AsiaCashs ที่ปรึกษาทางด้านการเงิน
https://line.me/ti/p/Uk7f3k

10/01/2022

“ตลาดกาแฟ” ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยของความต้องการของคนไทยในยุคปัจจุบันไปแล้ว จึงมักจะเห็นร้านกาแฟแบรนด์ต่างๆ ผุดขึ้นมากมาย
ร้านกาแฟทั้งเล็กและใหญ่ต่างใช้กลยุทธ์ด้วยบรรยากาศของร้านที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม และมีเมนูซิกเนเจอร์ดึงดูดผู้บริโภคให้มาใช้บริการ
ขณะเดียวกันแบรนด์ใหญ่ที่แข็งแกร่งอยู่ในตลาดเองก็หากลยุทธ์ และเร่งขยายสาขารองรับเทรนด์การดื่มกาแฟของผู้บริโภคทั้งดำเนินธุรกิจเองและรูปแบบของ “แฟรนไชส์” และยิ่งไปกว่านั้น ยังมาเสิร์ฟในสถานีบริการนำมันอีกด้วย เริ่มกันที่
1. ปั๊มน้ำมัน พีทีที สเตชัน
"จิราพร ขาวสวัสดิ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (โออาร์) เปิดเผยว่า ตั้งเป้าขยายสาขา “คาเฟ่ อเมซอน” ในปี 2566 ทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมันพีทีทีสเตชันไว้ที่ 5,000 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาอยู่มากกว่า 3,400 สาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ
โดยในปี 68 จะมีสาขาในต่างประเทศที่ 1,000 สาขา มีรายได้ 34,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ในต่างประเทศทั้งหมด 298 สาขา โดยการลงทุนในต่างประเทศตอนนี้มี 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, ลาว, ฟิลิปปินส์, เมียนมา , โอมาน, สิงคโปร์, จีน, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย และเวียดนาม
ลักษณะการลงทุนจะเป็นลักษณะร่วมทุน โดยจะเลือกลงทุนในประเทศที่มีประชากรเยอะ มีอัตราการเติบโตของจีดีพีสูง ซึ่งโออาร์สนใจที่จะลงทุนเพิ่มเติมในประเทศจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย
โดย “โออาร์” จะอนุมัติแฟรนไชส์ปีละ 500 สาขา งบลงทุนเบื้องต้น 2.4-4.2 ล้านบาท
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/981461?anm=
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

07/01/2022

หมู - ไก่ ขึ้นราคา ใครจะได้ประโยชน์ ??
ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่เรากำลังอยู่ในภาวะราคาเนื้อหมูและไก่กำลังปรับตัวขึ้นอย่างน่าใจหาย ซึ่งยังคงมีมีทิศทางว่าจะขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ภาครัฐจะเริ่มปล่อยมาตรการพิเศษมาเพื่อช่วยพยุงตลาดแล้วก็ตาม
กระนั้นราคาหมูล่าสุดก็ปาเข้าไปถึงกิโลละ 200 บาท ขณะที่เนื้อไก่ก็ตามมาติดๆในกิโลกรัมละ 60 กว่าบาท ทั้งนี้ ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ผู้เลี้ยงสุกรไม่สามารถแบกภาระต้นทุนได้อีกต่อไป ทั้งจากโรคระบาดในหมูที่มีมานานกว่า 3 ปีแล้ว ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยต้องยอมถอนสมอ ต้องพับธุรกิจหนีหายกันหลายต่อหลายราย จนกระทั้งหมูขาดตลาดในที่สุด
แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ในทุกวิกฤต มักจะมีโอกาส วันนี้เราเลยจะพาไปดูว่า มีหุ้นตัวไหนบ้าง ที่ได้รับอานิสงค์จากเรื่องนี้
#ราคาหมู #หมูแพง #เกษตรกร #หุ้นเด่น #การลงทุน

13/12/2021

ข้าวรอระบายจากโครงการ"จำนำข้าว"ยังเหลืออีกกว่า2 แสนตัน ขาดทุนไม่ต่ำกว่า 5 แสนล้านบาท และยังต้องจ่ายคืน ธ.ก.ส อีก 1 แสนล้านบาท
#จำนำข้าว #ฐานเศรษฐกิจ
📌อ่านต่อ...https://www.thansettakij.com/economy/506470

05/12/2021

อรุณสวัสดิ์

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก

————
หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/

หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz
————

ติดตาม Moneyland ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้
Instagram:
https://www.instagram.com/moneyland.biz/

Facebook:
https://m.facebook.com/moneyland.biz/

ร่วมพูดคุยแบ่งปันข้อมูลการลงทุนได้ที่:
คุยเฟื่องเรื่องลงทุน By Moneyland
https://www.facebook.com/groups/2164890983750001/?ref=share

สั่งหนังสือช่องทางนี้เท่านั้น:
📚http://m.me/moneyland.biz

สนใจโฆษณาติดต่อ :
👉Tel: 092-708-5757 (ตงตง)
👉Email: [email protected]

