Transis Association

Transis Association TRANSIS Association is a group of traders found by Witthaya Maidee (Hedge fund manager)

Trading Journal (   23 สิงหาคม    - 29  สิงหาคม 2569)1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 55ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (...
03/09/2026

Trading Journal ( 23 สิงหาคม - 29 สิงหาคม 2569)
1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 55
ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แบ่งสัดส่วนการลงทุน 10 ไม้)
2.Option trading สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 45 พอร์ตการลงทุน 500 usd
------------------------------
1. Nicolas 🤵‍♂️
-สัปดาห์นี้ปิดกระสุนได้ 2 นัด รอซื้อกลับหากราคา BTCUSD ลงมาเล่นแนว 75,000-73,000 เหรียญ จำนวน 1 นัด เพื่อเก็บรอบระยะสั้นๆไปก่อน
-option ยังไม่สามารถเก็บ cashflow ได้เช่นเดิม

2. 014 🤖
- SA wait and see
- SB รอจังหวะเปิด position ใหม่หลังจากปรับแผนเพิ่ม แต่ยังไม่รีบปิด position ที่ค้างไว้

3. Muranishi 🧘‍♂️
A
- วาง order ตามระบบปกติ
- ตลาดพักตัวออกข้างรอเลือกทางว่าจะกลับตัวหรือไปต่อตามแนวโน้มก่อนหน้า
- ทดลองถือตามเทรนยาวขึ้น แต่ก็ไม่ประมาท
- total transaction: 6
- total trading value: 2,962
B
- รับท่าใหม่มา 2 ท่า
- ต้องพยายามอยู่กับสินทรัพย์นี้มากขึ้นเพื่อหาไอเดียมาใช้ให้เหมาะสมกับท่าใหม่

4. Yumiko 🌸
------------------

Trading Journal (   16 สิงหาคม    - 22  สิงหาคม 2569)1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 54ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (...
28/08/2026

Trading Journal ( 16 สิงหาคม - 22 สิงหาคม 2569)
1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 54
ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แบ่งสัดส่วนการลงทุน 10 ไม้)
2.Option trading สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 44 พอร์ตการลงทุน 500 usd
------------------------------
1. Nicolas 🤵‍♂️
-สัปดาห์นี้ รอปิดกระสุน 2 นัด หากราคา BTCUSD มีการปรับตัวขึ้นมา แนว 80,000-82,000 เหรียญ
- ยังไม่สามารถเก็บ cashflow ได้เช่นเดิม

2. 014 🤖
ราคาเริ่มกลับมาโซนตามแผน
- SA monitor ต่อ
- SB รอจังหวะยิงออเดอร์เพิ่ม ตอนนี้กำลังอยู่ใน zone ที่ action ได้ 2 แผน

3. Muranishi 🧘‍♂️
A
• วาง order ตามระบบปกติ
• บางไม้ทดลองถือตามเทรนยาวขึ้น ไม่ทำรอบตามปกติ
- total transaction: 6
- total trading value: 2,971
B
- ตลาดดีดขึ้นมาแรงเลยได้ order แต่ค่าพรีน้อยมากน่าจะถือจนหมดอายุ ไม่ทำรอบ

4. Yumiko 🌸
Mission A
- ปิดได้หนึ่งไม้ รอจังหวะเข้าใหม่
Mission B
- รอ roll over สัญญาถัดไป

Trading Journal (   09 สิงหาคม    - 15  สิงหาคม 2569)1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 53ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (...
20/08/2026

Trading Journal ( 09 สิงหาคม - 15 สิงหาคม 2569)
1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 53
ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แบ่งสัดส่วนการลงทุน 10 ไม้)
2.Option trading สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 43 พอร์ตการลงทุน 500 usd
------------------------------
1. Nicolas 🤵‍♂️
-สัปดาห์นี้ มีใช้กระสุนนัดสุดท้ายซื้อเข้าแนวราคา BTCUSD 63000 เหรียญ รอปิดกรอบแนว 65000-66000 เหรียญ
- option ยังไม่สามารถเก็บ cashflow ได้เช่นเดิม

2. 014 🤖
SA - ราคาอยู่นอกโซน ยังไม่มี activity
SB - รอต่ออายุสัญญาเพิ่ม สักพักอาจจะได้เวลายิงออเดอร์ ตอนนี้อยู่ในช่วง monitor

3. Muranishi 🧘‍♂️
A
• วาง order ตามระบบปกติ
• ตลาดออกข้าง วิ่งคร่อมโซนที่วางไว้
- total transaction: 0
- total trading value: 0
B
- ตั้ง order รอคิวไว้ ยังไม่ได้ของ

4. Yumiko 🌸
mission A
- wait and see
mission B
- wait and see

Trading Journal (   02 สิงหาคม    - 08  สิงหาคม 2569)1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 52ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (...
11/08/2026

Trading Journal ( 02 สิงหาคม - 08 สิงหาคม 2569)
1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 52
ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แบ่งสัดส่วนการลงทุน 10 ไม้)
2.Option trading สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 42 พอร์ตการลงทุน 500 usd
------------------------------
1. Nicolas 🤵‍♂️
-ใช้กระสุนนัดสุดท้ายรอซื้อแนว ราคา BTCUSD 63,000 เหรียญ
- option ยังไม่สามารถเก็บ cashflow ได้เช่นเดิม

2. 014 🤖
----------------

3. Muranishi 🧘‍♂️
A
• วาง order ตามระบบปกติ
• ตลาดออกข้าง วิ่งคร่อมโซนที่วางไว้
- total transaction: 0
- total trading value: 0
B
- ตั้ง order รอคิวไว้ ยังไม่ได้ของ

4. Yumiko 🌸
mission A
- wait and see รอตลาดกลับโซน
missionB
- อาทิตย์นี้ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มจากสัปดาห์ที่ แล้ว รอ roll over สิ้นเดือน

Trading Journal (   26 กรกฏาคม   - 01  สิงหาคม 2569)1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 51ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แ...
07/08/2026

Trading Journal ( 26 กรกฏาคม - 01 สิงหาคม 2569)
1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 51
ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แบ่งสัดส่วนการลงทุน 10 ไม้)
2.Option trading สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 41 พอร์ตการลงทุน 500 usd
------------------------------
1. Nicolas 🤵‍♂️
-สัปดาห์นี้ไม่ได้ทำการซื้อขายเพิ่มเติม รอเล่นเมื่อราคา BTCUSD มาแนว 62,000 เหรียญ จะเล่นกระสุนนัดสุดท้าย
- option ยังไม่สามารถเก็บ cashflow ได้

