อดาลิน Money Credit

อดาลิน Money Credit ” สินเชื่อเพื่อธุรกิจ เพิ่มโอกาสทางด้านการเงิน ตอบโจทย์ธุรกิจ อดาลิน 𝐌𝐨𝐧𝐞𝐲 𝐂𝐫𝐞𝐝𝐢𝐭 ยินดีให้บริการ “

12 สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก: ทองคำนำโด่งบวก 25% ขณะที่หุ้นไทยทรุดหนักสุดท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากความเสี่ยงสงครา...
20/04/2025

12 สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก: ทองคำนำโด่งบวก 25% ขณะที่หุ้นไทยทรุดหนักสุด
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกจากความเสี่ยงสงครามการค้าที่ขยายวงกว้าง ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งที่สุด โดยปรับตัวบวกถึง 25.28% ตั้งแต่ต้นปี 2568 สวนทางกับดัชนีหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกที่ปรับตัวลดลง
MSCI Infra เป็นสินทรัพย์อีกประเภทที่ยังคงปรับตัวบวกได้ที่ 10.55% ตามด้วยดัชนี Nifty 50 ของอินเดียที่บวกเพียงเล็กน้อยที่ 0.87% ในขณะที่ดัชนีหุ้นหลักของประเทศอื่นๆ ต่างติดลบ ซึ่งดัชนี SET ของไทยปรับตัวลดลงมากที่สุดถึง 18.22%
ณัฐ ตรีพูนสุข จาก บล.หยวนต้า แนะนำว่านักลงทุนควรมีทองคำในพอร์ตในภาวะนี้ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย พร้อมเน้นการลงทุนแบบเทรดดิ้งในกลุ่มที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และมองว่าบิตคอยน์อาจเป็นทางเลือกถัดไปหากความกังวลสงครามการค้ายังคงอยู่ แม้ปัจจุบันจะติดลบ 9.63%
วิศกรณ์ คีรีวรรณ จาก บล.กสิกรไทย แนะนำให้มีทองคำในพอร์ต 5-10% โดยมองว่าราคาทองคำมีโอกาสไปถึง 3,700-4,500 เหรียญสหรัฐ แต่ไม่แนะนำให้ไล่ซื้อในระยะสั้น ควรรอให้ราคาทรงตัวที่ 3,200-3,300 เหรียญสหรัฐก่อนทยอยสะสม ขณะที่บิตคอยน์อาจฟื้นตัวได้ยากในระยะสั้น เนื่องจากมักเคลื่อนไหวไปพร้อมกับดัชนี Nasdaq
บดินทร์ พุทธอินทร์ จาก บลจ.อีสท์สปริง แนะนำกลยุทธ์ Barbell โดยลงทุนในกลุ่ม Defensive อย่างทองคำและ MSCI Infra ในเชิงรับ พร้อมทยอยสะสมหุ้นสหรัฐในเชิงรุกหลังจาก S&P 500 ปรับฐานลงมา 15% ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจ และยังแนะนำหุ้นอินเดียซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าไม่มากนัก
สำหรับน้ำมัน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีมุมมองเชิงลบ แม้ระยะสั้นจะรีบาวด์ได้บ้าง แต่เป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค โดยปัจจุบันน้ำมัน WTI ติดลบ 9.82% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งหากสงครามการค้ายังคงดำเนินต่อไป ราคาน้ำมันมีแนวโน้มที่จะยังคงทรงตัวหรือปรับตัวลดลงต่อไป

กองทุนดัชนี+สินค้าโภคภัณฑ์แนะนำตามแนวโน้มระยะสั้น วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568เหมาะสำหรับผู้มองหาโอกาสทำกำไรจากแนวโน้มระย...
31/03/2025

กองทุนดัชนี+สินค้าโภคภัณฑ์แนะนำตามแนวโน้มระยะสั้น วันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568
เหมาะสำหรับผู้มองหาโอกาสทำกำไรจากแนวโน้มระยะสั้น

