Tee Smart life - เมืองไทยประกันชีวิต

Tee Smart life - เมืองไทยประกันชีวิต ปรึกษาวางแผนประกันชีวิตการเงินระยะยาว วางแผนเกษียณ วางแผนมรดกเพื่อสร้างความมั่นคง เลขที่ใบอนุญาตตัวแทน:6801037765

17/12/2025

“เมืองไทยประกันชีวิต” รับประกาศนียบัตรแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) การต่ออายุครั้งที่ 3
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนอันแน่วแน่ของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ในทุกกระบวนการอันสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ที่เมืองไทยประกันชีวิตยึดถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานและวัฒนธรรมองค์กร
ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทเข้ารับมอบประกาศนียบัตรรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) การต่ออายุครั้งที่ 3 (ตั้งแต่ปี 2559 – ปัจจุบัน) ในพิธี รับมอบประกาศนียบัตร CAC Certification Ceremony 2/2025 ภายใต้หัวข้อ “CAC Incentive Pool ร่วมสร้างสิทธิประโยชน์แห่งความโปร่งใสเพื่อธุรกิจไทยยั่งยืน” ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ
#เมืองไทยประกันชีวิต

13/12/2025
25/11/2025

เมืองไทยประกันชีวิต ขอแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ที่ประสบภัยน้ำท่วมในขณะนี้ รวมถึงอาสาสมัครและบุคลากรทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
เราขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว
#น้ำท่วมหาดใหญ่ #เมืองไทยประกันชีวิต

22/11/2025

ที่เธอเห็นแค่ฝุ่นมันเข้าตา…ไอร่าตาแดงไม่ได้เศร้าแต่เพราะฝุ่น PM2.5 บุกเมือง!!!😷🤧
หลายคนอาจคิดว่าแค่แสบตา คันจมูก หรือไอเบา ๆ ไม่น่าจะเป็นอะไรร้ายแรงหรอกมั้ง
แต่รู้ไหม? ฝุ่นเล็กระดับไมครอนนี่แหละ พอเข้าสู่ร่างกายอันตรายกว่าที่คิด เสี่ยงโรคต่าง ๆ อย่างคาดไม่ถึง
✔️ เยื่อบุตาอักเสบ
✔️ ตาแห้งแบบไม่รู้ตัว
✔️ กระตุ้นภูมิแพ้และโรคหอบ
✔️ ปอดอักเสบ
ฝุ่นมันเข้าตา แต่สิ่งที่หนักกว่าคือกระทบเข้าถึงสุขภาพทั้งตัว
ซื้อเลย! D Health Plus เป็นเกราะป้องกันช่วยดูแลค่ารักษาให้คุณคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาท(1)
✅ดูแลทั้งค่าห้อง ค่าหมอ ค่ายา ค่ารักษา ค่าผ่าตัด
✅จ่ายเบี้ยเดือนละไม่ถึง 1,778 บาท(2)
✅จ่ายค่ายากลับบ้าน สูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง(3)
✅ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท
🔥ซื้อวันนี้! ผ่อนเบี้ย 0% สบาย ๆ สำหรับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
รายละเอียดเพิ่มเติม webmtl.co/44oBYpj
☑️ โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
(1)กรณีเลือกความคุ้มครองแผน 5 ล้านบาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง
(2)สำหรับเพศชาย อายุ 25 ปี เลือกแบบประกันภัย เมืองไทย สมาร์ท โพรเทคชั่น 99/99 จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาท และสัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบดี เฮลท์ พลัส ความคุ้มครองแผน 5 ล้านบาท ต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง แบบไม่มีความรับผิดส่วนแรก และชำระเบี้ยประกันภัยรายเดือน
(3)ค่ายา และค่าเวชภัณฑ์สิ้นเปลือง สำหรับกลับบ้าน สูงสุดไม่เกิน 7 วัน

- เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
- สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพต้องซื้อแนบท้ายกรมธรรม์ที่มีผลบังคับอยู่
- ความคุ้มครองของสัญญาเพิ่มเติมต้องไม่เกินระยะเวลาเอาประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตที่สัญญาเพิ่มเติมนี้แนบท้าย
- เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เป็นไปตามที่กรมสรรพากร กำหนด
- เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคาร กำหนด
- การพิจารณารับประกันภัยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
#ประกันสุขภาพ #เมืองไทยประกันชีวิต #ฝุ่นpm25

