แม่แอร์ แชร์เรื่องประกัน

แม่แอร์ แชร์เรื่องประกัน ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก แม่แอร์ แชร์เรื่องประกัน, นายหน้าประกันภัย, Thanyaburi.

ให้คำปรึกษาวางแผนมรดก ประกันชีวิต,สุขภาพ ประกันบำนาญ ประกันวินาศภัย กองทุนรวม ด้วยประสบการณ์ดูแลลูกค้าตลอด 23 ปี
สนใจสอบถามรายละเอียดหรือสมัครทำประกัน โทร.081-6864640 LINE ID : Airsurada
สุรดา พิสุทธสาคร
ผู้จัดการหน่วย 1
บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต (มหาชน)

เด็กๆทุกคน อย่าหลงกลเป็นบัญชีม้า🎠 นะจ๊ะ
28/08/2026

เด็กๆทุกคน อย่าหลงกลเป็นบัญชีม้า🎠 นะจ๊ะ

25/08/2026
ความเจ็บป่วยไม่เคยถามเราว่าพร้อมป่วยไหมมีประกันสุขภาพหรือยัง❓แต่โรงพยาบาลเอกชนเค้าถามเรานะว่ามีประกันไหม วงเงินคุ้มครองเ...
23/08/2026

ความเจ็บป่วยไม่เคยถามเราว่าพร้อมป่วยไหมมีประกันสุขภาพหรือยัง❓
แต่โรงพยาบาลเอกชนเค้าถามเรานะว่ามีประกันไหม วงเงินคุ้มครองเท่าไร ⁉️
เค้าห่วงเราแหละ ดูออก 😅

ที่แน่ๆแม่แอร์ห่วงลูกค้าที่น่ารักทุกคนนะจ๊ะ 🥰💙
วันหยุดเราไม่หยุด ✌️

รูปการ์ตูนน่ารักดีนะ เป็นมนุษย์แม่ก็เหนื่อยมากพอล่ะ ท่องไว้เราจะไม่เป็นมนุษย์ป้า เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตก ฮึบๆ 💪Cr. เพจ ...
15/08/2026

รูปการ์ตูนน่ารักดีนะ
เป็นมนุษย์แม่ก็เหนื่อยมากพอล่ะ ท่องไว้เราจะไม่เป็นมนุษย์ป้า เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองแตก ฮึบๆ 💪

Cr. เพจ Jones Salad (โจนส์สลัด)

12/08/2026

กรุงเทพประกันชีวิต
อยากให้แม่ทุกคนได้ใส่ใจตัวเองบ้าง
เลยอยากให้วันแม่ปีนี้ เป็น วันแม่ “พักบ้างนะ”
เพื่อแม่จะได้มีสุขภาพที่ดี และอยู่กับลูกไปนานๆ 💙
คุณล่ะ อยากให้แม่พักเรื่องอะไร ?
เม้นต์มาบอกกันได้เลย 🥰
#กรุงเทพประกันชีวิต #ชีวิตดีเริ่มที่ใส่ใจตัวเอง
#ใส่ใจให้ชีวิตดี #วันแม่พักบ้างนะ

ยิ่งโตขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองรวยขึ้น... แต่เหนื่อยกว่าเดิม หรือเปล่า? 😔​หลายคนรีบสร้างภาระจนชีวิตเต็มโต๊ะ มีบ้านใหญ่ขึ้...
06/08/2026

ยิ่งโตขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองรวยขึ้น... แต่เหนื่อยกว่าเดิม หรือเปล่า? 😔
​หลายคนรีบสร้างภาระจนชีวิตเต็มโต๊ะ มีบ้านใหญ่ขึ้นแต่ไม่มีเวลาอยู่ มีรายได้เพิ่มแต่ไม่มีเวลาใช้เงิน และแบกความคาดหวังของทุกคนไว้จนลืมใส่ใจดูแลตัวเอง
​จริง ๆ แล้ว ชีวิตที่ดีอาจไม่ได้ต้องการคนที่ "แบกเก่งที่สุด" แต่อาจต้องการคนที่ "จัดโต๊ะชีวิตเป็น" และเหลือพื้นที่ให้ตัวเองได้หายใจต่างหาก ก่อนที่พลังใจและสุขภาพจะพังไปมากกว่านี้
กลับมาทบทวนและเรียนรู้แนวทางบริหารจัดการ เพื่อชีวิตที่มั่นคงในระยะยาวกันครับ
อ่านบทความต่อ คลิ๊กเลย 👇
https://thestandard.co/financial-hotpot-life-burden
#กรุงเทพประกันชีวิต #ใส่ใจให้ชีวิตดี #แม่แอร์แชร์เรื่องประกัน

หมูกระทะอาจเป็นหนึ่งในเมนูที่ ‘เข้าใจชีวิตคนไทย’ มากที่สุด เพราะถ้าไปกินคนเดียว ทุกอย่างมักจัดการไม่ยา.....