(แนวโน้มอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ซื้อขายได้ทัน)
--------
👉ไม่พลาดทุกคำแนะนำกองทุนระยะสั้น FUND FLASH ทุกเช้าวันทำการ กดติดตาม
ที่ LINE: https://page.line.me/treasurist

----------
⬆ ซื้อ/ถือต่อ/ซื้อเพิ่ม (แนวโน้มขาขึ้น)
• ดัชนี S&P 500: SCBS&P500A [ค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% ค่าธรรมเนียมขาย 0.045%]
• ดัชนี SET 50: 1AMSET50-RA [ไม่มีค่าธรรมเนียมขาย]
• ดัชนี Nikkei 225: KFJPINDX-A [ค่าธรรมเนียมซื้อ 0.5% ไม่มีค่าธรรมเนียมขาย]
• ทองคำ: SCBGOLD [ค่าธรรมเนียมซื้อ 0.54% ค่าธรรมเนียมขาย 0.15%]
--------
⬇️ ขาย/รอดู (แนวโน้มขาลง)
• ดัชนี S&P North American Technology: KKP TECH-UH [ไม่มีค่าธรรมเนียมขาย]
• ดัชนี HSCEI: SCBCE [ค่าธรรมเนียมขาย 0.08%]
--------
🟠 กองทุนแนะนำสำหรับพักเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมชำระเมื่อซื้อ (front-end fee) ขายได้เงิน T+1
• KKP S-PLUS [ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 2.71%]
• SCBTMF [ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี 1.90%]
---------
แนวโน้มระยะสั้น ประเมินด้วยเครื่องมือ Moving Average Convergence/Divergence (MACD) ในระดับ 2-Day และ/หรือ 1-Day (daily) Timeframe
---------
👍สนใจซื้อขาย รับคำปรึกษาเรื่องการลงทุนกองทุนรวม ทำได้ง่าย ๆ ที่ http://www.treasurist.com หรือติดต่อเราได้ที่ LINE: https://page.line.me/treasurist หรือ Inbox m.me/treasurist
📣นำทีมโดยผู้บริหารประสบการณ์นักลงทุนสถาบัน ภายใต้กำกับ ก.ล.ต.
📣แนะนำจังหวะซื้อขายแม่นยำ ครอบคลุมสินทรัพย์ทั่วโลก
📣สื่อสารต่อเนื่อง ติดตามไม่ละเลย ช่วยคุณตัดสินใจทุกโอกาส
👍ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราได้ที่ https://www.treasurist.com/whyus
🏆เทรเชอริสต์ ขอขอบคุณสำนักงาน ก.ล.ต. กับรางวัล "ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม" พร้อมตราสัญลักษณ์พิเศษ "Investment Knowledge Provider" ภายใต้โครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2” และภูมิใจที่ได้สร้างคุณค่าในการให้ความรู้การเงินการลงทุนแก่สังคม

#กองทุนรวม #การลงทุน #เทรเชอริสต์ #เก่งเทรเชอริสต์ ดูน้อยลง
ความคิดเห็น

   ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงทำ All-time high ครั้งที่ 18 ในปีนี้ จากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความกังวลส...
31/03/2025

ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงทำ All-time high ครั้งที่ 18 ในปีนี้ จากแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากความกังวลสงครามการค้าอาจรุนแรง ที่อาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย เนื่องจากทรัมป์ลงนามคำสั่งขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จาก 2.5% เป็น 25% โดยมีผลในวันที่ 2 เม.ย.
และกำหนดขึ้นภาษีชิ้นส่วนรถยนต์เพิ่มเติมในวันที่ 3 เม.ย. และทรัมป์ยังมีแผนใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) กับ 15 ประเทศที่สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสูงสุด ขณะที่สำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) คาดการณ์ว่า หนี้สาธารณะจะพุ่งขึ้นแตะ 107% ของ GDP ในปี 2029 และอาจแตะ 156% ภายในปี 2055 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ราคาทองคำเดินหน้าทำ All-time high ต่อเนื่อง และปิดตลาดใก้ล High ของวันติดต่อกัน 2 วัน สะท้อนแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง ส่วนสัญญาณจาก MACD บ่งชี้ทิศทางเชิงบวก หลังสามารถทะลุขึ้นผ่านเส้น Signal Line ได้สำเร็จ ทำให้คาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มเคลื่อนไหว Sideways up
อ่านต่อ : https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/194342/
ธนรัชต์ พสวงศ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

