โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Absolute

โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Absolute ประกันสุขภาพ การวางแผนเงินออม การว?

วันละ 16 บ. เบี้ยคุ้มมากๆ ตัวอย่างเพศหญิง 35 ปี  #ประกันมะเร็ง  #ประกันสุขภาพ  #เจอจ่ายจบ  #ประกันชีวิต  #มะเร็ง
14/08/2023

วันละ 16 บ. เบี้ยคุ้มมากๆ
ตัวอย่างเพศหญิง 35 ปี
#ประกันมะเร็ง #ประกันสุขภาพ #เจอจ่ายจบ #ประกันชีวิต #มะเร็ง

รวมมาให้แล้วกับประกันที่จำเป็นต้องมี ในปัจจุบัน #อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยถามหาประกัน  #ค่าเบี้ยประกันยังไงก็ถูกกว่าค่ารักษา...
14/08/2023

รวมมาให้แล้วกับประกันที่จำเป็นต้องมี ในปัจจุบัน
#อย่ารอให้ป่วยแล้วค่อยถามหาประกัน
#ค่าเบี้ยประกันยังไงก็ถูกกว่าค่ารักษา
ทักทายปรึกษาได้นะคะ ยินดีให้คำแนะนำค่ะ😘😘
โทรปรึกษาได้ 0803246199
แอดไลน์👇👇 https://line.me/ti/p/bcLGQW-yce

ที่สุดของแผนการรักษาโรคมะเร็ง ดูแลตั้งแต่เริ่มต้น กับแผนที่ดีที่สุด  #โตเกียวแคนเซอร์แคร์ กับวงเงินค่ารักษา 5 ล้าน/ปี ค่...
29/11/2022

ที่สุดของแผนการรักษาโรคมะเร็ง ดูแลตั้งแต่เริ่มต้น กับแผนที่ดีที่สุด #โตเกียวแคนเซอร์แคร์ กับวงเงินค่ารักษา 5 ล้าน/ปี ค่าเบี้ยเพียงหลักร้อยต่อเดือน
*ตัวอย่างเพศชายอายุ35 ปี กับวงเงินความคุ้มครอง 5 ล้าน/ปี ค่าห้อง 10,000 บ. ค่าเบี้ย 4,951 บ.
ปรึกษาค่าเบี้ยได้ นะคะ
#ประกันมะเร็ง #โตเกียวมารีน #โรคร้ายแรง #ประกันสุขภาพเหมาจ่าย

มองอนาคตให้ลูก ด้วยการออมง่ายๆ สำหรับลูกรัก แผนออมเงินระยะสั้น และระยะยาว การันตีผลตอบแทน วันนี้คุณก็สามารถสร้างเงินล้าน...
22/04/2022

มองอนาคตให้ลูก ด้วยการออมง่ายๆ สำหรับลูกรัก
แผนออมเงินระยะสั้น และระยะยาว การันตีผลตอบแทน วันนี้คุณก็สามารถสร้างเงินล้านให้ลูกได้นะคะ
ปรึกษาวางแผนออมเงิน ได้นะคะ
พี่นิค 0803246199

📣 สำหรับหลายๆคน ถ้าพูดถึง ประกันสุขภาพโตเกียวมารีน คงนึกถึงประกันสุขภาพเด็กแน่ๆ ซึ่งอันนี้แอดมินไม่เถียงเลย ประกันสุขภาพ...
21/02/2022

