22/12/2025
ถ้ามีตู้เซฟใบนึง
ข้างในมีเงินสดๆ 10 ล้านบาท
มาขายให้คุณในราคา
เพียง 300,000 บาท
คุณจะซื้อไว้ไหม
เซฟใบนี้ผ่อนชำระ
ปีละ 300,000 บาท
หากผ่อนมาเพียงปีเดียว
ผู้ผ่อนเสียชีวิต
เซฟจะเปิดออกอัตโนมัติ
ครอบครัวคุณได้เงิน
สิบล้านบาทไปใช้ทันที
โดยไม่เสียภาษี!!!
นั่นเป็นเรื่องอุปมา
เปรียบเทียบกับการ
ทำประกันชีวิต
ซึ่งก็เป็นดังนั้นจริงๆ
คุณซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต
วงเงินสิบล้านบาท
เบี้ยประกันประมาณ
300,000 บาท
(แล้วแต่ช่วงอายุ)
เหมือนคุณซื้อเซฟเงินสด
ใบนี้ไว้ในบ้านแล้ว
เงินสิบล้านนี้จะถูก
ส่งมอบให้ใครคนใดคนหนึ่ง
ณ เวลาใด เวลาหนึ่ง อย่างแน่นอน
คนคนนั้นคือคนที่คุณ
ระบุชื่ออย่างชัดเจน
ให้เป็นผู้รับประโยชน์
เมื่อเป็นดังนี้
ในต่างประเทศเขาจึง
ใช้ “ประกันชีวิต”
เป็นเครื่องมือสร้างสินทรัพย์
เพื่อ 2 วัตถุประสงค์นี้
1.ใช้สร้างมรดกก้อนโต
โดยใช้ก้อนเล็กๆ
ผ่อนไปเรื่อยๆ
เช่นต้องการสร้าง
มรดกสิบล้าน
ก็ผ่อนปีละ 300,000 บาท
แค่นี้มีมรดกให้คนข้างหลังแน่ๆ
ไม่ต้องรอลุ้น
2.ใช้สร้างมรดกปลอดภาษี
และเป็นเงินจ่ายภาษีมรดก
คนรวยๆ ที่ทรัพย์สินเยอะๆ
เวลาเขาเสียชีวิต
ทรัพย์สินทุกอย่าง
ต้องเสียค่าโอน และจ่ายภาษี
แต่เงินในกรมธรรม์ประกันชีวิต
ไม่ต้องเสียภาษี
แถมได้เงินทันที
ทรัพย์สินอื่นๆ ต้องถูก
อายัดไว้ก่อนเพื่อเคลียร์ภาษีมรดก
ช่วงนั้นหลายครอบครัว
อาจขาดสภาพคล่อง
เงินจากประกันชีวิต
ก็ช่วยเสริมสภาพคล่องได้
และยังเป็นเงินที่ใช้จ่ายภาษีมรดก
การซื้อประกันก็คือ
“คุณกำลังซื้อเงินสด”
เปรียบเหมือนคุณ
ซื้อแบงค์ร้อยใบละสามบาท
ใช้เงินก้อนเล็กเพื่อซื้อเงินก้อนใหญ่
นั่นคือข้อดีที่สุดของ “ประกันชีวิต”