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เป็นโรคที่เกิดกับคนไทยเป็นอันดับต้นๆของประเทศมักพบมากในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถเก...
04/08/2026

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เป็นโรคที่เกิดกับคนไทยเป็นอันดับต้นๆของประเทศ
มักพบมากในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่ก็สามารถเกิดได้ในทุกเพศทุกวัย อายุเฉลี่ยที่ตรวจพบมะเร็งชนิดนี้อยู่ในช่วงอายุ 60 - 65 ปี ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักจะมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวนั้นเป็นญาติสายตรงลำดับแรก ได้แก่ พ่อแม่ พี่น้อง และบุตร

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ “การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่” จึงแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองในผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไป เช่น การตรวจเม็ดเลือดแดงในอุจจาระทุก 1 - 2 ปี, การสวนสารทึบรังสีตรวจลำไส้ใหญ่ หรือการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ทุก 5 ปี เป็นต้น

ผมเป็นหมอ…แต่วันที่นอนรอส่องกล้อง ผมก็กลัวไม่ต่างจากคนไข้ทุกคน

ปีนี้ผมอายุ 45 ปีครับ

หลายคนอาจคิดว่า หมอคงดูแลสุขภาพตัวเองดี ตรวจเลือดเป็นประจำ และน่าจะรู้ทันโรคทุกอย่าง

แต่ความจริงก็คือ ต่อให้เราเป็นหมอ เราก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีโอกาสเจ็บป่วย มีความกังวล และกลัวผลตรวจได้เหมือนกับทุกคนครับ

ผมตัดสินใจไปส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรเลย

ผมไม่ได้มีอาการท้องผูกสลับท้องเสีย
ไม่ได้ถ่ายยากผิดปกติ
ไม่ได้รู้สึกว่าขนาดอุจจาระเล็กลง
ไม่ได้ถ่ายเป็นเลือด
ไม่ได้มีภาวะซีด
ไม่ได้ปวดท้องหรือจุกแน่นท้อง
น้ำหนักไม่ได้ลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ผลตรวจเลือดก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ

พูดง่าย ๆ คือ หากมองจากอาการภายนอก ผมแทบไม่มีเหตุผลอะไรให้สงสัยเลยว่า ภายในลำไส้ใหญ่ของตัวเองจะมีความผิดปกติ

แต่เพราะปีนี้ผมอายุครบ 45 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุที่แนวทางสากลหลายแห่งแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไปเริ่มพูดคุยกับแพทย์เรื่องการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผมจึงตัดสินใจเข้ารับการตรวจครับ (American Cancer Society)

ระหว่างรอผล ผมก็ใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เหมือนทุกคน

วันที่ไปส่องกล้อง จิตใจของผมก็ไม่ได้ดีมากนักครับ

ถึงจะเป็นหมอ ถึงจะรู้ขั้นตอนการตรวจ และรู้ว่าโรคแต่ละอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่เมื่อคนที่กำลังนอนรอตรวจกลายเป็นตัวเราเอง ความรู้ทางการแพทย์ก็ไม่ได้ทำให้ความกลัวหายไปทั้งหมด

ระหว่างรอ ผมเชื่อว่าผมก็คงใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ เหมือนกับทุกคนครับ

ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า…

ถ้าส่องแล้วเจอก้อนจะทำอย่างไร
ถ้าเป็นติ่งเนื้อชนิดเสี่ยงล่ะ
ถ้าเจอเซลล์ผิดปกติล่ะ
หรือถ้าเป็นมะเร็งขึ้นมาจริง ๆ ชีวิตหลังจากนั้นจะเปลี่ยนไปแค่ไหน

ความรู้สึกนี้ทำให้ผมเข้าใจหัวอกของคนไข้มากขึ้นอีกครั้งว่า ช่วงเวลารอผลตรวจเพียงไม่กี่วัน บางครั้งอาจยาวนานในความรู้สึกเหมือนเป็นเดือน