📣 สำหรับหลายๆคน ถ้าพูดถึง ประกันสุขภาพโตเกียวมารีน คงนึกถึงประกันสุขภาพเด็กแน่ๆ ซึ่งอันนี้แอดมินไม่เถียงเลย ประกันสุขภาพเด็กของโตเกียวมารีน คุ้มค่าที่สุด
แต่ก็ยังมีหลายๆคนสงสัยว่า มันมีประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับเด็กแบบอื่นอีกมั้ยนะ วันนี้แอดมินจึงอยากจะขอแนะนำแบบประกันสุขภาพ 2 แบบจากโตเกียวมารีน เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เลือกแบบประกันที่เหมาะสม ตอบโจทย์กับลูกน้อยของเราที่สุด มาดูกันเลย
1. ประกันสุขภาพยุคใหม่ Tokio Happy health
เป็นประกันสุขภาพที่มีพื้นฐานมาจากประกันสุขภาพอย่างที่เรารู้จักกันคือ คุ้มครองในเรื่องของค่าห้องและการเจ็บป่วย IPD OPD เป็นหลัก ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่นั้น ก็จะมีวงเงินคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งหากหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่งเกินจากวงเงินควมคุ้มครอง เราก็จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายส่วนต่างนั้นเอง
พร้อมกับประกันสุขภาพ “ยุคใหม่” นั้นเป็นประกันสุขภาพที่ทาง คปภ. นั้นกำหนดให้มีความคุ้มครองมาตรฐานในปีนี้ ขึ้นมาใหม่ ทั้ง 13 หมวด ซึ่งแบบประันนี้ก็คุ้มครองครบถ้วนทั้ง 13 หมวดเช่นกัน แน่นอนย่อมดีกับผู้เอาประกันภัย เพราะจะได้รับผลประโยชน์ในความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
พูดถึงความคุ้มค่าหรือความคุ้มครองนั้น ตัวนี้เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความคุ้มค่า คุ้มราคา พร้อมระบบ Co-pay ที่สามารถลดหย่อนเบี้ยได้ด้วย

2. ประกันสุขภาพเหมาจ่าย Tokio Good health
ประกันสุขภาพน้องใหม่ จากโตเกียวมารีนประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองที่สูงกว่าประกันสุขภาพทั่วไปในท้องตลาด พร้อมกับให้ความคุ้มครองพิเศษสำหรับกรณีเป็นโรคร้ายแรง 18 โรคด้วย
หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินคำว่าประกันสุขภาพเหมาจ่ายมาบ้างส่วนหนึ่ง คือประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองแบบ “จ่ายตามจริง” ไม่มีกำหนดว่าสูงสุดที่จ่ายได้คือเท่าไหร่ ซึ่งมองดูทั่วๆไป เวลาเข้าโรงพยาบาล หรือรักษาตัวนานๆ ก็หายห่วงได้เลย เพราะไม่ต้องกลัวว่า ความคุ้มครองจะหมดหรือต้องออกส่วนต่างเท่าไหร่นั้นเอง นอกจากความคุ้มครองตามมาตรฐานใหม่ 13 หมวดแล้ว ยังมีผลประโยชน์แบบเหมาๆเพิ่มเติมด้วย

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านใดกังวลว่าลูกเราจะได้ทำประกันสุขภาพเมื่อไหร่ โดยประกันสุขภาพทั้งสองแผนนี้ จะเริ่มคุ้มครองได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือน 1 วัน เป็นต้นไป หายห่วงได้เลย เริ่มคุ้มครองได้ทันที
แค่นั้นยังไม่พอ แผนประกันสุขภาพทั้งสองตัวนี้ คุณพ่อคุณแม่ ก็ทำได้เช่นกันนะครับ ให้ความคุ้มครองเยอะเหมือนกันทั้งคู่นะคะ

⚡⚡ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมคำนวณเบี้ยเบื้องต้น⚡⚡
📲โทร. 080-3246199 แอดมิน WE Absolute
แอดไลน์ คลิ๊ก 👉👉 https://lin.ee/YNXkPDF

#ประกันชีวิต #โตเกียวมารีน #ประกันสุขภาพเด็ก #ประกันสุขภาพ #เหมาจ่าย #กองทุน #สวัสดิการสุขภาพ #เคลมไว #เคลมเร็ว #ไม่ต้องพ่วงพ่อแม่ #เงินออม #ประกันอุบัติเหตุ #เจ็บป่วย #โรคร้ายแรง #เงินคืน #เงินชดเชย #ทุพพลภาพ #ประกันสุขภาพเด็ก 👧🏻👦🏻 #ประกันเงินออม💰 #สวัสดิการบำนาญเอกชน #ลดหย่อนภาษี💸 #ประกันบำนาญ👵 #เข้าโรงพยาบาลไม่ต้องสำรองจ่าย🏥 #มรดก #ประกันลดหย่อนภาษี

ภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnoutsyndrome) ไม่ใช่โรคซึมเศร้าแต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิดจากความเครียดเรื้อรังในกา...
02/02/2022

