19/01/2022
IOT กับชีวิตในโลกอนาคต
.
โลกของเรามีเทคโนโลยีใหม่ๆถูกพัฒนาขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้ชีวิตเสมอ และอินเตอร์เน็ตก็เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เพราะช่วยตั้งแต่เรื่องติดต่อสื่อสารส่วนบุคคลไปจนถึงการทำธุรกิจขององค์กรใหญ่ๆ
ซึ่งหากพูดถึงอินเตอร์เน็ตแล้ว หลายคนอาจนึกถึงแต่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ที่เราใช้เข้าเว็บไซต์ เล่นโซเชียล หรือดูหนังฟังเพลง แต่ที่จริงแล้วอินเตอร์เน็ตมีการใช้งานที่แพร่หลายกว่านี้มาก
เคยได้ยินคำว่า Internet of Things(iOT)หรือไม่?…
iOT คืออะไร?
iOT หรือ Internet of Things หากแปลตรงตัวก็จะหมายถึง “อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นอย่างนั้น เพราะ iOT คือสิ่งของอะไรก็ตามที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ที่เราใช้ดู Netflix, เครื่องจีพีเอสในรถที่ต้องเชื่อมกับดาวเทียม, กล้องวงจรปิดที่ต้องเชื่อมกับแอพพลิเคชั่นบนมือถือ, โคมไฟที่ต้องใช้มือถือเป็นรีโมทควบคุม, ดิกชันนารี่อิเล็กทรอนิคส์ที่ต้องเชื่มกับอินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาคำ เป็นต้น
iOT มีประโยขน์อย่างไร?
ปัจจุบัน iOT สามารถใช้ประโยชน์ได้สารพัดอย่าง ไม่ว่าจะ…
1. เพื่อการศึกษา
.
เป็นต้นว่าผู้สอนอาจใช้โทรทัศน์เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและเปิดสื่อการสอนให้ผู้เรียนดูได้ และวิชากลุ่มภาษาก็สามารถหาคำศัพท์ได้อย่างง่ายดายด้วยดิกชันนารี่อิเล็กทรอนิคส์
2. เพื่อการป้องกันภัยและการใช้หลักฐาน
.
หากเป็นสมัยก่อน การจะดูภาพจากกล้องวงจรปิดก็ต้องไปเปิดดูในคอมพิวเตอร์ ยุ่งยากกว่า เสียเวลากว่า แต่กล้องวงจรปิดรุ่นหลังๆถูกออกแบบให้ดูภาพผ่านมือถือได้ สามารถซื้อมาติดตั้งในครัวเรือนได้ง่ายๆ ไม่ต้องเดินสายไฟ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นก็สามารถดูภาพได้ทุกเวลาต้องการ หรือแม้แต่กล้องวงจรปิดตามท้องถนนก็ยังมีแอพพลิเคชั่นให้ประชาชนดาวน์โหลด และสามารถเลือกดูภาพการจราจรตามจุดต่างๆได้
.
3. เพื่อความบันเทิง
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนั้นง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว ทั้งโทรทัศน์ ทั้งมือถือ ทั้งแท็บเล็ต หรือแม้แต่เครื่องเล่นเกมพกพาก็ยังสามารถต่ออินเตอร์เน็ตได้ ทำให้ทุกคนสามารถใช้เวลาว่างได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น
4. เพื่อธุรกิจ
ธุรกิจทุกวันนี้จำเป็นต้องก้าวให้ทันเทคโนโลยี ทั้งเพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก และเพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้เร็วขึ้น เช่น การรับออเดอร์ในร้านอาหาร จากอดีตที่พนักงานจะใช้วิธีจดลงกระดาษ ปัจจุบันก็หันมารับออเดอร์บนแท็บเล็ตแทน สะดวกรวดเร็วกว่าหลายเท่า รับออเดอร์ได้มากขึ้น ทำกำไรได้เยอะขึ้น
5. เพื่อสุขภาพร่างกาย
อีกหนึ่งอุปกรณ์ iOT ที่ลืมไม่ได้เลยคือสมาร์ทวอช ซึ่งเป็นที่นิยมมากในหมู่คนรักสุขภาพ เพียงแค่สวมติดตัวเอาไว้ เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ก็สามารถวัดแคลอรี่ วัดอัตราการเต้นของหัวใจ แสดงเส้นทางที่กำลังวิ่งหรือเดินออกกำลังกายอยู่ได้ และไปประมวลผลรวมได้ในแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ยังสามารถใช้รับสายและโทรออก แสดงการแจ้งเตือนของเฟซบุ๊ก ไลน์ และอื่นๆได้อีกมากมาย
.
ข้อควรระวังในการใช้ iOT
เทคโนโลยีถือเป็นดาบสองคม ถ้าใช้อย่างระมัดระวังก็จะเกิดประโยชน์มหาศาล แต่ถ้าใช้อย่างประมาทหรือผิดวิธีก็จะเกิดโทษมหันต์แทน
เนื่องจาก iOT คือการนำอุปกรณ์มาเชื่อมกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นั่นหมายถึงต้องมีการล็อกกิน ต้องมีชื่อผู้ใช้(username) และรหัสผ่าน(password) นอกจากนี้ยังอาจต้องป้อนรหัสอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งถ้าผู้ใช้งานไม่คอยระวัง ก็อาจถูกโจรกรรมข้อมูลได้โดยง่าย
.
ในอนาคต iOT จะมีการพัฒนาไปอีกไกลแค่ไหน?
แน่นอนว่า iOT ในโลกอนาคตจะต้องล้ำมากกว่าตอนนี้ เพราะเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ยิ่งนานวันยิ่งถูกพัฒนาให้ซับซ้อนขึ้น
.
:ความเป็นไปได้ของ iOT ในอนาคต: จะมีอุปกรณ์อะไรใหม่ๆบ้าง?:
-อุปกรณ์ไอทีสุดไฮเทคอย่างที่เราเห็นบ่อยๆในภาพยนตร์ เช่น โฮโลแกรมที่ TonyStark ใช้ใน Iron Man, สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ควบคุมการทำงานได้ด้วยการสัมผัสฝ่ามือและเชื่อมต่อกับสายรัดข้อมือของอีกคนเพื่อเข้าถึงข้อมูลของอีกฝ่ายได้ แบบใน What Happened To Monday, หรือแม้แต่หุ่นไซบอร์ดที่สามารถใช้ระบบของตัวเองต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูลที่ต้องการได้ แบบใน Terminator 3, สมาร์ทโฟนที่มาในรูปแบบถุงมือ เพียงสวมใส่ก็ใช้งานได้ง่าย แสดงผลด้วยการฉายภาพโฮโลแกรมแทนหน้าจอ แบบในซีรี่ส์แอนิเมชั่น Talking Tom And Friends ตอน GlovePhone ฯลฯ เหล่านี้มีความเป็นไปได้สูงว่าตะถูกสร้างขึ้นจริงในอีกหลายปีข้างหน้า
-อาจมีรถยนต์ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ(ไม่ต้องใช้คนควบคุม) ที่ใช้งานได้ด้วยการเชื่อมต่อกับระบบจีพีเอสและตั้งค่าการขับเคลื่อน อีกทั้งสามารถติดตามการเคลื่อนไหวพร้อมแจ้งเหตุผิดปรกติได้ผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ
.
ถ้าชอบบทความนี้ ฝากกดติดตามเพจ Wanda Exchange TH ด้วยนะครับ