Gold GOGO l Strategy First, Emotion Later

Gold GOGO l Strategy First, Emotion Later ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Gold GOGO l Strategy First, Emotion Later, บริการทางการเงิน, Bangkok.

วิเคราะห์เทรดทองคำ & สกุลเงิน | เจาะลึกตลาดการเงินแบบมืออาชีพ
📈 อัปเดตแนวโน้มราคาทองคำ และคู่เงินสำคัญ
📊 วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน & เทคนิค
⚡ กลยุทธ์เทรดแบบมือโปร
ติดตามเพื่อไม่พลาดโอกาสทำกำไร! 🚀💰
#วิเคราะห์ทองคำ #เทรดเดอร์

28/02/2026

อิสราเอล-สหรัฐฯ เปิดฉากชิงโจมตีอิหร่านก่อน "ทรัมป์" อ้างเพื่อปกป้องอเมริกัน-ขจัดภัยคุกคามที่ใกล้เข้า

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันที่ 12 - 16 มกราคม 2569
12/01/2026

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันที่ 12 - 16 มกราคม 2569

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจรายสัปดาห์วันที่ 22 ธันวาคม 2025 -  26 ธันวาคม 2025
22/12/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจรายสัปดาห์
วันที่ 22 ธันวาคม 2025 - 26 ธันวาคม 2025

17/12/2025

กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ ลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ต่อปี จากร้อยละ 1.50 เป็นร้อยละ 1.25 ต่อปี
โดยให้มีผลทันที

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจประจำสัปดาห์วันที่ 15-19 ธันวาคม 2568วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญวันอ...
16/12/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจประจำสัปดาห์วันที่ 15-19 ธันวาคม 2568

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2568
ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม 2568
เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) (พ.ย.): คาดว่าจะขยายตัว 0.2% จากเดือนก่อนหน้า (ครั้งก่อนขยายตัว 0.2% เช่นกัน) สะท้อนว่าอัตราการเติบโตของค่าจ้างในสหรัฐยังอยู่ในระดับที่ชะลอตัวและต่อเนื่อง การเติบโตของค่าจ้างที่ไม่ร้อนแรง นี้ช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ต่อเนื่องหากแนวโน้มนี้ดำรงอยู่

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – การจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarm Payrolls) (พ.ย.): คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 119,000 ตำแหน่ง หลังจากเดือนก่อนหน้าการจ้างงานแทบไม่ขยายตัว ตัวเลข NFP ที่ฟื้นตัวขึ้นนี้ สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังคงขยายตัว แม้ช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ทั้งนี้ ตลาดการเงินจะจับตาดูตัวเลขนี้อย่างใกล้ชิดเพราะมีผลต่อทิศทางดอกเบี้ยและนโยบายการเงินของ Fed ในระยะถัดไป

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – อัตราการว่างงาน (พ.ย.): คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 4.4% (เท่ากับระดับครั้งก่อน) ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสองปี การที่อัตราว่างงานทรงตัวที่ระดับสูงบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ คลายความร้อนแรงลงตามเป้าหมายของนโยบายการเงินก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ดี อัตราว่างงานที่ยังอยู่ในเกณฑ์สูงหมายความว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังเปราะบาง

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) (เดือนต่อเดือน) (ต.ค.): คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน (ครั้งก่อนเพิ่มขึ้น 0.3% เช่นกัน) สะท้อนว่าการใช้จ่ายผู้บริโภคพื้นฐานยังขยายตัวในอัตราคงที่ แม้ภาวะอัตราดอกเบี้ยสูงจะกดดันกำลังซื้อ การเติบโตที่ต่อเนื่องแต่ไม่ร้อนแรง บ่งชี้ว่าผู้บริโภคยังจับจ่ายอย่างระมัดระวัง และไม่น่าจะสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มเติมจากฝั่งอุปสงค์มากนัก

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – ดัชนียอดขายปลีก (เดือนต่อเดือน) (ต.ค.): คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% เท่ากับครั้งก่อนหน้า บ่งบอกถึงยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่เติบโตเพียงเล็กน้อย ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับภาวะที่ผู้บริโภคยังเผชิญต้นทุนการกู้ยืมสูง ทำให้การใช้จ่ายอยู่ในระดับระมัดระวัง แม้จะเข้าสู่ฤดูกาลจับจ่ายปลายปีก็ตาม

เวลา 21:45 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ (ธ.ค.): คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 54.1 จุด ซึ่งอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนถึงการขยายตัวต่อเนื่องของภาคบริการ แม้อาจลดลงเล็กน้อยจากระดับเดือนก่อนหน้า ค่าดัชนีที่อยู่ในเกณฑ์สูง บ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคบริการยังคงแข็งแกร่ง ได้แรงหนุนจากความต้องการบริการภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงเล็กน้อย (หากเทียบกับครั้งก่อน) อาจบ่งบอกว่าความเชื่อมั่นหรือคำสั่งซื้อใหม่เริ่มชะลอลงบ้าง

เวลา 21:45 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต (ธ.ค.): คาดการณ์อยู่ที่ระดับ 52.2 จุด สูงกว่าระดับ 50 เช่นกัน ซึ่งหมายถึงภาคการผลิตสหรัฐยังคงขยายตัว แม้การขยายตัวจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่การที่ดัชนียังอยู่เหนือ 50 อย่างต่อเนื่องสะท้อนว่าภาคโรงงานยังได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อและสภาพแวดล้อมธุรกิจที่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ทั้งนี้ ภาคการผลิตที่ขยายตัวต่อเนื่องจะส่งผลดีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐฯ

วันพุธที่ 17 ธันวาคม 2568
เวลา 14:00 น. (GBP, ความสำคัญ: สูง) – ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (พ.ย.): คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของอังกฤษจะอยู่ที่ 3.6% เมื่อเทียบรายปี (ใกล้เคียงกับระดับ 3.6% ในครั้งก่อน) การชะลอตัวของเงินเฟ้อจากระดับสูงในช่วงต้นปีสะท้อนว่ามาตรการเข้มงวดทางการเงินที่ผ่านมาเริ่มส่งผล เงินเฟ้อที่ลดความร้อนแรงลง เข้าสู่ระดับต่ำสุดในรอบเกือบสองปีนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) พิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่มีสัญญาณชะลอตัว

เวลา 22:30 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ (รายสัปดาห์): คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะ ลดลงประมาณ 1.812 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าที่เคยเพิ่มขึ้นราว 0.57 ล้านบาร์เรล) การลดลงของสต็อกน้ำมันบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในตลาดยังอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับอุปทาน หรืออาจเป็นผลจากการปรับลดกำลังการผลิตของโรงกลั่นในช่วงฤดูกาล ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้ม สนับสนุนราคาน้ำมันดิบ ในตลาดโลกหากตัวเลขจริงออกมาตามคาด

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม 2568
เวลา 19:00 น. (GBP, ความสำคัญ: สูง) – การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย (ธ.ค.): คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของ BoE จะ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% สู่ระดับ 3.75% จากระดับ 4.00% ในการประชุมครั้งก่อน การลดดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้ สื่อถึงการเปลี่ยนทิศทางของนโยบายการเงินอังกฤษ หลังจากที่เงินเฟ้อชะลอลงต่อเนื่องและเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว (GDP ไตรมาสล่าสุดหดตัวเล็กน้อย) การผ่อนปรนนโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันตลาดการเงินจะจับตาถ้อยแถลงของ BoE อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในปีหน้า

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เดือนต่อเดือน) (พ.ย.): คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหน้า (สูงกว่าเดือนต.ค.ที่ผ่านมาเล็กน้อย) การเพิ่มขึ้นของ CPI รายเดือนระดับนี้ชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐยังอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างสงบ อัตราเงินเฟ้อรายเดือนที่อยู่ระดับต่ำ สะท้อนว่าราคาสินค้ายังคุมได้ แม้บางหมวดอาจมีราคาสูงขึ้นบ้าง (เช่น พลังงาน) แต่ภาพรวมยังสนับสนุนแนวโน้มเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) (พ.ย.): คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐฯ เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนจะอยู่ที่ 3.0% ซึ่งลดลงเข้าใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ Fed มากขึ้นเรื่อย ๆ หากตัวเลขออกมาตามคาด จะถือเป็นสัญญาณว่า เงินเฟ้อสหรัฐกำลังผ่อนคลายลง อย่างต่อเนื่องจากระดับที่เคยสูงกว่า 3% ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งน่าจะช่วยตอกย้ำแนวโน้มที่ Fed สามารถชะลอหรือปรับลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตได้

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) (เดือนต่อเดือน) (พ.ย.): คาดว่าจะขยับขึ้น 0.2% จากเดือนก่อนหน้า บ่งชี้ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (ไม่รวมอาหารและพลังงาน) ยังคงเพิ่มขึ้นในอัตราปานกลาง เงินเฟ้อพื้นฐานที่เติบโตในกรอบจำกัด นี้สะท้อนว่าปัจจัยกดดันราคาโดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุมของนโยบายการเงิน แม้บางภาคส่วนอาจยังมีการปรับขึ้นราคาอยู่บ้าง แต่แนวโน้มโดยรวมชี้ไปที่การชะลอตัวของเงินเฟ้อในสหรัฐฯ

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (รายสัปดาห์): คาดว่าจะอยู่ที่ 236,000 ราย ใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน (ครั้งก่อนอยู่ที่ 192,000 ราย) ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการที่เพิ่มขึ้นสูง เมื่อเทียบกับช่วงก่อน สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลง ผู้ประกอบการมีแนวโน้มชะลอการจ้างงานในช่วงปลายปี ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมที่ตลาดแรงงานผ่อนคลายลงหลังจากเคยตึงตัวมากในปีที่ผ่านมา

วันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568
เวลา 10:00 น. (JPY, ความสำคัญ: สูง) – การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย: คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับเดิม การตรึงดอกเบี้ยของ BOJ สะท้อนท่าทีระมัดระวัง แม้ญี่ปุ่นเริ่มเห็นแรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้นบ้างแต่ยังอยู่ใกล้ระดับเป้าหมาย การคงดอกเบี้ยในระดับต่ำมีเป้าหมายเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเยน ขณะเดียวกัน BOJ จะจับตาปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มเงินเฟ้อในอนาคตอย่างใกล้ชิดก่อนปรับท่าทีในการประชุมครั้งถัดไป