18/11/2025

เพิ่งเริ่มทำงาน เป็น First Jobber แม้รายได้จะยังไม่สูงมาก เพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แต่นับว่าเป็นช่วงชีวิตที่ดี เป็นก้าวแรกที่จะปูพื้นฐานไปสู่อนาคตที่มั่นคง
หากช่วงเวลานี้ เกิดเจ็บป่วยขึ้นมา โดยเฉพาะอาการเจ็บไข้ได้ป่วยที่ต้องใช้เวลารักษา จะต้องส่งผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องการเงิน การใช้ชีวิต และหน้าที่การงาน
สวัสดิการบริษัทที่มีอยู่ อาจช่วยเหลือได้ในส่วนหนึ่ง แต่วงเงินที่มีจำกัดอาจไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการรักษา
แล้ววัยที่เพิ่งเริ่มทำงาน รายได้ยังไม่สูง จะทำอย่างไร?
ให้ D Health Plus ช่วยดูแล ด้วยวงเงินคุ้มครองสุขภาพ 5 ล้านบาท* แอดมิตเหมาจ่ายค่าห้อง ค่ารักษา เจ็บป่วยต้องผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ ก็ดูแลครบ
แม้จะเพิ่งเริ่มต้นทำงาน รายได้ไม่สูง สวัสดิการมีจำกัด ก็สบายใจได้เมื่อเจ็บป่วย เพราะมีแผนรองรับความเสี่ยงไว้รับมือ ไม่กระทบปัญหาการเงิน แพลนอนาคตไม่ล่ม

ซื้อก่อน คุ้มครองก่อน อย่าให้เรื่องเจ็บป่วยกลายเป็นเรื่องบานปลาย
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก > webmtl.co/43Jq7So
โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
สนใจติดต่อตัวแทนประกันชีวิต หรือ สาขา ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

*กรณีเลือกความคุ้มครองแผน 5 ล้านบาท โดยเป็นวงเงินต่อการรักษาครั้งใดครั้งหนึ่ง
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

#ประกันสุขภาพ #เมืองไทยประกันชีวิต

22/10/2025

ประกันชีวิตซื้อทำไม? ..ซื้อไปเราก็ไม่ได้ใช้ ..ลูกก็ไม่ได้จะมี
ดูแลตัวเองก่อนดีไหม? ..เอาเงินมาใช้เลยดีกว่า ไม่ต้องรออนาคต
เชื่อว่านี่คือความ “ลังเล” ของใครหลายคน ที่ทำให้ยังไม่ซื้อประกันชีวิต เพราะคิดว่าซื้อไป คนซื้อก็ไม่ได้ใช้
แต่วันนี้ เราอยากให้ลองคิดดูใหม่ เพราะเราได้คิดค้นประกันชีวิต ที่จะลบความเชื่อที่ว่า “คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ”

นี่คือประกันชีวิตที่.. คุณไม่ต้องรอจนเสียชีวิต ก็ได้ผลประโยชน์
นี่คือประกันชีวิตที่.. เปลี่ยนมาคุ้มครองค่ารักษาให้คุณได้ตอนเกษียณ
นี่คือประกันชีวิตที่.. ดูแลได้ทั้งตัวคุณและคนข้างหลัง

นี่คือประกันชีวิตที่จะ “หยุดทุกความลังเล” .แล้วพบกัน กับประกันชีวิตรูปแบบใหม่ 28 ตุลาคมนี้
- เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิตและธนาคาร กำหนด
- โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
#เมืองไทยประกันชีวิต #เมืองไทยเฟล็กซี่โพรเทคชั่น

21/10/2025

มรดกที่ดี…ต้องถึงมือทายาทโดยไม่ต้องผ่านศาล
และไม่ถูกหักภาษี

ประกันชีวิต คือเครื่องมือถ่ายโอนทรัพย์สินที่ทรงพลังที่สุดในโลกการเงิน

“ความมั่นคงของครอบครัว” คือสิ่งที่วางแผนได้ตั้งแต่วันนี้

ประกันชีวิต: เครื่องมือถ่ายเททรัพย์สินถึงมือทายาทอย่างมั่นใจ และปลอดภาษี

หลายคนวางแผนสร้างทรัพย์สินตลอดชีวิต—บ้าน รถ เงินออม ธุรกิจ—แต่กลับมองข้าม “การถ่ายโอนทรัพย์สิน” ในวันที่ตัวเองไม่อยู่แล้วว่าจะเกิดขึ้นอย่างไร ใครจะเป็นผู้ได้รับ และจะถึงมือพวกเขาจริงหรือไม่