28/11/2021

เด็กอายุ 15 ศึกษาดูวีดีโอคริปโตในเน็ตเอง
จากเงินต้น 2,225 บาท เติบโตได้ถึง 18,162 บาท
นี่จึงเป็นสาเหตุทำไมหลักสูตรการเงินยุคใหม่ ควรมีในโรงเรียนได้แล้ว
ในยุคนี้สกุลเงินดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว ซึ่งหลายองค์กรหรือหน่วยงานรัฐบาลเองก็เริ่มให้ความสนใจกับเรื่องคริปโตเคอร์เรนซี่ เมื่อพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไปให้ความสำคัญเรื่องทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเงินและเทคโนโลยี จึงไม่แปลกที่หลาย ๆ โรงเรียนในต่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนด้วย เช่นเรื่องราวประสบการณ์ของเด็กวัย 15 ปีที่ได้แชร์สิ่งที่ได้จากการลงทุนในบิตคอยน์ให้ครูฟัง
ในคลาสเรียนคริปโตเคอร์เรนซี Lucy Kellaway เป็นครู นักข่าวและคอลัมนิสต์การเงินการลงทุนเขาได้พูดคุยกับเด็กนักเรียนวัย 15 ปี จากเมืองเอ็ดแวร์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ ชื่ออิบราฮิม เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่เข้มงวดมาก ๆ เขามีความฝันอยากเป็นหมอและนักบินเมื่อเรียนจบ แต่วันหนึ่งเขาดันไปเจอวิดีโอบน YouTube ของ Brian Jung นักศึกษาที่ออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันที่เพิ่งทำเงินได้ 100,000 ดอลลาร์ หรือราว ๆ 3,300,000 ล้านบาท อิบราฮิมสนใจและพูดคุยกับแม่เพื่อขอเปิดบัญชีลงทุน
เขาบอกว่า “ผมอธิบายเรื่องคริปโตเคอร์เรนซีให้แม่ฟังและเเม่ก็ได้ขอลงทุนด้วย”
โดยพอร์ตการลงทุนของอิบราฮัมจะมีการกระจายความเสี่ยงโดยลงทุนใน dogecoin 2,225 บาท, ใน bitcoin 8,014 บาท, และใน cardano 2,225 บาทปัจจุบันการถือครองเหรียญทั้งหมดของเขาเติบโตที่ 18,162 บาท (ได้กำไรเกือบ 6 พันบาท) ซึ่งเขาจะเช็กพอร์ตการลงทุนตลอดทุกๆตอนเย็น เพื่อศึกษาดูวิดีโอเกี่ยวกับการลงทุนเป็นความรู้
ครูถามว่าถ้าต้องยืมเงินคนมาลงทุน จะกล้าไหม เขาตอบว่าไม่ เพราะมันเป็นการเสี่ยงเกินไป ซึ่งครูมองว่าสิ่งที่อิบราฮิมทำอยู่นี้น่าประทับใจมาก เพราะใช้เวลาแค่สี่เดือนเขาก็ได้ความรู้เกี่ยวกับการกระจายความเสี่ยง ความผันผวนของตลาด ต้นทุนในการทำธุรกรรม ลูซี่กล่าวว่าเขารู้เรื่องคริปโตเคอร์เรนซีมากกว่าครูไปเเล้ว
อย่างไรก็ตามการลงทุนเต็มไปด้วยความซับซ้อนและความเสี่ยงสูงมากในตลาดคริปโต ด้วยความเป็นห่วงเขา ครูจึงถามไปว่า เขาจะรู้สึกอย่างไร ถ้าตลาดพังจนทำให้เขาสูญเงินทั้งหมด?
อิบราฮิมตอบว่าคงเศร้า แต่เขาได้เสริมว่า “สิ่งนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้น ถ้าผมล้มลง อาจขาดทุนแต่ วันหนึ่งมันจะได้กำไรจากประสบการณ์ที่เล่นในวัยเด็ก”
สิ่งนี้ทำให้ลูซี่เห็นด้วยกับอาจารย์ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ในลอนดอน ที่สอนมากกว่า 15 ปี คิดว่าควรเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนเรื่องการเงินให้กับเด็ก ๆ อย่างเร่งด่วน เพราะเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป
ทั้งนี้เด็กยังมีความรู้ที่เปราะบางมากเรื่องการเงิน ต้องสร้างเกราะป้องกันทางความรู้ไม่ให้พวกเขาถูกหลอกได้ง่าย ๆ หากสร้างพื้นฐานความรู้ให้พวกเขาอย่างแน่นแล้ว ก็จะเป็นเหมือนกับ อิบราฮิม ที่ศึกษาหาความรู้การลงทุนตลอดเวลา
นอกจากนี้ยังมี Eric Adams นายกเทศมนตรีจากพรรคเดโมแครตของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ควรมีวิชาคริปโตเคอร์เรนซีและเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียนได้เเล้ว อีกทั้งเขายังวางแผนให้มหานครนิวยอร์กเป็นศูนย์กลางของ Bitcoin ด้วยเช่นกัน
หรือแม้กระทั่งประธานาธิบดีประเทศเอลซัลวาดอร์ Nayib Bukele ก็ได้นำกำไรจากการลงทุนในบิตคอยน์มาสร้างโรงเรียนกว่า 20 แห่ง เพื่อสร้างเป็นโรงเรียนที่ให้การเรียนเกี่ยวกับสอนคริปโตเคอร์เรนซีด้วย
ทั้งหมดนี้คือการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษายุคใหม่ ที่การเงินและเทคโนโลยีจะกลายเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญในชีวิตเรา ยิ่งมีหลักสูตรที่อัปเดตและเป็นสากลมากเท่าไหร่ ความรู้ที่ได้ก็จะมีความหมายต่อเด็กมากเท่านั้น
เรารู้ดีกว่าคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับสกุลเงินดิจิทัล หากมีการเรียนการสอนการเงินดิจิทัลเข้าไปในระบบการศึกษา อาจช่วยให้เด็กมีความรู้พื้นฐานมากพอที่จะไม่ทำให้พวกเขาถูกหลอก พูดง่าย ๆ ว่า อย่างน้อยคุณครูในโรงเรียนก็ได้สอนพื้นฐาน และการเตรียมตัวเป็นโค้ชให้ก่อนแล้ว ดีกว่าเรียนรู้เองคนเดียว ที่อาจผิดพลาดได้มากกว่า ยิ่งเรื่องการลงทุนยังเกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจโดยตรง ที่ต้องมีอารมณ์กับตลาดที่ผันผวนตลอดเวลา ซึ่งเด็กควรได้รับคำแนะนำและต้องระวังมาก ๆ
ฉะนั้นการให้ความรู้ที่รัดกุมกับเด็กน่าจะเป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องคริปโต ภาษี การเงินพื้นฐานเด็กควรจะได้เรียนเช่นกัน เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องออกไปเผชิญโลกจริง กับยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี….
เรียบเรียงโดย 100WEALTH
ผู้เขียน ท่านเด็ก