2. 014 🤖
- SA wait and see
- SB สัญญากำลังเข้าสู่อัตราเร่ง คาดว่าจะถือต่อและยังไม่ทำอะไรเพิ่มเติม

3. Muranishi 🧘‍♂️
A
• วาง order ตามระบบปกติ
- total transaction: 1
- total trading value: 489
B
- ตั้ง order รอคิวไว้

4. Yumiko 🌸
Mission A
- ใช้กระสุนนัดสุดกับเทรดตอน ma cross แต่ก็ ดอยไปโดยปริยาย
Mission B
- เข้าคิวรอ roll over รอสัญญาณเดือนใหม่

AI Hallucination กับ Quant Model Risk: คำตอบที่ดูดี ไม่ได้แปลว่าถูกสวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะครับต่อจาก note ก่อนหน้าที่ผมได้แ...
01/08/2026

AI Hallucination กับ Quant Model Risk: คำตอบที่ดูดี ไม่ได้แปลว่าถูก

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะครับ

ต่อจาก note ก่อนหน้าที่ผมได้แชร์เรื่อง AI-assisted Coding สำหรับงาน Quant Lab ไป วันนี้ผมอยากมา note ต่ออีกหนึ่งเรื่องที่ผมคิดว่าสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายๆคนเริ่มเอา AI เข้ามาช่วยงาน research, coding, trading model, portfolio management หรือ investment analysis กันมากขึ้น

หัวข้อวันนี้คือเรื่องของ AI Hallucination กับ Quant Model Risk

หรือถ้าพูดให้ง่ายกว่านั้นคือ ทำไมคำตอบจาก AI ที่ดูดี ดูฉลาด ดู professional หรือดูน่าเชื่อถือ ไม่ได้แปลว่ามันถูกเสมอไป

และในมุมของผม สิ่งนี้มีความคล้ายกับปัญหาใหญ่ในงาน quant อย่างหนึ่งมากๆ นั่นก็คือ overfitting


ก่อนอื่นเลย ผมไม่ได้มองว่า AI เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะครับ

ตรงกันข้าม ผมคิดว่า AI เป็นหนึ่งใน tools ที่ช่วยให้การทำงานของเราเร็วขึ้นมาก โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการอ่าน paper, สรุป concept, ช่วยเขียน code, ช่วย review logic, ช่วยแตก keyword, ช่วย organize research note หรือช่วยทำ documentation ของ experiment ต่างๆ

แต่ในทุก tools ที่มีพลังสูง มันก็มักจะมี risk ที่สูงตามมาด้วยเสมอ

สำหรับ AI หนึ่งใน risk ที่ผมคิดว่าหลายคนต้องระวังมากคือ hallucination หรือการที่ AI generate คำตอบที่ดูเหมือนถูก แต่จริงๆแล้วอาจจะผิด, ไม่ครบ, อ้างอิงผิด context หรือบางครั้งอาจจะสร้างข้อมูลขึ้นมาเองแบบที่คนอ่านไม่รู้ตัว

สิ่งที่น่ากลัวคือ AI มักจะตอบด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจมาก

และพอ output มันเขียนได้ดี อ่านง่าย มี structure ดู professional เราอาจจะเผลอเชื่อมันเร็วเกินไป

อันนี้ผมคิดว่าอันตรายมาก โดยเฉพาะถ้าเราเอาไปใช้กับงานที่เกี่ยวข้องกับ financial markets


ถ้าเปรียบเทียบกับ quant model ผมมองว่า AI hallucination มีความคล้ายกับ overfitting พอสมควร

Overfitting ในงาน quant คือการที่ model ดูเหมือนจะทำงานได้ดีมากใน historical data หรือ backtest แต่จริงๆแล้วมันอาจจะแค่จำ noise ในอดีต ไม่ได้ capture market inefficiency หรือ alpha ที่มีอยู่จริง

ผลลัพธ์ที่เราเห็นอาจจะดูดีมาก

equity curve สวย
Sharpe ratio สูง
drawdown ต่ำ
win rate ดูโอเค
parameter ดูเหมือน perfect
ทุกอย่างเหมือนจะ confirm ว่า model นี้น่าสนใจ

แต่พอเอาไป forward test หรือ live trading จริงๆ model อาจจะเริ่มหลุดทันที เพราะสิ่งที่มันเรียนรู้มาไม่ได้ generalize กับตลาดจริง

AI hallucination ก็คล้ายกันครับ

output ดูดี
ภาษาอ่านแล้ว smooth
concept เหมือนจะถูก
เหตุผลดู logical
คำตอบดูเหมือนผ่านการคิดมาแล้ว
แต่พอกลับไปเช็ค source, equation, assumption หรือ calculation จริงๆ อาจจะพบว่ามันผิดตั้งแต่ต้น


ตรงนี้คือจุดที่ผมอยากเน้นมากๆ

สิ่งที่ดูดี ไม่ได้แปลว่าถูก

ในโลกของ trading model เราไม่ควรเชื่อ equity curve ที่สวยโดยไม่ตรวจสอบที่มาของ performance

ในโลกของ AI เราก็ไม่ควรเชื่อคำตอบที่เขียนดีโดยไม่ตรวจสอบที่มาของ reasoning

มันเป็น risk ลักษณะเดียวกัน คือ risk จากความมั่นใจที่เกิดจาก output ที่ดูน่าเชื่อถือ


ในงาน quant research ผมคิดว่าการใช้ AI มี risk หลาย layer มากกว่าที่หลายคนคิด

ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราใช้ AI ช่วย summarize paper ตัวหนึ่งเกี่ยวกับ market neutral strategy, volatility modeling, statistical arbitrage หรือ portfolio optimization

AI อาจจะสรุป paper ออกมาได้อ่านง่ายมาก แต่ปัญหาคือ

มันอาจจะสรุป assumption ผิด
อาจจะอธิบาย equation ไม่ครบ
อาจจะตีความ result เกินกว่าสิ่งที่ paper เขียนจริง
อาจจะข้าม limitation สำคัญบางอย่าง
อาจจะสรุปว่า model work ทั้งที่ paper test แค่เฉพาะ market condition บางช่วง
หรืออาจจะทำให้เราเข้าใจว่า idea นั้น generalize ได้ ทั้งที่จริงๆแล้วอาจจะไม่ใช่