สุดท้ายผลการส่องกล้องพบว่า ผมมี ติ่งเนื้ออยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

เมื่อได้ยินว่าพบติ่งเนื้อ ใจก็กระตุกไปเหมือนกันครับ เพราะคำว่า “ติ่งเนื้อ” ไม่ได้บอกเราทันทีว่าเป็นชนิดใด จำเป็นต้องนำชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาก่อน

โชคดีมากที่ผลออกมาว่าเป็น ติ่งเนื้อจากการอักเสบ หรือ Inflammatory polyp ไม่มีการกลายพันธุ์ ไม่พบเซลล์มะเร็ง และไม่ใช่ติ่งเนื้อชนิดก่อนมะเร็ง

วันที่รู้ผล ผมยอมรับว่าโล่งใจมากครับ

เหตุการณ์นี้จึงยิ่งตอกย้ำกับผมว่า

การไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าภายในร่างกายไม่มีความผิดปกติ

และมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะแรกจำนวนมากอาจไม่มีอาการ หรือมีเพียงอาการเล็กน้อยที่คนทั่วไปมองข้ามได้ องค์การอนามัยโลกระบุว่าอาการในระยะแรกมักไม่มีหรือไม่ชัดเจน และเมื่อเริ่มมีอาการ อาจพบการขับถ่ายเปลี่ยนแปลง อุจจาระมีเลือด ปวดหรือแน่นท้อง น้ำหนักลด อ่อนเพลีย หรือมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

⸻

ขอส่งกำลังใจให้คุณสุนารี ราชสีมา

ในช่วงนี้หลายคนคงกำลังติดตามข่าวของ คุณสุนารี ราชสีมา หรือพี่สุของพวกเรา หลังมีข่าวว่าพบลักษณะของลำไส้อุดตัน และจากการส่องกล้องพบก้อนหรือติ่งเนื้อขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร โดยแพทย์ได้เก็บเนื้อเยื่อส่งตรวจเพิ่มเติม

สิ่งสำคัญที่ผมอยากเน้นคือ การพบติ่งเนื้อ ก้อน หรือลำไส้ตีบ ยังไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป

สาเหตุของลำไส้ตีบหรืออุดตันอาจเกิดได้จากหลายภาวะ เช่น

* การอักเสบของลำไส้
* พังผืดหรือแผลเป็น
* ติ่งเนื้อชนิดไม่ร้ายแรง
* ก้อนอุจจาระอุดตัน
* การบิดตัวหรือการเคลื่อนไหวผิดปกติของลำไส้
* หรือก้อนมะเร็ง

คำตอบที่ชัดเจนจึงต้องอาศัยผลตรวจชิ้นเนื้อ การตรวจทางรังสี และการประเมินจากทีมแพทย์ผู้รักษา

ผมขอส่งกำลังใจให้พี่สุและครอบครัว ขอให้ผลการตรวจออกมาในทางที่ดี ขอให้การรักษาทุกอย่างผ่านไปอย่างปลอดภัย และกลับมาแข็งแรง สร้างความสุขให้กับแฟน ๆ ได้อีกนาน ๆ ครับ

⸻

โรคนี้ไม่ได้เลือกว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือคนดัง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้เลือกอาชีพ ไม่ได้เลือกฐานะ ไม่ได้เลือกชื่อเสียง และไม่ได้เกิดเฉพาะกับคนที่ดูแลสุขภาพไม่ดีเท่านั้น

ในประเทศไทย เสรี รุ่งสว่าง นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง เคยเปิดเผยว่าได้รับการผ่าตัดรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ในปี 2556 และติดตามการรักษาต่อเนื่องในเวลาต่อมา

ส่วน บอย สมภพ โภคพูล นักร้องที่มีชื่อเสียงจากเพลงประกอบซีรีส์ เคยออกมาเปิดเผยว่าตรวจพบมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 และต้องพักงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา

ในต่างประเทศ หลายคนน่าจะจำ Chadwick Boseman นักแสดงผู้รับบท Black Panther ได้ดี เขาได้รับการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 3 ในปี 2016 ขณะที่มีอายุประมาณ 39 ปี ก่อนโรคจะลุกลาม และเขาเสียชีวิตในปี 2020 ด้วยวัยเพียง 43 ปี

ตลอดช่วงที่เข้ารับการผ่าตัดและเคมีบำบัด เขายังคงทำงานแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยที่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่าเขากำลังต่อสู้กับโรคร้ายอยู่ )

