10/09/2021
❎เรื่องมีอยู่ว่า วันนี้มีป้าคนหนึ่งมาเก็บสมาชิกฌาปนกิจในนามชื่อของคุณแม่
👵ป้า: น้องป้ามาเก็บค่าสมาชิก
🤵เรา: ตะใดคับป้า
👵ป้า: 8ศพ รวม 400 บาทครับ
🤵เรา: ป้า! ผมขอถามกำ ถ้าตายได้ตะใด
👵ป้า: ได้หมื่นป๋ายน้อง14,000บาท
❗เราก็จ่ายเงินแทนแม่ไป 400 บาท เลยมาฉุกคิดว่า ถ้าทุกเดือนเฉลี่ยแล้วจ่ายเดือน ละ 100-400บาท ปีหนึ่งเฉลี่ย1,200ถึง4,800 บาท
หากแม่เข้าสมาชิกตั้งแต่อายุ 20 ปี ตอนนี้แม่อายุ 65ปี รวมจ่ายเงินมาแล้ว 45 ปี ตกเป็นเงินประมาณ216, 000บาท แต่ที่สำคัญตอนนี้แม่67ปี ไม่ได้หยุดจ่ายตอนนี้ ต้องจ่ายไปตลอดจนกว่าเราจะตาย
❗ขอสังเกตคือ ถ้าหากเราเข้าสมาชิกตอนอายุ 20 ปี แล้วสมมติว่าเรามีชีวิตอยู่ จนถึงอายุ 80 ปี นั่นหมายถึง เราอาจต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกทั้งหมด 384,000 บาท และหากเสียชีวิต จะได้รับเงิน 1×,××× บาท
❗เลยลองมานั่งคำนวณเล่นๆ หากตอนนี้เราอายุ 20 ปี แล้วเราออมเงินในรูปแบบประกันชีวิต ปีละ 4,800 บาท หรือ เฉลี่ยเพียงวันละ 13บาท แต่ออมเพียง 20 ปี เท่ากับว่า อายุครบ 46 ก็หยุดออม รวมเงินที่เราออมทั้งหมด 96,000 บาท เท่ากับฌาปนกิจ แต่จุดสำคัญของการออมในรูปแบบประกันชีวิตคือ
1. ได้รับความคุ้มครองชีวิต 400,000 บาท ทั้งในกรณีเสียชีวิต และอยู่ครบสัญญา
2. หากต้องการใช้เงินเรายังสามารถเวรคืนเงินสดตามมูลค่าที่มีของกรมธรรม์
3. กรณีที่ต้องการใช้เงินแต่ไม่ต้องการยกเลิกกรมธรรม์ ก็ยังสามารถกู้เงินตามมูลค่าเงินสดของกรมธรรม์มาใช้ก่อนได้โดยไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน
4. เบี้ยประกันที่จ่ายไปยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้อีก
❗สรุปคือ ฌาปนกิจจ่ายจนตายและต้องตายอย่างเดียวถึงจะได้
💢ที่สำคัญไม่มีหน่วยงานรัฐบาลเป็นประกัน
ส่วนประกันชีวิตมีคปภ.และกระทรวงการคลังโดยรัฐบาลเป็นประกันตามกฏหมายและสามารถเลือกระยะเวลา
ในการชำระเบี้ยได้จะ5 ปี10 ปี 15 ปี 20 ปี ผลประโยชน์ที่ได้รับอยู่ก็จ่าย ตายก็ตาย อยากได้เงินมาลงทุนก่อน ก็เอาเงินออกมาใช้ก่อนได้ระหว่างนี้ยังคุ้มครองชีวิตอยู่ต่างจากฌาปณกิจหากหยุดส่งหยุดความคุ้มครองและ, ไม่มีระยะเวลาแน่นอน, เอาเงินคืนไม่ได้, กู้ไม่ได้,มีช่วงเวลาให้หยุดจ่ายแต่คงความคุ้มครองอยู่เป็นแบบนี้แล้ว
ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไร?
#อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ
#จ่ายวันละ9บาทเสียชีวิตรับหลักล้าน
#และคปภ.รัฐบาลรับรองไม่ต้องโดนเท
❓ ระหว่างฌาปนกิจ กับ ประกันชีวิต
✅ปล.เบี้ยประกันและความคุ้ม