ถ้าเราเอา summary นั้นไปใช้ต่อโดยไม่กลับไปอ่าน source จริง เราอาจจะ build model บนความเข้าใจที่ผิดตั้งแต่แรก

และถ้าความเข้าใจผิดนั้นถูกเอาไปเขียน code, backtest, optimize และ deploy ต่อ ความเสียหายอาจจะไม่ได้จบแค่ research note ผิด แต่ไปกระทบถึง portfolio ได้เลย


อีกตัวอย่างหนึ่งคือการใช้ AI ช่วยเขียน code

AI อาจจะเขียน code ที่ run ได้ ไม่มี error และดู clean มาก แต่ในงาน quant สิ่งที่สำคัญกว่า code run ได้คือ logic ข้างในถูกหรือเปล่า

เช่น

data alignment ถูกไหม
timestamp ตรงกับตลาดจริงไหม
มี look-ahead bias หรือเปล่า
ใช้ราคาที่ trade ได้จริงหรือไม่
fee/slippage realistic ไหม
rebalance logic ถูกต้องหรือเปล่า
position sizing คำนวณถูกไหม
missing data ถูก handle ถูกวิธีไหม
หรือ model มี data leakage แบบที่เราไม่ทันสังเกตหรือเปล่า

AI อาจจะช่วยเราเขียน code ได้เร็วขึ้น แต่ถ้าเราไม่เข้าใจ logic และไม่มี validation process ที่ดีพอ เราอาจจะได้ model ที่สวยใน backtest เพราะ bug ไม่ใช่เพราะ alpha

อันนี้เป็นจุดที่ผมคิดว่าคนทำ model ต้องระวังมาก


สิ่งที่ผมเริ่มใช้เป็น framework ส่วนตัวเวลาใช้ AI ในงาน research คือ ผมจะไม่มอง output ของ AI เป็น answer ทันที

แต่จะมองมันเป็น hypothesis

AI ตอบอะไรมา ผมจะมองว่า “อันนี้เป็น hypothesis ที่ต้อง verify ต่อ”

ไม่ใช่ “อันนี้คือ fact ที่เอาไปใช้ได้เลย”

เพราะถ้าเรามอง output ของ AI เป็น hypothesis เราจะยังรักษา mindset ของ researcher เอาไว้

เราจะยังถามต่อว่า

source อยู่ที่ไหน
assumption คืออะไร
มี evidence รองรับหรือไม่
มี alternative explanation อะไรอีกไหม
มี edge case ที่ AI มองข้ามหรือเปล่า
ถ้าเอาไปใช้กับ data จริงจะ test ยังไง
ถ้า result ออกมาดีเกินไป มีโอกาสเป็น bug หรือ overfitting ไหม
และมีอะไรที่จะทำให้ idea นี้ fail ได้บ้าง

คำถามพวกนี้สำคัญมาก เพราะมันช่วยลดความเสี่ยงจากการเชื่อ AI เร็วเกินไป


ในมุมของผม การใช้ AI ที่ดีไม่ได้อยู่ที่การถามให้มันตอบให้เราถูกใจ

แต่อยู่ที่การถามให้มันช่วยเราเห็นจุดอ่อนของความคิดตัวเองมากขึ้น

เช่น แทนที่จะถามว่า

“ช่วยคิด trading strategy ที่ทำกำไรได้ดีให้หน่อย”

ผมคิดว่าคำถามที่ดีกว่าคือ

“strategy idea นี้มี assumption อะไรที่อาจจะผิดได้บ้าง”
“ถ้า model นี้ดูดีใน backtest มี risk อะไรที่ควรตรวจสอบต่อ”
“มีโอกาสเกิด look-ahead bias ตรงไหนได้บ้าง”
“ถ้า market regime เปลี่ยน model นี้จะ fail ยังไง”
“มี condition ไหนที่ทำให้ signal นี้กลายเป็น noise”
“ช่วยออกแบบ test case เพื่อพิสูจน์ว่า idea นี้อาจจะผิดได้ไหม”

ผมชอบใช้ AI เป็นเหมือน skeptical reviewer มากกว่าใช้เป็น oracle

เพราะถ้าเราให้ AI เป็น oracle เราอาจจะเชื่อมันง่ายเกินไป

แต่ถ้าเราใช้มันเป็น reviewer เราจะได้มุมที่ช่วยให้เราตรวจสอบความคิดตัวเองได้ดีขึ้น


อีกเรื่องที่ผมคิดว่าสำคัญคือ source verification

ถ้า AI อ้าง paper, concept, formula หรือ data point อะไรขึ้นมา เราควรกลับไปตรวจ source จริงเสมอ โดยเฉพาะถ้าข้อมูลนั้นจะถูกเอาไปใช้ในการตัดสินใจที่มี risk สูง

ในงาน research จริงๆ ผมคิดว่าการ verify source ไม่ใช่เรื่องเสียเวลา แต่เป็นส่วนหนึ่งของ risk management

เพราะการเชื่อ source ผิดเพียงจุดเดียว อาจจะทำให้เรา build model ผิดทั้ง chain ได้

คล้ายๆกับ data pipeline

ถ้า data ต้นทางผิด ต่อให้ model ปลายทางดีแค่ไหน output ก็ยังผิดอยู่ดี

AI ก็เหมือนกัน ถ้า context หรือ source ที่มันใช้ผิด output ที่ออกมาจะดูดีแค่ไหนก็ยังอาจจะใช้ไม่ได้


ถัดมาคือเรื่อง reproducibility

ในงาน quant ผมให้ความสำคัญกับการทำให้ experiment reproduce ได้

ถ้า model version หนึ่งทำ performance ได้ดี เราต้องกลับไปดูได้ว่า

ใช้ data ชุดไหน
ใช้ parameter อะไร
ใช้ assumption อะไร
run วันไหน
code version ไหน
fee/slippage คิดยังไง
มี filter อะไรบ้าง
และ result นั้นเกิดจาก logic จริงหรือเกิดจาก mistake

เวลาใช้ AI ก็เหมือนกันครับ

ถ้า AI ช่วยเราสร้าง analysis, code หรือ report ขึ้นมา เราควรเก็บ context ให้ดีว่า prompt คืออะไร, input คืออะไร, version ของ file คืออะไร, output ถูก verify แล้วหรือยัง และมี human review ตรงไหนบ้าง