อีกคนคือ Kirstie Alley นักแสดงชื่อดังจากเรื่อง Cheers และ Look Who’s Talking ซึ่งครอบครัวเปิดเผยว่าเธอเสียชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่ในปี 2022 หลังเพิ่งตรวจพบโรคได้ไม่นาน

เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำมาเล่าเพื่อสร้างความกลัว แต่เพื่อย้ำว่า

ต่อให้ดูแข็งแรง มีชื่อเสียง หรือมีชีวิตที่ดูสมบูรณ์เพียงใด ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีความเสี่ยง

⸻

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นปัญหาใหญ่กว่าที่หลายคนคิด

ข้อมูล GLOBOCAN ประเมินว่า ในปี 2022 ทั่วโลกมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงรายใหม่มากกว่า 1.9 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 904,000 คน ทำให้มะเร็งชนิดนี้เป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยและเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับต้นๆของโลก

ตัวเลขนี้หมายความว่า โดยเฉลี่ยในแต่ละวัน มีคนทั่วโลกได้รับการวินิจฉัยโรคนี้มากกว่า 5,000 คน และเสียชีวิตมากกว่า 2,000 คน

สิ่งสำคัญคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่เรามีโอกาสลดความเสี่ยง ตรวจพบก่อนเกิดอาการ และในหลายกรณีสามารถป้องกันไม่ให้มะเร็งเกิดขึ้นได้ ด้วยการค้นหาและตัดติ่งเนื้อชนิดก่อนมะเร็งออก

⸻

มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากอะไร?

ในทางการแพทย์ เราไม่สามารถชี้ว่าสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดมะเร็งในคนหนึ่งคนได้อย่างแน่นอน

มะเร็งมักเกิดจากการสะสมของความผิดปกติในสารพันธุกรรมของเซลล์ เมื่อเซลล์เยื่อบุลำไส้ได้รับความเสียหายซ้ำ ๆ หรือเกิดการกลายพันธุ์ เซลล์อาจเริ่มแบ่งตัวโดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมตามปกติ

ติ่งเนื้อบางชนิด โดยเฉพาะ adenoma และ sessile serrated lesion อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ติ่งเนื้อไม่ได้เป็นมะเร็งทุกก้อน

ติ่งเนื้อสามารถแบ่งอย่างกว้าง ๆ ได้เป็นหลายประเภท เช่น

1. ติ่งเนื้อจากการอักเสบ

มักสัมพันธ์กับการอักเสบหรือการซ่อมแซมเยื่อบุลำไส้ โดยทั่วไปไม่ได้ถือเป็นติ่งเนื้อก่อนมะเร็งโดยตรง ซึ่งเป็นชนิดที่ผมตรวจพบ

2. Hyperplastic polyp

ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะก้อนเล็กที่อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย มักมีความเสี่ยงต่ำ แต่บางตำแหน่งและบางลักษณะจำเป็นต้องประเมินร่วมกับผลพยาธิวิทยา

3. Adenomatous polyp หรือ Adenoma

เป็นติ่งเนื้อชนิดก่อนมะเร็งที่สำคัญ แม้ adenoma ส่วนใหญ่จะไม่กลายเป็นมะเร็ง แต่มีบางส่วนที่อาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงได้ โดยความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อก้อนมีขนาดใหญ่ มีจำนวนมาก หรือมีลักษณะทางพยาธิวิทยาบางแบบ

4. Serrated lesion

ติ่งเนื้อกลุ่มนี้บางชนิดมีโอกาสพัฒนาไปเป็นมะเร็งผ่านกลไกที่แตกต่างจาก adenoma แบบดั้งเดิม จึงจำเป็นต้องตัดออกและติดตามตามความเหมาะสม

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “พบติ่งเนื้อ” จึงยังไม่ใช่คำวินิจฉัยสุดท้าย ต้องดูทั้งขนาด จำนวน ตำแหน่ง รูปร่าง การตัดออกได้หมดหรือไม่ และผลชิ้นเนื้อ

⸻

ปัจจัยเสี่ยงที่เราเปลี่ยนไม่ได้

1. อายุที่เพิ่มขึ้น

ความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มขึ้นตามอายุ แม้ปัจจุบันจะพบผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปีมากขึ้น แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ยังพบในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ

2. ประวัติครอบครัว

ผู้ที่มีพ่อ แม่ พี่ น้อง หรือลูกเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือติ่งเนื้อชนิดเสี่ยง อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

