Tactical Forex เทรดแกมโกง

Tactical Forex เทรดแกมโกง Trade Forex with tactic which is well calculated & designed to survive on any stage of the market.

26/04/2026

#เทรดยังไงให้ชนะตลาด
การจะชนะตลาด Forex ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมี "สูตรลับ" ที่แม่นยำ 100% แต่ขึ้นอยู่กับการจัดการ ความเสี่ยง (Risk Management) และ วินัย (Discipline) ที่เข้มงวด นี่คือสรุปกลยุทธ์และแนวคิดที่คนที่ประสบความสำเร็จใช้กัน

​1. เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะกับ "จริต" และไลฟ์สไตล์
​คนเทรดสำเร็จไม่ได้เทรดทุกสไตล์ แต่เขาเลือกสิ่งที่ถนัดที่สุด:
1.1) Trendd Following (ตามเทรนด์): ใช้เครื่องมืออย่าง Moving Averages หรือ ADX เพื่อหาทิศทางหลัก แล้วรันกำไรไปจนกว่าเทรนด์จะเปลี่ยน เหมาะสำหรับคนที่มีความอดทนสูง
1.2) ​Breakout Trading: รอให้ราคาพุ่งทะลุแนวรับ-แนวต้านที่สำคัญ โดยดู Volume ประกอบเพื่อยืนยันว่าเป็น "ของจริง" ไม่ใช่ False Break
1.3) ​Price Action: เทรดด้วยกราฟเปล่า ดูรูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Patterns) และโครงสร้างตลาด (Market Structure) เพื่อเข้าใจพฤติกรรมผู้เล่นในตลาด
1.4) ​Carry Trade: คือการกินส่วนต่างดอกเบี้ยโดยถือครองสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงและขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำ (เช่น คู่เงินที่เกี่ยวกับ JPY)

​2. กฎเหล็ก "การบริหารเงิน" (Money Management)
​นี่คือสิ่งที่แยก "นักพนัน" ออกจาก "นักเทรดมือโปร":
​กฎ 1-2%: อย่าเสี่ยงเกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมดในแต่ละไม้ (เช่น มีเงิน 1,000 เสียได้ไม่เกิน 20 ต่อไม้)
​Risk/Reward Ratio (RR): ต้องคุ้มค่าเสมอ อย่างน้อยควรเป็น 1:2 (เสี่ยง 1 เพื่อกำไร 2) เพื่อให้แม้จะเทรดแพ้ครึ่งหนึ่ง แต่พอร์ตโดยรวมยังกำไร
​Stop Loss คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์: ห้ามขยับ Stop Loss หนีเพียงเพราะ "หวังว่า" ราคามันจะกลับมา

​3. วิเคราะห์แบบ Top-Down Analysis
​อย่ามองแค่ไทม์เฟรมเดียว ให้เริ่มดูจากภาพใหญ่ไปหาภาพเล็ก:
​Time Frame ใหญ่ (Day/Weekly): ดูเทรนด์หลักและแนวรับ-แนวต้านสำคัญ
​Time Frame กลาง (H4/H1): หาจังหวะที่ราคาย่อตัวหรือพักตัวในเทรนด์นั้น
​Time Frame เล็ก (M15/M5): ใช้หาจุดเข้า (Entry Point) ที่คมที่สุดเพื่อให้ Stop Loss แคบลง

​4. พัฒนา "จิตวิทยาการเทรด"
​Journaling (บันทึกการเทรด): คนที่ชนะจะจดบันทึกทุกไม้ที่เข้า เพราะอะไรถึงเข้า? พลาดตรงไหน? เพื่อนำมา Backtest และปรับปรุง
​อย่าเทรดด้วยอารมณ์: เมื่อแพ้ห้าม "เทรดเอาคืน" (Revenge Trading) และเมื่อชนะห้าม "มั่นใจเกินไป" จนโอเวอร์เทรด
​รอให้เป็น: ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมงก็จริง แต่จังหวะที่มีความน่าจะเป็นสูง (High Probability) อาจมีแค่ไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์

​5. เกาะติดกระแสโลก (Fundamental)
​ในปี 2026 ตลาดมีความผันผวนสูงจากนโยบายธนาคารกลาง (Fed, BOJ) และเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์:
​ติดตาม Economic Calendar เสมอ เพื่อเลี่ยงการเทรดช่วงประกาศตัวเลขสำคัญหากคุณไม่ใช่สายเทรดข่าว
​เข้าใจว่าสกุลเงินแต่ละตัวมี "บุคลิก" ต่างกัน เช่น JPY มักเป็น Safe Haven ในยามวิกฤต

​คำแนะนำเพิ่มเติม: เริ่มต้นด้วยบัญชี Demo หรือพอร์ตขนาดเล็กก่อนจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ากลยุทธ์ของคุณทำกำไรได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3-6 เดือน แล้วค่อยเพิ่มทุน ดูว่า​คุณเองมีสไตล์การใช้ชีวิตที่สะดวกเฝ้าจอบ่อยๆ หรือเน้นเทรดแบบวางแผนทิ้งไว้มากกว่ากัน จะได้โฟกัสให้ถูกจุด

