27/05/2024
บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI มีผลการดำเนินงานงวด 12 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2567 มีขาดทุนสุทธิ 3,488.77 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.312 บาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น %จากงวดปีก่อนหน้า มีขาดทุนสุทธิ 64.88 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.006 บาท
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2567 งดจ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานวันที่ 1 เม.ย. 2566 ถึงวันที่ 31 มี.ค. 2567
คณะกรรมการบริษัทยังมีมติเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวนหุ้นสามัญที่เพิ่มทุน 559 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (Par) 0.10 บาทต่อหุ้น จัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวนหุ้นที่จัดสรร 559 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.99% ต่อทุนชำระแล้ว
กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 19 ก.ค. 2567 เวลา 14.00 น. ณ ห้องพญาไท แกรนด์ บอลรูม ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท เลขที่ 18 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record date) 11 มิ.ย. 2567 วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม 10 มิ.ย. 2567
วาระการประชุมที่สำคัญ การเพิ่มทุน งดจ่ายเงินปันผล พิจารณาอนุมัติการโอนทุนสำรองตามกฎหมายและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญเพื่อชดเชยผลขาดทุนสะสมในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ
บริษัทชี้แจงผลการดำเนินงานระบุว่า ในปี 2566/67 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการและการขายทั้งหมด 4,813 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนจากรายได้ของธุรกิจสื่อโฆษณาร้อยละ 44 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 40 สัดส่วนรายได้จากธุรกิจการให้บริการด้านดิจิทัลร้อยละ 32 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 29และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายร้อยละ 24ลดลงจากร้อยละ 31ซึ่งรายได้จากธุรกิจการจัดจำหน่ายลดลงร้อยละ 23.1ในขณะที่รายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาและธุรกิจ
การให้บริการด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 และร้อยละ 8.5 ตามลำดับ ดังนั้น บริษัทฯ มีรายได้รวมลดลงเล็กน้อย หรือลดลงร้อยละ 1.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
รายได้จากธุรกิจสื่อโฆษณาในปี 2566/67 อยู่ที่ 2,105 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตราใช้สื่อโฆษณาในทุกประเภทสื่อ โดยปี 2566/67 มีอัตราใช้อยู่ที่ร้อยละ 47 .1 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 45.1 ในปีก่อนหน้า แม้ว่า บริษัทฯ มีกำลังการผลิตสื่อเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.9จากปีก่อนหน้า
รายได้จากธุรกิจการให้บริการด้านดิจิทัล เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5 จากปีก่นหน้า ไปอยู่ที่ 1,544 ล้านบาท มีสาเหตุมาจากการได้รับแรงหนุนจากแคมเปญการตลาดในปีที่ผ่านมาทำให้มีการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานบัตรแรบบิทและอัตราการใช้ การเติบโตอย่างมากของยอดการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการออกจำนวนกรมธรรม์ประกันภัยที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้จาก Digital Lab ส่งผลเชิงบวกต่อทั้งรายได้ธุรกิจการให้บริการด้านดิจิทัลและธุรกิจสื่อโฆษณา
ในส่วนของรายได้ธุรกิจการจัดจำหน่ายมีจำนวน 1,163 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 23.1เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากการปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มอัตรากำไรผ่านการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง ณ สิ้นสุดปี 2566/67 มีสัดส่วนของแบนด์ตนเองที่ร้อยละ 21 จากร้อยละ 17 ในปี 2565/66
อย่างไรก็ตาม รายได้จาก TURTLE เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากรายได้จากพื้นที่ให้เช่าเชิงพาณิชย์และรายได้ของธุรกิจค้าปลีก โดยในปีที่ผ่านมา มีการขยายสาขาของร้าน Turtle ทั้งหมด 19 ร้าน
ในปี 2566/67 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นทั้งสิ้น 1,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 .1เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มีสาเหตุมาจากการปรับรูปแบบสินค้า โดยเน้นมาที่สินค้าของตนเองที่ให้กำไรขั้นต้นสูงกว่า นอกจากนี้ RCare ได้พัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานและลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ยิ่งไปกว่านั้น การขยายสาขาของร้าน Turtle นำมาสู่การประหยัดต่อขนาด (Economy of scale) และการพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
บริษัทฯ มีต้นทุนบริการและขายลดลงร้อยละ 4.5 จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 30.2 จากร้อยละ 27.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
รายได้อื่นลดลงร้อยละ 26.9 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 647 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ ได้แก่กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทร่วม
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.4 จากปีก่อนหน้า ไปอยู่ที่ 2,522ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการขยายสาขาของ TURTLE และการขยายธุรกิจของ RCash และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ ได้แก่ ค่าวิชาชีพทนายความ เป็นต้น แต่รายได้ค่อนข้างคงที่ทำให้อัตราค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อรายได้ในปี 2566/67 เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 52.4จากร้อยละ 41.6 ในปี 2565/66
นอกจากนี้ ยังมีรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ อันเกิดจากการบันทึกขาดทุนจากการจำหน่ายเงินลงทุน KEX จำนวน 2,363 ล้านบาท และ ขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 433 ล้านบาท
ในปี 2566/67 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมค้าและบริษัทร่วมจำนวน 735 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนนี้มีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ขาดทุนของ KEX และส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก JMart จากที่กล่าวมาทั้งหมด บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิประจำปี 2566/67 จำนวน 3,489 ล้านบาท