เพราะถ้าเราไม่มี audit trail เลย เวลากลับมาดูทีหลังเราอาจจะไม่รู้ว่า decision บางอย่างเกิดจาก reasoning จริง หรือเกิดจาก AI output ที่ยังไม่ได้ตรวจ


อีก layer หนึ่งคือ model drift

ใน quant model เรารู้ดีว่า model ที่เคย work ในอดีต อาจจะค่อยๆเสื่อมประสิทธิภาพลงเมื่อ market structure เปลี่ยน

participant เปลี่ยน
liquidity เปลี่ยน
fee structure เปลี่ยน
volatility regime เปลี่ยน
regulation เปลี่ยน
หรือ edge ถูก arbitraged away ไปแล้ว

AI workflow ก็มีสิ่งที่คล้ายกัน

prompt ที่เคยใช้ดี อาจจะไม่ได้ดีเสมอไป
model version ที่เคยตอบแบบหนึ่ง อาจจะเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคต
tool ที่เคยเชื่อมกับ data source ได้ดี อาจจะมี update แล้ว output เปลี่ยน
knowledge base ที่เคยถูกต้อง อาจจะ outdated
และ document ที่ AI ดึงมาใช้ อาจจะไม่ใช่ version ล่าสุด

ดังนั้น AI workflow เองก็ต้องมี monitoring และ review เหมือนกัน

ไม่ใช่ว่า setup แล้วจะใช้ไปได้ตลอดโดยไม่ต้องดูแล


ตรงนี้ผมคิดว่าเป็น mindset ที่สำคัญมากสำหรับคนที่อยากใช้ AI ในงานจริง

AI ไม่ใช่แค่ tool ด้าน productivity
AI เป็น system ที่มี model risk ของตัวเอง

และถ้าเราเอา AI ไปเชื่อมกับ research process, coding workflow, knowledge base หรือ portfolio workflow ความเสี่ยงของ AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของ operational risk ของเราโดยอัตโนมัติ

ดังนั้นการใช้ AI ในงานที่เกี่ยวข้องกับ finance ไม่ควรดูแค่ว่า AI ช่วยให้เร็วขึ้นแค่ไหน แต่ต้องดูด้วยว่า

ถ้า AI ตอบผิด จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้า AI summarize ผิด จะกระทบ decision ยังไง
ถ้า AI เขียน code ผิด จะเจอ bug ตรงไหน
ถ้า AI ดึง document ผิด version จะเกิด risk อะไร
ถ้า AI ทำให้ทีมเชื่อมั่นผิดๆ จะมี process อะไรหยุดความเสียหาย


ในมุมของผม การลด risk จาก AI hallucination อาจจะทำได้หลายวิธีแบบง่ายๆก่อน

อย่างแรกคือ ให้ AI ระบุ uncertainty เสมอ

แทนที่จะให้มันตอบแบบฟันธง เราอาจจะถามให้มัน list ว่า จุดไหนมั่นใจ จุดไหนไม่มั่นใจ จุดไหนต้อง verify เพิ่ม และข้อมูลอะไรที่ยังขาดอยู่

อย่างที่สองคือ ให้ AI แยก fact, assumption และ interpretation

อันนี้สำคัญมาก เพราะหลายครั้ง AI จะเขียนทุกอย่างปนกันจนดูเหมือนเป็น fact ทั้งหมด ทั้งที่บางส่วนเป็นแค่การตีความหรือ assumption

อย่างที่สามคือ ให้ AI ช่วยหา counterargument

ถ้าเรามี idea หนึ่ง อย่าให้ AI ช่วย confirm อย่างเดียว แต่ให้มันช่วยหาว่า idea นี้ผิดได้ยังไง

อย่างที่สี่คือ ใช้ source จริงประกอบเสมอ

โดยเฉพาะ paper, formula, financial data, regulatory data หรือข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงได้เร็ว

อย่างที่ห้าคือ ทำ human review ก่อนนำไปใช้

ไม่ว่าจะเป็น code, report, model note หรือ strategy analysis ถ้าเกี่ยวข้องกับ decision ที่มีผลต่อเงินจริง ควรมี human-in-the-loop เสมอ


สำหรับผม AI ที่ดีในงาน quant ไม่ใช่ AI ที่ตอบเก่งที่สุดอย่างเดียว

แต่คือ AI ที่ช่วยให้เราคิดรอบคอบขึ้น

ช่วยให้เราหา blind spot ได้เร็วขึ้น
ช่วยให้เราตรวจ assumption ได้ดีขึ้น
ช่วยให้เรา organize research ได้เป็นระบบขึ้น
ช่วยให้เราเขียน test ได้ครอบคลุมขึ้น
ช่วยให้เรา document limitation ได้ชัดขึ้น
และช่วยให้เรารู้ว่าเรายังไม่รู้อะไร

อันหลังนี้สำคัญมากครับ

เพราะในตลาด financial markets สิ่งที่อันตรายมากอย่างหนึ่งคือการมั่นใจเกินไปในสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจจริง

ไม่ว่าจะเป็นคน
model
AI
หรือ strategy

ถ้ามันทำให้เรามั่นใจผิดๆ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว


ท้ายที่สุด ผมคิดว่า AI hallucination กับ quant overfitting มีบทเรียนร่วมกันอยู่เรื่องหนึ่ง

คือ output ที่ดูดีต้องถูกทดสอบเสมอ

AI answer ต้อง verify
Backtest result ต้อง validate
Code ต้อง test
Model ต้อง forward test
Assumption ต้อง challenge
และ decision ต้องมี risk framework รองรับ

ถ้าเราทำแบบนี้ AI จะเป็น tool ที่ช่วยให้เราพัฒนาเร็วขึ้นมาก

แต่ถ้าเราใช้ AI แบบเชื่อทันที ไม่ตรวจสอบ ไม่ challenge และไม่มี process ในการ validate output มันอาจจะกลายเป็น source ของ model risk ตัวใหม่ที่เราเพิ่มเข้ามาในระบบโดยไม่รู้ตัว


ในมุมของผม AI ไม่ได้ทำให้ researcher ที่ดีหมดความสำคัญ

แต่ AI จะยิ่งทำให้ skill ของ researcher ที่ดีสำคัญมากขึ้น

เพราะคนที่มี framework ในการตรวจสอบ, เข้าใจ market, เข้าใจ model risk, เข้าใจ data, เข้าใจ coding logic และรู้ว่าต้องถามคำถามอะไรกับ AI จะได้ leverage จาก AI มากกว่าคนที่ใช้ AI แค่เพื่อให้ได้คำตอบเร็วๆ