25/04/2026

หรือ Smart Money Concepts คือกลยุทธ์การเทรดที่ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ตลาด Forex (และตลาดการเงินอื่นๆ) ไม่ได้เคลื่อนไหวแบบสุ่ม แต่ถูกควบคุมและขับเคลื่อนโดย "Smart Money" (รายใหญ่) ซึ่งได้แก่ สถาบันการเงินระดับโลก ธนาคารกลาง และกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่มีเม็ดเงินมหาศาล
​แนวคิดหลักของ SMC คือการ "เลิกเทรดแบบรายย่อย (Retail Traders) แต่หันมาแกะรอยและเทรดไปในทิศทางเดียวกับรายใหญ่" ในความเป็นจริงแล้ว SMC คือการนำเอาหลักวิชา Price Action และ Supply/Demand แบบดั้งเดิม มาจัดระเบียบใหม่และตั้งชื่อคำศัพท์เฉพาะทางขึ้นมาเพื่อให้เห็นภาพพฤติกรรมของสถาบันการเงินได้ชัดเจนขึ้น
​นี่คือหลักการและองค์ประกอบพื้นฐานที่ SMC ใช้ในการวิเคราะห์กราฟ

​1. โครงสร้างตลาด (Market Structure)
​SMC ให้ความสำคัญกับการอ่านโครงสร้างราคาเป็นอันดับแรก เพื่อดูว่ารายใหญ่กำลังคุมตลาดไปในทิศทางไหน โดยมีคำศัพท์หลักๆ คือ:
​BOS (Break of Structure): การที่ราคาสามารถทะลุจุดสูงสุด (High) หรือจุดต่ำสุด (Low) เดิมไปได้ เพื่อทำเทรนด์ต่อไป
​CHOCH (Change of Character): สัญญาณเตือนว่าโครงสร้างตลาดกำลังจะเปลี่ยนทิศทาง (เช่น จากขาขึ้นเปลี่ยนเป็นขาลง) เกิดขึ้นเมื่อราคาทะลุจุด Low หรือ High สำคัญของเทรนด์เดิม

​2. สภาพคล่อง (Liquidity)
​นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดของ SMC รายใหญ่มีเงินมหาศาล การที่พวกเขาจะเข้าซื้อหรือขายของจำนวนมากๆ ได้ พวกเขาต้องการ "คนฝั่งตรงข้าม" (สภาพคล่อง) มารับออเดอร์
​รายใหญ่มักจะลากราคาไปทำลายจุดที่รายย่อยชอบวาง Stop Loss (SL) ไว้เยอะๆ เช่น บริเวณเหนือแนวต้าน หรือใต้แนวรับ
​พฤติกรรมนี้เรียกว่า Liquidity Grab หรือ Stop Hunt (การกิน SL รายย่อยเพื่อเติมออเดอร์ให้รายใหญ่) SMC จะสอนให้คุณมองหาจุดเหล่านี้เพื่อดักรอเข้าเทรดพร้อมรายใหญ่ แทนที่จะเป็นเหยื่อ

​3. บล็อกคำสั่งซื้อขาย (Order Blocks - OB)
​Order Block คือ โซนราคาที่เชื่อว่ารายใหญ่ได้ทำการสะสมออเดอร์ (Accumulation) หรือกระจายออเดอร์ (Distribution) ไว้จำนวนมาก
​ในกราฟ OB มักจะเป็นแท่งเทียนสีตรงข้ามแท่งสุดท้าย ก่อนที่ราคาจะพุ่งตัวออกไปอย่างรุนแรง (เช่น แท่งแดงสุดท้ายก่อนราคาพุ่งเป็นสีเขียวขึ้นไปยาวๆ)
​เทรดเดอร์สาย SMC จะรอให้ราคาย่อกลับมาที่โซน OB นี้ (Mitigation) เพื่อเข้าเทรดตามน้ำ เพราะเชื่อว่ารายใหญ่จะปกป้องต้นทุนของตัวเองบริเวณนี้

​4. ช่องว่างของราคา (Imbalance / Fair Value Gap - FVG)
​เมื่อรายใหญ่อัดเม็ดเงินเข้าตลาด ทำให้ราคาพุ่งหรือร่วงอย่างรุนแรง มันจะทิ้ง "ช่องว่าง" เอาไว้บนกราฟ เรียกว่า Imbalance หรือ FVG
​ลักษณะคือแท่งเทียนยาวๆ ที่ไม่มีไส้เทียนของแท่งก่อนหน้าและแท่งถัดไปมาซ้อนทับกัน
​ตามหลักการ SMC ตลาดจะมีความพยายามวิ่งกลับมา "เติมเต็ม" (Fill) ช่องว่างเหล่านี้เสมอเพื่อรักษาสมดุลของราคา เทรดเดอร์จึงใช้ FVG เป็นจุดสังเกตเพื่อหาเป้าหมายในการทำกำไร (Take Profit) หรือจุดเข้าเทรด

#​บทสรุปตามความเป็นจริง
​ระบบ SMC เป็นระบบที่มีตรรกะรองรับที่ดีเยี่ยมและช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจพฤติกรรมราคา (Price Action) ได้ลึกซึ้งขึ้น ช่วยลดอัตราการถูกชน Stop Loss แบบงงๆ ได้ดี
​แต่ข้อควรระวังคือ SMC ไม่ใช่ "จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail)" ที่เทรดแล้วจะไม่มีวันแพ้ และตลาดก็ไม่ได้ถูกแทรกแซงโดยสถาบันการเงินในทุกๆ การขยับของกราฟ นอกจากนี้ คำศัพท์ของ SMC ค่อนข้างเยอะและซับซ้อน (BOS, CHOCH, FVG, OB, EQH, EQL) ซึ่งอาจทำให้มือใหม่สับสนได้ง่ายในช่วงเริ่มต้น

