Sunday Thailand ซันเดย์ ทำชีวิตให้ง่าย ในราคาที่ใช่
Smart Insurance.
(340)

Born Simple.

✅ รับบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 500 บาท

เมื่อซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้า
เบี้ยตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป

เฉพาะ 1-31 ส.ค. 69 เท่านั้น

27/08/2026

ท้องเสีย #วันสารทจีน
อากงไม่ปลื้ม
หรือเพราะลืมทำสิ่งนี้👇🏻

ตกลงแล้ว ร่างกายหรือสมองที่รั้งเราไว้กันแน่?เมื่อต้นปีตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะออกกำลังกาย แต่ผ่านมาเกินครึ่งปีแล้วแผนนี้ยั...
26/08/2026

ตกลงแล้ว ร่างกายหรือสมองที่รั้งเราไว้กันแน่?
เมื่อต้นปีตั้งเป้าหมายว่าปีนี้จะออกกำลังกาย แต่ผ่านมาเกินครึ่งปีแล้วแผนนี้ยังไม่ถึงไหน…

🤔 ทำไมการเริ่มทำอะไรสักอย่าง แม้แต่การออกกำลังกายถึงเป็นเรื่องยาก?

รู้หรือไม่? กลไกของสมองมีส่วนทำให้ตัวเราตัดสินใจเลือกเส้นทางที่คุ้นเคยและคุ้มค่า เพื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ตามทฤษฎี The Theory of Effort Minimization in Physical Activity (TEMPA) อธิบายเพิ่มเติมว่า เมื่อเราจะเริ่มออกกำลังกาย นอกจากผลลัพธ์แล้ว สมองจะประเมินทั้งความต้องการ ประสบการณ์ที่เคยมีกับการออกกำลังกายและความพยายามที่ต้องใช้ รวมกันเป็นต้นทุนเพื่อดูว่าคุ้มที่จะทำหรือไม่

อย่างไรก็ดี การออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่จะเป็นการเริ่มอะไรใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นกิจกรรมที่เหนื่อยและต้องใช้ความพยายาม ทำให้ในช่วงแรกสมองจะต่อต้าน สร้างความกลัวและความกดดัน จนทำให้หลายๆ คนหยุดเป้าหมายการออกกำลังกายไว้กลางคัน

หรือถ้าเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีกับการออกกำลังกาย ยิ่งทำให้การเริ่มต้นนั้นยากกว่าเดิมเหมือนกัน

────────────────────

🧠 แต่จริงๆ มันมีวิธีแฮ็กให้สมองฮึบพร้อมออกกำลังอยู่เหมือนกันนะ เริ่มง่ายๆ จาก 5 ข้อนี้

1️⃣ กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน

ตอบให้ได้ว่า เราอยากออกกำลังไปเพื่ออะไร ให้สมองรับรู้ว่าเรามีความต้องการนั้นจริงๆ

เช่น ลดน้ำหนัก สร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รักษาอาการป่วย เพื่อให้เรามองภาพอนาคตได้ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากมีเป้าหมายใหญ่แล้ว อย่าลืมแบ่งเป็นเป้าหมายเล็กๆ ระหว่างทาง เพื่อช่วยให้สมองยอมทำตามได้ง่ายขึ้น

2️⃣ เริ่มต้นแบบชิลๆ เน้นความสม่ำเสมอ

ในช่วงแรกอาจเลือกการออกกำลังกายที่ไม่หนักเกินไป ให้เวลาสมองและร่างกายได้ปรับตัว

เช่น วันนี้ลองออกกำลังกายเบาๆ ตามคลิปแค่ 15 นาที สมองจะไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ต้องทำนั้นเหนื่อยมากหรือต้องใช้พลังงานเยอะ

จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นได้ ถ้าออกกำลังกายอย่างหักโหมตั้งแต่แรก อาจทำให้รู้สึกเหนื่อย ท้อจนไม่อยากออกกำลังกายต่อไป

3️⃣ เลือกกิจกรรมที่ชอบ

การออกกำลังกายนั้นทำได้หลายรูปแบบ ลองเลือกกิจกรรมที่เราทำแล้วรู้สึกสนุก เพลิดเพลินไปกับการออกกำลังกาย

