03/02/2022
// “ราคาอสังหาฯ” 3 ประเภท ที่คนทำอสังหาฯต้องเข้าใจ //
// “ราคาอสังหาฯ” 3 ประเภท ที่คนทำอสังหาฯต้องเข้าใจ //
มีคนหลังไมค์มาถามมินว่า
ราคาตลาด ราคาประเมินธนาคาร ราคาประเมินกรมที่ดิน
ต่างกันยังไงคะ ? ใช้ทำอะไร? ใช้ตอนไหน?
โพสต์นี้เรามาหาคำตอบกันค่ะ
ส่วนใครกำลังมีคำถามนี้อยู่ในใจต้องห้ามพลาด
ราคาทั้ง 3 ประเภทนี้
ต่างมีความสำคัญของตัวเองอยู่
#1 ราคาตลาด
หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ ราคาซื้อ-ขาย ในปัจจุบัน
เป็น “ราคา” ที่ใช้ในการกำหนดราคาขาย
ราคานี้ เกิดจากความต้องการขาย และความต้องการซื้อ
ของเจ้าของบ้าน เจ้าของที่ดินที่ต้องการขาย
และราคาสุดท้ายที่ผู้ซื้อพึงพอใจที่จะซื้อ
ราคาตลาด จะสูง จะต่ำ จะมาก จะน้อย
ขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อ-ขายในแต่ละพื้นที่
ยึดตามกลไกตลาดเลย
ต้องการซื้อเยอะ คนขายมีอำนาจต่อรอง
ราคาตลาดก็จะสูง
มีคนอยากขายเยอะ คนซื้อมีอำนาจต่อรอง
ราคาตลาดก็จะต่ำ
วิธีสำรวจราคาตลาดก็ไม่ยุ่งยาก
ให้เช็คจากป้ายประกาศขาย
โพสต์ขายบนเว็บไซต์ นายหน้าฯ
และช่องทางขายอสังหาฯต่างๆ
ทั้งมือหนึ่ง และมือสอง
ถ้าใครเป็นเจ้าของ “ต้องการขาย”
ให้เช็คราคาตลาดก่อนเสมอ
เพื่อตั้งราคาขาย
อสังหาฯ ประเภทเดียวกัน
ทำเลเดียวกัน สภาพใกล้เคียงกัน
ควรตั้งราคาใกล้เคียงกัน
เพราะถ้าตั้งราคาสูงไป
ลูกค้าคนซื้อจะมองว่า “ขายแพง”
ถ้าใครเป็นนักลงทุน
“ซื้อเก็งกำไร” หรือ “ซื้อรีโนเวท”
ก็เช่นกัน ให้เช็คราคาตลาดก่อนเสมอ
เพราะทรัพย์ราคาตลาดเราจะไม่ซื้อ
แต่เราจะซื้อทรัพย์ที่ “ต่ำกว่าราคาตลาด”
เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณทำการบ้าน
หาข้อมูลราคาตลาดมากพอ
การเจอทรัพย์ที่ต่ำกว่าราคาตลาด
แล้วคว้ามาเก็บไว้ในพอร์ต
ได้กำไรตั้งแต่ไม้แรก ก็ไม่ใช่เรื่องยาก
#2 ราคาประเมินธนาคาร
ราคานี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน
โดยเฉพาะ ใครที่ต้องการใช้วงเงินกู้
จากสถาบันการเงิน โดยเอาทรัพย์สินเป็นหลักประกัน
ง่ายๆ ก็คือ เอาบ้าน ที่ดิน คอนโด ที่มี
ไปกู้เงินจากธนาคาร
โดยขั้นตอนแล้ว เวลาจะกู้เงินจากธนาคาร
ธนาคารจะถามว่า “ต้องการกู้เท่าไหร่คะ”
ไม่ได้หมายความว่า ต้องการกู้ 5 ล้าน
แล้วธนาคารจะปล่อยวงเงิน 5 ล้านทันทีนะคะ
ไม่ใช่ๆ
ธนาคารจะดู 2 ประเด็นสำคัญ
1. รายได้และประวัติของผู้กู้ ถ้าข้อนี้ผ่านก็ไปข้อต่อไป
2. ราคาประเมิน ของทรัพย์สินที่จะกู้
ซึ่งราคานี้ ธนาคารจะมีเจ้าหน้าที่ประเมินราคา
ไม่ว่าของธนาคารเอง หรือ outsource
ที่ทำหน้าที่ประเมินราคาทรัพย์
เพื่อแจ้งราคาประเมินให้กับธนาคาร
ถ้าประเมินได้ 5 ล้าน ธนาคารก็จะนำไป
คำนวณกับความสามารถในการกู้
ว่าสามารถกู้ได้กี่เปอร์เซ็นต์
สุดท้ายจึงจะออกมาเป็นวงเงินกู้
คำถามก็คือ ....