#ราคาทองคำ #สหรัฐ #สภาคองเกรส #ประธานาธิบดีโจไบเดน #อัตราดอกเบี้ย #เงินดอลลาร์สหรัฐ #อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่ง #ค่าเงินบาท #ธนรัชต์พสวงศ์ #กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง #เงินดอลลาร์ #รีบาวด์ทางเทคนิค #การโจมตี #สงครามอิสราเอลฮามาส #กรุงเยรูซาเล็ม #ข้อพิพาท #สงคราม6วัน #ธนาคารกลางสหรัฐ

ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line : https://bit.ly/3tCKmiD
———————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/3HmUu4O

  หอการค้าไทย นำเสนอแนวทางต่อภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจัดการด้านความปลอดภัยต่อระบบภัยพิบัติ รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ เพ...
31/03/2025

หอการค้าไทย นำเสนอแนวทางต่อภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อจัดการด้านความปลอดภัยต่อระบบภัยพิบัติ รวมไปถึงการสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และภาคธุรกิจ ภายหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยในหลายพื้นที่ ดังนี้
1. เร่งดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในตึกอาคารอย่างรวดเร็วที่สุด โดยร่วมมือกับหน่วยงานภายในประเทศ และต่างประเทศ รวมทั้งดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริง เพื่อเป็นแบบอย่างในการป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในอนาคต
2. กำหนดให้มีตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ทั้งสำนักงาน โรงงาน อาคารสูง และสิ่งปลูกสร้างในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย รวมถึงสอบหาข้อเท็จจริงถึงปัญหาที่เกิดเหตุขึ้น
3. เร่งจัดทำระบบเตือนภัยพิบัติไปสู่ภาคประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องมีโดยด่วน และการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยง และซักซ้อมแผนฉุกเฉิน ในกรณีภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั้งภาคประชาชน ภาคสังคม และภาคธุรกิจ พร้อมสนับสนุนระบบสื่อสารฉุกเฉิน และอบรมเจ้าหน้าที่ในสถานประกอบการ
อ่านต่อ : https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/194346/
ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line : https://bit.ly/3tCKmiD
———————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/3HmUu4O

ไทย "เสี่ยง" รับแรงกระแทก ภาษี "ทรัมป์"2 เมษายน 2568 คือ เส้นตายล่าสุด ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะเริ่มใช้...
29/03/2025

ไทย "เสี่ยง" รับแรงกระแทก ภาษี "ทรัมป์"
2 เมษายน 2568 คือ เส้นตายล่าสุด ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะเริ่มใช้หรือจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ต่อทุกประเทศที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ
ภายใต้ "แผนการค้าที่เป็นธรรมและเท่าเทียม (Fair and Reciprocal Plan)” สั่งให้มีการตรวจสอบมาตรการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของประเทศคู่ค้าอย่างครอบคลุม
แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกำหนด “ภาษีศุลกากรตอบโต้” (Reciprocal Tariffs) กับประเทศที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ
“ภาษีศุลกากรตอบโต้” หมายถึง การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้า ในอัตราเดียวกับที่ประเทศเหล่านั้นเก็บภาษีสินค้าส่งออกจากสหรัฐฯ
นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิด “ความเท่าเทียมทางการค้า” ระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า หรือพูดง่ายๆสหรัฐ ไม่เสียเปรียบ ไม่ขาดทุน
ภาษีตอบโต้ที่เกิดขึ้นนี้ ประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับสูง ซึ่งหมายรวมครอบคลุมไปถึงประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศเดียว
ดังนั้น เมื่อหันกลับมามองที่บ้านเรา "ประเทศไทย" ก็ไม่อาจหนีพ้น"แรงกระแทก"ครั้งนี้ เมื่อประเทศไทยมีสหรัฐอเมริกาเป็นคู่ค้ารายสำคัญ และเราก็เกินดุลการค้ากับสหรัฐมาต่อเนื่อง และยังมีตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นในปีที่ผ่านมา
"สินค้า"กลุ่มไหนบ้างที่จะรับผลกระทบ และมีต่อเศรษฐกิจอย่างไร ?
อ่านต่อที่ : https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/193937/
#เงิน #การเงิน #ธุรกิจ #ลงทุน #เศรษฐกิจ #การลงทุน