ภาวะหมดไฟในการทำงาน (burnout
syndrome) ไม่ใช่โรคซึมเศร้าแต่เกิด
จากการเปลี่ยนแปลงด้านจิตใจที่เกิด
จากความเครียดเรื้อรังในการทำงาน
มีอาการหลัก 3 อาการ
รู้สึกสูญเสียพลังงาน มีภาวะอ่อนเพลีย
เวลาทำงาน
-มีความรู้สึกต่อต้านและมองตนเองใน
ทางลบ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน
มีปฏิสัมพันธ์ในการทำงานที่แย่ลง
คนทำงานอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ
หมดไฟหากรู้สึกว่า
-ภาระงานหนัก ต้องทำในเวลาเร่งรีบ
-ขาดอำนาจในการตัดสินใจ และมีปัญหา
การเรียงลำดับความสำคัญของงาน
-ไม่ได้รับการตอบแทน หรือรางวัลที่เพียง
พอต่อสิ่งที่ได้ทุ่มเทไป
-รู้สึกไร้ตัวตนในที่ทำงาน หรือไม่เป็นส่วน
หนึ่งของทีม
-ไม่ได้รับความยุติธรรม ขาดความเชื่อใจ
-ระบบบริหารในที่ทำงานที่ขัดต่อคุณค่า
และจุดมุ่งหมายในชีวิตของตนเอง
ถ้าหากคนทำงานเริ่มมีอาการเศร้า หดหู่
เบื่อหน่ายสิ่งรอบตัว รู้สึกทุกข์ทรมานกับ
การใช้ชีวิต หรือมีความคิดไม่อยากมี
ชีวิตอยู่ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือผู้
เชี่ยวชาญ
#หมดไฟในการทำงาน #กรม
สุขภาพจิต

08/12/2021

สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพโดยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้ามีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย กินอาหารร้อนๆ หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ประมาณ 7-9 ชั่วโมง)

สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพโดยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ด้วยการสวมใส่เสื้อผ้ามีความหนาเพียงพอ ห่มผ้าให้ร่างกายอบอุ่น โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย กินอาหารร้อนๆ หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละวัน ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ประมาณ 7-9 ชั่วโมง)

หากผู้สูงอายุ ที่ต้องเดินทางไปในที่มีอากาศหนาวเย็น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเตรียมตัวและเตรียมยาที่จำเป็นให้พร้อมก่อนการเดินทาง



โรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ
โรคติดต่อทางเดินหายใจ
เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดง่ายในฤดูนี้ และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ

การป้องกันโรคติดต่อทางเดินหายใจ
ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด มีผู้คนมาก และเลี่ยงที่ที่มีการระบายอากาศไม่ดี เช่น โรงภาพยนตร์ แหล่งการค้าขายที่มีคนอยู่หนาแน่น ที่สำคัญควรล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการได้รับเชื้อโรคจากผู้อื่น งดสูบบุหรี่จะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการติดเชื้อในทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วยหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้ป่วย และหากมีผู้ป่วยในบ้าน ควรให้ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัยและ ห้ปิดปากด้วยผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเวลาไอหรือจาม



การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้งได้ผลดี โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน และผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เช่น ผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อม โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นต้น



หากผู้สูงอายุเริ่มมีอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรใส่เสื้อผ้านุ่งห่มที่หนาและอบอุ่นพอ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีอากาศเย็น นอนพักผ่อนให้มากๆ และดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ หากมีอาการไข้สูง ตัวร้อนมาก ควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้ หากอาการไม่ดีขึ้น มีอาการไอมากขึ้น หรือมีไข้สูงนานเกิน 5 วัน โดยเฉพาะถ้าหากหายใจเร็ว หอบเหนื่อย หรือหายใจมีเสียงดัง ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษา เพราะอาจเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ปัญหาเรื่องผิวหนัง
เช่น ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน เนื่องจากผู้สูงอายุมีไขมันใต้ผิวหนังน้อย และต่อมไขมันทำงานลดลงตามอายุ จึงมีแนวโน้มที่ผิวหนังจะสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย โดยเฉพาะในฤดูหนาวซึ่งอากาศแห้ง และมีความชื้นในอากาศน้อย ยิ่งเมื่ออาบน้ำอุ่นจัดก็จะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก สำหรับปัญหาเรื่องผิวหนัง ควรให้ร่างกายอบอุ่นอยู่ตลอดเวลา ใส่เสื้อผ้าหนาๆ ไม่อาบน้ำนานๆ และควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำ และเช็ดตัวพอหมาดๆ ทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อน จะปลอดภัยกว่า และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง เพราะสารเคลือบผิวจะหลุดลอกออกได้เมื่อเวลาผ่านไป ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ไม่ควรเลียริมฝีปาก แนะนำให้ทาด้วยลิปสติกมันบ่อยๆ