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) (ปีต่อปี) (ต.ค.): คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน (ลดลงจากระดับ 3.0% ในครั้งก่อน) ทำสถิติต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ตัวเลข Core PCE ที่ลดลง ใกล้ระดับเป้าหมาย 2% ของ Fed สะท้อนว่าเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐผ่อนคลายลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ Fed ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปได้โดยไม่กังวลแรงกดดันเงินเฟ้อ

เวลา 20:30 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) (เดือนต่อเดือน) (ต.ค.): คาดว่าจะขยายตัว 0.2% จากเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่า เงินเฟ้อรายเดือนตามมาตรวัด PCE อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ เช่นเดียวกับ CPI โดยราคาโดยรวมขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้บริโภคเผชิญภาวะราคาสินค้าที่ทรงตัวและใกล้เคียงกับระดับเป้าหมายที่วางไว้

เวลา 22:00 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – ยอดขายบ้านมือสอง (พ.ย.): คาดว่ายอดขายบ้านมือสองสหรัฐจะอยู่ที่ระดับ 4.10 ล้านยูนิตต่อปี (Seasonally Adjusted Annual Rate) ใกล้เคียงกับระดับของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา การทรงตัวของยอดขายบ้านที่ระดับนี้บ่งชี้ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยสหรัฐเริ่มมีเสถียรภาพ หลังจากที่ชะลอตัวลงในช่วงก่อนหน้า โดยอัตราดอกเบี้ยจำนองที่เริ่มปรับลดลงเล็กน้อย และราคาบ้านที่ปรับตัวลงจากจุดสูงสุดได้ช่วยดึงดูดผู้ซื้อบางส่วนกลับเข้าสู่ตลาดมากขึ้น

#ทองคำ #ข่าวทองคำ #เทรดทอง #ข่าวเศรษฐกิจ #สรุปข่าว

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันที่ 8-12 ธันวาคม 2025วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 202506:50 น. (JPY) – รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3 (เท...
08/12/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจประจำวันที่ 8-12 ธันวาคม 2025
วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม 2025

06:50 น. (JPY) – รายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 3 (เทียบไตรมาสก่อนหน้า) ของญี่ปุ่น (ความสำคัญ: สูง) ออกมาที่ -0.6% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ -0.4% และชะลอตัวลงมากจากไตรมาสก่อนหน้าที่เติบโต +0.5% การหดตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการลงทุนภาคธุรกิจที่อ่อนแอลงและการส่งออกที่ชะลอตัว สะท้อนถึงความท้าทายที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าการหดตัวครั้งนี้อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และมีโอกาสจะเห็นการฟื้นตัวกลับมาในไตรมาสถัดไป หากอุปสงค์ภายในประเทศและการใช้จ่ายผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2025
22:00 น. (USD) – ดัชนี ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS) เดือน ก.ย. (ความสำคัญ: ปานกลาง) ตลาดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 7.200 ล้านตำแหน่ง ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 7.227 ล้านตำแหน่ง ในครั้งก่อน แนวโน้มนี้สะท้อนว่าความต้องการแรงงานในสหรัฐฯ อาจเริ่มคลายความร้อนแรงลงบ้าง แต่จำนวนตำแหน่งงานที่ว่างยังคงอยู่ในระดับสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาด หากตัวเลขจริงออกมาตามคาดหรือปรับลดลงเล็กน้อย จะบ่งชี้ถึงตลาดแรงงานที่ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ซึ่งอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันเงินเฟ้อจากค่าจ้าง แต่หากตัวเลขยังออกมาสูงกว่าคาดมาก ก็จะสื่อว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงตึงตัว ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องจับตาดูภาวะการจ้างงานอย่างใกล้ชิดต่อไป

22:30 น. (USD) – รายงาน สต็อกน้ำมันดิบคงคลัง (Crude Oil Inventories) ของสหรัฐฯ (ความสำคัญ: ปานกลาง) ครั้งก่อนตัวเลขเพิ่มขึ้น +0.574 ล้านบาร์เรล ซึ่งบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำมันดิบในคลังยังคงอยู่ในระดับสูง สำหรับสัปดาห์นี้แม้จะไม่มีการคาดการณ์อย่างเป็นทางการ แต่นักลงทุนจะจับตาดูแนวโน้มอย่างใกล้ชิด หากสต็อกน้ำมันดิบลดลงมากกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าอุปสงค์น้ำมันแข็งแกร่งหรืออุปทานตึงตัวขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจกดดันให้ราคาน้ำมันปรับลดลง เนื่องจากอุปทานที่อยู่ในระดับเพียงพอหรือล้นตลาด

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2025
02:00 น. (USD) – ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกาศผลการประชุม FOMC (ความสำคัญ: สูงมาก) คาดว่าในการประชุมรอบนี้ Fed จะ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จากระดับ 3.75% เป็น 4.00% เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่ยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2% พร้อมกันนี้ Fed จะเผยแพร่ แนวโน้มเศรษฐกิจ (Economic Projections) ชุดใหม่ และแถลงการณ์นโยบายการเงิน (FOMC Statement) ซึ่งนักลงทุนจะจับตารายละเอียดในถ้อยแถลงอย่างใกล้ชิดเพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยในอนาคตและมุมมองต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งด้านเงินเฟ้อ การจ้างงาน และการเติบโต การตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้สะท้อนว่าแม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเริ่มมีสัญญาณชะลอตัวลงบ้าง แต่แรงกดดันด้านราคาที่ยังสูงทำให้ Fed จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป

02:30 น. (USD) – การแถลงข่าวหลังการประชุม FOMC โดยประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (ความสำคัญ: สูงมาก) ตลาดจะจับตาท่าทีและน้ำเสียงของประธาน Fed อย่างใกล้ชิดระหว่างการตอบคำถามสื่อมวลชน ซึ่งอาจเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลในการปรับนโยบายครั้งนี้ รวมถึงแนวโน้มการดำเนินนโยบายในปีหน้า หากประธาน Fed แสดงความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อหรือความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจอย่างชัดเจน ตลาดการเงินก็อาจเกิดความผันผวนตามการตีความแนวโน้มนั้นๆ ได้

20:30 น. (USD) – จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (รายสัปดาห์) (ความสำคัญ: ปานกลาง) คาดว่าจะอยู่ที่ 221,000 ราย เพิ่มขึ้นจากระดับ 191,000 ราย ในสัปดาห์ก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานอาจบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หรืออาจเกิดจากปัจจัยชั่วคราวบางประการ เช่น การปรับตามฤดูกาลช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ระดับประมาณ 2.21 แสนรายยังสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต หากตัวเลขจริงออกมาสูงกว่าที่คาดมาก อาจเพิ่มความกังวลว่าอัตราการว่างงานจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ในขณะที่หากตัวเลขต่ำกว่าคาดมากก็จะยืนยันถึงความแข็งแกร่งของการจ้างงานที่ยังดำเนินต่อไป

วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม 2025
14:00 น. (GBP) – รายงาน GDP รายเดือนของสหราชอาณาจักร (ต.ค.) (ความสำคัญ: ปานกลาง) ตลาดคาดว่า GDP เดือนตุลาคมจะขยายตัว +0.1% จากเดือนก่อนหน้า พลิกกลับมาเป็นบวกเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนกันยายนที่หดตัว -0.1% หากตัวเลขออกมาตามคาด จะเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจอังกฤษเริ่มฟื้นตัวเล็กน้อยในช่วงต้นไตรมาสที่ 4 โดยได้แรงหนุนจากภาคการผลิตและภาคบริการที่ปรับตัวดีขึ้นหลังผ่านพ้นช่วงชะลอตัวชั่วคราว อย่างไรก็ดี หาก GDP เดือนตุลาคมต่ำกว่าคาดหรือยังคงติดลบ ก็อาจเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอังกฤษจะเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษในการประชุมครั้งถัดไป

#ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวทองคำ #เทรดทอง #สรุปข่าว #ทองคำ

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจรายสัปดาห์ (1 ธันวาคม – 5 ธันวาคม 2025)วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2025- 21:45 น. (USD) ดัชนี PMI ภาคการผลิ...
01/12/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจรายสัปดาห์ (1 ธันวาคม – 5 ธันวาคม 2025)

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2025
- 21:45 น. (USD) ดัชนี PMI ภาคการผลิต (พ.ย.) – ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน (จัดทำโดย S&P Global) คาดการณ์ไว้ที่ 51.9 จุด เท่ากับระดับครั้งก่อนหน้า ค่าดัชนียังคงอยู่เหนือระดับ 50 แสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตสหรัฐฯ ยังขยายตัว แม้การขยายตัวจะทรงตัวจากเดือนก่อนก็ตาม การที่ดัชนียังคงทรงตัวที่ระดับนี้สะท้อนถึงเสถียรภาพในภาคอุตสาหกรรมสหรัฐฯ ช่วงปลายปี
- 22:00 น. (USD) ดัชนี PMI ภาคการผลิต (ISM) (พ.ย.) – ดัชนี PMI ภาคการผลิตสหรัฐฯ จากสถาบัน ISM เดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 49.0 จากระดับ 48.7 ในครั้งก่อน แม้ตัวเลขจะปรับดีขึ้น แต่ดัชนียังคงต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะหดตัวอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยนี้อาจสื่อว่าภาวะถดถอยในภาคการผลิตกำลังเริ่มคลี่คลาย และมีแนวโน้มทรงตัวมากขึ้นหลังจากชะลอตัวมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

วันอังคารที่ 2 ธันวาคม 2025
- 08:00 น. (USD) ถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด – เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในเช้าวันอังคารตามเวลาไทย ตลาดการเงินทั่วโลกจะจับตาถ้อยแถลงนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อค้นหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ ในอนาคต คำพูดของพาวเวลล์ครั้งนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากเป็นช่วงก่อนการประชุมกำหนดนโยบายครั้งสุดท้ายของปี นักลงทุนหวังว่าจะได้รับเบาะแสเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและมุมมองต่อภาวะเงินเฟ้อในปีหน้าจากสุนทรพจน์นี้
- 17:00 น. (EUR) อัตราเงินเฟ้อ CPI ยูโรโซน (ปีต่อปี) (พ.ย.) – รายงานอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค (CPI) ปีต่อปีของกลุ่มยูโรโซนประจำเดือนพฤศจิกายน นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 2.1% ซึ่งเท่ากับระดับของเดือนก่อนหน้า การทรงตัวของเงินเฟ้อที่ใกล้ระดับ 2% เช่นนี้บ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคาในยุโรปได้ชะลอลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา และอยู่ใกล้เคียงกับเป้าหมายเงินเฟ้อระยะยาวของธนาคารกลางยุโรป (ECB) สิ่งนี้อาจช่วยลดแรงกดดันต่อ ECB ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
- 22:00 น. (USD) ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ JOLTS (ก.ย.) – รายงานจำนวนตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่ (JOLTS) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายนจะประกาศคืนนี้ โดยครั้งก่อนอยู่ที่ 7.227 ล้านตำแหน่ง ตัวเลข JOLTS เป็นดัชนีชี้วัดความต้องการแรงงานที่สำคัญในตลาดงานสหรัฐฯ หากจำนวนตำแหน่งงานว่างปรับลดลงจากครั้งก่อน จะเป็นสัญญาณว่าความต้องการแรงงานในตลาดเริ่มผ่อนคลายจากความร้อนแรงที่ผ่านมา แต่ถ้าตัวเลขยังคงทรงตัวในระดับสูงใกล้เคียงเดิม ก็ชี้ว่าความต้องการแรงงานยังคงแข็งแกร่งและตลาดแรงงานยังตึงตัวอยู่