28/03/2025

ธนาคารแห่งประเทศไทย ยืนยัน ระบบการชำระเงินและบริการทางการเงินต่าง ๆ ยังใช้งานได้ตามปกติ แต่การให้บริการสถาบันการเงินผ่านสาขาอาจมีข้อจำกัด

  "มูดีส์" เตือนการคลัง "สหรัฐ" ถดถอย ขาดดุลงบประมาณ-ชำระหนี้ได้ลดลงสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ ออกรายงานเตือ...
26/03/2025

"มูดีส์" เตือนการคลัง "สหรัฐ" ถดถอย ขาดดุลงบประมาณ-ชำระหนี้ได้ลดลง
สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ ออกรายงานเตือนว่า ความแข็งแกร่งด้านการคลังของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะอ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เนื่องจากการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น และความสามารถในการชำหนี้ลดน้อยลง
รายงานของมูดี้ส์ซึ่งเผยแพร่ในวันอังคาร (25 มีนาคม 2568 ) ระบุว่า สถานะการคลังของสหรัฐฯ ได้ถดถอยลงอีกนับตั้งแต่มูดี้ส์ปรับลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ซึ่งอยู่ที่ระดับ Aaa ในเดือนพฤศจิกายน 2566 และแม้ในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินที่ดีมาก แต่มูดี้ส์มองว่าความสามารถในการชำระหนี้ของสหรัฐฯ ยังคงอ่อนแอกว่าประเทศอื่นที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับเดียวกัน
มูดี้ส์คาดการณ์ว่า อัตราส่วนหนี้สินต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับประมาณ 130% ภายในปี 2578 จากระดับเกือบ 100% ในปี 2568 และคาดว่าความสามารถในการชำระหนี้จะชะลอตัวลงในอัตราที่รวดเร็วขึ้น โดยการชำระดอกเบี้ยของรัฐบาลสหรัฐฯ จะมีอัตราส่วนสูงถึง 30% ของรายได้ภายในปี 2578 จากระดับ 9% ในปี 2564
ทั้งนี้ มูดี้ส์ระบุว่า ความสามารถในการชำระหนี้ที่ลดลงของสหรัฐฯ นั้นหมายความว่า บทบาทของสกุลเงินดอลลาร์และตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ในตลาดการเงินโลกได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Aaa
อ่านต่อที่ : https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/193733/
#สหรัฐ #เงิน #การเงิน #ธุรกิจ #ลงทุน #เศรษฐกิจ #การลงทุน
ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line : https://bit.ly/3tCKmiD
———————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok

สำรวจตลาดก่อนลงทุน ตลาดหุ้นสหรัฐ ดาวโจนส์ปิดที่ 42,583.32 จุด เพิ่มขึ้น 597.97 จุด หรือ +1.42% ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นก...
25/03/2025

สำรวจตลาดก่อนลงทุน ตลาดหุ้นสหรัฐ ดาวโจนส์ปิดที่ 42,583.32 จุด เพิ่มขึ้น 597.97 จุด หรือ +1.42% ขณะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นกว่า 1% ด้านเงินบาทไทยเช้านี้ 33.98 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

