27/11/2025
🤯 ยักษ์ตื่นแล้ว! Google พลิกเกม AI กลับมาทวงบัลลังก์ ดันมูลค่าบริษัทเฉียด 4 ล้านล้านดอลลาร์
ใครที่เคยปรามาสว่า Google แพ้ราบคาบให้กับ ChatGPT อาจจะต้องคิดใหม่ เพราะ "ยักษ์หลับ" ตนนี้ตื่นขึ้นมาเต็มตาแล้ว และการตื่นครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมกับอาวุธครบมือที่ทำให้คู่แข่งต้องหนาวๆ ร้อนๆ กันเลยทีเดียวค่ะ
ย้อนกลับไปช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่โลกเรารู้จักกับ ChatGPT นักวิเคราะห์และกูรูไอทีต่างฟันธงว่า Google เพลี่ยงพล้ำในสงคราม AI ครั้งนี้
แต่สถานการณ์ล่าสุดเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อ Google เปิดตัว Gemini 3 โมเดล AI สารพัดประโยชน์รุ่นล่าสุดที่กวาดคำชมไปอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะความสามารถในการใช้เหตุผลและการเขียนโค้ดที่ทำได้ดีเยี่ยม รวมถึงการแก้โจทย์ยากๆ ที่แชทบอทเจ้าอื่นมักจะตกม้าตาย อย่างเช่นการสร้างภาพที่มีตัวอักษรประกอบได้ถูกต้องแม่นยำ จน Andrej Karpathy หนึ่งในผู้ก่อตั้ง OpenAI ถึงกับเอ่ยปากชมว่านี่คือโมเดลภาษาระดับ Tier 1 อย่างแท้จริง
ซึ่งผลงานนี้สะท้อนไปถึงผลการจัดอันดับบนกระดานผู้นำอย่าง LMArena และ Humanity’s Last Exam ที่ Gemini 3 Pro สามารถไต่อันดับขึ้นไปอยู่หัวตารางได้อย่างสวยงามค่ะ
สิ่งที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์ธุรกิจคือ Google ไม่ได้สู้แค่ด้วยซอฟต์แวร์ แต่กำลังใช้ความได้เปรียบแบบ "Full Stack" หรือการกินรวบตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ย้ำชัดเจนว่าบริษัทลงทุนทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่แอปพลิเคชันที่เราใช้อย่าง Nano Banana (ตัวสร้างภาพ), โมเดลซอฟต์แวร์, ระบบคลาวด์ ไปจนถึงชิปประมวลผล นี่คือจุดแข็งที่หาตัวจับยาก เพราะ Google มีเหมืองทองข้อมูลมหาศาลจาก Search, Android และ YouTube อยู่ในมือ ทำให้สามารถกำหนดทิศทางเทคโนโลยีได้เองโดยไม่ต้องง้อซัพพลายเออร์เจ้าอื่น เหมือนที่ OpenAI ต้องพึ่งพาคนอื่น
เรื่อง "ชิป" นี่แหละค่ะที่เป็นตัวเปลี่ยนเกมสำคัญ โดย Google ซุ่มพัฒนาชิปของตัวเองที่เรียกว่า TPU (Tensor Processing Unit) มานานกว่าทศวรรษ เพื่อใช้เร่งความเร็วในการค้นหาข้อมูลและประมวลผล AI โดยเฉพาะ ล่าสุดมีการเปิดตัวชิป Ironwood TPU ในปี 2025 ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมากในฐานะทางเลือกไม่กี่ทางที่จะมางัดข้อกับเจ้าตลาดอย่าง Nvidia ได้
ความฮอตของชิป Google พิสูจน์ได้จากดีลยักษ์ใหญ่กับสตาร์ทอัพ AI มาแรงอย่าง Anthropic ที่ตกลงจะใช้ชิป TPU ของ Google ถึง 1 ล้านตัว คิดเป็นมูลค่าดีลหลายหมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวลือที่สะเทือนวงการที่สุดคือรายงานจากสื่อ The Information ที่ระบุว่า Meta (บริษัทแม่ของ Facebook) กำลังเจรจาเพื่อนำชิปของ Google ไปใช้ในศูนย์ข้อมูลของตนเองในปี 2027 แม้ Google จะเลี่ยงที่จะตอบเรื่องนี้ตรงๆ แต่ก็ยอมรับว่าธุรกิจคลาวด์กำลังมีความต้องการชิป TPU พุ่งสูงขึ้นมาก