วันพุธที่ 3 ธันวาคม 2025
- 20:15 น. (USD) การจ้างงานนอกภาคเกษตร (ข้อมูล ADP) (พ.ย.) – รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมภาคเอกชนจาก ADP ในเดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 19,000 ตำแหน่ง ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนก่อนที่เพิ่มขึ้น 42,000 ตำแหน่ง หากผลออกมาตามคาด จะสะท้อนว่าการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนจนแทบหยุดนิ่ง สัญญาณนี้บ่งบอกถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเริ่มกดดันการจ้างงานใหม่ให้ซบเซาลง
- 21:45 น. (USD) ดัชนี PMI ภาคบริการ (พ.ย.) – ดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ เดือนพฤศจิกายน (จัดทำโดย S&P Global) คาดการณ์อยู่ที่ 55.0 ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนหน้า ระดับดัชนีที่สูงกว่า 50 อย่างต่อเนื่องนี้สะท้อนว่ากิจกรรมภาคบริการยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ภาคบริการที่เติบโตต่อเนื่องเช่นนี้บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายและกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศยังคึกคัก สามารถชดเชยการชะลอตัวในภาคการผลิตได้ และยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
- 22:00 น. (USD) ดัชนี PMI ภาคบริการ (ISM) (พ.ย.) – ดัชนี PMI ภาคบริการของสถาบัน ISM เดือนพฤศจิกายน คาดว่าจะออกมาที่ 52.0 ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 52.4 ในเดือนก่อนหน้า แม้ดัชนีจะปรับตัวลดลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งหมายความว่าภาคบริการสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง การเติบโตในภาคบริการที่ยืนเหนือ 50 ได้ต่อไป สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังมีแรงส่งจากการบริโภคและบริการ แม้บางภาคส่วนจะเริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อยก็ตาม
- 22:30 น. (USD) สต็อกน้ำมันดิบคงคลัง (รายสัปดาห์) – รายงานสต็อกน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์นี้จะถูกจับตามอง หลังจากครั้งก่อนมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพิ่มขึ้น 2.774 ล้านบาร์เรล ตลาดคาดการณ์ว่าสัปดาห์นี้ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอาจเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ทิศทางการเปลี่ยนแปลงของสต็อกน้ำมันจะส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานในตลาดโลก โดยหากสต็อกน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่หากตัวเลขชี้ว่าปริมาณน้ำมันสำรองลดลงมากกว่าคาด ก็อาจเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้นได้

วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม 2025
- 20:30 น. (USD) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (รายสัปดาห์) – ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 220,000 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 216,000 ราย ในสัปดาห์ก่อนหน้า แม้จำนวนจะขยับขึ้น แต่ระดับ สองแสนต้นๆ ยังถือว่าต่ำมากในเชิงประวัติการณ์ สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะแข็งแกร่ง การปลดพนักงานยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก และนายจ้างส่วนใหญ่ยังพยายามรักษาพนักงานท่ามกลางตลาดแรงงานที่ตึงตัว

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2025
- 22:00 น. (USD) ดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) (รายเดือน) (ก.ย.) – ดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price Index) ของสหรัฐฯ สำหรับเดือนกันยายน (เทียบรายเดือน) คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 0.2% ซึ่งเท่ากับอัตราการเพิ่มขึ้นในเดือนก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ระดับ 0.2% ต่อเดือน ถือว่าอยู่ในกรอบที่ควบคุมได้ เมื่อคำนวณเป็นรายปีจะอยู่ราว 2.4% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ แนวโน้มเงินเฟ้อที่สงบลงเช่นนี้จะช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และสร้างความเชื่อมั่นว่าเงินเฟ้ออยู่ภายใต้การควบคุมของนโยบายการเงิน
- 22:00 น. (USD) ดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) (รายปี) (ก.ย.) – ดัชนี Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อพื้นฐานที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน (เทียบปีต่อปี) ของเดือนกันยายน คาดว่าจะอยู่ที่ 2.9% ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับครั้งก่อนหน้า แม้ค่า Core PCE นี้จะยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดเล็กน้อย แต่การทรงตัวของตัวเลขที่ระดับ 2.9% บ่งชี้ว่าแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังมีเสถียรภาพมากขึ้น ผลจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดตลอดช่วงที่ผ่านมาช่วยฉุดรั้งเงินเฟ้อไว้ และสถานการณ์เช่นนี้อาจเปิดโอกาสให้เฟดชะลอหรือยุติการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต หากแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมต่อไป