ความจริงคือ แม้เราจะตั้งใจมอบทรัพย์สินให้ทายาทไว้ดีเพียงใด ขั้นตอนทางกฎหมายมักซับซ้อน ต้องผ่านการพิสูจน์พินัยกรรม หรือบางครั้งต้องแบ่งตามกฎหมายมรดก ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามความต้องการของเรา อีกทั้งยังมีภาระภาษีมรดกที่ทำให้จำนวนเงินที่ตกทอดลดลง

“ประกันชีวิต” คือเครื่องมือทางการเงินที่แก้ปัญหานี้ได้ตรงจุดที่สุด เพราะเงินผลประโยชน์จากกรมธรรม์จะถูกส่งตรงถึงมือผู้รับผลประโยชน์ (Beneficiary) โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาล ไม่ต้องรอการพิสูจน์พินัยกรรม และที่สำคัญ—ปลอดภาษีมรดก

เงินก้อนนี้จึงเป็น “ทรัพย์สินทันที” ที่ทายาทสามารถนำไปใช้ต่อชีวิตได้โดยไม่สะดุด ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ค่าเรียนลูก หรือชำระหนี้สินที่ยังค้างอยู่

ในวันที่เราไม่อยู่ การมีประกันชีวิตคือการส่งมอบ “ความมั่นคงและความรัก” ไปพร้อมกัน เป็นมรดกที่ไม่ต้องใช้ทนาย ไม่ต้องรอเวลา และไม่ถูกหักภาษีใด ๆ

เพราะสุดท้าย “สิ่งมีค่าที่สุด” ที่คนเป็นพ่อแม่หรือคู่ชีวิตจะมอบให้กันได้ ไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือการวางแผนล่วงหน้าให้คนที่เรารัก “อยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อน” เมื่อเราไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

พิมพ์ "มีประโยชน์"
ถ้าบทความนี้มีประโยชน์กับคุณ

📌หมายเหตุ:
ชอบคอนเทนต์ที่มีภาพประกอบแบบนี้มั๊ยครับ?
อ่านแล้วได้ไอเดียดีดี
ในการนำเสนอประกันชีวิตใช่ไหมครับ?
ผมเขียนไว้อีกเยอะเลยในหนังสือ
"100 เรื่องราาประกันชีวิต"
ดูรายละเอียดและสั่งซื้อได้ที่นี่ 👇🏻
https://www.kunsue.com/shop/author/iamjeff/100stories2_book/