  โปรโมชั่นล่าสุดครับThe Funded Trader ใครสนใจเทรดกองทุนนี้ สามารถดูอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ตามนี้ครับสมัครผ่านลิงค์นี้เพ...
26/04/2023

โปรโมชั่นล่าสุดครับ

The Funded Trader
ใครสนใจเทรดกองทุนนี้ สามารถดูอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ตามนี้ครับ

สมัครผ่านลิงค์นี้เพื่อรับส่วนลด
http://bit.ly/3X9qHmE

โปรโมชั่น
1) ใส่โค้ด : CEASER ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
ได้รับส่วนลด 15% (ใช้ได้ครั้งเดียว) + คืนค่าสอบ125%
วันหมดอายุ : ไม่มี

2) ใส่โค้ด : VICTORY95 ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
คืนค่าสอบ 125% + แบ่งกำไรครั้งแรก95%(หลังจากนั้นแบ่ง 85%)
วันหมดอายุ : 30 เม.ย.

3) บัญชีอื่นๆ ไม่จำกัดเวลา ลด 5% จากราคาปกติ
เมื่อกดสมัครผ่านลิงค์ http://bit.ly/3X9qHmE

โอ้ว! โปรใหม่เด็ดมากๆ แบ่งกำไรจากพอร์ตสอบเฟส1/2ด้วยThe Funded Trader ใครสนใจเทรดกองทุนนี้ สามารถดูอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT...
21/03/2023

โอ้ว! โปรใหม่เด็ดมากๆ แบ่งกำไรจากพอร์ตสอบเฟส1/2ด้วย

The Funded Trader
ใครสนใจเทรดกองทุนนี้ สามารถดูอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ตามนี้ครับ

สมัครผ่านลิงค์นี้เพื่อรับส่วนลด
http://bit.ly/3X9qHmE

โปรโมชั่น
1) ใส่โค้ด : CEASER ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
ได้รับส่วนลด 15% (ใช้ได้ครั้งเดียว) + คืนค่าสอบ125%
วันหมดอายุ : ไม่มี

2) ใส่โค้ด : MARBLE ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
ได้รับส่วนลด 10%, + คืนค่าสอบ 110% + แบ่งกำไร10% จากพอร์ตสอบ เฟส1/2
เช่น ถ้าคุณสอบผ่านพอร์ตขนาด 100,000 USD คุณจะได้เงินส่วนแบ่งขั้นต่ำดังนี้
800usd จากเฟส1 (10%ของเป้ากำไร8พัน)
500usd จากเฟส2 (10%ของเป้ากำไร5พัน)
รวมเป็น 1,300usd (ย้ำว่านี่คือขั้นต่ำ) ยิ่งกำไรมากยิ่งได้มาก
วันหมดอายุ : 1 เม.ย.

3) บัญชีอื่นๆ ไม่จำกัดเวลา ลด 5% จากราคาปกติ
เมื่อกดสมัครผ่านลิงค์ http://bit.ly/3X9qHmE

The Funded Trader ใครสนใจเทรดกองทุนนี้ สามารถดูอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ตามนี้ครับสมัครผ่านลิงค์นี้เพื่อรับส่วนลดhttp://bi...
15/03/2023

The Funded Trader
ใครสนใจเทรดกองทุนนี้ สามารถดูอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ตามนี้ครับ

สมัครผ่านลิงค์นี้เพื่อรับส่วนลด
http://bit.ly/3X9qHmE

โปรโมชั่น
1) ใส่โค้ด : CEASER ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
ได้รับส่วนลด 15% (ใช้ได้ครั้งเดียว) + คืนค่าสอบ125%
วันหมดอายุ : ไม่มี

2) ใส่โค้ด : POTOFGOLD ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
ได้รับส่วนลด 5%, + คืนค่าสอบ 150% + ส่วนแบ่งกำไร 92%(ปกติแบ่ง80%)
วันหมดอายุ : 17 มี.ค

3) บัญชีอื่นๆ ลด 5% จากราคาปกติ
เมื่อกดสมัครผ่านลิงค์ http://bit.ly/3X9qHmE

The Funded Trader ใครสนใจเทรดกองทุน ปักหมุดโพสต์นี้ไว้เลยนะครับ แอดมินจะอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ให้เรื่อยๆสมัครผ่านลิงค์น...
08/02/2023

The Funded Trader
ใครสนใจเทรดกองทุน ปักหมุดโพสต์นี้ไว้เลยนะครับ แอดมินจะอัพเดทโปรโมชั่นของ TFT ให้เรื่อยๆ

สมัครผ่านลิงค์นี้เพื่อรับส่วนลด
http://bit.ly/3X9qHmE

โปรโมชั่น
1) ใส่โค้ด : CEASER ใช้ได้ทุกประเภทบัญชี
ได้รับส่วนลด 15% (ใช้ได้ครั้งเดียว) + คืนค่าสอบ125%
วันหมดอายุ : ไม่มี

2) ใส่โค้ด : KNIGHTCHALLENGE ใช้ได้เฉพาะบช. Knight สอบเฟสเดียวผ่านแล้วได้พอร์ตจริงเลย
ได้รับส่วนลด 12.5%
วันหมดอายุ : 28 ก.พ.