#ไปให้ถึง100ล้าน

#ท่านเด็ก
อ้างอิง
-https://on.ft.com/3cIBaR8
-https://cnb.cx/3DTfKMX
-https://bit.ly/3CKkEus
-https://bit.ly/3r9bo0S

27/11/2021

คิดชื่อธุรกิจไม่ออก ลองใช้เว็บเหล่านี้ดู!
6 เว็บไซต์ตั้งชื่อดี ๆ ให้ร้านตัวเอง
แนะนำเว็บไซต์ตั้งชื่อร้านค้าของตัวเองให้ถูกใจ พร้อมโลโก้สวย ๆ แบบคิดมาให้เเล้ว ซึ่ง 100WEALTH ได้คัดมาให้สำหรับแม่ค้าพ่อค้าที่กำลังสร้างธุรกิจแต่ยังคิดชื่อร้านไม่ออก ลองให้เว็บไซต์เหล่านี้เป็นตัวช่วยดู ซึ่งทุกเว็บไซต์การใช้งานง่าย สะดวกและรวดเร็ว เป็นที่นิยมของคนทั่วโลก มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1.namelix
เป็นเว็บไซต์ที่นิยมมากที่สุด ใช้ AI ในการคำนวณชื่อร้านหรือบริษัทที่เราต้องการ
ใส่ชื่อที่เราต้องการลงไป
เราสามารถระบุคำที่ต้องการว่าอยากได้กี่คำ เช่น 2-3 คำ
เว็บจะถามเราว่าต้องการชื่อประมาณไหน
แสดงชื่อพร้อมโลโก้มาให้เราปรับได้ตามต้องการ
2.Oberlo
เป็นเว็บที่ครีเอทช่ือเราได้ถึง100 ชื่อ
การสร้างชื่อใหม่จะนำ 2 คำมาผสมกันจากคำที่เรากรอกเป็นคเวิร์ดลงไป เช่น Thor+Machine ก็จะเป็น ThorMachine เป็นต้น
3.Panabee
สามารถกรอกคำที่สนใจลงไปสองคำ
ประมวลผลชนิดของคำมาให้หลากหลายแบบรูปแบบ
สามารถสลับตัวอักษร และกลับชื่อกลับหลังให้เราเป็นคำใหม่ได้ด้วย
สมมติหากอยากตั้งชื่อร้านเป็นชื่อตัวเองแค่ใช้เว็บนี้สลับตัวอักษรเป็นคำใหม่ได้เก๋ ๆ เลย
4.Looka
พิมคีย์เวิร์ดชื่อที่ต้องการ
มีชื่อคำแบบผสมกันไปมา ,ใช้หลายคำมารวมกัน, คำคิดใหม่ เป็นต้น
ออกแบบชื่อให้แล้วก็คิดโลโก้ให้ด้วย ซึ่งดีไซน์ด้วยและหรูหรามาก ๆ
5.Shopify
สามารถใส่ชื่อที่เราสนใจลงไป
เว็บจะคัดชื่อดี ๆ มาให้เรากว่า 100 ชื่อ
ชื่อสามารถใช้ได้กับร้านหลายแบบมาก ๆ เช่น ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร บาร์ หรือคาเฟ่
เช็กชื่อซ้ำกับของคนอื่นไม่ได้
6.Getsocio
ตั้งชื่อตามคำที่เราต้องการ
เป็นชื่อที่เกิดจากการผสมคำในภาษาอังกฤษ
สามารถเช็คชื่อโดเมน ของชื่อใหม่นี้ได้ทันที ว่าซ้ำกับของใครหรือเปล่า
เรียบเรียงโดย 100wealth
ผู้เขียน ท่านเด็ก