ราคาประเมินธนาคาร คำนวนจากอะไร
เบื้องต้นที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ
ราคาประเมินธนาคาร �จนท. จะค้นหาจาก “ราคาตลาด”
ที่กำลังประกาศขายในปัจจุบันนั่นเอง
ถ้าหากบรรทัดแรก
ซื้อ-ขาย ในราคาตลาด
ราคาประเมินธนาคารที่จะได้รับ
และวงเงินกู้ที่ได้รับ ก็จะใกล้เคียงหรือกู้ได้เต็ม
แต่ถ้า ซื้อแพงกว่าตลาด
ราคาประเมินได้ต่ำ วงเงินกู้ได้ต่ำ
ทำให้ผู้ซื้อต้องจ่ายส่วนต่างเยอะ
เมื่อจ่ายส่วนต่างเยอะ
ก็อาจจะทำให้คนซื้อ เปลี่ยนใจไปซื้อหลังอื่นได้
#3 ราคาประเมินกรมที่ดิน
หลายๆคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคานี้
เข้าใจว่า เอามาตั้งเป็นราคาซื้อ-ขาย
ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่
ราคาประเมินของกรมที่ดิน
เป็นการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
จัดทำโดยกรมธนารักษ์ในแต่ละพื้นที่
มีความสำคัญก็คือ
เอาไว้ใช้คำนวณค่าใช้จ่ายในวันโอนฯ
ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษีเงินได้
และที่สำคัญก็คือ ภาษีที่ดิน
ที่ทางสำนักงานเขต, เทศบาล, อบต.
นำมาคำนวนเพื่อเรียกเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ถ้าใครต้องการทราบราคาประเมิน
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ง่ายๆ
ที่เว็บไซต์ของกรมธนารักษ์
หรือคลิ๊ก https://assessprice.treasury.go.th
แต่ถ้าค้นหาบนเว็บไซต์แล้วไม่ปรากฎข้อมูลราคา
ให้โทรสอบถามกับธนารักษณ์ในพื้นที่โดยตรงได้เลย
เพียงแจ้งเลขที่โฉนด และเลขที่ระวาง
สรุปง่ายๆก็คือ
ทั้ง 3 ราคา ทำหน้าที่ต่างกัน
มีความสำคัญทุกตัว
ใครที่เป็นเจ้าของโครงการ
เป็นนักลงทุนอสังหาฯ
หรือเป็นนายหน้าอสังหาฯ
ต้องเข้าใจความสำคัญของราคา 3 ประเภทนี้
ถ้าชอบโพสต์นี้
สามารถแชร์เก็บไว้อ่านได้
และฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์
เพจ โค้ชมิน Real Estate Shortcut ด้วยนะคะ
จะได้ไม่พลาดเนื้อหาดีๆ
ด้านการขาย การตลาด และการลงทุนอสังหาฯ
ขอให้ทุกคนโชคดี
#โค้ชมินดาราวรรณ
#โค้ชมินRealEstateShortcut