สุดท้ายแล้ว งานสาย quant ไม่ได้ต้องการแค่ความเร็ว

แต่ต้องการความเข้าใจ
ความรอบคอบ
การทดลองซ้ำ
การตรวจสอบ
และความสามารถในการยอมรับว่า model หรือ idea ของเราอาจจะผิดได้เสมอ

อันนี้ผมคิดว่าเป็น mindset ที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะใช้ AI หรือไม่ใช้ AI ก็ตาม


Keywords ที่เพื่อนๆอาจจะลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ

AI Hallucination
Model Risk Management
Overfitting
Out-of-sample Testing
Walk-forward Testing
Source Verification
Human-in-the-loop
AI Governance
Reproducible Research
Model Drift
Data Leakage
Backtest Validation

ก็หวังว่าจะพอเป็นไอเดียให้เพื่อนๆที่กำลังศึกษา AI, quantitative research, trading model หรือ portfolio management ได้ลองเอาไปต่อยอดกันนะครับ

บทความนี้ก็ยังเป็นการแชร์ในมุม general framework เหมือนเดิมนะครับ ไม่ได้ลงลึกใน proprietary logic หรือรายละเอียดของ model ที่ใช้จริง เพราะหลายๆส่วนยังเป็น internal research process ของทางฝั่งเรา

สำหรับวันนี้ก็ประมาณนี้ก่อนครับ เดี๋ยวครั้งหน้าถ้ามีเวลา ผมอาจจะมา note ต่อในเรื่องของการใช้ AI ช่วยทำ Model Evaluation หรือ Research Review ว่าเราจะออกแบบ process ยังไงให้ AI ไม่ได้แค่ช่วยคิดเร็วขึ้น แต่ช่วยให้เราตรวจสอบ model ได้รอบคอบขึ้นด้วย

ขอบคุณครับ
แล้วพบกันใหม่












Disclaimer

The content shared on this page is intended for educational and informational purposes only. It is based on personal research, experience, and general observations, and should not be considered financial advice, investment advice, or a recommendation to buy, sell, or trade any financial instrument, cryptocurrency, or derivative product. All investments and trading strategies involve risk, and past performance or research observations may not be applicable to future performance. Please conduct your own research and seek professional advice where appropriate.

Trading Journal (   19 กรกฏาคม   - 25  กรกฏาคม 2569)1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 50ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แ...
30/07/2026

Trading Journal ( 19 กรกฏาคม - 25 กรกฏาคม 2569)
1. สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 50
ภาพรวมพอร์ตการลงทุน: 10,000 บาท (แบ่งสัดส่วนการลงทุน 10 ไม้)
2.Option trading สรุปผลการดำเนินงานสัปดาห์ที่ 40 พอร์ตการลงทุน 500 usd
------------------------------
1. Nicolas 🤵‍♂️
-สัปดาห์นี้ปิดได้ 1 รอบ ราคายังวิ่งในกรอบ BTCUSD 62,000-65,000 เหรียญ มองมีโอกาสเข้าเล่นได้ 1 รอบ
-option ยังไม่สามารถเก็บ cashflow ได้เช่นเดิม

2. 014 🤖
- SA wait and see
- SB ไม่มี transaction เพิ่ม อยู่ในระยะของ function time

3. Muranishi 🧘‍♂️
A
• วาง order ตามระบบปกติ
- total transaction: 2
- total trading value: 990

B
- ตั้ง order รอคิวไว้

4. Yumiko 🌸
mission A
- wait and see
mission B
- ปรับไป short serie ไกลขึ้นตาม rp ของไม้

AI-assisted Coding สำหรับ Quant Lab:  Code ที่รันได้ ไม่ได้แปลว่า Model ถูกสวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะครับต่อจาก note ก่อนหน้าท...
25/07/2026

AI-assisted Coding สำหรับ Quant Lab: Code ที่รันได้ ไม่ได้แปลว่า Model ถูก

สวัสดีเพื่อนๆทุกคนนะครับ

ต่อจาก note ก่อนหน้าที่ผมได้แชร์เรื่อง Research Memory และการใช้ AI เข้ามาช่วยจัดระบบความรู้ในงาน research ไป วันนี้ผมอยากมา note ต่ออีกหนึ่ง topic ที่ผมคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับหลายๆคนที่กำลังใช้ AI ในการทำงานสาย research, coding, trading model หรือ quantitative development มากขึ้น

หัวข้อวันนี้คือเรื่องของ AI-assisted Coding หรือการใช้ AI เข้ามาช่วยเขียน code, review logic, debug, generate test case และช่วยจัด structure ของ project ให้เป็นระบบมากขึ้น

แต่เหมือนเดิมนะครับ บทความนี้จะไม่ได้เป็น technical tutorial ว่าต้องใช้ library ตัวไหน, framework อะไร, หรือเขียน code ยังไงแบบลงลึก เพราะส่วนหนึ่ง detail พวกนี้เปลี่ยนไวมาก และอีกส่วนหนึ่งงานของแต่ละคนก็มี objective ไม่เหมือนกัน

ผมอยากแชร์ในมุมของ principle based thinking มากกว่า ว่าในงาน quant research หรือ Alpha Lab development การใช้ AI เข้ามาช่วย code มีประโยชน์มากก็จริง แต่ถ้าเราไม่มี testing framework และ validation process ที่ดีพอ AI อาจจะไม่ได้แค่ทำให้เราทำงานเร็วขึ้น แต่อาจจะทำให้เราผิดพลาดเร็วขึ้นด้วยเหมือนกัน


ช่วงหลังๆ ผมคิดว่าหลายคนคงเริ่มใช้ AI เข้ามาช่วยเขียน code กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการให้ AI ช่วยเขียน function, refactor code, อธิบาย error, ช่วยออกแบบ class structure, ช่วยเขียน documentation, ช่วยสร้าง unit test หรือแม้แต่ช่วยวาง workflow สำหรับ data pipeline และ backtesting engine เบื้องต้น

อันนี้ต้องยอมรับว่า AI ช่วยลด friction ในการทำงานได้เยอะมากจริงๆ

เมื่อก่อนเวลาเราเจอ error บางอย่าง เราอาจจะต้องนั่งไล่ stack trace, search documentation, เปิด forum, ลองแก้หลายรอบ กว่าจะเจอจุดที่ผิด แต่ตอนนี้ AI สามารถช่วยชี้จุดที่น่าจะมีปัญหาได้เร็วขึ้น หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้เราเห็นมุมที่เราอาจจะมองข้ามไป