#ไปให้ถึง100ล้าน

#ท่านเด็ก

26/11/2021

หนี้สิน VS ทรัพย์สิน

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก

ติดตาม Moneyland ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

Instagram:
https://www.instagram.com/moneyland.biz/

Facebook:
https://m.facebook.com/moneyland.biz/

ร่วมพูดคุยแบ่งปันข้อมูลการลงทุนได้ที่:
คุยเฟื่องเรื่องลงทุน By Moneyland
https://www.facebook.com/groups/2164890983750001/?ref=share

สั่งหนังสือช่องทางนี้เท่านั้น:
📚http://m.me/moneyland.biz

สนใจโฆษณาติดต่อ :
👉 Tel: 092-708-5757 (ตงตง)
👉 Email: [email protected]

พูดถึงเรื่องการประหยัดเงินนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจดี แต่ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะปัจจุบันมีสิ่งต่างๆ กระตุ้นความอยากได...
25/11/2021

พูดถึงเรื่องการประหยัดเงินนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจดี แต่ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะปัจจุบันมีสิ่งต่างๆ กระตุ้นความอยากได้อยากมีจนอดใจไว้ไม่ไหว เงินเดือนออกเป็นต้องไปโซ้ยของอร่อยๆ หรือไม่ก็ไปเที่ยวพักผ่อนจนลืมออมเงิน แต่จริงๆ แล้วนั้นการออมเงินเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้มีเงินเอาไว้ในยามจำเป็น ใครที่กำลังรู้สึกว่าการเก็บเงินเป็นเรื่อยยากล่ะก็ วันนี้เรามีวิธีดีๆ ในการช่วยประหยัดเงินมาฝากกัน 1.เปลี่ยนวิธีการเดินทางเข้าตัวเมือง จากที่เคยขับรถไปทำงานในย่านชุมชนอย่างสีลม สยาม หรือสุขุมวิท ลองเปลี่ยนมานั่งรถไฟฟ้าแทน จะเป็นการประหยัดได้มากกว่า ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดค่าน้ำมันและประหยัดค่าที่จอดรถอีกด้วย ซึ่งการใช้บริการขนส่งสาธารณะยังช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้มากทีเดียว หากคุณไม่ได้ทำงานในพื้นที่เข้าถึงยากล่ะก็ เก็บรถไว้บ้านแล้วมานั่งรถไฟฟ้าหรือรถใต้ดินแทนจะเป็นหยัดได้อีกเยอะ 2.เปลี่ยนจากการซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนแล้วผ่อนจ่ายทีหลัง การผ่อนชำระเป็นอีกวิธีที่พนักงานออฟฟิศนิยม เพราะมีของมาใช้ก่อนแต่สามารถผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าเป็นการสร้างหนี้ให้อย่างร้ายกาจ แทนที่จะจ่ายทีเดียวจบในราคาต้น แต่การผ่อนนั้นจะต้องทบดอกไปเรื่อยๆ ลองคิดดูว่าหากซื้อแล้วใช้บัตรเครดิตชำระขั้นต่ำทุกเดือนๆ อีกนานแค่ไหนล่ะกว่าจะผ่อนหมด สู้เอาเงินที่สูญไปตรงนั้นมาทำอย่างอื่นดีกว่า หากอยากได้อะไรสักชิ้น แนะนำให้วางแผนการเงินและเก็บจนกว่าจะครบค่อยซื้อ ดีกว่าไปผ่อน เป็นการประหยัดเงินได้มากกว่าหลายเท่า