อดาลิน Money Credit   ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากเงินดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคาทองคำ หลังประธานาธิบดีโดนัลด...
25/03/2025

อดาลิน Money Credit ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จากเงินดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคาทองคำ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณยืดหยุ่นต่อแผนการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่ามาตราการภาษีในวันที่ 2 เม.ย.นี้ อาจจะไม่รุนแรงอย่างที่กังวล
ขณะที่สื่อหลายแห่งรายงายว่าภาษีศุลกากร อย่างเช่นภาษีนำเข้ารถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์นั้น มีแนวโน้มว่าจะยังไม่ประกาศใช้ในวันดังกล่าว และอาจจะมีการยกเว้นภาษีสำหรับบางประเทศ ส่วนกองทุน SPDR ขายทอง 1.44 ตัน
ราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่ยังคงยืนเหนือแนวรับ 3,000 ดอลลาร์ คาดว่ามีโอกาสที่ราคาทองคำจะหลุดแนวรับ 3,000 ดอลลาร์ เนื่องจากสัญญาณทางเทคนิคจาก Modified Stochastic เกิดสัญญาณขาย ซึ่งอาจทำให้มีโอกาสที่ราคาทองคำปรับตัวลงระยะสั้น
อ่านต่อ : https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/193582/
ธนรัชต์ พสวงศ์
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง

#ราคาทองคำ #สหรัฐ #สภาคองเกรส #ประธานาธิบดีโจไบเดน #อัตราดอกเบี้ย #เงินดอลลาร์สหรัฐ #อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่ง #ค่าเงินบาท #ธนรัชต์พสวงศ์ #กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง #เงินดอลลาร์ #รีบาวด์ทางเทคนิค #การโจมตี #สงครามอิสราเอลฮามาส #กรุงเยรูซาเล็ม #ข้อพิพาท #สงคราม6วัน #ธนาคารกลางสหรัฐ

ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line : https://bit.ly/3tCKmiD
———————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/3HmUu4O

 # infographic ประเมินตัวเลข GDP ไทยรอบใหม่ หลังกรูประสานเสียงเศรษฐกิจปีนี้เติบโตต่ำหน่วยงานทางเศรษฐกิจของไทยได้ทยอยปรับ...
23/03/2025

# infographic ประเมินตัวเลข GDP ไทยรอบใหม่ หลังกรูประสานเสียงเศรษฐกิจปีนี้เติบโตต่ำ
หน่วยงานทางเศรษฐกิจของไทยได้ทยอยปรับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 ใหม่ หลังประเมินเเนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศยังมีปัจจัยลบ ทั้งมาจากปัญหาด้านอุปทานเป็นสำคัญ เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไขมาตรการกีดกันทางการค้าสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลกดดัน GDP ไทย ต่ำลงกว่าคาด
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 จะอยู่ที่ราว 2.4%
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) ประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 จะอยู่ที่ราว 2.3% ต่ำกว่าปี 2567 ที่ 2.5%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) ประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 คงไว้ที่ 2.4%
และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปี 2568 มีโอกาสจะเติบโตได้ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดิมที่ 2.9% โดยคาดว่าจะปรับมาอยู่ที่สูงกว่า 2.5% เล็กน้อย
อ่านต่อ : https://www.tnnthailand.com/wealth/investment/193292/
ติดตามข่าวหุ้นและการลงทุนทางไลน์
• Line : https://bit.ly/3tCKmiD
———————————————————————
ติดตาม TNN Wealth ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
• Website : https://bit.ly/TNNWealthWebsite
• Youtube : https://bit.ly/TNNWealthYoutube
• TikTok : https://bit.ly/TNNWealthTikTok
หรือดูรายการ Live ได้ทาง https://bit.ly/3HmUu4O

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ อดาลิน Money Creditผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์