#เทรดทอง #สรุปข่าว #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าวทองคำ

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจรายสัปดาห์วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2025วันพฤหัสบดีนี้มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ ทั้งจ...
10/11/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจรายสัปดาห์

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2025
วันพฤหัสบดีนี้มีการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญหลายรายการ ทั้งจากสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา ตลาดการเงินจับตาตัวเลข GDP ของอังกฤษและดัชนีเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
-14:00 น. (GBP, ความสำคัญ: สูง) – ประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหราชอาณาจักร: คาดการณ์การเติบโตไตรมาสต่อไตรมาสประมาณ 0.2% (ลดลงเล็กน้อยจาก 0.3% ในไตรมาสก่อนหน้า) โดยตัวเลข GDP เทียบปีต่อปี (YoY) ครั้งก่อนอยู่ที่ 1.4% และคาดว่าไตรมาสนี้จะออกมาใกล้เคียงระดับเดิม. การชะลอตัวของ GDP สะท้อนถึงผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังซบเซา. หาก GDP ออกมาต่ำกว่าคาด จะยิ่งตอกย้ำภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอาจกดดันค่าเงินปอนด์ให้อ่อนค่าลง ในทางกลับกัน หากตัวเลขดีกว่าคาด ก็อาจหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนและส่งผลให้เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น

-14:00 น. (GBP, ความสำคัญ: ปานกลาง) – รายงาน GDP รายเดือน (ก.ย.) ของอังกฤษ: คาดว่าจะอยู่ที่ 0.0% (ทรงตัวจากเดือนก่อนหน้า) เทียบกับครั้งก่อนที่ 0.1%. การที่ GDP รายเดือนคาดว่าจะไม่เติบโต บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอังกฤษช่วงปลายไตรมาส 3 ยังไร้แรงส่งการขยายตัว โดยอาจได้รับผลจากภาคบริการและการผลิตที่ชะลอตัวก่อนสิ้นไตรมาส. ตัวเลขนี้ช่วยยืนยันภาพรวมว่าเศรษฐกิจไตรมาส 3 ของอังกฤษยังอยู่ในภาวะซบเซา ทำให้ตลาดจับตาว่าไตรมาสถัดไปรัฐบาลและธนาคารกลางจะออกมาตรการใดเพิ่มเติมหรือไม่

-20:30 น. (USD, ความสำคัญ: สูง) – สหรัฐอเมริกาประกาศ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนตุลาคม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่สำคัญของเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดย CPI พื้นฐาน (Core CPI) รายเดือน (ไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน) คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นใกล้เคียง 0.2% เช่นเดียวกับเดือนก่อน สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานยังทรงตัวในกรอบเดิม. ส่วน CPI ทั่วไป (Headline CPI) เดือนต่อเดือน ครั้งก่อนเพิ่มขึ้น 0.3% หากตัวเลขเดือนตุลาคมยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ก็แสดงว่าอัตราเงินเฟ้อโดยรวมไม่ได้เร่งตัวขึ้นมาก. ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ รายปี (YoY) ครั้งก่อนอยู่ที่ 3.0% และมีแนวโน้มว่าอาจทรงตัวใกล้ระดับดังกล่าว ซึ่งถือว่าเข้าใกล้กรอบเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ. โดยภาพรวม หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ จะช่วยคลายความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ทำให้เฟดมีแนวโน้มชะลอหรือหยุดขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นและกดดันค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนลง. แต่หากเงินเฟ้อสูงเกินคาด ก็อาจทำให้ตลาดกังวลว่าเฟดจะคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป ซึ่งจะหนุนค่าเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้นและสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น

-20:30 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (รายสัปดาห์) ของสหรัฐฯ จะประกาศออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน. ตัวเลขครั้งก่อนอยู่ที่ 218,000 ราย ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งแม้อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา. คาดว่าตัวเลขล่าสุดจะใกล้เคียงระดับเดิม ถ้ายังคงต่ำกว่าราว 230,000 ราย ก็เป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่อ่อนแรงอย่างมีนัยสำคัญ. อย่างไรก็ดี หากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด (สูงเกิน 2-3 แสนราย) ก็อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการชะลอตัวในตลาดแรงงาน และตลาดการเงินอาจตีความว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มได้รับแรงกดดันจากนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2025
คืนวันพฤหัสบดีต่อเนื่องถึงวันศุกร์นี้มีข้อมูลด้านพลังงานที่น่าสนใจ ได้แก่ รายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนในตลาดน้ำมันติดตามอย่างใกล้ชิด
-00:00 น. (USD, ความสำคัญ: ปานกลาง) – สหรัฐอเมริกาประกาศตัวเลข สต็อกน้ำมันดิบคงคลังรายสัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ภาวะอุปทานน้ำมันในตลาดโลก. สัปดาห์ก่อนหน้าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังเพิ่มขึ้นถึง 5.202 ล้านบาร์เรล ถือเป็นการเพิ่มขึ้นที่สูงกว่าปกติ สะท้อนภาวะอุปทานล้นตลาดและกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงในช่วงนั้น. สำหรับรายงานรอบนี้ ตลาดคาดหวังว่าจะเห็นการปรับสมดุลของสต็อกน้ำมัน หากตัวเลขออกมาเป็นการเพิ่มขึ้นที่น้อยลงหรือพลิกเป็นลดลง จะส่งสัญญาณว่าความต้องการเริ่มกลับมาสอดคล้องกับอุปทาน ซึ่งอาจช่วยหนุนให้ราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นได้. แต่ถ้าสต็อกน้ำมันดิบยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในระดับสูงกว่าคาด ก็อาจสร้างแรงกดดันให้ราคาน้ำมันเผชิญภาวะอ่อนตัวต่อไปในระยะสั้น