22/11/2021

ความรู้ ยังต้องการอีก 2 ส่วน ถึงจะทำได้สำเร็จ
Competency Iceberg by Dr. David McClelland
หากจะหาคนเก่ง ๆ เข้ามาทำงาน แน่นอนว่าหลายคนคงพิจารณาจากความรู้ความสามารถ แต่สำหรับบางองค์กร จะดูคนให้ลึกขึ้นกว่าความสามารถภายนอก ว่าคนคนนี้มีคุณสมบัติพอที่จะโดดเด่นในเรื่องอื่น ๆ ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาคนในองค์กรที่จะช่วยให้บริษัทเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดนั่นคือ 'ทฤษฎีโมเดลน้ำแข็ง'
ซึ่งผู้บริหารหรือคนที่กำลังพัฒนาตัวเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทำงาน ก็สามารถนำไปใช้ได้เลย
ด็อกเตอร์ เดวิด แมกเคลเเลนด์ (David McClelland) นักจิตวิทยาชาวอเมริกันได้นิยามของทฤษฎีนี้ว่า 'โมเดลน้ำแข็ง' หรือ 'สมถรรนะ' (Competency Iceberg) ในปี 1973
โดยเป็นโมเดลที่ใช้ดูลักษณะของคนคนหนึ่งได้อย่างลึกซึ้ง เพื่อมองเห็นถึงสมรรถนะของแต่ละบุคคลในองค์กร
ซึ่งหลายองค์กรมักนำโมเดลนี้มาใช้เพื่อดูทักษะและความสามารถของคนคนนั้น ที่มีคุณสมบัติพร้อมในการทำงานหรือไม่
โมเดลน้ำแข็งจะแยกออกเป็นสองสมรรถนะคือสิ่งที่เรามองเห็นตัวตนคนคนนั้นได้เหนือน้ำ และสิ่งที่มองเห็นได้ยากในใต้น้ำ
ทีนี้เรามาดูว่าจะหาความสามารถของคนมาทำงานได้คุณต้องพิจารณาจากอะไร ?
มีอยู่ 3 อย่าง คือ
ส่วนที่มองเห็นคือส่วนที่พัฒนาได้ง่าย นั่นคือ
1.ความรู้ (Knowledge) การเรียน การ input ข้อมูลใหม่ ๆ
2.ทักษะ (Skill) ประสบการณ์และการฝึกฝน เราควรจะเช็กว่าเขามีทักษะการแก้ปัญหา,ทักษะการสื่อสาร, และทักษะเฉพาะทางหรือไม่ ถ้ามีครบถือว่าคนคนนี้ใช้ได้
ส่วนที่มองไม่เห็นคือส่วนที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ยาก คือ
3.ทัศนคติ (Attitude) เป็นส่วนที่ยากจะเปลี่ยนแปลงแต่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถ้าคนคนนั้นพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง
ความรู้และทักษะเราสามารถดูคนคนนั้นผ่านทักษะภายนอกเหล่านี้ได้จากโมเดลน้ำแข็ง ต่างจากภายในภูเขาน้ำแข็งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น ความเชื่อ, ความปราถนาที่แท้จริง, แรงจูงใจ, ตัวตนที่แท้จริง
และทัศนคติที่อยู่ใต้น้ำแข็ง ซึ่งลึก ๆ แล้วเราก็มองเห็นได้ยาก ดังนั้นโมเดลนี้จะช่วยคุณ ดึงเอาความสามารถที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวพนักงานออกมา เพื่อฝึกฝนและขัดเกลาให้เป็นคนมีคุณภาพ
เมื่อพวกเขามีพื้นฐาน ความรู้ และทักษะที่ดีแล้ว
ให้ดึงเอาขีดความสามารถของพนักงานที่ซ่อนเร้น ออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร แม้สมรรถนะจะเป็นนามธรรมนามที่จับต้องไม่ได้ แต่หลายองค์กรที่ชาญฉลาดสามารถสร้างสมรรถนะให้เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เพราะตัวพนักงานเองอาจมีความสามารถที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยที่เขาไม่รู้ตัว
ฉะนั้น วิธีที่จะเลือกคนดูคนได้ลึกซึ้งขึ้น ว่ามีศักยภาพที่จะรับเข้ามาทำงานหรือไม่ควรยึดหลักพื้นฐาน 3 ข้อนี้ก่อนคือความรู้ต้องมี ทักษะต้องได้ ทัศนคติต้องพร้อมที่จะพัฒนา แม้ทัศนคติจะเป็นเรื่องยากที่จะมองออก แต่มันจะช่วยกรองคนระดับหนึ่งก็ง่ายที่จะพัฒนาความคิดของเขาไปในทิศทางที่ดีได้
เมื่อมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งแล้ว เราสามารถดึงเอาศักยภาพด้านที่ซ่อนอยู่ภายในใต้น้ำแข็งออกมา และผลักดันเขาให้ปลดปล่อยขีดจำกัดนั้นให้มากที่สุด เราจะพบแรงจูงใจ หรือองค์ประกอบภายในอื่น ๆ ของคนคนนั้น
อ่านถึงตรงนี้แล้วเราจะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารหรือตัวพนักงานเองก็ได้ประโยชน์จากโมเดลนี้เพราะองค์กรได้พนักงานชั้นเยี่ยมและพนักงานได้พัฒนาตัวเอง มีความสามารถด้านอื่น ๆ ติดตัวไปตลอดชีวิตอีกด้วย
เรียบเรียงโดย 100WEALTH
ผู้เขียน ท่านเด็ก


#ไปให้ถึง100ล้าน

#ท่านเด็ก
อ้างอิง
-หนังสืออ่านธุรกิจใน 69 แผนภาพ ผู้เขียนโฮริ คิมิโทชิ
-https://bit.ly/3DgVrZK