เช่น ถ้าลองวิ่งแล้วรู้สึกเบื่อ ลองเปลี่ยนไปเต้นแอโรบิกแทน ให้สมองโฟกัสที่จังหวะเพลงสนุกๆ อาจลดความน่าเบื่อลงได้

4️⃣ หาแรงบันดาลใจ

การมีแรงบันดาลใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้เราออกกำลังกายได้อย่างดี

เช่น การเปลี่ยนแปลงของหุ่น เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ใกล้เป้าหมายมากขึ้น สมองจะหลั่งสารโดปามีนช่วยกระตุ้นให้อยากออกกำลังกายต่อไป แต่ที่สำคัญคือกว่าจะเห็นผลลัพธ์อาจใช้เวลา อย่ายอมแพ้ไปก่อน

5️⃣ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นใจ

ถ้ารู้สึกว่าการออกกำลังกายคนเดียว บังคับตัวเองได้ยาก ลองหาเพื่อนหรือกลุ่มในการออกกำลังกายดู

เช่น นัดแก๊งเพื่อนไปตีแบดมินตัน วิ่งกับกลุ่ม Run club นอกจากจะไปออกกำลังกายแล้วยังได้เจอเพื่อน เจอสังคม ลดอาการตึงเครียดของสมอง

หรือการเปลี่ยนจากออกกำลังกายที่บ้าน ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสแทน เพราะการได้อยู่ท่ามกลางคนที่ทำกิจกรรมเดียวกัน สามารถช่วยลดความขี้เกียจและเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากออกกำลังกายได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีเครื่องออกกำลังกายหลากหลายแบบ ลดความเบื่อจากการออกกำลังกายแบบเดิมๆ ที่บ้านได้

────────────────────

รู้วิธีแฮ็กสมองแล้ว รู้วิธีได้ส่วนลดฟิตเนสหรือยัง?

ลูกค้าซันเดย์รับส่วนลดสูงสุด 45%
สำหรับการสมัครสมาชิกฟิตเนสรายปี ที่ The Olympic Club

กดรับสิทธิ์ได้ที่ซูเปอร์แอปฯ Jolly by Sunday
ตั้งแต่วันนี้ - 31 ธันวาคม 2569

ลองใช้ทริกนี้แล้วเป็นอย่างไร อย่าลืมมาอัปเดตกันน้าา

#ออกกำลังกาย #สุขภาพ

จริงๆ แล้ว อาจมีประกันสุขภาพที่ตรงกับใจคุณมากกว่า หากรู้จัก ⤵️“ประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบร่วมจ่าย หรือ Copayment”เป็นอีกหนึ...
24/08/2026

จริงๆ แล้ว อาจมีประกันสุขภาพที่ตรงกับใจคุณมากกว่า หากรู้จัก ⤵️

“ประกันสุขภาพเหมาจ่ายแบบร่วมจ่าย หรือ Copayment”

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณจ่ายค่าเบี้ยประกันที่คุ้มค่า แต่ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเท่าเดิม

ไม่ว่าจะเลือกแผนไหน ประกันซันเดย์ให้ความคุ้มครองทั้ง

✅ค่ารักษา IPD เหมาจ่ายตามจริง
✅ค่ารักษาพยาบาลและค่ารักษาในห้อง ICU เหมาจ่ายตามจริง
✅ค่ารักษาโรคมะเร็งโดยเคมีบำบัดและรังสีรักษา รวมกันสูงสุด 100,000 บาท

หากเทียบกับแผนปกติแล้ว แผนที่มี Copayment ช่วยให้คุณประหยัดเบี้ยตามส่วนร่วมจ่ายที่คุณเลือกได้

สำหรับแผนร่วมจ่ายของซันเดย์ ผู้เอาประกันสามารถเลือกได้ว่าต้องการร่วมจ่ายในสัดส่วน 20% หรือ 30% ของค่ารักษา

เช่น หากเลือก Copayment 30% เมื่อเข้ารับการรักษาที่ต้องนอนโรงพยาบาล (IPD) มีค่าใช้จ่าย 20,000 บาท เท่ากับว่าเราจ่ายเอง 6,000 บาท และประกันจ่ายให้อีก 14,000 บาท