3) ใส่โค้ด : CROWN ใช้ได้เฉพาะบช. Royal สามารถถือชนข่าวได้+ข้ามวีคได้+ใช้ EA, Copy trade ได้
ได้รับส่วนลด 15% + คืนค่าสอบ125%
วันหมดอายุ : 17 ก.พ.

4) บัญชีอื่นๆ ลด 5%
เมื่อกดสมัครผ่านลิงค์ http://bit.ly/3X9qHmE

 #สอบกองทุนเทรดเอง ทุนน้อย แนะนำให้แบ่งกำไรมาสอบกองทุนดีกว่าครับ เริ่มต้นเพียงแค่ 175$ เพื่อชิงพอร์ตทุน 25,000$ (อ่านเงื...
03/02/2023

#สอบกองทุน
เทรดเอง ทุนน้อย แนะนำให้แบ่งกำไรมาสอบกองทุนดีกว่าครับ เริ่มต้นเพียงแค่ 175$ เพื่อชิงพอร์ตทุน 25,000$ (อ่านเงื่อนการสอบไขในรูปหรือเวปไซต์ได้เลยนะครับ)
The Funded Trader เป็นกองทุนที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆ มาแรงมากๆในช่วงนี้ ยอดสมัครตามหลัง FTMO และ MFF มาแบบติดๆ ข้อดีคือมีพอร์ตสอบให้เลือกหลายแบบ เงื่อนไข ยืดหยุ่นตอบโจทย์เทรดเดอร์แต่ละคนได้เป็นอย่างดี แถมมีส่วนลด กิจกรรมแข่งเทรดชิงเงิน + พอร์ตสอบมากมาย หากมีข้อสงสัยตรงไหนสอบถามทางเพจได้เลยครับ

#โปรโมชั่นตอนนี้ ส่วนลดจากกองทุน TFT 7.5% + ส่วนลดจากลิงค์ของเพจอีก 5% 😲😲😲

✨ พร้อมเงื่อนไข แบ่งกำไร 90% (ปกติ80%) + คืนค่าสอบเมื่อผ่านอีก 110% ✨

กดลิงค์นี้เท่านั้นเพื่อรับส่วนลดอีก5%
http://bit.ly/3X9qHmE

⏲️ หมดอายุ : 5 กุมภาพันธ์ 2023
👉 ใส่ Discount Code : BULLSEYE (ลด7.5%)
👉 Affiliate Code (ผ่านลิงค์) : TFT888 (ลด5% ไม่มีหมดอายุ)

สู้ให้เต็มที่นะครับ 💥💯

 #ข้ออ้างเดิมๆของเทรดเดอร์ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะยาว แต่มันผิดทางอ่ะ ทำไงได้พอร์ตแดงล่ะทนได้ทนดี ถือยาวเป็นเดือนก็ยังไหวพ...
03/09/2020

#ข้ออ้างเดิมๆของเทรดเดอร์
ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะยาว แต่มันผิดทางอ่ะ ทำไงได้
พอร์ตแดงล่ะทนได้ทนดี ถือยาวเป็นเดือนก็ยังไหว
พอร์ตฟ้าแป๊บเดียว เปลี่ยนใจ เก็บสั้นละกันเนอะ 😂😂
ใครยังเป็นแบบนี้ ดีใจด้วยครับ คุณคือคนส่วนมาก90% (ที่ขาดทุนในตลาด Forex)

 ือกี่เปอร์เซนต์?ในเมื่อการเทรดแต่ละครั้ง มันก็มีแค่การเลือกฝั่ง Buy หรือ Sell ตามหลักความน่าจะเป็นเราย่อมมีโอกาสเลือกฝั...
23/05/2020