22/11/2021

เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจด้วยทุนหมุนเวียน💰สนับสนุนผู้ประกอบการ👨‍💼ในการขยายกิจการและเสริมสภาพคล่องตัวทางธุรกิจ🎯โรงงาน-อุตสาหกรรม เจ้าของกิจการ บริษัท และห้างหุ้นส่วนจำกัด
☎️ 091-790-9847
💬 ไลน์ : https://line.me/ti/p/Uk7f3k4NCk
🌐 เว็บไซต์ : www.asiacashs.com
📌ขอสงวนสิทธิ์ *งดให้บริการธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง*
*อัตราดอกเบี้ยให้บริการ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

18/10/2021

ทำไม การยาสูบแห่งประเทศไทย รายได้กำไร ลดลงทุกปี /โดย ลงทุนแมน
รู้หรือไม่ว่า การยาสูบแห่งประเทศไทย นับเป็นผู้ผลิตบุหรี่ภายในไทยทั้งหมด โดยมียี่ห้อต่าง ๆ ได้แก่ TUK TUK, สามิต, กรุงทอง, กรองทิพย์, สายฝน, SMS, GOAL, LINE, WONDER S และ KNIGHT (Blue)

ที่ผ่านมา การยาสูบแห่งประเทศไทย ถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำรายได้ให้รัฐอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยมาโดยตลอด แม้แต่ในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่

แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ก็ดูเหมือนว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย กำลังมีอาการน่าเป็นห่วง
โดยเฉพาะในช่วง 4 ปีหลัง ที่ผลประกอบการลดลงมาโดยตลอด

การยาสูบแห่งประเทศไทย
ปี 2560 รายได้ 68,175 ล้านบาท กำไร 9,343 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 45,462 ล้านบาท กำไร 550 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า การยาสูบมีรายได้ลดลง 33%
ในขณะที่ กำไร ก็ได้ปรับตัวลดลงมากถึง 94% ในระยะเวลาเพียง 4 ปี

จากกำไรเกือบหมื่นล้าน ลดลงเหลือห้าร้อยล้าน..

การยาสูบแห่งประเทศไทย กำลังเจอปัญหาอะไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
การยาสูบแห่งประเทศไทย เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง โดยแรกเริ่มเดิมทีมีชื่อว่า โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง ก่อนที่ภายหลังจะกลายสภาพเป็นนิติบุคคล รวมถึงมีการเปลี่ยนชื่อในปี 2561

การยาสูบแห่งประเทศไทย ถูกก่อตั้ง มาตั้งแต่ปี 2482
โดยรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ได้เข้าซื้อโรงงานยาสูบของห้างหุ้นส่วนบูรพายาสูบ จำกัด
และนำมาดำเนินการต่อ ภายใต้การควบคุมดูแลของกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง

2 ปีถัดมาหรือในปี 2484 ก็ได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้น
โดยสงครามดังกล่าว ก็ได้ส่งผลกระทบต่อกิจการยาสูบทั้งหมดในประเทศ
รัฐบาลไทยสมัยนั้น จึงเข้าซื้อกิจการยาสูบของเอกชนทั้งหมดมาบริหารเอง

ต่อมาผู้คนนิยมสูบบุหรี่กันอย่างแพร่หลายและด้วยการที่รัฐเป็นผู้ผลิตแต่เพียงรายเดียว
ทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย กลายเป็นรัฐวิสาหกิจที่ทำรายได้เข้าสู่รัฐเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ

แต่เวลาถัดมา รัฐบาลได้อนุญาตให้บุหรี่ต่างประเทศ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ส่งผลให้การยาสูบแห่งประเทศไทยที่ผูกขาดมาโดยตลอด ต้องเผชิญกับการแข่งขัน จนกระทบต่อยอดขายอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม การยาสูบแห่งประเทศไทยเริ่มปรับตัวได้ โดยเน้นการเจาะตลาดระดับที่มีกำลังซื้อต่ำลงมา ซึ่งนับเป็นกลุ่มผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทย แตกต่างจากบุหรี่ต่างประเทศ ที่มุ่งเน้นตีตลาดระดับกลางและบน

ปัจจุบัน การยาสูบแห่งประเทศไทย จึงยังครอบครองส่วนแบ่งตลาดบุหรี่ในประเทศไทยที่ 56%
และยังเป็นผู้ผลิตบุหรี่ภายในไทยเพียงรายเดียวเช่นเดิม

ในขณะที่ ส่วนแบ่งตลาดบุหรี่ที่เหลือ จะมาจากบุหรี่ต่างชาติที่นำเข้ามา
ส่วนใหญ่มาจาก บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) ตัวแทนจำหน่าย มาร์ลโบโร และ แอล แอนด์ เอ็ม และ บริษัท ลีดอน ดิสทริบิวชั่น ผู้จัดจำหน่าย เบรก, ไอสกอร์, เพลย์ออฟ, ลีมอส และ เอสเซ่

แม้ว่าในอดีต การยาสูบแห่งประเทศไทย จะเป็นตัวทำรายได้มหาศาล
ให้แก่รัฐ โดยเฉพาะปี 2560 ที่มีเงินนำส่งรัฐถึง 62,576 ล้านบาท
โดยหากเราย้อนกลับไปดูผลประกอบการของการยาสูบไทย ก่อนหน้านี้

