21/10/2022
4 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประกันชีวิต ที่เราอาจจะยังเข้าใจผิดอยู่
1. ทำประกันชีวิตจะได้รับผลประโยชน์เมื่อเราเสียชีวิตเท่านั้น
จากภาพจำต่างๆที่ผ่านมา ตั้งแต่เด็กที่เราเห็นโฆษณาตามโทรทัศน์ หรือฟังโฆษณาตามวิทยุ จนถึงปัจจุบัน ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดไปเยอะมากๆ เพราะประกันชีวิตที่ได้ผลประโยชน์หรือได้เงินเมื่อเราเสียชีวิตนั้น เป็นแค่ส่วนหนึ่งของผลประโยชน์ที่ได้รับเท่านั้น หากเราเลือกให้ตรงกับความต้องการนอกเหนือจากนี้ ก็สามารถเลือกรับผลประโยชน์ตามประเภทของประกันชีวิตได้ โดยประกันชีวิตนอกจากจะได้รับผลประโยชน์เมื่อเสียชีวิตเป็นหลักแล้วก็จะมีผลประโยชน์อื่นๆ ด้วย ดังนี้
- ประกันชีวิตคุ้มครองตลอดชีพและประกันชีวิตชั่วระยะเวลา : ได้ผลประโยชน์เมื่อเสียชีวิต
- ประกันชีวิตออมทรัพย์ : ได้ผลประโยชน์เมื่อครบสัญญา
- ประกันชีวิตบำนาญ : ได้รับผลประโยชน์เมื่อถึงอายุครบจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา
- ประกันชีวิตควบการลงทุน : ได้รับผลประโยชน์จากหน่วยลงทุนที่เลือกไว้ พร้อมความคุ้มครองชีวิต
ที่กล่าวมาทั้งหมด ยังมีผลประโยชน์ระหว่างทาง ทั้งเงินคืนรายเดือน, รายปี หรือผลประโยชน์ที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้อีกด้วย
ส่วนประกันชีวิตลดหย่อนภาษีนั้นจะอยู่ในหมวดของประกันชีวิตออมทรัพย์นะครับ ก็จะมีจุดเด่นเรื่องเงินคืนระหว่างสัญญาและได้รับเงินคืนระหว่างสัญญานั้นเอง
นอกจากนี้สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ หรือที่เรารู้ๆกันว่า"ประกันสุขภาพ"นั้น เราจะต้องซื้อตัวประกันชีวิตสัญญาหลักก่อนแล้วจึงสามารถแนบสัญญาเพิ่มเติมได้นั้นเอง เพราะนอกจากเราจะคุ้มครองสุขภาพแล้ว เราก็ต้องคุ้มครองชีวิตไปในตัวด้วย ส่วนเราจะเลือกสัญญาหลักตัวไหนนั้น สามารถปรึกษาตัวแทนประกันชีวิตได้ ให้ทางตัวแทนแนะนำได้เลยครับผม
2. ประกันชีวิตนั้นต้องเป็นหนี้ระยะยาว หากไม่เสียชีวิตก็เสียเปล่า!
บอกเลยว่า อาจจะเข้าใจผิดมาก อย่างที่แอดมินเล่าในข้อ 1 ก็คือประกันชีวิตนั้นมีหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น ประกันชีวิตออมทรัพย์หรือประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ก็จะได้ผลประโยชน์คืนเมื่อครบสัญญานั้นเอง
แล้วเรื่องที่ประกันชีวิตต้องชำระเบี้ยเป็น 10 ปี 20 ปี ต้องจ่ายระยะยาวอย่างนี้จริงไหม?