ือกี่เปอร์เซนต์?
ในเมื่อการเทรดแต่ละครั้ง มันก็มีแค่การเลือกฝั่ง Buy หรือ Sell ตามหลักความน่าจะเป็นเราย่อมมีโอกาสเลือกฝั่งที่ถูกถึง50% โอกาสผิด50% เท่าๆกัน แต่ทำไมจึงมีคำกล่าวที่ว่า "95%ของนักลงทุนคือคนที่ขาดทุน มีเพียง5%เท่านั้นที่สามารถชนะตลาดได้" ขอยกตัวอย่างง่ายๆ จากรูปตัวอย่างนี้ ไม่ว่าคุณจะเข้าซื้อในจุดที่ดีแค่ไหนก็ตาม กราฟมันก็แกว่งจะขึ้นๆลงๆไปตลอดเวลา ไม่ใช่เลือกฝั่งถูกแล้วจะเป็นสีฟ้าบวกตลอดเวลาไม่วกกลับมาแดงเลย มันก็จะฟ้าบ้างแดงบ้างไปตามการแกว่งของราคาใช่ไหมล่ะครับ พอมันฟ้าคุณก็จะพอใจ(pleasure) แต่พอมันแดงคุณก็จะรู้สึกกดดันหรือกังวล (pain) ทีนี้ถ้าคุณไม่มีระบบที่จะช่วยตัดสินใจ ว่าควรจะปิดสถานะตรงไหน? ปิดเพราะอะไร? ก็เท่ากับคุณปล่อยให้ความกดดัน(pain) มาเป็นตัวตัดสินใจแทน แล้วคุณก็จะทนขาดทุนไม่ไหว หรือแม้แต่ตอนที่ถือสถานะที่มีกำไร คุณก็จะทนเห็นกำไรหดไปเรื่อยๆไม่ได้ สุดท้ายคุณก็จะมีแนวโน้มที่จะปิดสถานะออเดอร์เมื่อออเดอร์อยู่ในสถานะขาดทุนหรือได้กำไรเพียงน้อยนิดเสมอ "ขายหมูดีกว่าขาดทุน" ก็จริงนะครับเอาไว้ใช้ปลอบใจได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้าเราขายหมูตัวเล็กลงกว่าเดิม
#วิธีแก้ คือ อย่าให้อารมณ์หรือความกดดันมาเป็นตัวตัดสินใจในการปิดออเดอร์ครับ หมายความว่า เราต้องวางแผนตั้งแต่ตอนเปิดสถานะแล้วว่า เราเข้าตรงนี้เพราะอะไร จะ Take profit ตรงไหน หรือ จะถือจนกว่าทิศทางของกราฟจะเปลี่ยนไป ด้วยตัวชี้วัดอะไร จะใช้อินดิเคเตอร์, fibo, PA หรือนับคลื่นอะไรก็แล้วแต่ เราต้องมีแผน แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามแผน เราจะปิดตรงไหน หรือจะมีแผน2 แผน3 อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้มันก็คือ #ระบบการเทรด ของคุณนั่นเองครับ ระบบในที่นี้ หมายถึง #ตรรกะ+ #วิธีการ+ #วินัย นะครับ โดยเฉพาะวินัยนี่สำคัญมาก เพราะต่อให้ตรรกะกับวิธีการดีแค่ไหน วินัยที่ไม่ดีมันก็จะทำลายทุกอย่างครับ money game ถ้าแพ้เราเสียเงินจริงนะอย่าประมาท หากใช้ลูกมั่วเราก็อาจจะได้กำไรเป็นครั้งคราว แต่ไม่มีทางที่จะยั่งยืนแน่นอนครับ

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ😃
อยากได้แนวคิดดีๆและรู้ทันตลาด Forex ฝากติดตามเพจ Tactical Forex เทรดแกมโกง ด้วยนะครับ🙏🙏🙏

 ียญ2ด้านสำหรับคนที่เข้าสู่วงการ Forex มาระยะนึงแล้ว คงจะเคยได้ยินคำว่า   หรืออาจจะผ่านหูผ่านตามาบ้างอย่างแน่นอน สำหรับค...
22/05/2020

ียญ2ด้าน

สำหรับคนที่เข้าสู่วงการ Forex มาระยะนึงแล้ว คงจะเคยได้ยินคำว่า หรืออาจจะผ่านหูผ่านตามาบ้างอย่างแน่นอน สำหรับคนที่ยังไม่รู้ต้องบอกก่อนว่า "IB" นั้นย่อมาจาก "Introducing Broker" ซึ่งแปลตรงตัวก็หมายถึง ผู้แนะนำลูกค้าให้กับโบรกเกอร์นั่นเอง พอได้ยินคำนี้หลายคนมักเบือนหน้าหนี😣😣😣 และคิดว่าเป็นเรื่องของการหลอกคนให้มาต่อ IB เพียงอย่างเดียว โดยมีการเก็บค่าหัวคิว ค่านายหน้า หรือ ค่าคอมมิชชั่นเข้าตัวเอง แต่จริงๆแล้วการทำ IB แบบขาวสะอาดและเอื้อประโยชน์ให้แก่กันทั้ง2ฝ่าย (Win-Win) ระหว่างแม่ข่าย IB กับลูกข่ายนั้นมีอยู่จริงนะครับ ลองเปิดใจแล้วเราอาจจะใช้มันทำประโยชน์ได้ ซึ่งบอกเลยว่าดีกว่าปล่อยมันผ่านไปเฉยๆโดยไม่ทำอะไรเลยอย่างแน่นอน มาตามอ่านบทความนี้กันต่อเลยครับ😃😃😃