✨ประกันสุขภาพแผนร่วมจ่ายของซันเดย์มาพร้อมเบี้ยประกันในราคาประหยัด

ยกตัวอย่าง ค่าเบี้ยประกันสุขภาพซันเดย์

🧮 สำหรับประกันสุขภาพ IPD เหมาจ่าย แผน 2 ค่าเบี้ย 19,616.31 บาทต่อปี

🔖 สำหรับประกันสุขภาพ IPD เหมาจ่าย แผน 2 แบบร่วมจ่าย 20% ค่าเบี้ย 15,692.62 บาทต่อปี

และประกันสุขภาพ IPD เหมาจ่าย แผน 2 แบบร่วมจ่าย 30% ค่าเบี้ย 13,731.31 บาทต่อปี

จะเห็นได้ว่าแผนร่วมจ่ายช่วยเซฟค่าเบี้ยไปได้สูงสุดถึง 5,885 บาท

────────────────────

แล้วประกันสุขภาพที่เหมาะกับคุณ เซฟค่าเบี้ยได้เท่าไหร่?

เช็กได้ที่นี่ https://icecream.co.th/s/9ci1Jal

หมายเหตุ:
• เงื่อนไขโปรโมชันและความคุ้มครองกรมธรรม์เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
• โปรดอ่านรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นอย่างละเอียดก่อนชำระเงิน

#ประกันสุขภาพ #ประกันสุขภาพเหมาจ่าย #ประกันสุขภาพร่วมจ่าย #ซันเดย์

21/08/2026

อาการ
#หลอดเลือดหัวใจตีบ
ที่คุณอาจคิดไม่ถึง👇🏻

แน่ใจรึเปล่า ว่าติดแค่สติกเกอร์แล้วช่วยได้จริง? 🤔เวลาเดินทางไปไหนมาไหน บ่อยครั้งเมื่อเห็นสติกเกอร์ติดท้ายรถแล้วอดที่จะอ่...
18/08/2026

แน่ใจรึเปล่า ว่าติดแค่สติกเกอร์แล้วช่วยได้จริง? 🤔
เวลาเดินทางไปไหนมาไหน บ่อยครั้งเมื่อเห็นสติกเกอร์ติดท้ายรถแล้วอดที่จะอ่านไม่ได้ ไม่ว่าจะคำคมต่างๆ หรือการบ่งบอกสถานะของคนในรถ เช่น มือใหม่หัดขับ หรือ ในรถมีเด็ก แต่การติดสติกเกอร์เหล่านี้ไม่ได้มีแค่ข้อดีนะ อาจกลายเป็นดาบสองคมได้เช่นกัน

👉🏻 ทำไมการติดสติกเกอร์แบบนี้ถึงเหมือนเป็นดาบสองคม?
การติดสติกเกอร์แบบนี้ก็มีสิ่งที่ต้องระวัง เพราะอาจทำให้ตกเป็นเป้าได้ของมิจฉาชีพหรือผู้ไม่ประสงค์ดีได้

เช่น ติดสติกเกอร์มือใหม่หัดขับ อาจเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพแกล้งขับรถชนเพื่อขู่รีดไถเงิน หรือ ติดสติกเกอร์ในรถมีเด็ก อาจเป็นอันตรายกับเด็กจากแก๊งลักพาตัว การเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของผู้โดยสารในรถจึงไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น

──────────

มีสติกเกอร์อีกแบบที่เรามักจะเห็นได้บ่อยๆ คือ “รถคันนี้สี…” ที่สีจริงของรถกับป้ายมักจะเป็นคนละสีเสมอ

👉🏻 แล้วสติกเกอร์บอกสีรถ มีไว้ทำไม?