การกำเริบรุนแรงของโรคในระบบไหลเวียนเลือด
เนื่องจากผู้สูงอายุมักจะไม่ได้ ออกกำลังกายในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น การกินอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น ในช่วงอากาศหนาว ส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจมีความต้องการออกซิเจนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น หากมีโรคของระบบไหลเวียนเลือดอยู่เดิม เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจทำให้โรคเดิมเหล่านี้กำเริมขึ้นได้ ยังพบว่าผู้สูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้วอาจมีความดันโลหิตสูงขึ้นได้ในฤดูนี้อีกด้วย ดังนั้น ผู้สูงอายุจึงควรดูแลรักษาให้ร่างกายอบอุ่นสม่ำเสมอ ระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวเมื่อรู้สึกว่าโรคเดิมมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น บวม รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือเจ็บแน่นหน้าอกในขณะที่ออกแรง

ภาวะที่อุณหภูมิของร่างกายลดลงมากผิดปกติ
สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่อากาศหนาวจัดต้องระวังภาวะนี้ เนื่องจากประสาทรับรู้อากาศที่หนาวเย็นที่ผิวหนังของผู้สูงอายุมีความไวลดลง ร่างกายไม่สามารถตอบสนองด้วยการหนาวสั่น หรือการหดตัวของกล้ามเนื้อ เพื่อให้เกิดความอบอุ่นได้ดีเหมือนคนหนุ่มสาว ระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมหลอดเลือดที่ผิวหนังไม่ให้สูญเสียความร้อนจากร่างกายก็เสื่อมลง

ปวดข้อ
โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเรื้อรัง เมื่อมีอากาศที่หนาวเย็น อาจกระตุ้นให้เกิดโรคข้ออักเสบ เช่น โรคเกาต์ มีอาการรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้น การรักษาความอบอุ่นให้ร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการกำเริบของโรคปวดข้อหรือ โรคข้ออักเสบต่างๆ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ควรหมั่นดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีตลอดเวลาเพื่อเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่? “อาการติดเชื้อ” ในระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มักจะเกิดได้ง่ายช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เกิด...
13/11/2021

รู้หรือไม่? “อาการติดเชื้อ” ในระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่มักจะเกิดได้ง่ายช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เกิดจากการติดเชื้อโรคที่บริเวณระบบทางเดินหายใจ ตั้งแต่จมูก คอ หลอดลมไปจนถึงปอด เชื้อที่เป็นสาเหตุเกิดได้ทั้งการติดเชื้อไวรัส และการติดเชื้อแบคทีเรีย เกิดขึ้นได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ “อาการติดเชื้อ” ทางเดินหายใจเหล่านี้สามารถบ่งชี้โรคได้หลายโรค และมีอาการป่วยในลักษณะคล้ายกันมาก ดังนั้นต้องเช็คให้ชัวร์ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ วันนี้ โตเกียวมารัน ประกันชีวิต By We group จึงได้รวบรวมโรคติดเชื้อที่พบบ่อย อาการที่ต้องรู้ รวมถึงคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับวิธีรักษา และวิธีดูแลตัวเองให้ถูกต้องมาฝากกัน ดังนี้1. โรคหวัดหรือจมูกอักเสบ (Common Cold/acute rhinitis)
การดูแลตัวเอง : ควรหลีกเลี่ยงอากาศเย็น หากเปิดแอร์ต้องปรับอุณหภูมิสูงกว่า 25 องศาฯ เลี่ยงการดื่มหรืออาบน้ำเย็น เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย กินอาหารอ่อนๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารเผ็ดหรือรสจัด งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดช่องคอบ่อยๆ เช่น แปรงฟัน หรือกลั้วคอด้วยน้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลือหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ควรดื่มหรือจิบน้ำอุ่นบ่อยๆ หรือน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งและน้ำมะนาว ช่วยละลายเสมหะได้