ปี 2557 รายได้ 61,272 ล้านบาท กำไร 6,275 ล้านบาท
ปี 2558 รายได้ 61,401 ล้านบาท กำไร 7,105 ล้านบาท
ปี 2559 รายได้ 64,787 ล้านบาท กำไร 8,861 ล้านบาท

ซึ่งแม้ว่าในช่วงนี้ จะมีการปรับขึ้นภาษีอยู่หลายครั้ง แต่ก็เป็นการปรับราคาขึ้นทุกยี่ห้อ
โดยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ในช่วงแรก บริษัทต่าง ๆ จะมีรายได้ลดลง แต่สุดท้ายเมื่อผู้สูบปรับตัวได้
รายได้ของทั้งการยาสูบแห่งประเทศไทย รวมถึงบริษัทผลิตบุหรี่ ต่างชาติ ก็ได้ปรับตัวกลับมาอยู่ในระดับเดิม

แต่หากเรามาดูผลประกอบการอีกช่วงหนึ่ง ซึ่งก็คือหลังปี 2560

ปี 2560 รายได้ 68,175 ล้านบาท กำไร 9,343 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 51,566 ล้านบาท กำไร 843 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 50,292 ล้านบาท กำไร 513 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 45,462 ล้านบาท กำไร 550 ล้านบาท

จากข้อมูลเห็นได้ว่า ทั้งรายได้และกำไรของการยาสูบแห่งประเทศไทย ได้ปรับตัวลดลงมาโดยตลอด ซึ่งถ้าถามว่าอะไรคือสาเหตุของผลประกอบการที่แย่ลง

คำตอบคือ การเปลี่ยนโครงสร้างภาษีแบบใหม่ นั่นเอง
แล้วทำไมมันถึงส่งผลกระทบไม่เหมือนเดิม ?

นั่นก็เพราะว่าในปี 2560 กรมสรรพสามิต ได้เปลี่ยนโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่
จากที่เคยเป็นภาษีอัตราเดียว เปลี่ยนเป็นเก็บ “ภาษี 2 อัตรา”

โดยบุหรี่ที่มีราคาขายปลีก ซองละไม่ถึง 60 บาท จะเก็บภาษี 20%
ในขณะที่ บุหรี่ที่มีราคาเกิน 60 บาท ต้องโดนเก็บภาษีถึง 40% หรือสูงเป็นสองเท่า

จากเรื่องนี้ส่งผลให้บริษัทต่างชาติ ที่เคยตีตลาดบุหรี่ระดับกลางถึงบนเท่านั้น กลับมาลงแข่งขันตีตลาดระดับล่างที่การยาสูบแห่งประเทศไทยเป็นผู้นำ เพราะเห็นช่องโหว่ของการเก็บภาษี 2 อัตรา

ตัวอย่าง บุหรี่ยี่ห้อแอล แอนด์ เอ็ม 7.1 ของบริษัท ฟิลลิป มอร์ริส
ก่อนเปลี่ยนการเก็บภาษี ราคาต่อซอง 72 บาท
แต่หลังเปลี่ยนการเก็บภาษีแบบใหม่ ราคาต่อซองเหลือ 60 บาท

ซึ่งแม้จะลดราคาขายลง 12 บาท
แต่ก็ทำให้เสียภาษีลดลงด้วยที่ 16.8 บาท
คิดเป็นสุทธิแล้วจะได้กำไรเพิ่ม 4.8 บาท
ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้บุหรี่ของต่างชาติ หลายยี่ห้อ เลือกที่จะปรับราคาลดลงให้ไม่ถึง 60 บาท เพื่อให้โดนเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำกว่า

กลับกัน บุหรี่ยี่ห้อไลน์และโกลด์ ของการยาสูบแห่งประเทศไทย
ก่อนเปลี่ยนการเก็บภาษี ราคาต่อซองอยู่ประมาณ 40 บาท
แต่ภายหลัง ราคาต่อซองถูกปรับตัวมาที่ 60 บาท

แน่นอนว่าเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ทำให้กลุ่มลูกค้าเดิมบางส่วนหันไปซื้อบุหรี่ต่างชาติมากยิ่งขึ้น เพราะราคาไม่ต่างกันมาก

ตรงกันข้ามกับบุหรี่ต่างชาติ ที่นอกจากสามารถดึงดูดลูกค้าใหม่ได้แล้ว
ยังสามารถรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิมได้อีกด้วย

พอเรื่องเป็นแบบนี้ ก็เลยทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทยจึงเริ่มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดไป
โดยส่วนแบ่งตลาดปัจจุบัน ลดลงเหลือ 56% จากแต่เดิมที่เคยครองตลาดถึง 75%
และนี่จึงเป็นสาเหตุ ที่ทำให้กำไรลดลงอย่างมหาศาลนั่นเอง