แต่ในงาน quant model สิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ code ที่ error แล้วรันไม่ผ่านนะครับ

เพราะ code ที่รันไม่ผ่าน เรารู้ทันทีว่ามันผิด

สิ่งที่อันตรายกว่าคือ code ที่รันผ่านทุกอย่าง
ไม่มี error
equity curve สวย
Sharpe ratio ดูดี
drawdown ต่ำ
แต่ logic ข้างในผิด

อันนี้คือจุดที่ผมคิดว่าคนทำ model ต้องระวังมากเป็นพิเศษ


ในงาน quantitative trading หรือ portfolio model บางครั้ง bug เล็กๆสามารถสร้าง fake alpha ได้ง่ายมาก

เช่น

data มี look-ahead bias
timestamp ไม่ align กัน
ใช้ราคาปิดของวันนั้นไปตัดสินใจ trade ในวันเดียวกัน
fee/slippage ใส่ต่ำเกินจริง
funding rate ไม่ได้ถูกคำนวณ
liquidity assumption ดีเกินไป
position sizing ผิด
leverage calculation ไม่ตรงกับตลาดจริง
rebalance logic มีปัญหา
missing data ถูก fill แบบผิดวิธี
หรือ short/hedge leg ถูกจำลองแบบไม่ realistic

พอสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นใน backtest ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะดูดีมากจนเรารู้สึกว่า model นี้มี edge

แต่จริงๆแล้ว edge ที่เห็นอาจจะไม่ได้มาจาก market inefficiency หรือ alpha จริงๆ แต่มาจาก bug, wrong assumption หรือ data leakage ที่เรายังจับไม่ได้

และถ้าเราใช้ AI ช่วยเขียน code โดยที่เราไม่ได้เข้าใจ logic ทั้งหมด หรือไม่ได้มี validation process ที่ดีพอ เราก็อาจจะเผลอ deploy model ที่ดูดีใน backtest แต่เปราะบางมากในตลาดจริง


ตรงนี้ผมมองว่า AI คล้ายกับ junior developer หรือ junior research assistant ที่ทำงานเร็วมากๆ แต่ยังต้องมี senior คอย review

AI สามารถช่วยเขียน code ได้
AI สามารถช่วย generate idea ได้
AI สามารถช่วยอธิบาย math บางส่วนได้
AI สามารถช่วย refactor project ได้
AI สามารถช่วยเขียน test case เบื้องต้นได้

แต่ AI ยังไม่ควรถูกปล่อยให้เป็น final validator ของ trading model

เพราะในตลาดจริง เงินที่เสียไปไม่ได้เสียใน simulation
และ error ที่เกิดขึ้นจาก model บางครั้งไม่ได้กระทบแค่ code แต่กระทบกับ portfolio, risk exposure, liquidity, counterparty และ confidence ของทีมด้วย


ถ้ามองในมุมของการพัฒนา quant model ผมคิดว่า workflow ที่ดีควรแยกเป็นหลาย layer ไม่ใช่เขียน code เสร็จแล้ว backtest ดู equity curve อย่างเดียว

อย่างแรกคือ Idea validation

ก่อนจะเขียน code เราต้องตอบให้ได้ก่อนว่า idea นี้มี economic intuition หรือ market intuition อะไรอยู่เบื้องหลัง

เราเชื่ออะไรกับตลาด
model นี้พยายาม capture inefficiency แบบไหน
ทำไม inefficiency นี้ถึงควรมีอยู่
ใครเป็นคนจ่าย return ให้เรา
ถ้า model ทำกำไรได้จริง เงินมาจากไหน
และมี condition อะไรที่ทำให้ idea นี้ fail ได้

คำถามพวกนี้สำคัญมาก เพราะถ้า idea ข้างในไม่มี logic ที่ดี ต่อให้ AI ช่วยเขียน code ได้เร็วแค่ไหน สุดท้ายเราก็แค่ backtest noise ให้เร็วขึ้นเท่านั้น


อย่างที่สองคือ Data validation

ผมคิดว่าหลายครั้งปัญหาของ model ไม่ได้อยู่ที่ algorithm แต่อยู่ที่ data

data สะอาดจริงหรือเปล่า
มี missing value เยอะไหม
timestamp ตรงกันไหม
ราคา bid/ask กับ last price ใช้ปนกันหรือเปล่า
ใช้ adjusted data หรือ raw data
asset ที่ delist ไปแล้วถูกนับหรือไม่
มี survivorship bias หรือเปล่า
time zone ตรงกับ exchange จริงไหม
fee/funding/liquidation rule ถูก model เข้าไปหรือยัง

ตรงนี้ AI อาจจะช่วยเราเขียน script เพื่อตรวจ data quality ได้ดีมาก เช่น ช่วยหา missing period, ช่วยเช็ค duplicate timestamp, ช่วย generate report หรือช่วยเขียน validation rule

แต่สุดท้ายคนที่ทำ model ต้องเข้าใจ data source และ market microstructure เองอยู่ดี

เพราะถ้า data ผิด ต่อให้ model ฉลาดแค่ไหน output ก็ผิดได้เหมือนกัน


อย่างที่สามคือ Code validation

อันนี้เป็นจุดที่ AI ช่วยได้เยอะมาก

เช่น ช่วยเขียน unit test
ช่วยเขียน integration test
ช่วยทำ regression test
ช่วย review edge case
ช่วยอธิบาย function ที่ซับซ้อน
ช่วย refactor code ให้ maintain ง่ายขึ้น
ช่วยเช็คว่า function มี side effect หรือเปล่า
ช่วยเขียน documentation ให้คนในทีมอ่านเข้าใจง่ายขึ้น

แต่สิ่งที่ผมอยากเน้นคือ test case ต้องออกแบบจากความเข้าใจของเรา ไม่ใช่ปล่อยให้ AI คิดทั้งหมด

เพราะ AI อาจจะเขียน test case ที่ดูดี แต่ไม่ได้ cover จุดที่เป็น risk จริงของ model