ยิ่งญาติเป็นหลายคน หรือได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่อายุน้อย ความเป็นไปได้ของความเสี่ยงทางพันธุกรรมก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

การคัดกรองในกลุ่มนี้อาจต้องเริ่มก่อนอายุ 45 ปี จึงควรบอกแพทย์ให้ชัดว่า ญาติเป็นมะเร็งชนิดใด และตรวจพบเมื่ออายุเท่าใด

3. กลุ่มโรคทางพันธุกรรม

ตัวอย่างเช่น

* Lynch syndrome
* Familial adenomatous polyposis หรือ FAP
* MUTYH-associated polyposis

ผู้ที่มีโรคเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปมาก และต้องวางแผนตรวจติดตามตั้งแต่อายุน้อย

4. เคยมีติ่งเนื้อหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน

ผู้ที่เคยมี adenoma ชนิดเสี่ยง หรือเคยรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว อาจมีโอกาสเกิดติ่งเนื้อใหม่หรือมะเร็งก้อนใหม่ จึงต้องติดตามตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด

5. โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง

ผู้ป่วย ulcerative colitis หรือ Crohn’s disease ที่มีการอักเสบของลำไส้ใหญ่มาเป็นเวลานาน มีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโรคเป็นมานานและมีพื้นที่การอักเสบกว้าง

⸻

ปัจจัยเสี่ยงที่เราปรับเปลี่ยนได้

1. การกินเนื้อแปรรูปเป็นประจำ

เนื้อแปรรูป ได้แก่ ไส้กรอก เบคอน แฮม กุนเชียง ซาลามี เนื้อรมควัน และผลิตภัณฑ์เนื้อที่ผ่านการหมัก ถนอมอาหาร หรือเติมสารบางชนิด

หลักฐานด้านโภชนาการจัดว่าการบริโภคเนื้อแปรรูปเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ และควรลดให้เหลือน้อยที่สุด ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนยี่ห้อหรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่าไขมันต่ำ

2. การกินเนื้อแดงในปริมาณมาก

เนื้อแดงไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้เลย แต่การกินในปริมาณสูงเป็นประจำ โดยเฉพาะร่วมกับการย่างจนไหม้เกรียม การกินเนื้อแปรรูป และการกินผักน้อย อาจเพิ่มความเสี่ยง

แนวทางที่เหมาะกว่าคือสลับแหล่งโปรตีนเป็นปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน พร้อมเพิ่มผักและธัญพืชไม่ขัดสี

3. กินใยอาหารน้อย

อาหารที่มีใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และเมล็ดพืช ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ลดระยะเวลาที่สิ่งตกค้างสัมผัสผนังลำไส้ และเป็นอาหารให้จุลินทรีย์บางชนิดสร้างสารที่เป็นประโยชน์ต่อเยื่อบุลำไส้

ไม่ได้หมายความว่ากินผักแล้วจะไม่มีวันเป็นมะเร็ง แต่รูปแบบอาหารที่มีใยอาหารสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงเมื่อเทียบกับอาหารแปรรูปสูงและใยอาหารต่ำ

4. น้ำหนักเกินและไขมันสะสมในช่องท้อง

ภาวะอ้วน โดยเฉพาะไขมันในช่องท้อง มีความสัมพันธ์กับการอักเสบเรื้อรัง ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิด ซึ่งอาจส่งเสริมการเติบโตของเซลล์ผิดปกติ

จุดสำคัญจึงไม่ใช่การลดน้ำหนักแบบอดอาหารอย่างรวดเร็ว แต่คือการรักษาน้ำหนักและรอบเอวให้อยู่ในช่วงเหมาะสม โดยไม่สูญเสียกล้ามเนื้อ

5. ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย

การนั่งเป็นเวลานานและขาดการออกกำลังกายสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ขณะที่หลักฐานสนับสนุนว่าการมีกิจกรรมทางกายช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะมะเร็งบริเวณลำไส้

6. การสูบบุหรี่

สารก่อมะเร็งจากบุหรี่ไม่ได้กระทบเฉพาะปอด แต่สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและเพิ่มความเสียหายต่อ DNA ในอวัยวะต่าง ๆ การสูบบุหรี่ระยะยาวจึงสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และติ่งเนื้อบางชนิด

7. การดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเมื่อดื่มมากหรือดื่มเป็นประจำ สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