แม้ว่าปัจจุบันการยาสูบแห่งประเทศไทย จะยังคงตามแก้ไขกับปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง
แต่ดูเหมือนว่า สถานการณ์ล่าสุด ก็เข้ามาซ้ำเคราะห์ร้ายอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา กรมสรรพสามิต มีการบังคับใช้อัตราภาษีบุหรี่ใหม่ ดังต่อไปนี้

1. จัดเก็บภาษีตามปริมาณใหม่ จากเดิม 1.20 บาทต่อมวน
เป็น 1.25 บาทต่อมวน ต้นทุนภาษีส่วนนี้ต่อซอง 24 บาท เพิ่มเป็น 25 บาท

2. จัดเก็บภาษีตามมูลค่าใหม่ แต่เป็นรูปแบบ 2 อัตราเช่นเดิม คือ
- ราคาขายปลีก ไม่เกิน 72 บาทต่อซอง เสียภาษี 25%
- ราคาขายปลีก เกิน 72 บาทต่อซอง เสียภาษี 42%

การขยับราคาที่ใช้ในการกำหนดเกณฑ์เสียภาษี จาก 60 เป็น 72 บาท
น่าจะทำให้บุหรี่จากต่างชาติสามารถทำราคาให้ต่ำเพื่อให้มีผลประโยชน์ทางภาษีเช่นเดิม

และการที่กรมสรรพสามิตขึ้นภาษีมาตลอด ทำให้ตอนนี้เกิดปัญหาตามมาอีกอย่าง
คือการเข้ามาของบุหรี่เถื่อน หรือบุหรี่หนีภาษี ที่มีราคาถูกกว่าบุหรี่ทั่วไปถึงครึ่งหนึ่ง

ส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภครายใหญ่ของบุหรี่ไทย หันมาสูบกันมากขึ้น
โดยมีรายงานประมาณการว่า ปี 2563 บุหรี่เถื่อนอาจมีสัดส่วนตลาดถึง 29% เลยทีเดียว

จากทั้งหมดนี้ เรียกได้ว่าการยาสูบแห่งประเทศไทย กำลังเจอศึกหนักทั้งสองด้าน
ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าติดตามว่า การยาสูบแห่งประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป
เพราะเห็นได้ว่า เส้นทางในอนาคตที่รออยู่ มีความท้าทายไม่น้อยเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแม้ว่าบุหรี่ต่างชาติจะได้รับผลประโยชน์จากภาษี 2 อัตราอยู่บ้าง
แต่หากดูผลประกอบการที่ผ่านมาของ บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์)

ปี 2562 รายได้ 31,231 ล้านบาท กำไร 592 ล้านบาท อัตรากำไร 1.9%
ปี 2563 รายได้ 30,400 ล้านบาท กำไร 620 ล้านบาท อัตรากำไร 2.0%

จะเห็นได้ว่า กำไรที่หายไปเกือบ 9,000 ล้านบาทของการยาสูบแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้ไหลมาสู่บริษัทนำเข้าบุหรี่ต่างชาติอย่างที่หลายคนคิด เพราะจะเห็นได้ว่าบริษัทบุหรี่ต่างชาติมีกำไรหลักร้อยล้านบาท และมีอัตรากำไรที่ต่ำ

ดูเหมือนว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด จากการเก็บภาษี 2 อัตรานั้น ไม่ใช่ทั้งการยาสูบแห่งประเทศไทย บริษัทนำเข้าบุหรี่ต่างชาติ แต่กลับเป็นกรมสรรพสามิตที่เก็บภาษีได้มากขึ้น และผู้บริโภคระดับกลางถึงล่างที่มีตัวเลือกหลากหลายขึ้น จากบุหรี่ต่างชาติที่ปรับราคาลงนั่นเอง..
╔═══════════╗
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงท-นแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
https://www.trc.or.th/th/media/attachments/2020/07/19/..-2562.pdf
-https://www.thaitobacco.or.th/th
-https://www.thaitobacco.or.th/th/about-us
-https://th.wikipedia.org/wiki/
-https://thairevenuestamps.com/2019/10/23
-https://www.thairath.co.th/business/feature/2198158
https://www.thaitobacco.or.th/th/wp-content/uploads/2020/03/TOAT-AR2019.pdf
https://www.thaitobacco.or.th/th/wp-content/uploads/2021/03/F99_2563_S207_30092020.pdf
-https://www.thaipost.net/main/detail/118331

10/10/2021

อนุสรณ์คาดราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลไตรมา 1/65 ระบุกระทบเงินเฟ้อ ต้นทุนภาคการผลิต การขนส่งคมนาคมปรับสูงขึ้น แนะลดภาษีสรรพสามิตแบบขั้นบันไดช่วยประชาชน
#ราคาน้ำมัน #ฐานเศรษฐกิจ
📌อ่านต่อ... https://www.thansettakij.com/economy/499227

ที่อยู่

398 ถนนรามอินทรา แขวงคันนายาว เขตคันนายาว
แขวงคันนายาว เขตคันนายาว
10230

เบอร์โทรศัพท์

+66917909847

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ AsiaCashsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง AsiaCashs:

แชร์