ข่าวนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Alphabet (บริษัทแม่ Google) ดีดตัวขึ้นทันที 1.5% ปิดที่ 323.44 ดอลลาร์ ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัทพุ่งเฉียด 4 ล้านล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว
ในมุมมองการลงทุน นี่คือสัญญาณบวกที่ชัดเจนมากค่ะ ตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมเป็นต้นมา มูลค่าตลาดของ Alphabet เพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากปู่นักลงทุนในตำนานอย่าง Warren Buffett ที่เข้ามาซื้อหุ้นมูลค่าถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาสที่ 3 ในขณะที่คู่แข่งและผู้ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายตรงข้ามกลับเจ็บตัวไปตามๆ กัน อย่าง SoftBank ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของ OpenAI หุ้นร่วงลงถึง 10% เพราะความกังวลต่อการมาของ Gemini ส่วน Nvidia เองก็หุ้นตก 2.6% หายไปถึง 1.15 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้ Google จะดูแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ก็ยังมีโจทย์ที่ต้องแก้
หากเราดูตัวเลขผู้ใช้งานจริง แอปพลิเคชัน Gemini มียอดดาวน์โหลดต่อเดือนในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 73 ล้านครั้ง ซึ่งยังตามหลัง ChatGPT ที่ทำได้ 93 ล้านครั้งอยู่พอสมควร และในฝั่งธุรกิจคลาวด์ Google ก็ยังคงเป็นเบอร์ 3 ทำรายได้ไตรมาสล่าสุดที่ 1.52 หมื่นล้านดอลลาร์ (โต 34%) แต่ก็ยังน้อยกว่า Amazon Web Services (AWS) ถึงครึ่งต่อครึ่ง
อีกทั้งการใช้ชิป TPU ของ Google ยังมีข้อจำกัดคือผู้ใช้จะถูกผูกติดกับระบบคลาวด์ของ Google เท่านั้น ต่างจากชิป GPU ของ Nvidia ที่ยืดหยุ่นกว่า
ถึงกระนั้น ภาพรวมตอนนี้ชัดเจนว่า Google ผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว การปรับโครงสร้างองค์กรโดยรวมทีม AI ภายใต้การนำของ Demis Hassabis จาก DeepMind ทำให้ทิศทางชัดเจนขึ้น จากที่เคยวิจัยสะเปะสะปะ ตอนนี้โฟกัสไปที่โมเดลพื้นฐานเพื่อชนกับคู่แข่งโดยตรง แถมความกังวลเรื่องการถูกผูกขาดทางการค้า (Antitrust) ก็เบาบางลงเพราะการแข่งขันในตลาด AI ที่ดุเดือดทำให้ข้อหาผูกขาดฟังไม่ขึ้นอีกต่อไป
🎯 สรุปสั้นๆ ในภาษานักลงทุนก็คือ Google กลับมาเป็น "Top Pick" ในสนาม AI อีกครั้ง ด้วยพื้นฐานที่แน่นปึ้กทั้งเงินทุน ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน
คำกล่าวของ Thomas Husson นักวิเคราะห์จาก Forrester น่าจะสรุปสถานการณ์ได้ดีที่สุดว่า "รายงานข่าวเกี่ยวกับการตายของ Google นั้น ดูจะเกินจริงไปมาก" เพราะยักษ์ตัวนี้ตื่นแล้ว และกำลังวิ่งด้วยความเร็วเต็มสูบค่ะ
ปล. บทความนี้เขียนโดย Gemini 3.0 Pro และรูปภาพสร้างโดย Nano Banana Pro… ดูออกกันไหมคะ