22/12/2025
5 เทคนิคเลือกซื้อประกันสุขภาพ
💰 คุ้มครองให้พอ
อันดับแรกต้องดูว่าค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาลที่เราใช้อยู่ประจำหรือโรงพยาบาลใกล้ๆบ้านนั้นอยู่ที่เท่าไหร่ แล้วมาดูแบบประกันที่มีความคุ้มครองให้เพียงพอ แต่หากต้องการความคุ้มครองที่มากขึ้นเพื่อรองรับในส่วนที่มีค่าใช้จ่ายสูงๆ เช่น ค่าผ่าตัด ค่ายาที่นับวันก็จะแพงขึ้นตลอดเวลา ก็สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม อาจเป็นประเภทค่ารักษาเหมาจ่ายซึ่งจะเพิ่มวงเงินคุ้มครองขึ้นอีกเยอะทีเดียว เพราะโรคบางโรค โรงพยาบาลที่เราใช้บริการประจำก็อาจรับมือไม่ไหว ก็ต้องเปลี่ยนไปโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือครบ แพทย์เก่งๆ แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่ารักษาที่แพงขึ้นครับ
🗓️ คุ้มครองให้นาน
ถ้าถามว่า...เราอยากมีความคุ้มครองสุขภาพไปนานแค่ไหน? เกือบทุกคนจะตอบว่า “นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” จึงควรซื้อพ่วงกับประกันหลักที่เป็นแบบตลอดชีพ ถ้าจ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องทุกปี ความคุ้มครองสุขภาพก็จะยาวไปจนถึงระยะเวลาที่ไม่สามารถต่ออายุประกันสุขภาพได้อีก อาจเป็นตอนอายุ 80-99 ปี แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน
🦠 คุ้มครองให้ครบ
นอกจากการเจ็บป่วยทั่วๆไปแล้ว เรายังต้องเตรียมรับมือกับโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูงๆ เช่น มะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ฯลฯ ด้วย โรคเหล่านี้สามารถเป็นกันได้ทุกคน สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับโรคร้าย คือ ค่าใช้จ่ายในการรักษาที่แพงมาก ความคุ้มครองที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ ก็ควรซื้อประกันโรคร้ายแรงเอาไว้ด้วย เอาไว้มาช่วยค่ารักษาที่ประกันสุขภาพอื่นๆคุ้มครองไม่พอ
📈 คุ้มครองถึงอนาคต
มีใครเคยเห็นค่ารักษาพยาบาลปีไหนถูกลงบัางไหมครับ? มันมีแต่จะแพงขึ้นทุกปีๆ ประกันสุขภาพที่เคยซื้อไว้ก็อาจคุ้มครองไม่ไหวเสียแล้ว เช่นกันครับ ประกันสุขภาพที่เราซื้อด้วยความคุ้มครองที่แค่เพียงพอในวันนี้ก็คงไม่สามารถคุ้มครองค่ารักษาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตแน่นอน ฉะนั้น เราควรทำการทบทวนความคุ้มครองเป็นระยะเทียบกับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นว่ายังเพียงพอหรือไม่ อาจจะมีการซื้อเพิ่มเป็นระยะๆในขณะที่สุขภาพยังแข็งแรงอยู่
💊 คุ้มครอง Long-term Health Care
นี่จะถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในความคุ้มครองสุขภาพของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ การทำประกันสุขภาพแบบ Long-term Health Care ด้วย Unit-linked ได้รับความสนใจมากขึ้นในยุคนี้ ความคุ้มครองแทบจะไม่ต่างจากประกันสุขภาพทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่เบี้ยประกันหลังจากที่หักค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่างๆแล้วจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนรวม ทำให้ “มีโอกาส” ที่เงินในกองทุนจะเติบโตแซงเบี้ยประกันที่จ่ายไป และเมื่อกองทุนมีมูลค่าเพียงพอก็สามารถใช้เงินในหน่วยลงทุนที่มีอยู่มาจ่ายเบี้ยประกันโดยไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง ทำให้ “มีโอกาส” จ่ายเบี้ยสั้นแต่คุ้มครองยาวได้
ถ้ามีได้ตามนี้ก็ถือว่าครบแล้วครับ และควรรีบทำทันที เพราะหากสุขภาพเปลี่ยนไปอาจไม่มีบริษัทประกันไหนยอมคุ้มครองเลย สุดท้ายเราก็จะต้องรับประกันสุขภาพของตัวเองด้วยเงินของตัวเองครับ
พัชภัคกร สุรรัตน์
นักวางแผนการเงิน FChFP, ChLP
#ประกันสุขภาพ