากศูนย์
["มาตรฐาน" สินค้าที่มีค่าที่สุดของ Franchisor]
ทำไมมาตรฐานถึงสำคัญ? ลองจินตนาการเหตุการณ์ขึ้นมาว่าถ้าคุณไปกินไก่ทอดแบรนด์หนึ่งที่กรุงเทพฯ แล้วอร่อยมาก จนติดใจ แต่พอไปกินสาขาเชียงใหม่กลับเค็มจนกินไม่ได้ สิ่งที่เสียไปไม่ใช่แค่เงินที่ต้องจ่ายไปเท่านั้น แต่มันคือ "ความเชื่อมั่น" ที่พังทลายลงของแบรนด์ ภาพลักษณ์ที่ถูกมองไม่เหมือนเดิมจากคนซื้อ
ดังนั้น แฟรนไชส์ควรมีระบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันหมดในทุกสาขา ผ่านการจัดการในเรื่องต่อไปนี้
- ควบคุมคุณภาพได้แม้ไม่ได้เฝ้าเอง: ระบบ Manual (SOP) ที่ชัดเจนจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจ้าของแบรนด์ คอยกำกับให้พนักงานทุกคนทำงานในมาตรฐานเดียวกัน
- ประสิทธิภาพและกำไร: มาตรฐานที่ดีย่อมมาพร้อมกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย (Waste) ทำให้กำไรสุทธิคาดการณ์ได้แม่นยำขึ้น
[พลังดึงดูดนักลงทุน มาตรฐานคือ "ความปลอดภัย"]
ในมุมของคนมีเงินที่มองหาธุรกิจลงทุน พวกเขาไม่ได้มองแค่ว่า "สินค้าอร่อยไหม" แต่มองว่า "ถ้าเขาซื้อไปแล้ว เขาจะบริหารจัดการต่อได้ง่ายแค่ไหน" ระบบที่เป็นมาตรฐานคือหลักประกันว่าธุรกิจนี้มี "ระบบระเบียบ" (Systematic) ไม่ใช่ธุรกิจที่พึ่งพาแค่ตัวบุคคล หากแบรนด์ของคุณมีคู่มือการดำเนินงานที่ชัดเจน มีระบบตรวจสอบ (Audit) ที่เข้มงวด นักลงทุนจะรู้สึกปลอดภัย และกล้าควักเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อ "โอกาสที่พิสูจน์แล้ว"
ขณะเดียวกันการสร้างแฟรนไชส์โดยไม่มีมาตรฐาน ก็เหมือนการสร้างตึกสูงบนพื้นทรายครับ ยิ่งขยายสาขาไปมากเท่าไหร่ โครงสร้างก็ยิ่งสั่นคลอนและเสี่ยงต่อการพังทลายมากเท่านั้น หากอยากให้แบรนด์เติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นที่ต้องการของนักลงทุน จงจำไว้ว่า "สินค้าไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือบริการ แต่หัวใจที่คุณขายจริงๆ คือระบบมาตรฐานที่ใครก็ทำซ้ำได้"

#แฟรนไชส์ #ขยายแฟรนไชส์ #มาตรฐานแฟรนไชส์ #ธุรกิจแฟรนไชส์

13/01/2026

"จีน" ประณาม "สหรัฐ" เก็บภาษีประเทศคู่ค้าอิหร่าน 25% ชี้เป็นการบังคับใช้แบบไม่เลือกหน้า เตือนจีนพร้อมใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตน

13/01/2026
06/01/2026

หยุดเรียกว่า "AI ขยะไอที' CEO ไมโครซอฟท์ แนะมองเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ
สัตยา นาเดลลา ซีอีโอไมโครซอฟท์ เรียกร้องให้สังคมเทคโนโลยีหยุดเรียก AI ว่าเป็น “AI Slop” หรือขยะไอที พร้อมชี้ว่า AI ควรถูกมองในฐานะเครื่องมือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพียงเทรนด์ชั่วคราวที่เน้นความตื่นตาชั่วคราว
ไมโครซอฟท์ตั้งเป้าให้ปี 2569 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ AI จากช่วงทดลองและสร้างกระแส สู่การใช้งานจริงในทุกภาคส่วน โดยเน้น “Substance” หรือประโยชน์เชิงรูปธรรม มากกว่าการนำเสนอแบบ “Spectacle” ที่สร้างความหวือหวาเพียงระยะสั้น
สำหรับ ไมโครซอฟท์แล้ว ปี 2569 คือปีแห่งการพิสูจน์ว่า AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือสร้างเนื้อหาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะออนไลน์อีกต่อไป แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างแท้จริง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดที่ ไมโครซอฟท์จะพลาดไม่ได้อีกต่อไป

#ฐานเศรษฐกิจ

06/01/2026

ตลาดหุ้นเอเชียปิดผสม! ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้พุ่งแรง นำโดยหุ้นป้องกันประเทศ ขณะที่จีน-ฮ่องกงบวกตามแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยง #ตลาดหุ้น #หุ้น #หุ้นต่างประเทศ #ภาวะตลาดหุ้น

ที่อยู่

178 ถ. รามอินทรา มีนบุรี กรุงเทพมหานคร
Ban Na Yao
10510

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 10:15 - 16:00
อาทิตย์ 10:00 - 16:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ไทยเจริญเครดิต-เพื่อนคู่คิดธุรกิจSMEs Thaiผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์