จริงๆ แล้ว การติดสติกเกอร์เองก็เป็นความเชื่อเดียวกันกับการใส่เสื้อสีมงคลที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งเป็นการแก้เคล็ดตามหลักความเชื่อฮวงจุ้ย โดยเชื่อว่าจะช่วยให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุ ภัยอันตรายต่างๆ

ตามหลักแล้ว การเลือกติดสติกเกอร์ที่บ่งบอกชื่อสีที่เป็นมงคลกับวัน เดือน ปีเกิดของเจ้าของรถ เพราะบางครั้งสีรถที่ชอบอาจไม่มงคลกับชีวิต

เช่น ชอบรถสีขาว แต่สีมงคลประจำวันเกิดดันเป็นสีแดง

นอกจากนี้ ความเชื่อเรื่องการติดสติกเกอร์ก็คล้ายกับความเชื่อโบราณในการแก้เคล็ดของคนไทยเหมือนกัน

นั่นก็คือ การแก้เคล็ดผีแม่ม่าย โดยการแขวนเสื้อสีแดงและติดป้าย “บ้านนี้ไม่มีผู้ชาย” ไว้หน้าบ้าน เพราะเชื่อว่าเอาไว้หลอกและป้องกันผีแม่ม่ายมาเอาตัวไป

เรื่องความเชื่อเรื่องสีเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ซึ่งได้รับอิทธิพลผ่านศาสนาและถูกปรับใช้กับการไลฟ์สไตล์หลายๆ อย่างจนถึงปัจจุบัน ไม่ใช่แค่การเลือกสีรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึงของใช้อื่นๆ ทั้งการใส่เครื่องประดับสีมงคล การเลือกสีกระเป๋าสตางค์ และการใช้สีเพื่อสื่อความหมายในพิธีต่างๆ

──────────

👉🏻 ในเชิงจิตวิทยา

การติดสติกเกอร์รถยนต์เป็นวิธีที่สมองใช้สร้างความรู้สึกปลอดภัย เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้หรือควบคุมได้ยาก อย่างความเสี่ยงบนท้องถนน รวมถึงโชคลางต่างๆ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่อาจช่วยเพิ่มความสบายใจให้แก่ผู้ขับขี่ได้

นอกจากสติกเกอร์แล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันเลย คือ สติ และความพร้อมในการขับขี่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขณะเดินทาง

อย่างไรก็ดี บางครั้งสติและความไม่ประมาทก็อาจไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุได้ทั้งหมด ดังนั้น เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน นอกจาก ”ความเชื่อ” ที่ช่วยให้อุ่นใจแล้ว ยังต้องมี “การเตรียมพร้อม” ที่ช่วยรองรับเหตุการณ์จริงเช่นกัน

ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การทำประกันรถยนต์ที่ช่วยคุ้มครองความเสียหายจากเหตุไม่คาดฝัน ให้คุณได้อุ่นใจสองต่อตลอดการเดินทาง

ถ้ากำลังมองหาตัวช่วยในการเตรียมพร้อม ประกันรถยนต์ซันเดย์ ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ควรมีติดรถไว้

เช็กเบี้ยและความคุ้มครอง ได้ที่ https://icecream.co.th/s/MwjvI5K

กลับบ้านไปเติมความสุข แต่ทำไมสิ่งที่กลับมาด้วยกลายเป็นความเศร้าซะงั้น?👇Homesick หรือ อาการคิดถึงบ้าน 🏡เป็นภาวะที่เรารู้ส...
17/08/2026

กลับบ้านไปเติมความสุข แต่ทำไมสิ่งที่กลับมาด้วยกลายเป็นความเศร้าซะงั้น?👇
Homesick หรือ อาการคิดถึงบ้าน 🏡

เป็นภาวะที่เรารู้สึกเศร้า ไม่มีความสุข วิตกกังวลและอ่อนไหว เมื่อต้องออกจาก Safe Zone อย่างบ้านที่อยู่เป็นประจำ

จริงๆแล้ว บ้านในที่นี้อาจไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการต้องออกจากสภาพแวดล้อมที่เราคุ้นชิน ทั้งครอบครัว เพื่อน และอาหารเดิมๆ

ซึ่งอาจเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น การสูญเสียกิจวัตรเดิม ความกังวลในการเริ่มสิ่งใหม่ มีความรู้สึกควบคุมชีวิตได้น้อยลง รู้สึกไม่มั่นคงและปลอดภัย

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่คนที่ย้ายไปต่างประเทศเท่านั้น แต่เกิดขึ้นได้กับวัยทำงาน นักศึกษาที่ต้องไปทำงาน หรือไปเรียนในที่ที่ไกลบ้าน

หรือบางคน แค่กลับบ้านต่างจังหวัดช่วงหยุดยาวแล้วต้องกลับมาทำงานในเมือง ก็อาจมีอาการ Homesick ได้เหมือนกัน เพราะบ้านทั้งสองที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนกัน

──────────

👉🏻 อาการ Homesick ที่หลายคนอาจไม่รู้?