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจ (3 - 6 พ.ย. 2025)สัปดาห์นี้มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจหลายรายการที่นักลงทุนและผู้ติดตามตลาดควรจับตา โ...
03/11/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจ (3 - 6 พ.ย. 2025)

สัปดาห์นี้มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจหลายรายการที่นักลงทุนและผู้ติดตามตลาดควรจับตา โดยเฉพาะดัชนี PMI ต่างๆ ของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนภาวะธุรกิจทั้งภาคการผลิตและบริการ รวมถึงการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินปอนด์และบรรยากาศการลงทุน เราได้สรุปเหตุการณ์เด่นแต่ละวันดังนี้

วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2025
-ตลอดทั้งวัน – ญี่ปุ่น 🇯🇵: วันหยุดธนาคาร (วันวัฒนธรรม) – ตลาดการเงินญี่ปุ่นปิดทำการตลอดวัน เนื่องในวันวัฒนธรรม ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในเอเชียอาจบางเบาลงเนื่องจากไม่มีแรงซื้อขายจากตลาดญี่ปุ่น

-21:45 น. (USD) – ดัชนี PMI ภาคการผลิต S&P Global (ต.ค.) – คาดการณ์ 52.2 จุด (ครั้งก่อน 52.2) : ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตจาก S&P Global ของสหรัฐฯ เดือนตุลาคมคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 52.2 จุด ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตยังคงขยายตัวในอัตราปานกลาง (ตัวเลขสูงกว่า 50 หมายถึงการขยายตัว) การที่ดัชนีทรงตัวที่ระดับเดิมสะท้อนว่ากิจกรรมการผลิตยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่ทรงตัวและภาคการผลิตยังมีเสถียรภาพ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอุปสงค์โลกที่ชะลอตัวก็ตาม

-22:00 น. (USD) – ดัชนี PMI ภาคการผลิต (ISM Manufacturing PMI) (ต.ค.) – คาดการณ์ 49.2 (ครั้งก่อน 49.1) : ดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ จากสถาบัน ISM เดือนตุลาคมคาดว่าจะปรับขึ้นเล็กน้อยมาที่ 49.2 จุด จากระดับ 49.1 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ 50 จุด ซึ่งหมายถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตต่อเนื่อง การคาดการณ์ที่ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้สะท้อนว่าภาคการผลิตอาจเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ แม้ว่าจะยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยปัจจัยกดดันเช่น อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงและอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่อ่อนแรง ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของภาคโรงงาน

-22:00 น. (USD) – ดัชนีราคาภาคการผลิต (ISM Manufacturing Prices) (ต.ค.) – คาดการณ์ 62.6 (ครั้งก่อน 61.9) : ดัชนีย่อยด้านราคาในการสำรวจภาคการผลิตของ ISM เดือนตุลาคมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 62.6 จุด จาก 61.9 ในเดือนก่อน แสดงให้เห็นว่าต้นทุนราคาสินค้าและวัตถุดิบในภาคการผลิตยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขที่อยู่สูงกว่า 60 จุดบ่งชี้ถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่แข็งแกร่งในภาคการผลิต ไม่ว่าจะเป็นราคาวัตถุดิบหรือค่าจ้างที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ผลิตอาจส่งต่อต้นทุนเหล่านี้ไปยังราคาสินค้าสำหรับผู้บริโภคได้ เป็นสัญญาณว่าปัญหาเงินเฟ้อในภาคการผลิตยังไม่น่าเบาลงในระยะสั้น

วันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2025
-22:00 น. (USD) – จำนวนตำแหน่งงานเปิดใหม่ JOLTS (ก.ย.) – ไม่มีตัวเลขคาดการณ์ (ครั้งก่อน 7.227 ล้านตำแหน่ง) : กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัคร (JOLTS) ประจำเดือนกันยายน ซึ่งครั้งก่อนอยู่ที่ 7.227 ล้านตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงมีความต้องการแรงงานสูงอยู่ในระดับหนึ่ง นักลงทุนจะจับตาดูว่าตัวเลขตำแหน่งงานว่างจะปรับลดลงหรือไม่ ซึ่งหากลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจบ่งชี้ว่าความต้องการแรงงานกำลังชะลอตัวลงจากผลของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน หากตัวเลขยังทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น ก็หมายถึงตลาดแรงงานยังคงตึงตัว ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านค่าจ้างและเงินเฟ้อให้คงอยู่ในระบบเศรษฐกิจต่อไป