การรักษา : ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน โดยไม่ต้องรับประทานยาต้านจุลชีพ ถ้าผู้ป่วยปฏิบัติตนอย่างถูกต้องและเหมาะสม
2. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
การดูแลตัวเอง : พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย รักษาร่างกายให้อบอุ่น อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท เวลาไอหรือจามให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูก หรือสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เช็ดตัวลดไข้บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น อาการจะหายได้เองภายใน 7-14 วัน ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน (แต่ถ้ามีภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคปอดอักเสบติดเชื้อ หลอดลมอักเสบ ต้องไปพบแพทย์ หากอาการรุนแรงมากจะเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวได้)

การรักษา : ใช้การรักษาประคับประคองอาการ มีทั้งยากินและยาฉีด เช่น ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ ยาฆ่าเชื้อ (แต่การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยไม่จำเป็นจะทำให้เชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้) หรือใช้ยาต้านไวรัสในรายที่อาการรุนแรง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ซึ่งได้ผลดีมากในการช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
3. โรคคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ (acute pharyngitis or tonsillitis)
การดูแลตัวเอง : พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นมากๆ ทานอาหารอ่อนย่อยง่าย รักษาร่างกายให้อบอุ่น อยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเท เวลาไอหรือจามให้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากและจมูก หรือสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เช็ดตัวลดไข้บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น

การรักษา : หากอาการคออักเสบเป็นอยู่นานเกิน 7 วัน หรือเมื่อกินยาสามัญประจำบ้านแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน หรือหายใจหอบเหนื่อยและมีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ต้องไปพบแพทย์ โดยแพทย์จะเน้นการรักษาประคับประคองอาการจนหายดี

Delta Plus สายพันธุ์อันตราย สายพันธุ์ที่ต้องทำความรู้จักหลัง “พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาพลัส ในประเทศ 1 ราย“Covid-19 : ...
26/10/2021

Delta Plus สายพันธุ์อันตราย สายพันธุ์ที่ต้องทำความรู้จัก
หลัง “พบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์เดลตาพลัส ในประเทศ 1 ราย“

Covid-19 : 4 สายพันธุ์อันตรายในไทยที่ต้องระวัง!

โควิดสายพันธุ์เดลตาพลัส คืออะไร?

โควิดสายพันธุ์เดลตาพลัส – Delta Plus (B.1.617.21.1 หรือ AY.4.2) โควิดกลายพันธุ์จากสายพันเดลตา (B.1.617.2) เกิดจากการกลายพันธุ์แบบ K417N ซึ่งเป็นการกลายพันธุ์ในโปรตีนหนามของไวรัส พบครั้งแรกในแถบยุโรปช่วงเดือนมีนาคม และพบในประเทศอินเดีย ช่วงเดือนเมษายน ในปัจจุบันพบว่าสายพันธุ์เดลตาพลัส มีการระบาดในหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น โปแลนด์ เนปาล รัสเซีย จีน ตุรกี เดนมาร์ค อินเดีย รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญประเทศอังกฤษระบุว่า Covid สายพันธุ์ ‘เดลต้าพลัส’ แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเดลต้า

ล่าสุด ประเทศไทยพบผู้ป่วยสายพันธุ์เดลตาพลัสรายแรกในประเทศจำนวน 1 ราย (รายงานสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 25 ต.ค 2564) ซึ่งสายพันธุ์เดลตาพลัสเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวัง และสหราชอาณาจักรได้ปรับลำดับให้เป็นสายพันธุ์ที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน (Variant Under Investigation)
สายพันธุ์ ‘เดลต้าพลัส’ แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าเดลต้า ทนทานต่อยาต้านไวรัส

แพร่เชื้อง่ายขึ้น เร็วกว่าสายพันธุ์อื่น
ไวรัสเกาะจับเซลล์ปอดได้ง่ายขึ้น
ต่อต้านการรักษาด้วยแอนติบอดี้
หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดี
แพร่เชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์เดลตาปกติ (B.1.617.2) 17%
เพิ่มอัตราการติดเชื้อภายในครัวเรือนมากขึ้นกว่าเดิม 12%
ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันแน่ชัดว่า ทำให้อาการรุนแรงขึ้น และเพิ่มอัตราการเสียชีวิตหรือไม่
อาการโควิดสายพันธุ์เดลต้า ปวดหัว มีน้ำมูก อาการคล้ายไข้หวัด

เชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตานั้นจะแตกต่างจากเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบดั้งเดิม โดยจะมีลักษณะอาการที่คล้ายกับการเป็นไข้หวัด และอาจไม่แสดงอาการหนักในผู้ติดเชื้อที่อายุน้อย จึงอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัวและเกิดการแพร่เชื้อในวงกว้างเร็วยิ่งขึ้น

ดังนั้น ในช่วงนี้ ใครที่มีอาการคล้ายหวัด “ปวดหัว เจ็บคอ มีน้ำมูก” ให้สังเกตอาการของตนเองและอาจมีความเป็นได้ว่า อาจติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดหนัก
โควิดสายพันธุ์เดลต้า ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ได้แก่ ปวดศีรษะ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีไข้ ไม่ค่อยพบการสูญเสียการรับรส หากมีอาการน่าสงสัยดังกล่าว แนะนำให้รีบพบแพทย์

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตัวตามมาตรการการป้องกันตนเอง ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นวิธีที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อได้ โดยควรสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 1 เมตร ซึ่งจะช่วยลดอัตราการติดเชื้อถึง 5 เท่า

"น้ำมูก" เป็นสารคัดหลั่งที่ออกมาจากจมูกซึ่งเป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อระหว่างภายในร่างกายของเรากับอากาศภายนอก เมื่อเราสูดลมหา...
20/10/2021

"น้ำมูก" เป็นสารคัดหลั่งที่ออกมาจากจมูกซึ่งเป็นอวัยวะที่เชื่อมต่อระหว่างภายในร่างกายของเรากับอากาศภายนอก เมื่อเราสูดลมหายใจเข้าปอด ฝุ่นละอองต่างๆ ก็เข้าสู่โพรงจมูกของเรา น้ำมูกจะช่วยขับสิ่งเหล่านี้ออกไปและช่วยให้จมูกของเราชุ่มชื้นอีกด้วย

แต่น้ำมูกที่ออกมานั้น มีใครสังเกตบ้าง? ว่าแต่ละวันสีของมันอาจไม่เหมือนกันนะ...

1.น้ำมูกใส นั้นเป็นภาวะปกติของโพรงจมูกเรา ไม่ใช่สัญญาณบ่งบอกโรคแต่อย่างใด แต่ถ้าจำนวนมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณของโรคภูมิแพ้ก็ได้

2. น้ำมูกขาวขุ่น อาจเกิดจากโพรงจมูกอักเสบ มีน้ำมูกขังโพรงจมูกเป็นเวลานาน แก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ หรือดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

3. น้ำมูกเหลือง อาจเกิดจากการโพรงจมูกติดเชื้อหรือโรคไซนัส ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่อง เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคเข้ามาสะสมมากเกินไปจนเป็นสีเหลือง หากเป็นมานานเกิน 7 วัน แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป

4.น้ำมูกเขียว อาจเกิดจากการติดเชื้อโรคในโพรงจมูกที่รุนแรงกว่าน้ำมูกสีเหลือง หรือมีมีอาการติเชื้อในโพรงจมูกมานานกว่า 2 สัปดาห์ ควรมาพบแพทย์เพื่อรักษาตามโรคให้เหมาะสม

5. น้ำมูกแดงหรือมีเลือดปน สาเหตุเกิดจากเส้นเลือดฝอยในโพรงจมูกแตก เกิดจากการระคายเคืองหรือบาดเจ็บบริเวณจมูก การอักเสบในโพรงจมูก เยื่อบุจมูกแห้ง เนื้องอกในโพรงจมูก โรคหลอดเลือดชนิดต่าง ๆ รวมถึงการสั่งน้ำมูกแรง ๆ หากมีน้ำมูกปนเลือดหรือเลือดออกทางจมูกบ่อย ๆ หรือมีเลือดออกมากผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

.PaoloHospital

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียน และสถานศึกษาต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งการใช้อุป...
13/10/2021

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โรงเรียน และสถานศึกษาต้องปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งการใช้อุปกรณ์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกิดผลกระทบกับสายตาเด็กพอสมควร