เช่น model ที่เกี่ยวกับ options อาจจะต้อง test เรื่อง delta, gamma, vega, theta, implied volatility, expiry, exercise rule, liquidity และ margin requirement

model ที่เกี่ยวกับ futures อาจจะต้อง test เรื่อง funding rate, basis, rollover, liquidation, fee tier และ leverage

model ที่เกี่ยวกับ pair trading หรือ market neutral อาจจะต้อง test เรื่อง hedge ratio, correlation breakdown, cointegration decay, spread widening, liquidity shock และ rebalance timing

ถ้า test case ไม่ได้สะท้อน risk จริงของ model ผลลัพธ์จากการ test ก็อาจจะทำให้เรามั่นใจผิดๆได้


อย่างที่สี่คือ Backtest validation

ตรงนี้เป็นส่วนที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่บางครั้งอาจจะดูแค่ performance metric แล้วจบ

สำหรับผม backtest ที่ดีไม่ได้ดูแค่ return, Sharpe ratio, max drawdown หรือ win rate อย่างเดียว

เราควรดูด้วยว่า

return มาจากช่วงไหน
model ทำงานดีใน regime แบบไหน
drawdown เกิดจากอะไร
มี concentration risk หรือเปล่า
asset ไหน contribute return มากเกินไปไหม
performance ขึ้นกับ parameter บางตัวมากเกินไปหรือเปล่า
ถ้า fee/slippage เพิ่มขึ้น model ยังอยู่รอดไหม
ถ้า delay ex*****on 1-2 bar ผลเปลี่ยนมากไหม
ถ้าตัดช่วง market ที่ดีที่สุดออก performance ยังดีอยู่ไหม
ถ้า volatility regime เปลี่ยน model ยังพอ handle ได้หรือเปล่า

ตรงนี้ AI อาจจะช่วย summarize backtest result ได้ดีมาก หรือช่วย generate report ให้เราอ่านง่ายขึ้น

แต่ AI ไม่ได้รู้ว่า performance แบบไหน “น่าเชื่อ” ถ้าเราไม่ได้สอน framework และ context ให้มันดีพอ

บางครั้ง equity curve ที่สวยเกินไปก็อาจจะเป็น warning sign ไม่ใช่สิ่งที่ควรดีใจทันที


อย่างที่ห้าคือ Forward test และ Walk-forward testing

ส่วนตัวผมมองว่า backtest อย่างเดียวไม่เคยพอ

เพราะ backtest คือการทดสอบกับข้อมูลในอดีตที่เรารู้ผลลัพธ์ไปแล้ว ต่อให้เราแบ่ง train/test set ดีแค่ไหน มันก็ยังมีโอกาสที่เราจะเผลอ optimize บางอย่างให้เข้ากับอดีตมากเกินไป

ดังนั้น model ที่ดูดีใน backtest ควรถูกเอามาทดสอบต่อใน forward test หรือ walk-forward testing เพื่อดูว่า logic ยัง work กับข้อมูลใหม่ที่ model ไม่เคยเห็นหรือเปล่า

AI สามารถช่วยจัด experiment log ได้ดีมาก เช่น ช่วยเก็บว่า version ไหนใช้ parameter อะไร, test ช่วงไหน, result เป็นยังไง, ต่างจาก version ก่อนหน้ายังไง

แต่ decision ว่า model ผ่านหรือไม่ผ่าน ยังควรเป็นของคนที่เข้าใจ model และเข้าใจ market condition ในช่วงนั้นจริงๆ


อย่างที่หกคือ Live small-size testing

ผมคิดว่าไม่ว่า backtest หรือ forward test จะดูดีแค่ไหน สุดท้าย model ควรถูก test ในตลาดจริงด้วย size ที่เล็กก่อนเสมอ

เพราะตลาดจริงมีสิ่งที่ simulation อาจจะ capture ได้ไม่ครบ เช่น

order fill ไม่ได้ตามที่คิด
latency มีผลมากกว่าที่คาด
liquidity หายตอนที่ต้องการ exit
spread กว้างขึ้นตอน market stress
exchange rule เปลี่ยน
API มีปัญหา
margin requirement เปลี่ยน
หรือ ex*****on logic เจอ edge case ที่ไม่เคยเกิดใน backtest

AI อาจจะช่วย monitor log, summarize error, alert anomaly หรือช่วยเขียน post-trade analysis ได้ดี

แต่การตัดสินใจว่าจะ scale model หรือไม่ ยังต้องดูจาก live behavior จริงๆ ไม่ใช่ดูแค่ simulation


ตรงนี้ผมอยากแชร์มุมหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมาก

AI ทำให้เราสร้าง model ได้เร็วขึ้น
แต่ไม่ได้แปลว่าเราควร deploy model เร็วขึ้นเสมอไป

ความเร็วในการ develop ต้องมาพร้อมกับความเข้มข้นของ validation

ถ้าเมื่อก่อนเราใช้เวลา 2 เดือนในการพัฒนา model 1 ตัว แต่ตอนนี้ AI ช่วยให้เราทำได้ใน 2 สัปดาห์ สิ่งที่เราควรทำไม่ใช่รีบเอา model ไปใช้ทันที แต่ควรเอาเวลาที่ประหยัดได้ไปเพิ่ม quality ของ testing, documentation, review และ risk analysis

เพราะในงานสายนี้ การเร็วขึ้นแต่ไม่รอบคอบ อาจจะไม่ได้สร้าง alpha เพิ่ม แต่อาจจะสร้าง model risk เพิ่มแทน


อีกเรื่องที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ AI สามารถช่วยให้เราเขียน documentation ได้ดีขึ้นมาก

หลายคนอาจจะมองว่า documentation เป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ในงาน research ระยะยาว documentation สำคัญมาก

เพราะถ้าเราไม่มี documentation ที่ดี อีก 3 เดือนหรือ 6 เดือนกลับมาดู code ตัวเอง เราอาจจะจำไม่ได้ว่า logic นี้เขียนขึ้นมาเพื่ออะไร parameter นี้มีที่มายังไง หรือทำไมตอนนั้นเราถึง reject model บาง version ออกไป

AI สามารถช่วยแปลง code comment, experiment note, backtest summary และ risk checklist ให้กลายเป็น research documentation ที่อ่านง่ายขึ้นได้

อันนี้ผมมองว่ามี value มาก เพราะมันเชื่อมกับ Research Memory ที่ผมเคยเขียนไปก่อนหน้า

ถ้า code เรามี documentation ที่ดี
experiment log เราเป็นระบบ
backtest result ถูกเก็บพร้อม context
และ model limitation ถูกเขียนไว้ชัดเจน