#เพจพี่ชื่อเจฟ

18/10/2025

[ ] “วางแผนการเงิน” คือ การวางแผนเพื่อให้ “พึ่งตัวเอง” ได้ มีเองได้ - ควบคุมเองได้ - เลือกเองได้ 3 เรื่องพื้นฐานสร้างความพร้อมพึ่งพาตัวเอง
“ไม่ต้องหวังพึ่งใคร สิ่งเดียวที่เรายึดได้ในที่มั่นที่สุด ไม่ใช่รัฐ และไม่ใช่คนอื่น แต่คือตัวของเราเอง”
เป็นแนวคิดของคุณก้อย วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ CFP นายกสมาคมนักวางแผนการเงินไทยคนแรก ที่ได้ให้ไว้เนื่องในวันวางแผนการเงินโลก
ซึ่ง aomMONEY ค่อนข้างเห็นด้วยมากๆ เพราะไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไรขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการตกงาน เจ็บป่วย หรือต้องการใช้ชีวิตในแบบที่ใฝ่ฝัน สุดท้ายแล้วเราก็ต้องสามารถยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองได้ ไม่ใช่ต้องไปยืมมือใคร หรือรอความช่วยเหลือจากใคร
การพึ่งตัวเองทางการเงิน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการมีเงินเยอะ แต่คือการมี “อำนาจ” ในการตัดสินใจและควบคุมชีวิตของตัวเอง aomMONEY ได้ลองถอดแก่นการพึ่งตัวเองนี้ออกมาเป็น 3 เรื่องที่ทุกคนสามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง
✅มีเองได้ (สร้างความมั่นคงและมั่งคั่ง)
✅ควบคุมเองได้ (จัดการสิ่งที่ไม่จำเป็นและภาระ)
✅เลือกเองได้ (เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์)
[ 3 เรื่องพื้นฐานของการพึ่งพาตัวเองทางการเงิน ]
✅1. [ #มีเองได้ ]
➡️1.1. มี “รายได้จากการทำงาน” มากพอที่จะดูแลตัวเองได้
ถือเป็นด่านแรกและเป็น “รากฐาน” ของการพึ่งตัวเอง ถ้าเรามีรายได้จากการทำงานที่มากพอ เราก็ไม่ต้องก้มหน้าไปขอหยิบยืมใครเพื่อมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าเช่าบ้าน
หากอยากรู้ว่า เราพึ่งพาตัวเองจากรายได้ได้ดีหรือยังให้เช็กจาก…อัตราส่วนการอยู่รอด (Survival Ratio)
สูตร: อัตราส่วนการอยู่รอด = “รายได้รวมต่อเดือน” หาร “รายจ่ายรวมต่อเดือน”
ถ้าอัตราส่วนนี้ “มากกว่า 1” แสดงว่าเรามีรายได้ที่เพียงพอต่อการอยู่รอดแล้ว ถือว่าผ่านด่านแรกของการพึ่งตัวเองได้
➡️1.2. มี “รายได้จากการลงทุน” มากพอที่จะไม่ต้องทำงาน
แม้รายได้จากการทำงานจะทำให้ “อยู่รอด” ได้ แต่ถ้าอยาก “สบาย” และพึ่งตัวเองได้อย่างเต็มที่ในระยะยาว เราต้องสร้าง “Passive Income” หรือ “รายได้จากการลงทุน” ให้มากพอ
เพราะรายได้ที่ไหลเข้ามาโดยที่เราไม่ต้องเอาแรงไปแลกจะพาเราไปสู่ “อิสรภาพทางการเงิน” ซึ่งเป็นขั้นสุดของการพึ่งตัวเอง เพราะเมื่อถึงจุดนั้น เราจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานหรือไม่ทำงานก็ได้
เช็กว่าเรามีอิสรภาพทางการเงินแล้วหรือยังด้วย “อัตราส่วนความมั่งคั่ง (Wealth Ratio)”
สูตร: อัตราส่วนความมั่งคั่ง = “Passive Income ต่อเดือน”​ หารด้วย “ค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อเดือน”
ถ้าอัตราส่วนนี้ “มากกว่า 1” แปลว่า “รายได้จากทรัพย์สินของเราครอบคลุมรายจ่ายทั้งหมดแล้ว” ทำให้สามารถบรรลุอิสรภาพทางการเงิน และพึ่งตัวเองได้อย่างสมบูรณ์มากขึ้น
✅2. [ #ควบคุมเองได้ ]
➡️2.1. ควบคุม “รายจ่าย” ที่ไม่จำเป็นของตัวเองได้
การควบคุมรายจ่ายไม่ได้แปลว่าต้องเป็นคนขี้เหนียว แต่หมายถึงการ “เลือกใช้จ่าย” อย่างมีสติ และเหลือเงินไปต่อยอดอนาคตของเราเองให้ได้
ซึ่งหากอยากรู้ว่าเราควบคุมรายจ่ายได้ดีหรือไม่ ให้ลองดูว่า รายจ่ายทั้งหมดที่มี เกินว่า 80% ของรายได้หรือไม่
หากรายจ่ายอยู่ที่ระดับไม่ถึง 80% ของรายได้ แสดงว่า เราสามารถนำเงินส่วนที่เหลือไปต่อยอดเพื่อการทำประโยชน์ในอนาคตของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ หรือการลงทุนในตัวเอง
➡️2.2. ควบคุม “หนี้สิน” ไม่ให้เดือดร้อนตัวเองได้
หนี้สินที่มากเกินตัว คือ การที่เราต้อง “พึ่งพา” คนอื่นหรือสถาบันการเงินไปเรื่อยๆ ต้องคอยวิ่งหาเงินก้อนใหม่มาโปะหนี้เก่า ก่อให้เกิดความเครียดและจำกัดทางเลือกในชีวิต
ตัวเลขที่ช่วยให้เราควบคุมหนี้สินได้… “หนี้สินผ่อนต่อเดือน” ไม่ควรเกิน 60% ของรายได้ต่อเดือน และ “หนี้สินรวม” ไม่ควรเกิน 80% ของทรัพย์สินทั้งหมดที่เรามี
ซึ่งถ้าเราควบคุมหนี้สินให้อยู่ในกรอบได้ หนี้สินก็จะกลายเป็น “เครื่องมือ” สร้างโอกาส ไม่ใช่ “โซ่ตรวน” ที่พันธนาการเราไว้
✅3. [ #เลือกเองได้ ]
➡️3.1. เลือก “สำรองเงิน” รับเหตุไม่คาดฝันของตัวเอง
การมีเงินสำรองฉุกเฉินเปรียบเสมือน “ถังออกซิเจน” ที่เราเลือกจะพกไว้กับตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ตกงาน รายได้ลด หรือเกิดปัญหาชีวิตอื่นๆ (ยกเว้นเรื่องเจ็บป่วย ซึ่งมีทางเลือกอื่นรองรับ) เราสามารถใช้เงินก้อนนี้ประคองตัวได้ โดยไม่ต้องเดือดร้อนคนอื่น
จำนวนเงินสำรองที่ควรมี 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน หรือบางท่านอาจเลือกเก็บเป็น 3-6 เท่าของรายได้ต่อเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าต่อให้รายได้เป็นศูนย์ เราก็ยังเสมือนมีรายได้เดิมอยู่ 3-6 เดือน ก็สามารถทำได้
➡️3.2. เลือก “ทำประกัน” ให้มีคนรับความเสี่ยงแทนเรา
ชีวิตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และความเสี่ยงบางอย่างมีมูลค่าสูงจนทำลายแผนการเงินได้ทั้งชีวิต (เช่น การเจ็บป่วยร้ายแรง) การทำประกัน คือการที่เรา “เลือก” ที่จะโอนความเสี่ยงทางการเงินนั้นๆ ไปให้บริษัทประกันรับแทน
ถ้าเราเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลอาจพุ่งไปถึงหลักล้าน การต้องไปหยิบยืมหรือขายทรัพย์สินทิ้ง คือการที่เรา “ต้องพึ่งพา” คนอื่นหรือสถานการณ์บังคับ แต่ถ้าเรา “เลือก” ทำประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรงไว้ล่วงหน้า เราก็สามารถ “พึ่งตัวเอง” ในการเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดได้ทันที โดยไม่กระทบเงินเก็บ
สุดท้าย เชื่อว่าการวางแผนการเงินที่ดีที่สุด ไม่ใช่การรวยเร็วที่สุด แต่คือการสร้างชีวิตที่เราสามารถ “พึ่งพาตัวเอง” ได้อย่างที่เราตั้งใจไว้ครับ
เขียนโดย: วัฒนา มะสันเทียะ, AFPT™
#วางแผนการเงิน #พึงตัวเอง #จัดการเงิน #เงิน #ลงทุน #ประกัน