❤️‍🩹ด้านจิตใจ อาจทำให้มีอารมณ์หดหู่ซึมเศร้า วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย รู้สึกเหมือนไม่มีใครเข้าใจ จนอาจเกิดความคิดในแง่ลบกับสภาพแวดล้อมที่อยู่ในปัจจุบัน

🤦‍♀️ด้านร่างกาย อาจมีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลียไม่มีแรง มีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ไม่มีสมาธิจดจ่อ ไปจนถึงมีอาการปวดศีรษะ ปวดท้อง หรือ ปวดตึงตามร่างกาย

หลายๆ งานวิจัยจาก National Center for Biotechnology Information (NCBI) พบว่า ถึงแม้อาการ Homesick จะไม่ใช่อาการทางจิตเวช แต่ถ้าหากปล่อยให้เครียดสะสมและปรับตัวไม่ได้เป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงและพัฒนาไปสู่โรคทางจิตเวชได้ เช่น โรคซึมเศร้า (Depression) หรือโรควิตกกังวล (Anxiety) ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

──────────

📌วิธีรับมือเมื่อมีอาการ Homesick

1️⃣ ปรับ mindset ก่อนอันดับแรก ยอมรับอาการที่ตัวเองกำลังเผชิญอยู่และเข้าใจว่าอาการนี้ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป เมื่อปรับตัวได้อาการเหล่านี้ก็จะค่อยๆ หายไปเอง

2️⃣ หากิจกรรมทำ ไม่ให้รู้สึกหมกมุ่นกับการคิดถึงบ้านมากเกินไป อาจเป็นงานอดิเรกที่ชอบ เช่น ดูหนัง อ่านหนังสือ ทำงานฝีมือ ออกกำลังกาย เป็นต้น

3️⃣ ลองไปสถานที่ใหม่ๆ ไม่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องเพราะอาจทำให้เราฟุ้งซ่านและอารมณ์ดิ่งมากขึ้น รวมไปถึงการทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ออกไปเจอสังคมใหม่ๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไป

4️⃣ ดูแลทั้งสุขภาพกายและจิตใจ กินอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด

ถ้ารู้สึกว่าอาการ Homesick ทำให้เราเศร้ามากๆ จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้ปรึกษานักจิตวิทยาในทันที

──────────

ใครที่กำลังเผชิญภาวะนี้อยู่ก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป ค่อยๆ ปรับตัวไม่นานอาการเหล่านี้ก็จะดีขึ้นเองนะ

แม้ว่าการออกจาก Comfort Zone อาจทำให้เรารู้สึกกลัว แต่ในทางกลับกันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เช่นกัน

#คิดถึงบ้าน #สุขภาพจิต

14/08/2026

ฝนตกเขาว่าโรแมนติก
แต่คนมีรถมันมากกว่านั้น...👀

อยากให้แม่อยู่กับเราไปอีกนาน แค่การดูแลสุขภาพปกติอาจไม่พอ? ⤵️เมื่อคุณแม่ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นห่วงของเราก็...
13/08/2026

อยากให้แม่อยู่กับเราไปอีกนาน แค่การดูแลสุขภาพปกติอาจไม่พอ? ⤵️
เมื่อคุณแม่ยิ่งอายุเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความเป็นห่วงของเราก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามอายุของแม่

“เวชศาสตร์ชะลอวัย” อาจเป็นอีกทางเลือกที่เหมาะกับการดูแลสุขภาพของคุณแม่ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ช่วยเตรียมรับมือและรักษาที่ต้นเหตุ เพื่อชะลอความเสื่อมของร่างกาย ช่วยให้คุณแม่มีร่างกายที่แข็งแรงไปได้นานที่สุด

──────────

👉🏻 เวชศาสตร์ชะลอวัย คืออะไร?