ขอยกตัวอย่าง #ด้านสว่าง ของธุรกิจ IB กันก่อนนะครับ
1) ใครๆก็สามารถเป็น IB ได้ ไม่ว่าเราจะเทรด Forex หรือไม่ แต่หากเรามีช่องทางที่สามารถเข้าถึงคนจำนวนมากได้ เช่น เจ้าของเวปไซต์, เพจ หรือ บล็อกเกอร์ต่างๆ เราสามารถแปะลิงค์ที่มี reference เลข IB ของเราไปให้คนอื่นกดสมัครเข้ามาได้ จากนั้นก็แค่นอนรอเก็บค่าคอมมิชชั่น ที่เกิดจากการเทรดของลูกข่ายที่มาต่อ IB ของเราได้เรื่อยๆ โดยที่เราทำหน้าที่เป็นตัวกลางหรือนายหน้าหาลูกค้ามาเปิดบช.กับโบรคแค่นั้น แถมยังไม่ต้องตามไปดูแลลูกค้าอีกด้วย 🤭🤭🤭
2) เวปไซด์รีเบตต่างๆ สำหรับคนที่ไม่อยากเป็น IB ด้วยตัวเอง แต่อยากได้ประโยชน์จาก IB ให้ไปลองศึกษาตรงนี้เลย มีเวปไซต์มากมายที่ประกาศตัวว่าเป็นเวป Rebate หรือให้ Cashback คืนให้กับสมาชิก โดยมักจะให้ผลตอบแทนสูงกว่าระบบ self rebate หรือ cashback ปกติที่คนทั่วไปจะได้คืนจากโบรคเกอร์ ซึ่งๆจริงๆแล้วธุรกิจเวปพวกนี้ก็ใช้ประโยชน์จากการทำ IB นี่ล่ะครับ คือให้เราสมัครเปิดบช.ต่อ IB ของเค้า แล้วเค้าก็จะคืนเงินกลับมาให้เราอีกทีในเรทที่ win-win ทั้ง2ฝ่าย ถ้าใครไม่เห็นภาพให้นึกถึง app Shopback ที่เอาค่าคอมจากร้านค้าหรือเจ้าของ app อื่นๆ มาคืนกลับให้เราเวลาซื้อของซื้อตั๋วนั่นล่ะครับ 😍😍😍
3) การต่อ IB ตัวเองหรือต่อ IB คนในครอบครัว นั่นแน่! มีใครทำวิธีนี้อยู่บ้าง เข้าตำรา "เรือล่มในหนองทองจะไปไหน"
วิธีนี้แนะนำให้ทำมากๆ เพราะเท่ากับว่าเราได้แบ่งเงินค่าคอมมิชชั่นจากจากโบรคได้สูงสุดถึง70% และอาจมากหรือน้อยกว่านั้นขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและคู่เงินที่เทรดด้วย ผมจะขอยกตัวอย่างโบรค F_S ที่ผมใช้อยู่ละกัน ปกติ F_S นั้นมีระบบ cashback คืนให้ลูกค้าอยู่แล้ว โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2$ ต่อ lot แต่ถ้าเราทำ IB เราจะได้ค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 10$ ต่อ lot เลยทีเดียว ใช่ครับ มันคือ 5เท่า! ย้ำ 5เท่า! ผมไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด โดยวิธีการก็คือให้เอาบช.ที่เราจะใช้เทรดประจำไปต่อเป็นลูก IB ของคนในครอบครัวที่เปิดเป็น IB นะครับ ค่าคอมฯ ก็จะมาเข้าบช.IB(แม่ข่าย) แล้วบช.IB ก็สามารถส่งคืนกลับให้บช.หลัก(ลูกข่าย) ผ่านระบบ partner ของโบรคเลยครับ รู้อย่างนี้แล้วจะปล่อยไว้เฉยๆก็ตามใจนะครับ😝😝😝
4) การเข้ารับบริการต่างๆแลกกับการต่อ IB ไม่ว่าจะเป็น EA, VPS, indicator, ห้องโค้ชสอนเทรด, ห้องส่ง signal ของพวกอาจารย์ต่างๆ รวมถึงบริการรูปแบบอื่นๆ แน่นอนครับของฟรีไม่มีในโลก แต่แทนที่เราจะต้อง "จ่ายเงินซื้อ" บริการเหล่านี้ บางคนไม่ได้มีเงินก้อน หรือ ไม่อยากเสียเงินให้กับผู้ให้บริการ ก็อาจมีเงื่อนไขให้เราไปต่อ IB เป็นลูกข่ายของผู้ให้บริการนั้นๆแทน ซึ่งตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ทุกอย่างก็คงจะแฮปปี้เอนดิ้งจิงกะเบลจริงไหมครับ

แต่ก็นั่นล่ะครับโลกนี้ไม่ได้สวยงามเสมอไปเพราะมีบางคนหัวเส อยากจะได้ค่าคอมจากลูกข่ายมากๆ จนไม่สนอะไรทั้งสิ้น
ที่นี้ลองมาดู #ด้านมืด ของธุรกิจ IB กันบ้างครับ

1) IB หลอกหรือบังคับให้ลูกข่ายเปิดบช.ที่มี spread สูงๆ เพื่อจะได้ฟันค่าคอมฯมากๆ วิธีนี้มันมีอยู่จริงนะครับ บางโบรคเกอร์นั้นมีบช.แบบ spread สูงกับต่ำ ให้แม่ข่าย IB เลือกได้เลยว่าอยากให้คนที่มาต่อ IB ไปเปิดบช.แบบไหน ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่บุญแต่กรรม หรือ การหลอกล่อโฆษณาของ IB เลยครับ บางคนดีหน่อยอาจจะแลกกับการให้เรียนฟรี รับซิกฟรี หรือให้บริการบอท EA ฟรี ซึ่งอันนี้ก็อาจเป็นการสมยอมของลูกIB เองก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้บอกกันก่อน แล้วมารู้ทีหลัง เพราะ spread สูงกว่าชาวบ้านมากๆ ก็อาจจะวงแตกได้ครับ ใครที่กังวลว่าตัวเองอาจจะโดนหลอกแบบนี้ ก็ลองเทียบสเปรดกับเพื่อนๆดูนะครับ
2) IB ส่งซิกบ่อยเกินเหตุ เข้าทุกจังหวะ ไม่สนว่าจะได้เปรียบหรือเสี่ยงขนาดไหน พอผิดทางก็สอนให้เบิ้ลล็อต ยิ่งเข้าทางเลย เพราะค่าคอมของ IB ไม่ได้สนว่าลูก IB จะได้กำไรหรือขาดทุน ขอเพียงแค่เทรดล็อตเยอะๆก็จะได้ค่าคอมเยอะตาม
3) IB กับโบรคฮั้วกัน อันนี้เลวมากๆ บางโบรคที่มีความน่าเชื่อถือต่ำ นอกจากจะให้ IB รับค่าคอมจากจำนวนล็อตที่เทรดของลูกข่ายแล้วยังแบ่ง%จากการขาดทุนของลูกข่ายให้ด้วย เพราะโบรคประเภทนี้มักจะไม่ได้ส่ง order ของลูกค้าเข้าตลาดกลางอยู่แล้ว (เก็บกินเอง) เมื่อความฉิบหายของท่านคือกำไรของเรา ก็เข้าทางสิครับ บอกซิกมั่วเลย ทำยังไงก็ได้ที่จะพาลูกข่ายใต้ IB ไปเสียตังให้ได้ เพื่อจะได้รับส่วนแบ่งงามๆ🤑🤑🤑