14/10/2025

ไม่ต้องรอสิ้นปี วางแผนภาษีวันนี้ สบายใจกว่า กับผู้เชี่ยวชาญจากเมืองไทยประกันชีวิต ผ่านหลากหลายช่องทางการติดต่อ ช่องทางไหนก็มั่นใจ
เพราะเราให้บริการแบบไร้รอยต่อ ให้คุณสบายใจได้ทันที
• สะดวกโทร MTL Customer Contact Center โทร. 1766 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ใส่ใจพร้อมดูแลคุณ
• สนทนาแบบเห็นหน้า ด้วยบริการ Video Call โทร. 1766 หรือ MTL Click Application ครบเครื่องเรื่องการทำธุรกรรมแบบ Real-time
• พบกันแบบสบายๆ เป็นกันเอง ที่ศูนย์บริการลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตทุกสาขาทั่วประเทศ (ในวันและเวลาทำการ)
• ถนัดแชท บริการ Live Chat ที่ muangthai.co.th (07.00-23.00 น.) คุยง่าย ได้คำตอบไว!
• ชอบคลิก MTL Click Application สะดวก ง่าย ครบ จบในแอปเดียว
• อยากมีที่ปรึกษาไว้คอยดูแล โดยทีมงาน MTL Smile Care หรือตัวแทนประกันชีวิตของท่าน/ช่องทางที่ดูแลท่าน
รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก webmtl.co/4mL4oQY
หมายเหตุ :
1.ปรึกษาเรื่องประกันชีวิตและสุขภาพผ่านบริการ Video Call ได้ทุกวันจันทร์ –ศุกร์ ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 20.00 น. และใช้บริการด้านธุรกรรมได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ยกเว้นวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 17.00 น.
2.เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมต่าง ๆ กรุณาทำการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ก่อนรับบริการ
3. ธุรกรรมที่สามารถใช้บริการได้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด
4.เงื่อนไขเป็นไปตามที่ บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต กำหนด
#ให้คุณคุ้มค่ามากกว่าแค่คุ้มครอง
#เป็นลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตก็ดีแบบนี้ล่ะ
#เพราะความสุขคือทุกอย่าง