#วิธีการเหมาะสม ในการใช้สายตาสำหรับการเรียนออนไลน์
👉 เว้นระยะห่างจากหน้าจอให้เหมาะสม เมื่อใช้อุปกรณ์
👉 ควรกระพริบตาให้บ่อยขึ้น
👉 มีการพักสายตาด้วยหลักการ 20-20-20 คือ เมื่อใช้สายตามองใกล้ติดต่อกัน 20 นาที ควรพักสายตาประมาณ 20 วินาที ด้วยการมองไปที่ระยะห่าง 20 ฟุต (6 เมตร) เพื่อเป็นการพักสายตา

นอกจากนี้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเรียนก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรมีไฟห้องที่สว่างเพียงพอ ลดแสงจากหน้าจอให้เหมาะสม เพิ่มขนาดตัวอักษร เด็กที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม ควรเพิ่มกิจกรรมนอกบ้าน หรือเพิ่มการมองระยะไกลบ้างตามสมควร นอกจากนี้ ผู้ปกครองและลูกควรช่วยกันตั้งเป้าหมายในการทำกิจกรรม มีตารางเวลาในการเรียน การพัก และการได้คุย ได้เล่นกับคนรอบข้าง เพื่อเป็นการพักสายตาจากหน้าจอได้เป็นอย่างดี และลดความเครียดจากการเรียนออนไลน์ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก สสส.และกรมการแพทย์

#โตเกียวมารีน #ปรกันสุขภาพ

09/10/2021

ความรู้ดีๆเกี่ยวกับ 8 ประโยชน์ของการกินเจ อิ่มใจ ได้สุขภาพ

1. กินเจช่วยให้อวัยวะภายในได้หยุดพัก

ส่วนใหญ่จะเน้นพืชผักเป็นหลัก ผสมกับอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต และโปรตีนจากถั่วซึ่งย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์และไขมันมาก จึงทำให้ระบบย่อยอาหารได้หยุดพักจากการทำงานหนักๆ

2. ล้างพิษให้ร่างกาย

ผักและผลไม้เป็นกากใยชั้นเลิศที่ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายและการย่อยอาหารของเราทำงานได้ดี ช่วยขับของเสีย สารพิษที่ตกค้างในร่างกายออกมา และยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่เป็นปัญหาเรื้อรังของใครหลายๆคน

3. ลดความเสี่ยงโรคร้าย

ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและสมอง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด ริดสีดวงทวาร โรคเกาต์ ฯลฯ อาหารเจจำพวกผัก ผลไม้มีเส้นใยอาหารที่ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

4. ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น

การกินเจก็ช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นขึ้นได้ วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระในผัก ผลไม้ต่างๆ ยิ่งกินมากก็ยิ่งช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง สดใส ไม่หย่อนคล้อยก่อนวัยอีกด้วย

5. ไม่เจ็บไม่ป่วยง่าย

เมื่อรับประทานอาหารเจเป็นประจำ จะทำให้เลือดได้รับการฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ มีผลต่อเซลล์ต่างๆ ในร่างกายเสื่อมสลายช้าลง เราจะรู้สึกว่าตัวเองแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น ไม่เจ็บไม่ป่วยง่ายๆ

6. ลดความอ้วนก็ได้ (ถ้ารู้จักเลือก)

หากเลือกเมนูที่ใช้น้ำมันผัดๆ ทอดๆ หรือปรุงรสด้วยน้ำตาลมากเกินไป ก็ไม่สามารถทำให้ดความอ้วนได้ ควรเลือกกินข้าวหรือแป้งที่ไม่ขัดขาว เลือกผักใบมากกว่าพืชหัว ของนึ่ง ต้ม ตุ๋น ดีกว่าของทอดและผัด ลดเมนูหวานน้อยลง ดื่มนมถั่วเหลืองไม่เกินวันละ 2-3 กล่อง

ควรเลือกกินผัก ผลไม้ให้ครบ 5 สี และอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปกับการกินเจ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่ควรกินเจ เพราะเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต อาจเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากต้องการกินเจ แต่ละเมนูต้องมีไข่และนมด้วยนะคะ

ที่อยู่

ลาดพร้าว
Bangkok
10240

เบอร์โทรศัพท์

+66803246199

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Absoluteผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง โตเกียวมารีน ประกันชีวิต By We Absolute:

แชร์