เอาล่ะครับ น่าจะพอเห็นภาพแล้วว่า IB นั้นมีประโยชน์และข้อควรระวังอย่างไร ที่เขียนมาในโพสต์นี้เป็นแค่ส่วนนึงที่ผมลองหาข้อมูลมาเท่านั้น ท่านใดสนใจก็ลองศึกษาเพิ่มเติมหรือกดติดตามเพจไว้นะครับ เพจ Tactical Forex เทรดแกมโกง จะพยายามนำเรื่องที่เห็นว่ามีประโยชน์ต่อเพื่อนๆมานำเสนอเรื่อยๆครับ ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ สวัสดี🙏🙏🙏

 #ความเข้าใจผิดเรื่องความเสี่ยงที่ยอมรับได้     หลายคนอาจจะเคยปั้นพอร์ตจากหลักสิบไปเป็นหลักร้อย หรือแม้กระทั่งเป็นหลักพั...
17/05/2020

#ความเข้าใจผิดเรื่องความเสี่ยงที่ยอมรับได้
หลายคนอาจจะเคยปั้นพอร์ตจากหลักสิบไปเป็นหลักร้อย หรือแม้กระทั่งเป็นหลักพันกันมาแล้ว ส่วนมากมักจะบอกว่า ตอนพอร์ตเล็กๆเราสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แต่พอพอร์ตโตขึ้นกลับเป็นเรื่องยากที่จะทำกำไรแบบเดิม แม้กระทั่งจะรักษาต้นทุนในพอร์ตยังรู้สึกยากกว่าเดิมมากๆ บางคนก็คิดไปถึงขั้นที่ว่า โบรคอาจจะจับตาดูบช.เราเป็นพิเศษและหาทางเอาเปรียบเราหรือเปล่า? เราถึงได้ทำกำไรยากเย็นขนาดนี้ มันก็เป็นไปได้ครับ ถ้าเราใช้โบรคที่มีความน่าเชื่อถือต่ำมากๆ แต่เอาเข้าจริงๆ อยากจะบอกว่าถ้าโบรคจะโกง เขาก็ต้องโกงคนอื่นๆด้วยไม่ได้โกงแค่บช.เราคนเดียวแน่นอนครับ เพราะการโกงคนๆเดียวมันไม่ได้คุ้มกับการเสียโอกาสในการทำกำไรของบริษัทๆนึงเลย
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆตามหลักจิตวิทยาของการลงทุนก็คือ เมื่อพอร์ตเราโตขึ้น เราจะมีอารมณ์หรือสภาวะกดดันจากผลกำไรหรือขาดทุนที่มากขึ้น ซึ่งสภาวะกดดันนี้อาจจะทำให้การวิเคราะห์การตัดสินใจของเรามีโอกาสผิดพลาดมากขึ้น หรือ อาจจะวิเคราะห์ได้ดีเหมือนเดิมแต่เราก็จะรู้สึกอ่อนไหวมากขึ้นอยู่ดีนั่นล่ะ ต่อให้เราถือออเดอร์ที่กำไรอยู่เราก็อาจจะถือได้ไม่นานเหมือนเดิม สังเกตได้เลยว่าเวลาพอร์ตเราโตขึ้น คนส่วนมากก็จะออก lot size มากขึ้นตามไปด้วย แม้เราจะคำนวณ lot size ด้วย%ความเสี่ยงเท่าเดิมก็ตาม อย่างเช่นตอนพอร์ต100 เราออก lot 0.01 แต่พอพอร์ต1000 เราก็ออก lot 0.1 บางคนคิดว่า การใช้ lot ที่สูงขึ้นตามขนาดพอร์ตมันก็สมเหตุสมผลอยู่แล้ว คือรับความเสี่ยงได้10%เหมือนเดิม แต่ไอ้การคำนวณแบบปราศจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักการบริหารเงิน หรือ Money Management นี่ล่ะจะทำให้เราหลงกล หลงยังไงมาดูกันต่อครับ