หากพูดในมุมของการป้องกันมะเร็ง การไม่ดื่มย่อมมีความเสี่ยงต่ำกว่าการพยายามเลือกชนิดของแอลกอฮอล์ที่เชื่อว่าดีต่อสุขภาพ เพราะไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดที่ใช้ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

8. เบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะดื้อต่ออินซูลิน

ผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 มักมีปัจจัยร่วมหลายอย่าง เช่น น้ำหนักเกิน ไขมันในช่องท้อง การอักเสบ และระดับอินซูลินสูงเป็นเวลานาน ซึ่งสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้น

นั่นไม่ได้หมายความว่าคนเป็นเบาหวานจะต้องเป็นมะเร็ง แต่เป็นเหตุผลที่ควรดูแลน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมน้ำตาล และเข้ารับการคัดกรองตามวัย

⸻

การป้องกันที่ทำได้จริง

คำว่า “ป้องกัน” ไม่ได้หมายความว่าทำครบแล้วจะไม่มีโอกาสเป็นโรคเลย เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนอายุ พันธุกรรม หรือประวัติครอบครัวได้

แต่เราสามารถลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสตรวจพบความผิดปกติก่อนที่จะกลายเป็นโรครุนแรงได้

1. คัดกรองเมื่อถึงวัย แม้ไม่มีอาการ

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป แนวทางสากลแนะนำให้เริ่มคัดกรองตั้งแต่อายุ 45 ปี และตรวจต่อเนื่องถึงอายุประมาณ 75 ปี ส่วนผู้ที่อายุ 76–85 ปีควรพิจารณาเป็นรายบุคคลตามสุขภาพโดยรวมและประวัติการตรวจเดิม

การคัดกรองไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการส่องกล้องทุกคน มีหลายทางเลือก เช่น

การตรวจอุจจาระหาเลือดแฝงแบบ FIT

มักตรวจเป็นประจำทุกปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไปและไม่มีอาการ

ข้อสำคัญคือ หากผลเป็นบวก ต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่ต่อ ไม่ควรตรวจ FIT ซ้ำเพื่อหวังว่าครั้งถัดไปจะเป็นลบ

การตรวจอุจจาระหลายองค์ประกอบ

ตรวจทั้งเลือดแฝงและความผิดปกติของสารพันธุกรรมบางชนิด ระยะห่างในการตรวจขึ้นกับชนิดของชุดตรวจและแนวทางที่ใช้

การส่องกล้องลำไส้ใหญ่

สามารถตรวจเห็นเยื่อบุลำไส้โดยตรง เก็บชิ้นเนื้อ และตัดติ่งเนื้อออกในครั้งเดียว

ในผู้มีความเสี่ยงทั่วไป หากผลปกติและการเตรียมลำไส้มีคุณภาพดี อาจเว้นระยะประมาณ 10 ปี แต่หากพบติ่งเนื้อ ระยะติดตามจะสั้นลงตามจำนวน ขนาด ชนิด และผลพยาธิวิทยา

การนัดครั้งต่อไปจึงไม่ควรใช้ตัวเลขเดียวกับทุกคน ต้องยึดตามรายงานการส่องกล้องและคำแนะนำของแพทย์

2. รู้ประวัติมะเร็งในครอบครัว

อย่ารู้เพียงว่า “ญาติเคยเป็นมะเร็ง”

ควรถามให้ชัดว่า

* เป็นมะเร็งอวัยวะใด
* เป็นญาติสายตรงหรือไม่
* ตรวจพบเมื่ออายุเท่าใด
* มีญาติเป็นมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่
* เคยมีใครตรวจพบติ่งเนื้อจำนวนมากหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้อาจเปลี่ยนอายุที่ควรเริ่มคัดกรองและความถี่ในการตรวจได้

3. ลดเนื้อแปรรูปอย่างจริงจัง

อย่ามองไส้กรอก แฮม เบคอน หรือกุนเชียงเป็นโปรตีนหลักในทุกเช้า

อาหารเหล่านี้อาจกินเป็นครั้งคราวได้ แต่ไม่ควรเป็นอาหารประจำวัน โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็ก เพราะพฤติกรรมอาหารที่สร้างตั้งแต่วัยเด็กมักติดไปจนถึงวัยผู้ใหญ่

