28/07/2026
แชร์ประสบการณ์ป่วยกระทันหันของคุณพ่อ และการใช้สิทธิ์ Ucep เผื่อจะประโยชน์กับทุกคน
เหตุการณ์เพิ่งเกิดได้ประมาณ 4 วัน เริ่มต้นคือโดยปกติคุณพ่อจะตื่นประมาณตี 3 เป็นกิจวัตรทุกวันตื่นมาอาบน้ำ ดูทีวี และดื่มกาแฟโดยในวันนั้นมีอาการที่ไม่ปกติ คือ ในช่วงเวลาประมาณตี 5 ดื่มกาแฟไม่ได้ น้ำกาแฟไหลออกจากปากเหมือนเสียการควบคุมไป และ มีอาการปากเบี้ยว ( มาทราบภายหลังจากที่คุณพ่อพูดได้และเล่าให้ฟัง )
ในขณะนั้นจึงมีการติดต่อไปยังรพ.เอกชนใกล้บ้านเพื่อพาแกไปแผนกฉุกเฉิน ซึ่ง ทางรพ.ประเมินเบื้องต้นเข้าค่ายว่ามีโอกาสเส้นเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน จะต้องทำการเอ็กเรย์สมอง เพื่อดูว่าสามารถฉีดยาละลายลิ่มเลือดให้ได้หรือไม่ โดยแพทย์ประเมินเบื้องต้นว่า เป็นเคสที่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในการเบิก Ucep ได้เนื่องจากระยะเวลาที่เกิดไม่เข้าเกณท์ ในตอนนั้นจึงยอมรับว่าจะต้องเป็นคนจัดการค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด
แต่ระหว่างที่คุณพ่อได้มีการรักษาตัวด้วยความที่ทางเรามั่นใจว่าเคสของคุณพ่อเข้าเกณท์ที่จะใช้สิทธิ์ Ucep ได้ จึงได้มีการโทรไปที่ 1669 สภฉ
( สภาแพทย์ฉุกเฉิน ) เพื่อเล่าเหตุการณ์และสอบถามเรื่องเกณท์ในการใข้สิทธิ์ Ucep ซึ่งทาง สภฉ ได้รับเรื่องและ ให้คำแนะนำที่ดีและ แนะนำเพิ่มเติมโดยให้ทางเราติดต่อไปยัง 1330 เพื่อร้องขอให้ทบทวน และ ประสานไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ ถ้าคุณพ่อพ้นวิกฤตแล้วจะได้สามารถส่งตัวไปรักษาต่อได้ หรือ ถ้าไม่เข้าเกณท์ Ucep จริงๆ สามารถทำเรื่องขอให้ช่วยเหลือค่าใข้จ่ายบางส่วนตามมาตรา 7 ได้
ในวันนั้นคุณพ่อหลังจากสแกนสมอง และ ฉีดยาละลายลิ่มเลือดแล้ว ต้องเข้าห้อง ICU ต่อเพื่อรอดูอาการซึ่งอาการก็ดีขึันโดยตามลำดับ ในระหว่างนั้นทาง 1330ก็มีการติดต่อเข้ามาเป็นระยะเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและแจ้งว่าประสานไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ์ให้แล้ว
ในวันนั้นคุณพ่อพ้นวิฤต และกลับมาพูดได้ตามปกติตอนประมาณ 2 ทุ่ม ทาง 1330 ติดต่อมายังโรงพยาบาลว่า สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้แล้ว เพื่อนำมารักษาตัวต่อ
แต่ทาง รพ.เอกชนแจ้งให้ทางเราต้องชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนที่จะทำเรื่องส่งตัว ทางเราจึงขอเจรจากับ ทางตัวแทนรพ. เพื่อขอคำอธิบายเรื่อง สิทธิ์ Ucep แต่ทางรพ.แจ้งว่าคุณหมอที่รับเคสฉุกเฉินในตอนแรกให้ข้อมูลว่า เป็นเคส สีเหลืองคือ เคสเร่งด่วน ไม่ใข่เคสสีแดง ( ฉุกเฉิน ) และมีการระบุเวลาว่าเกิดขึ้นตอน ตี 3 ซึ่งข้อมูลก็ไม่ตรงตามความจริง เพราะตอนนั้นผู้ป่วยยังพูดไม่ได้ และทางเรามาทราบในภายหลังด้วยซ้ำหลังจากที่อาการดีขึ้น ในวันนั้นจึงต้องมีการไปเขียนบันทึกข้อความให้ ฝ่ายรับเรื่องของโรงพยาบาลเพื่อแก้ไขคำบันทึกของแพทย์ที่ระบุไว้ไม่ถูกต้อง
สุดท้ายทางตัวแทนโรงพยาบาลยินยอมให้ส่งตัวคุณพ่อไปรักษาตัวก่อนได้และยังไม่ต้องชำระเงินใดๆ
คุณพ่อหลังจากถูกส่งตัวมาต้องนอนโรงพยาบาลต่อทั้งหมด 4 วัน และอยู่ห้องที่มีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะถือว่ายังเป็นเคสที่มีความเสี่ยง
ตอนนี้กลับบ้านมาอย่างปลอดภัยโดยอาการเป็นปกติทุกอย่างแล้ว ทางโรงพยาบาลเอกชนที่พาเข้ารักษาตอนแรกก็มีการติดต่อมาแล้วว่า สามารถใช้สิทธิ์เบิก Ucep ได้ โดยขอให้ทางเราเข้าไปเซ็นเอกสาร ส่วนทาง 1669 สภฉ ก็ติดต่อมาว่าได้มีการประสานไปทางโรงพยาบาลแล้วเช่นเดียวกัน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สิ่งที่อยากแชร์คือ ต้องหมั่นดูอาการของคนใกล้ตัวภายในบ้าน ถ้ามีอาการแปลกๆหรือเข้าเกณท์ฉุกเฉิน ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด หรือ สามารถโทรไปยัง 1669 ให้รถมารับที่บ้านได้ โดยถ้าเข้ารับการรักษาเคสฉุกเฉินแล้วเกิดเหตุการณ์เรื่องไม่เข้าเงื่อนไข Ucep ก็สามารถที่จะร้องขอให้ทบทวนได้….