#ตัวอย่างการคำนวณ lot size แบบปกติ (แต่ไม่ควรทำ)
สมมติเรามีทุน 100$ รับความเสี่ยงได้10% และต้องการทนขาดทุนได้ 1000จุด จำนวน lot size ที่จะเปิดได้คือ 10$/1000จุด= 0.01 lot หากเราคิดแบบเดียวกันคือ รับความเสี่ยงได้10% เมื่อทุนมากขึ้น ก็จะคำนวณได้ตามนี้
- ทุน100 เปิด lot size 0.01 = รับขาดทุนได้ 10$
- ทุน1,000 เปิด lot size 0.1 = รับขาดทุนได้ 100$
- ทุน10,000 เปิด lot size 1 = รับขาดทุนได้ 1,000$
- ทุน100,000 เปิด lot size 10 = รับขาดทุนได้ 10,000$
และผมก็ไม่เชื่อว่า เราจะเปิดด้วย lot size นี้แค่ไม้เดียวแน่ๆ😏
เพราะบางคนอาจจะสามารถรับความเสี่ยงได้ถึง 20% 30% หรือ 100%เลยก็ได้ (หรือคิดในแง่ดีเขาอาจจะกันเงินไว้นอกพอร์ตไว้แล้วก็เป็นได้ 😛 ) ที่นี้ถ้าเราดูแบบผิวเผิน..การคำนวณนี้ก็ถูกต้อง มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่นา เพราะเรายังคุมความเสี่ยงไว้ที่10% ได้เหมือนเดิมเลย แต่จริงๆแล้ว การที่พอร์ตเราโตขึ้นแล้วเรายังคิดว่าควรจะรับความเสี่ยงได้เท่าเดิมนี่ล่ะ คือ ปัญหา และถือเป็น #กับดักทางความคิดที่ผิดพลาด อย่างรุนแรง พลาดยังไง? 😮😮🤔🤔
หากเรามองการลงทุนใน Forex คล้ายๆกับเราดำเนินกิจการอย่างนึง ตอนที่บริษัทเรายังมีขนาดเล็ก เราอาจจะยอมเอาเงินไปลงทุนสินค้าอะไรสักอย่าง ที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ ระดับ10-20% เพื่อแลกกับการได้กำไรที่สูงขึ้น เพื่อมาสมทบทุนให้บริษัทเราเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรกๆ แต่เมื่อบริษัทเราโตขึ้นและสามารถทำกระแสเงินได้ถึงระดับที่เราพอใจแล้ว แทนที่เราจะลงเงินไปกับสินค้าที่มีความเสี่ยงแบบเดิมเพื่อสร้างกำไรก้อนใหญ่ขึ้น สิ่งที่บริษัทใหญ่ๆนั้นทำเป็นอันดับแรก คือการลดความเสี่ยงของตัวเองให้น้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะหลักการบริหารความเสี่ยงในระยะยาวนั้นนั้นสำคัญไม่น้อยไปกว่าการทำกำไรเลย หากบริษัทยังมีความเสี่ยงสูง ต่อให้ทำกำไรได้มากก็มีโอกาสพังได้ง่ายมาก แต่ถ้าบริษัทลดความเสี่ยงลงได้ในระดับที่น้อยมากๆแล้ว ก็มีโอกาสที่จะสร้างความมั่งคงให้บริษัทได้อย่างยาวนาน
ตัดกลับมาที่ Forex เมื่อพอร์ตเราโตขึ้น เราสามารถลดความเสี่ยงได้โดยการ คาดหวัง%กำไรที่น้อยลง และยอมรับ%ความเสี่ยงที่น้อยลงด้วย แต่เน้นทำให้ได้หลายครั้งและทำให้ได้ต่อเนื่อง เราก็จะสามารถลดความกดดันให้ตัวเอง กลับมาเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนตอนที่พอร์ตยังไม่โตมาก ไม่จำเป็นต้องใช้ lot size สูงขึ้นตามสัดส่วนของพอร์ตที่โตขึ้นเหมือนในตำรา เพราะนั่นคือการ สะกดจิตให้เราเลือกที่จะเสี่ยงเท่าเดิมไม่ว่าพอร์ตเราจะโตขึ้นไปแค่ไหน โอกาสแพ้ก็ยังเท่าเดิมเช่นกัน ซึ่งก็เข้าทางโบรคเลยล่ะครับแบบนี้
สุดท้ายละ ถ้าใครยังไม่เห็นภาพ ผมก็คงจะหมดหนทางทำให้คุณเข้าใจแล้ว 😅 ลองพิจารณาจากตัวอย่างนี้เป็นครั้งสุดท้าย
1) การใช้เงินทุน 100,000 ไปหากำไร 1,000 ทำไม่ยาก ไม่เสี่ยงและไม่กดดันเท่ากับ การใช้เงินทุน 10,000 ไปหากำไร 1,000
2) การใช้เงินทุน 100,000 ไปหากำไร 1,000 จำนวน 10 ครั้ง ง่ายและสร้างแรงกดดันน้อยกว่า การทำกำไร 10,000 ให้ได้เพียงครั้งเดียว

#ฝากให้คิด
หากใช้ทุนที่เท่ากันแล้ว การออกไม้ ด้วย lot size ที่คำนวณความเสี่ยงไว้ 1% จำนวน10 ไม้ เปรียบเทียบกับ การออกไม้ ด้วย lot size ที่คำนวณความเสี่ยงไว้10% จำนวน 1 ไม้ แบบไหนเสี่ยงน้อยกว่ากัน? หรือเสี่ยงเท่ากัน? เพราะอะไรครับ? (พูดง่ายๆก็คือจะถามว่า การซอยไม้ช่วยให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าหรือไม่นั่นล่ะครับ) ลองตอบหน่อยนะครับ จะได้รู้ว่ามีคนคิดตามบ้างไหม 😁😁😁

ที่อยู่

Chon Buri

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tactical Forex เทรดแกมโกงผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์