อนาคต AI ก็จะช่วยเราดึงความรู้เก่ากลับมาใช้ได้ดีขึ้น


แต่ก็เหมือนเดิมครับ ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย

AI-assisted coding เองก็มี risk ที่ต้องระวัง

ข้อแรกคือ overconfidence risk

พอ AI เขียน code ได้เร็วและอธิบายได้ดูดี เราอาจจะเผลอเชื่อว่ามันถูก ทั้งที่จริงๆ logic บางส่วนอาจจะผิด

ข้อสองคือ hidden bug risk

code ที่ AI เขียนบางครั้งอาจจะดู clean มาก แต่มี bug ที่ซ่อนอยู่ใน assumption หรือ edge case ที่เราไม่ได้ test

ข้อสามคือ overfitting risk

ถ้าเราใช้ AI ช่วย optimize model ไปเรื่อยๆ โดยไม่มี discipline เราอาจจะกำลังสร้าง model ที่ fit กับอดีตมากเกินไป

ข้อสี่คือ dependency risk

ถ้าเราให้ AI เขียน code ให้ตลอด แต่เราไม่เข้าใจ structure ของระบบเอง สุดท้ายเราจะ debug model ของตัวเองไม่เป็น

ข้อห้าคือ confidentiality risk

ถ้า codebase หรือ model logic มี proprietary information เราต้องคิดให้ดีว่าอะไรควรส่งให้ AI และอะไรไม่ควรส่ง โดยเฉพาะถ้าใช้ cloud AI


ดังนั้น workflow ที่ผมคิดว่าเหมาะสมกว่าคือ ใช้ AI เป็นตัวช่วยเร่ง process แต่ต้องมี human-in-the-loop ตลอด

ให้ AI ช่วยเขียน draft code ได้
แต่เราต้อง review logic เอง

ให้ AI ช่วย generate test case ได้
แต่เราต้องกำหนด risk scenario เอง

ให้ AI ช่วย summarize backtest ได้
แต่เราต้องตีความ performance เอง

ให้ AI ช่วยหา bug ได้
แต่เราต้องเข้าใจว่าบั๊กนั้นกระทบ portfolio ยังไง

ให้ AI ช่วย document model ได้
แต่เราต้องเป็นคนยืนยันว่า documentation นั้นสะท้อนสิ่งที่ model ทำจริงๆ


ในมุมของผม AI-assisted coding จะมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อเราใช้มันกับ workflow ที่มี structure อยู่แล้ว

ถ้าเราไม่มี process
ไม่มี test
ไม่มี validation
ไม่มี documentation
ไม่มี risk framework

AI ก็อาจจะทำให้เราสร้างความยุ่งเหยิงได้เร็วขึ้นเท่านั้น

แต่ถ้าเรามี framework ที่ดี AI จะช่วยให้เราทำงานได้เป็นระบบขึ้นมาก

มันช่วยให้เรา iterate idea ได้เร็วขึ้น
ช่วยให้เรา prototype ได้เร็วขึ้น
ช่วยให้เราเขียน test ได้ครอบคลุมขึ้น
ช่วยให้เรา maintain codebase ได้ดีขึ้น
ช่วยให้เรา review experiment ได้ง่ายขึ้น
และช่วยให้ research process มี continuity มากขึ้น


ท้ายที่สุด ผมมองว่าในอนาคต คนที่ใช้ AI ในงาน quant ได้ดี อาจจะไม่ใช่คนที่ prompt เก่งที่สุด หรือให้ AI เขียน code ได้เร็วที่สุด

แต่คือคนที่ออกแบบ process ได้ดีที่สุด

เพราะในงาน financial markets สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่ code ที่รันได้ แต่คือ model ที่เรารู้ว่า

มันทำงานยังไง
มัน fail ได้ตรงไหน
มันเหมาะกับ market regime แบบไหน
มันมี hidden risk อะไร
มันรับ capacity ได้แค่ไหน
และมันควรถูก allocate ใน portfolio ยังไง

AI ช่วยเราได้เยอะมากในส่วนของ speed และ productivity

แต่ judgment, risk awareness และความเข้าใจใน model ยังเป็นสิ่งที่คนทำ research ต้องรับผิดชอบเองอยู่ดี

สำหรับผม code ที่ดีในงาน quant ไม่ใช่ code ที่ดูสวยที่สุด หรือรันเร็วที่สุดอย่างเดียว

แต่คือ code ที่ test ได้
ตรวจสอบได้
อธิบายได้
reproduce ได้
และไม่ทำให้เราเข้าใจผิดว่า noise คือ alpha


Keywords ที่เพื่อนๆอาจจะลองไปศึกษาเพิ่มเติมนะครับ

AI-assisted coding
Backtesting framework
Unit testing
Integration testing
Walk-forward testing
Look-ahead bias
Data leakage
Model validation
Experiment tracking
Model risk management
Human-in-the-loop
Research documentation

ก็หวังว่าจะพอเป็นไอเดียให้เพื่อนๆที่กำลังศึกษา AI, quantitative research, trading model หรือ portfolio management ได้ลองเอาไปต่อยอดกันนะครับ

บทความนี้ก็ยังเป็นการแชร์ในมุม general framework เหมือนเดิมนะครับ ไม่ได้ลงลึกใน proprietary logic หรือรายละเอียดของ model ที่ใช้จริง เพราะหลายๆส่วนเป็น internal research process ของทางฝั่งเรา

สำหรับวันนี้ก็ประมาณนี้ก่อนครับ เดี๋ยวครั้งหน้าถ้ามีเวลา ผมอาจจะมา note ต่อในเรื่องของ AI กับ Model Risk ว่าทำไม hallucination ใน AI บางมุมถึงคล้ายกับ overfitting ใน quant model มากกว่าที่หลายคนคิด

ขอบคุณครับ
แล้วพบกันใหม่











Disclaimer

The content shared on this page is intended for educational and informational purposes only. It is based on personal research, experience, and general observations, and should not be considered financial advice, investment advice, or a recommendation to buy, sell, or trade any financial instrument, cryptocurrency, or derivative product. All investments and trading strategies involve risk, and past performance or research observations may not be applicable to future performance. Please conduct your own research and seek professional advice where appropriate.

Address

Unit 8 414-418 Pitt Street Haymarket
Sydney, NSW
2000

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Transis Association posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to Transis Association:

Shortcuts

Share

Category