เวชศาสตร์ชะลอวัย ไม่ใช่แค่เรื่องความงามและรูปร่างภายนอก หรือยาวิเศษแบบที่หลายๆ คนเข้าใจ

แต่คือการดูแลและรักษาสุขภาพจากภายใน เพื่อชะลอกระบวนการชราภาพ และรักษาสมรรถภาพของร่างกาย เมื่ออายุมากก็ยังมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ทั้งในด้านของร่างกายและจิตใจ

โดยใช้วิธีวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ระดับเซลล์ ฮอร์โมน โภชนาการ และองค์ประกอบอื่นๆ

ต่างจากการรักษาโรคทั่วไปที่เริ่มต้นรักษาเมื่อมีอาการ แต่เวชศาสตร์ชะลอวัยจะเป็นการทำงานในเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) โดยเน้นที่การค้นหาสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพก่อนที่จะแสดงอาการ และแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุ

──────────

👉🏻 หลักของเวชศาสตร์ชะลอวัยประกอบด้วย 4 ด้านหลัก ได้แก่

🩺 การตรวจสุขภาพเชิงลึก เช่น การตรวจระดับฮอร์โมนต่างๆ การวัดระดับวิตามินและแร่ธาตุ การประเมินการทำงานของอวัยวะสำคัญ การตรวจสอบความเสี่ยงทางพันธุกรรม เป็นต้น

🧬 การปรับสมดุลฮอร์โมน เมื่อมีอายุที่มากขึ้น ฮอร์โมนบางอย่างอาจมีการทำงานที่ลดลง ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ การซ่อมแซมร่างกายและปัญหาการนอนหลับ

💊 การเสริมสารอาหารที่เหมาะสม เช่น วิตามินต่างๆ ที่ร่างกายอาจต้องการเพิ่มเติม

🥗 การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เช่น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด

──────────

แล้วทุกคนเริ่มดูแลสุขภาพของคุณแม่อย่างไรกันบ้าง คอมเมนต์มาแชร์กันได้นะ 🙌🏻

#สุขภาพ

13/08/2026

แข่ง
ไม่ใช่แค่ร่างกายที่ต้องฟิต
ยังมีอีกอย่างที่ต้องเตรียม👇🏻

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่…คนที่เคยพาเราไปเที่ยวกลายเป็นเราที่ขับรถพาไปคนที่เคยทำกับข้าวให้เรากินกลายเป็นเราที่ถามว่าอยาก...
12/08/2026

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่…

คนที่เคยพาเราไปเที่ยว
กลายเป็นเราที่ขับรถพาไป

คนที่เคยทำกับข้าวให้เรากิน
กลายเป็นเราที่ถามว่าอยากกินอะไร

วันที่เราเริ่มรู้สึกว่าตัวเองโตแล้ว
อาจไม่ใช่วันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

แต่คือวันที่เราเริ่มดูแลแม่ได้เหมือนที่แม่เคยดูแลเรา

เวลามักผ่านไปเร็วกว่าที่คิด
เช่นเดียวกับอายุของแม่ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

วันแม่ปีนี้
แม้ไม่ได้กลับบ้าน แต่แค่ฝากความคิดถึงให้กัน
ก็เป็นความสุขของแม่แล้ว

สุขสันต์วันแม่ 🤍

──────────

วันแม่ปีนี้ ใครมีแพลนพาแม่ไปเที่ยว

ให้ทั้งทริปอุ่นใจด้วย ประกันรถยนต์ซันเดย์

🎉 สำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้า รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 500 บาท เมื่อชำระเบี้ยมูลค่า 20,000 บาท ขึ้นไป

📅 ตั้งแต่ 1–31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น

เช็กเบี้ยและความคุ้มครองได้ที่ https://ezsun.co/Q4M1ciz

#วันแม่ #วันแม่แห่งชาติ #วันแม่ปีนี้ #สวัสดีวันแม่ #ซันเดย์

ที่อยู่

100/24, 16th Floor, Sathorn Nakorn Tower, North Sathorn Road, Silom, Bangrak
Amphoe Bangkok Noi
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6620263355

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Sunday Thailandผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Sunday Thailand:

ทางลัด

แชร์