31/01/2025
เจาะลึกเทรนด์น้ำหอม แบรนด์ควรเดินเกมอย่างไรให้โดนใจคนรุ่นใหม่
รู้หรือไม่ว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามที่เติบโตไวที่สุดในปี 2023 และปี 2024 ไม่ใช่เครื่องสำอาง แต่เป็น “น้ำหอม”
โดยบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก Euromonitor มองว่าน้ำหอมมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียแปซิฟิก
ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าที่หลายธุรกิจ รวมถึงแบรนด์น้ำหอมกำลังให้ความสนใจ ก็หนีไม่พ้นกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials เพราะมีกำลังซื้อสูงและพร้อมที่จะใช้จ่ายกับสินค้าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
เทรนด์น้ำหอมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมยกตัวอย่างแบรนด์ที่น่าสนใจ เพื่อเป็นไอเดียในการทำธุรกิจน้ำหอมค่ะ
หากเรามองภาพรวมของตลาดน้ำหอมในปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดอยู่พอสมควร
แม้แต่แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ก็เปิดตัวคอลเลกชันน้ำหอมภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เช่น Bottega Veneta, Balenciaga และ Valentino
นอกจากนี้ เรายังเห็นบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Kering, Eurazeo และ Manzanita Capital เข้ามาถือหุ้นในน้ำหอม Niche Brand มากขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาดน้ำหอม
สำหรับด้านผู้บริโภคพบว่า ชาวอเมริกันมีค่าเฉลี่ยในการใช้น้ำหอมมากถึง 3-4 กลิ่น สูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอื่นทั่วโลกที่นิยมใช้ 2-3 กลิ่น
ซึ่งในสหรัฐฯ มีผู้บริโภคอายุน้อย อายุ 12-18 ปี เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย ที่มีน้ำหอม 4-5 กลิ่นในรูปแบบและหมวดหมู่ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่สเปรย์ฉีดร่างกายไปจนถึงน้ำหอมระดับหรู
ที่สำคัญ กลุ่มอายุนี้มีแนวโน้มที่จะใช้น้ำหอมในเวลาต่าง ๆ กันตลอดทั้งวัน
โดยเทรนด์น้ำหอมที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภครุ่นใหม่ในปีที่ผ่านมามีด้วยกัน 3 เทรนด์หลัก
อันดับแรกคือ เทรนด์การรีวิวน้ำหอมผ่านแฮชแท็ก PerfumeTok
ในอดีตหลายคนอาจคิดว่าการเลือกซื้อน้ำหอม เป็นสินค้าที่มีกำแพงในเรื่องของการดูจากรีวิวในแพลตฟอร์มออนไลน์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ควรไปดมกลิ่นจริงจากขวด และทดลองฉีดลงบนผิวก่อน
แต่สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน มีพฤติกรรมการเลือกซื้อน้ำหอมที่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเน้นจากการดูรีวิวในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียผ่านแฮชแท็ก PerfumeTok
ซึ่งเทรนด์นี้เป็นคอนเทนต์การรีวิวน้ำหอมที่เน้นข้อมูลลึกลงไปถึงโน้ตและส่วนผสมที่อยู่ในน้ำหอม รวมไปถึงอารมณ์ความรู้สึกหลังฉีดน้ำหอม เพื่อให้คนดูจินตนาการกลิ่นจากน้ำหอมให้เห็นภาพมากขึ้น
อีกทั้งจากข้อมูลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคน้ำหอมของ Circana พบว่า บ่อยครั้งที่แพลตฟอร์มออนไลน์เป็นแรงกระตุ้นให้ตัดสินใจซื้อน้ำหอม