06/10/2025
03/10/2025

ค่าใช้จ่ายคนไทยโต +53% ในรอบ 17 ปี | Money Buffalo

จากการอ่านคอมเมนต์ลูกเพจหลาย ๆ ครั้ง ทำให้พี่ทุยเข้าใจได้ว่า การ “เก็บเงิน” ที่ดูเป็นเรื่องพื้นฐาน ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายคน ก็เลยทำให้พี่ทุยนึกไปถึงว่า เดือน ๆ นึงคนไทยเค้ามีค่าใช้จ่ายอะไรกันบ้างนะ ? แล้วก็เลยไปเจอตัวเลขผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ข้อมูลตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปี 2567 ที่น่าสนใจมาเล่าให้ฟัง

📌 เมื่อเงินเดือนหมดไปกับปากท้อง ที่อยู่อาศัย และค่าเดินทาง

พอมาดูโครงสร้างค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของครัวเรือนไทย จะเห็นภาพที่น่าคิดอย่างมากคือ เกือบ 36% ของรายจ่ายทั้งหมดหมดไปกับอาหารและเครื่องดื่ม หมายความว่าเงินเกือบหนึ่งในสามใช้ไปกับการยังชีพพื้นฐาน โดยการกินยังคงเป็นภาระหลักของครัวเรือนไทย ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ส่วนที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ (21%) กับการเดินทาง (17%) ตามมาเป็นอันดับสองและสาม

แต่แล้วพอนำ 3 หมวดนี้มารวมกัน ก็พบว่ากินไปเกือบสามในสี่ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่ารายได้ส่วนใหญ่ของเราหมดไปกับ "อยู่รอด" มากกว่าการพัฒนาในอนาคต สอดคล้องกับหมวดที่เกี่ยวกับ "การลงทุนในคุณภาพชีวิต" เช่น การศึกษา (1.3%) และสุขภาพ (1.2%) ที่มีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด

📌 รายจ่ายขยับทุกปี แต่รายได้เรายังย่ำอยู่กับที่

แล้วเมื่อมองในภาพรวม จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยนั้นเติบโตทุกปี เพิ่มขึ้นจาก 14,500 บาทในปี 2550 เป็น 22,282 บาทในปี 2567 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 53% ในรอบ 17 ปี เหมือนกับเป็นการบอกเราว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจเราจะเป็นแบบไหน แต่ค่าใช้จ่ายก็ยังเป็นขาขึ้นเสมอ

จุดหนึ่งที่พี่ทุยว่าน่าสนใจ คือในช่วง 2563-2566 ค่าใช้จ่ายมีลักษณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสูงสุดที่ 23,695 บาทในปี 2566 แต่พอปี 2567 กลับลดลงเหลือ 22,282 บาท ในส่วนตรงนี้ก็อาจสะท้อนได้ถึงหลายปัจจัย ทั้งครัวเรือนที่รัดเข็มขัดมากขึ้น ค่าครองชีพที่บีบหนัก หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น และเศรษฐกิจที่โตช้าลง

สำหรับพี่ทุยแล้ว “ค่าใช้จ่าย” ที่มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นั้น ไม่เพียงสะท้อนถึงค่าครองชีพที่เปลี่ยนไปนะ แต่ยังตอกย้ำว่า “การบริหารเงิน” นั้นสำคัญแค่ไหน เพราะอย่างน้อย ๆ ถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจติดเอาไว้ ก็จะสามารถปกป้องเงินของเราไม่ให้ถูกเงินเฟ้อกัดกร่อนได้

#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #ค่าครองชีพ #เศรษฐกิจไทย #ครัวเรือนไทย #วางแผนการเงิน #ออมเงิน #ลงทุน

ที่มา สำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน, สำนักงานสถิติแห่งชาติ (2567)
*สำนักงานสถิติแห่งชาติ เก็บข้อมูลการใช้จ่ายครัวเรือนปี 2567 จากตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือนทั่วประเทศ ข้อมูลครอบคลุมเรื่องค่าใช้จ่าย การอยู่อาศัย และการได้รับสวัสดิการจากรัฐ ค่าใช้จ่ายที่นำมารวม ไม่รวมการซื้อบ้าน/ที่ดิน และเงินออม

ที่อยู่

Chiang Mai
50000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tee Smart life - เมืองไทยประกันชีวิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์