4. กินอาหารจากพืชให้หลากหลาย

ไม่จำเป็นต้องกินแต่สลัด และไม่จำเป็นต้องเลิกกินข้าว

วิธีที่คนไทยทำได้จริง เช่น

* เพิ่มผักอย่างน้อยครึ่งจานในมื้อหลัก
* เลือกข้าวกล้องหรือธัญพืชไม่ขัดสีบางมื้อ
* เพิ่มถั่วและเต้าหู้
* กินผลไม้ทั้งผลแทนน้ำผลไม้
* ลดอาหารสำเร็จรูปและอาหารแปรรูปสูง
* เลือกโปรตีนจากปลา ไข่ ถั่ว และเนื้อสัตว์ไม่ติดมันให้หลากหลาย

การเพิ่มใยอาหารควรค่อย ๆ เพิ่มพร้อมกับดื่มน้ำให้เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่เดิมกินผักน้อยมาก เพื่อลดอาการแน่นท้องหรือท้องอืด

5. ออกกำลังกายและลดเวลานั่ง

เป้าหมายพื้นฐานสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่คือ มีกิจกรรมระดับปานกลางประมาณ 150–300 นาทีต่อสัปดาห์ หรือกิจกรรมหนักประมาณ 75–150 นาทีต่อสัปดาห์ พร้อมฝึกกล้ามเนื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน

แต่ไม่ควรรอให้มีเวลาว่างหนึ่งชั่วโมงจึงจะเริ่ม

การเดินหลังอาหาร 10–15 นาที
ลุกจากเก้าอี้ทุก 30–60 นาที
เดินขึ้นบันได
ทำงานบ้าน
และเพิ่มจำนวนก้าวในชีวิตประจำวัน

ล้วนดีกว่าการนั่งต่อเนื่องทั้งวัน

6. รักษาน้ำหนักโดยรักษากล้ามเนื้อด้วย

เป้าหมายไม่ใช่การผอมที่สุด แต่คือการลดไขมันส่วนเกินโดยเฉพาะรอบเอว พร้อมรักษาหรือเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

ควรเน้นโปรตีนที่เหมาะสม ออกกำลังกายแบบแรงต้าน นอนหลับเพียงพอ และหลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักแบบรวดเร็วเกินไป

7. งดบุหรี่และลดแอลกอฮอล์

ไม่มีวิตามินหรืออาหารเสริมใดชดเชยความเสียหายจากการสูบบุหรี่หรือดื่มหนักได้

คนที่ไม่สูบ ไม่ควรเริ่ม
คนที่สูบ ควรขอความช่วยเหลือเพื่อเลิก
คนที่ดื่ม ควรลดความถี่และปริมาณ โดยในมุมการป้องกันมะเร็ง การไม่ดื่มให้ความเสี่ยงต่ำที่สุด

8. อย่าใช้อาหารเสริมแทนการคัดกรอง

ยังไม่มีอาหารเสริม โปรไบโอติก สมุนไพร วิตามิน หรือผลิตภัณฑ์ล้างลำไส้ชนิดใด ที่สามารถรับประกันว่าจะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้

บางผลิตภัณฑ์อาจช่วยในด้านโภชนาการหรือการขับถ่ายในบางคน แต่ไม่สามารถตัดติ่งเนื้อ ไม่สามารถยืนยันว่าภายในลำไส้ไม่มีก้อน และไม่สามารถใช้แทน FIT หรือการส่องกล้องได้

ยิ่งไปกว่านั้น การซื้อยาหรืออาหารเสริมมากินเองเพราะถ่ายไม่ดี อาจทำให้การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงล่าช้า

⸻

อาการแบบไหนไม่ควรรอถึงวันตรวจคัดกรอง?

การคัดกรองหมายถึงการตรวจในคนที่ไม่มีอาการ

แต่ถ้ามีอาการผิดปกติแล้ว การตรวจนั้นถือเป็นการตรวจเพื่อวินิจฉัย และไม่จำเป็นต้องรอให้อายุครบ 45 ปี

ควรไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ เช่น

* ถ่ายเป็นเลือด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
* อุจจาระดำผิดปกติ
* ท้องผูกหรือท้องเสียที่เปลี่ยนไปจากเดิมและเป็นต่อเนื่อง
* รู้สึกถ่ายไม่สุด
* ลักษณะหรือขนาดอุจจาระเปลี่ยนต่อเนื่อง
* ปวดท้อง แน่นท้อง หรือท้องอืดเรื้อรัง
* น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
* เหนื่อยง่าย หน้ามืด หรือพบภาวะซีดจากการขาดธาตุเหล็ก
* คลำได้ก้อนในท้อง
* ท้องอืดมาก อาเจียน ไม่ผายลม หรือไม่ถ่าย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของลำไส้อุดตัน

อาการเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นมะเร็ง เพราะริดสีดวง ลำไส้แปรปรวน การติดเชื้อ หรือโรคทางเดินอาหารอื่นก็ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้

แต่ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นริดสีดวงหรือเป็นเพราะอายุ โดยยังไม่ได้รับการตรวจ โดยเฉพาะหากอาการเกิดใหม่ เป็นต่อเนื่อง หรือรุนแรงขึ้น

⸻

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการส่องกล้องครั้งนี้

ผมไม่ได้ไปตรวจเพราะมีอาการ

ผมไปตรวจเพราะถึงวัยที่ควรเริ่มคัดกรอง

และสุดท้ายผมก็พบความผิดปกติจริง

โชคดีที่ติ่งเนื้อของผมเป็นเพียงติ่งเนื้อจากการอักเสบ ไม่พบการกลายพันธุ์และไม่มีเซลล์มะเร็ง

แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ผมคิดว่า ถ้าวันนั้นผมบอกตัวเองว่า

“ยังแข็งแรงอยู่”
“ไม่มีอาการอะไร”
“ผลเลือดก็ปกติ”
“ไว้ปีหน้าค่อยตรวจ”

ผมก็คงไม่มีวันรู้ว่าภายในลำไส้ใหญ่ของตัวเองมีติ่งเนื้ออยู่

ผลเลือดปกติไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีติ่งเนื้อหรือไม่มีมะเร็งระยะแรก

การขับถ่ายได้ทุกวันก็ไม่ได้ยืนยันว่าลำไส้ไม่มีความผิดปกติ

และการไม่มีเลือดออกก็ไม่ได้ยืนยันว่าเราปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

⸻

สุดท้ายนี้ ผมอยากฝากไว้สามประโยค

หนึ่ง การไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่มีโรค

สอง ติ่งเนื้อไม่ใช่มะเร็งทุกก้อน แต่ติ่งเนื้อบางชนิดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็ง

สาม การคัดกรองไม่ได้มีไว้เพื่อค้นหามะเร็งอย่างเดียว แต่มีไว้เพื่อค้นหาและตัดสิ่งที่อาจกลายเป็นมะเร็งออกก่อน

ผมถือว่าตัวเองโชคดีครับ

โชคดีที่ตัดสินใจตรวจ
โชคดีที่พบติ่งเนื้อ
และโชคดีที่ผลออกมาไม่ใช่มะเร็ง

แต่เราไม่ควรฝากชีวิตไว้กับคำว่าโชคดีเพียงอย่างเดียว

หากคุณอายุ 45 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการ ลองปรึกษาแพทย์ว่าควรเริ่มคัดกรองด้วยวิธีใด

หากคุณมีประวัติครอบครัว เคยมีติ่งเนื้อ หรือมีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง คุณอาจต้องเริ่มตรวจเร็วกว่านั้น

และหากคุณกำลังมีอาการผิดปกติ อย่ารอให้อาการหนัก อย่ารอให้ซีด อย่ารอให้น้ำหนักลด และอย่ารอจนลำไส้อุดตันจึงค่อยไปโรงพยาบาล

สุดท้ายนี้ ผมขอส่งกำลังใจให้คุณสุนารี ราชสีมาอีกครั้งครับ

ขอให้พี่สุปลอดภัย ขอให้ผลชิ้นเนื้อออกมาดี และขอให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว

ผมหวังว่าเรื่องราวของผมและข่าวของพี่สุ จะไม่ได้ทำให้ทุกคนตื่นตระหนก แต่จะทำให้เรา “ตื่นตัว” และหันมาให้ความสำคัญกับการคัดกรองมากขึ้น

เพราะบางครั้ง การยอมเสียเวลาตรวจเพียงหนึ่งวัน อาจช่วยเพิ่มเวลาให้เราได้อยู่กับคนที่รักไปอีกหลายสิบปีครับ

หมอเจด...เจตนาดี

#หมอเจด #มะเร็งป้องกันได้ไม่ควรเป็น
#มะเร็งรักษาได้ไม่ควรตาย
#หมอเจดสุขภาพ #สุขภาพ
#สุขภาพดี #สุขภาพดีกับหมอเจด
#เบาหวานหายได้ #อ้วนได้ก็ผอมได้

ที่อยู่

Thanyaburi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ แม่แอร์ แชร์เรื่องประกันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์