นอกจากเทรนด์นี้จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจกลิ่นน้ำหอม และทำให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น ด้านธุรกิจแบรนด์น้ำหอมในกลุ่ม Niche Brand หรือน้ำหอมแบรนด์ใหม่ ๆ ก็กลายเป็นไวรัลจากเทรนด์นี้เช่นกัน
ยกตัวอย่างน้ำหอมแบรนด์ Phlur กลิ่น Missing Person ที่ในปี 2022 ถูกขนานนามว่าเป็นกลิ่นของสาวรวย จนมียอดวิวในโซเชียลมีเดียสูงถึง 51.4 ล้านครั้ง ทำให้ขายหมดชั่วข้ามคืน และมีคนรอซื้อถึง 200,000 ราย
ถัดมา เทรนด์กลิ่นขนมหวาน และกลิ่นที่บ่งบอกความรู้สึก
เทรนด์กลิ่นมาแรงในปีที่ผ่านมาคือ Gourmand Scents หรือกลิ่นขนมหวานแนวใหม่ ที่มีโน้ตความหวานน้อยลง และได้แรงบันดาลใจมาจากขนมหวานของทวีปเอเชีย แตกต่างจากน้ำหอมกลิ่นขนมหวานแถบยุโรปแบบเดิม ๆ
อีกทั้งยังมีส่วนผสมยอดฮิตจาก Amber หรือ อำพัน เป็นกลิ่นมัสก์ผสมอัลดีไฮด์ และดอกไอริส ให้กลิ่นแนวอบอุ่น และหรูหรา เป็นส่วนผสมที่ทำให้น้ำหอมติดทนนาน
นอกจากนี้กลุ่มวัยรุ่นยังให้ความสำคัญกับน้ำหอมที่สามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึก ตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องสำอาง Charlotte Tilbury ที่เลือกขยายผลิตภัณฑ์น้ำหอมในชื่อ Collection of Emotions
ในคอลเลกชันมีน้ำหอมถึง 6 กลิ่น มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นอารมณ์อย่างกลิ่น Love, Happiness, Seduction, Serenity, Energy และ Empowerment
สุดท้ายคือ เทรนด์น้ำหอมรูปแบบใหม่
กลุ่ม Gen Z มีความต้องการใช้น้ำหอมที่หลากหลายมากกว่าน้ำหอมสำหรับฉีดผิว หรือเทียนหอมในบ้าน
ทำให้แบรนด์น้ำหอมในตลาดเริ่มขยายฟังก์ชันน้ำหอมที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น อย่างเช่น
- น้ำหอมแบบแท่ง มีลักษณะเนื้อบาล์มที่มีข้อดีคือ ไม่หกเลอะเทอะ จากแบรนด์ Glossier, Fenty Beauty และ Byredo
- น้ำหอมแบบพู่กัน ลักษณะเนื้อเจล จากแบรนด์ Jo Loves
- น้ำหอมสำหรับผม เน้นการให้กลิ่นน้ำหอมที่เหมาะกับการฉีดบนเส้นผม จากแบรนด์ Sol de Janeiro
ที่น่าสนใจคือ น้ำหอมลักชัวรีที่มาในขวด Travel Size ที่แม้จะไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ แต่กลับเป็นกลุ่มน้ำหอมแบรนด์หรูที่ผู้บริโภคในกลุ่มอายุ 18-24 ปี ส่วนใหญ่เลือกซื้อ
โดยตัวเลขยอดขายน้ำหอมลักชัวรี เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดในตลาดน้ำหอมเติบโตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เนื่องจากพฤติกรรมการใช้น้ำหอมของ Gen Z นิยมสร้างความเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จากการเลือกใช้น้ำหอมหลายกลิ่นพร้อมกัน แทนที่จะยึดติดกับการใช้น้ำหอมเพียงกลิ่นเดียว
ทำให้น้ำหอมระดับพรีเมียมในขนาด Travel Size ตอบโจทย์กับงบการใช้จ่ายที่อาจมีจำกัดของวัยรุ่นหลายคน บวกกับราคาที่ถูกกว่าการซื้อน้ำหอมไซซ์ปกติ และยังเป็นข้อดีให้ได้ทดลองหากลิ่นที่ชอบอีกด้วย
ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นว่า การแข่งขันของแบรนด์น้ำหอมในตลาด มีตั้งแต่น้ำหอมระดับแมสเกิดใหม่ ไปจนถึงน้ำหอมพรีเมียม เป็นข้อดีของผู้บริโภคที่ทำให้มีตัวเลือกซื้อมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้านธุรกิจน้ำหอมก็ดูเหมือนมีความท้าทายมากขึ้นในปีนี้ ทั้งต้องตามเทรนด์ สร้างจุดเด่นที่ต้องตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และการปรับตัวในการขายออนไลน์..
ที่มา : ลงทุนเกิร์ล
#ข่าวสารเศรษฐกิจ
#สินเชื่อเพื่อธุรกิจ