จริงและไม่จริงครับ เนื่องจากประกันชีวิตแบบตลอดชีพจะสามารถเลือกได้เลยว่า จะชำระกี่ปีๆ โดยให้พี่ๆตัวแทนแนะนำได้ หรือจะเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญที่เลือกเวลาชำระเบี้ยจนถึงอายุที่กำหนด เช่น 55 ปี หรือ 60 ปีนั้น หากเราอายุเพียง 50 ปีนั้น ระยะเวลาชำเบี้ยก็แค่ 5 ปีเท่านั้นเองครับ
3. มีงบจำกัด เลยไม่อยากทำประกันชีวิต ปีละเป็นหมื่น คงไม่ไหว
จริงๆประกันชีวิตนั้นแต่ละตัวก็มีความยืดหยุ่นอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นค่าเบี้ยหรือจำนวนปีที่คุ้มครอง ทำให้ประกันชีวิตก็มีหลายช่วงของค่าเบี้ยประกันภัยเหมือนกัน อย่างเช่น ประกันชีวิตชั่วระยะเวลาก็จะมีจุดเด่นที่ค่าเบี้ยประกันภัยในแต่ละปีต่ำ แต่ให้ความคุ้มครองสูงตั้งแต่เริ่มความคุ้มครอง ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่ไม่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัยในแต่ละปีได้เช่นกัน นอกจากนี้สิทธิ์ประโยชน์ของประกันชีวิตก็คือไม่ว่าจะซื้อด้วยจำนวนเท่าใด ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วยเช่นกัน แต่ลดหย่อนภาษีด้วยจำนวนเท่าใดนั้น อันนี้อาจจะต้องปรึกษาตัวแทนหรือตามเรทที่กรมสรรพกรกำหนด และไม่จำเป็นต้องชำระเป็นหมื่นเสมอไป เราอาจจะเลือกได้ตามความสามารถในการชำระของเรา แต่ที่แน่ๆ การซื้อประกันชีวิตตั้งแต่ช่วงอายุน้อยๆ ย่อมมีค่าเบี้ยที่ต่ำกว่าช่วงอายุมากๆแน่นอน แอดแนะนำไว้เสมอว่าแม้ว่าเราะยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว แข็งแรง การทำประกันชีวิตไว้ก่อนย่อมดีกว่าไม่มี
4. ซื้อประกันชีวิตหลายแบรนด์ได้หรือไม่
ซื้อหลายแบรนด์ได้ครับ ไม่จำกัดเลยว่า จะซื้อโตเกียวมารีนมาก่อนหรือเป็นลูกค้าแบรนด์อื่นๆมาก่อนหรือไม่ อันนี้ไม่มีกำหนดเลยครับ เป็นอิสระของเราเลยก็ว่าได้ พร้อมกับได้รับความคุ้มครองเหมือนๆกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตหรือประกันสุขภาพ ก็มีความคุ้มครองไม่ทับซ้อนกันนั้นเอง เช่น หากเรามีกรมธรรม์คุ้มครองการเสียชีวิต 2 ฉบับ ก็สามารถได้รับผลประโยชน์ได้ทั้ง 2 ฉบับเลย ทั้งนี้ก็ต้องดูเงื่อนไขสลักหลังกรมธรรม์อีกทีหนึ่งนะครับ ว่าแต่ละฉบับคุ้มครองด้วยจำนวนเท่าใดหรือมีเงื่อนไขใดบ้างนั้นเอง
___________________
นอกจากนี้ยังมีคำถามมากมายจาก Inbox ที่เคยถามแอดมินมาและได้อธิบายไปแล้วบางส่วน หากท่านใดมีคำถามหรือต้องการสอบถามด้านใด สามารถสอบถามผ่านตัวแทนหรือ Inbox มาให้แอดมินได้เลยนะครับ แอดมินไม่กัดดด~
แถม~ ภาพลักษณ์ตัวแทนประกันชีวิตเมื่อก่อนที่เป็นภาพจำ หลายๆคนอาจจะเข้าใจผิดได้ อันนี้บอกเลยว่าเดี๋ยวนี้หาได้น้อยมากๆแล้ว เพราะเราออกแผนประกันให้มีตัวเลือกเยอะขึ้นและตอบโจทย์คุณลูกค้ามากขึ้นนั้นเอง เพียงแค่บอกว่า เราต้องการความคุ้มครองหรือการออมทรัพย์แบบไหน ด้วยงบที่เท่าไหร่ เท่านั้นตัวแทนประกันชีวิตจะหามาให้คุณลูกค้าเองครับผมว่า "ประกันชีวิตที่ตอบโจทย์คุณลูกค้า" คือตัวไหน