วันพุธที่ 5 พฤศจิกายน 2025
-20:15 น. (USD) – การจ้างงานภาคเอกชน (รายงาน ADP) (ต.ค.) – คาดการณ์ +28,000 ตำแหน่ง (ครั้งก่อน -32,000 ตำแหน่ง) : รายงานการจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ของเดือนตุลาคมคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 28,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เดือนกันยายนเคยลดลง 32,000 ตำแหน่ง สะท้อนถึงแนวโน้มการจ้างงานที่ชะลอตัวลงอย่างมากในภาคธุรกิจเอกชนของสหรัฐฯ การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเช่นนี้บ่งบอกว่าผู้ประกอบการระมัดระวังในการรับคนเพิ่ม อาจเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและผลกระทบของดอกเบี้ยสูงที่ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น หากตัวเลขจริงออกมาตามคาดก็จะยืนยันภาพตลาดแรงงานที่กำลังเย็นตัว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของธนาคารกลางในการชะลอเศรษฐกิจเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

-21:00 น. (USD) – ดัชนี PMI ภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing PMI) (ต.ค.) – คาดการณ์ 51.0 (ครั้งก่อน 50.8) : ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการของสหรัฐฯ (ไม่รวมภาคการผลิต) เดือนตุลาคม คาดว่าจะออกมาที่ 51.0 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 50.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่เหนือระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคบริการยังคงขยายตัวเล็กน้อย การขยับขึ้นเล็กน้อยนี้แสดงถึงความแข็งแกร่งแบบค่อยเป็นค่อยไปของกิจกรรมภาคบริการ โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศที่ยังทรงตัว ถึงแม้ว่าภาวะการเงินที่ตึงตัว (ดอกเบี้ยสูงและสินเชื่อเข้มงวดขึ้น) จะสร้างแรงกดดันต่อภาคบริการบางส่วนก็ตาม ทั้งนี้ การที่ดัชนีอยู่เหนือ 50 อย่างต่อเนื่องบ่งบอกว่าธุรกิจบริการยังไม่ได้รับผลกระทบจนถึงขั้นหดตัวอย่างชัดเจน

-21:00 น. (USD) – ดัชนีราคาภาคบริการ (ISM Non-Manufacturing Prices) (ต.ค.) – ไม่มีตัวเลขคาดการณ์ (ครั้งก่อน 69.4) : ดัชนีย่อยด้านระดับราคาของภาคบริการสหรัฐฯ จากรายงาน ISM เดือนก่อนอยู่ที่ 69.4 จุด ซึ่งถือว่าสูงมาก แสดงถึงต้นทุนและราคาบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา สำหรับเดือนตุลาคม แม้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ แต่ทิศทางน่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจัยด้านค่าแรงและต้นทุนดำเนินการในภาคบริการยังมีแนวโน้มกดดันให้ราคาสูงขึ้น หากดัชนีราคาภาคบริการยังอยู่ใกล้เคียงระดับเดิมหรือปรับเพิ่ม จะตอกย้ำว่าแรงกดดันเงินเฟ้อในภาคบริการยังไม่ผ่อนคลายลง และอาจเป็นปัจจัยที่ธนาคารกลางให้ความสำคัญในการพิจารณานโยบายการเงินต่อไป

-21:45 น. (USD) – ดัชนี PMI ภาคบริการ S&P Global (ต.ค.) – คาดการณ์ 55.2 (ครั้งก่อน 55.2) : ดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ จาก S&P Global เดือนตุลาคม คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 55.2 จุด เท่ากับครั้งก่อนหน้า สะท้อนการขยายตัวที่แข็งแกร่งของภาคบริการอเมริกันอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 อย่างมากเช่นนี้บ่งชี้ว่าบริษัทในภาคบริการยังคงมีคำสั่งซื้อและกิจกรรมทางธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งอาจได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อยู่ในเกณฑ์ดีและการจ้างงานที่ยังขยายตัวในภาคบริการ การทรงตัวที่ระดับสูงนี้ถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยรวม เนื่องจากภาคบริการมีสัดส่วนใหญ่ในจีดีพี

-22:30 น. (USD) – สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ (รายสัปดาห์) – ไม่มีตัวเลขคาดการณ์ (ครั้งก่อน -6.858M) : รายงานสต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ ครั้งก่อนเผยว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังลดลง 6.858 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าปกติ สะท้อนถึงอุปสงค์น้ำมันที่แข็งแกร่งหรืออุปทานที่ตึงตัว (เช่น การผลิตลดลงหรือการส่งออกเพิ่มขึ้น) สำหรับสัปดาห์นี้ แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขคาดการณ์อย่างเป็นทางการ แต่นักลงทุนจะรอดูว่าคงคลังน้ำมันจะยังคงลดลงต่อเนื่องหรือเริ่มปรับเพิ่มขึ้น หากสต็อกยังลดลงมากอีก อาจบ่งชี้ว่าตลาดน้ำมันยังคงตึงตัวและเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันให้ทรงตัวระดับสูง แต่หากมีการเพิ่มขึ้นของสต็อกอย่างมีนัย สำรองน้ำมันที่มากขึ้นอาจช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานและกดดันราคาน้ำมันลงมาได้บ้าง

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2025
-19:00 น. (GBP) – การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย (พ.ย.) ของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) – คาดการณ์ 4.00% (ครั้งก่อน 4.00%) : ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประกาศมติอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนพฤศจิกายน โดยคาดว่า BoE จะ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.00% เท่าเดิมจากครั้งก่อน สะท้อนถึงท่าทีระมัดระวังของคณะกรรมการนโยบายการเงินซึ่งมองว่าอัตราดอกเบี้ยระดับปัจจุบันเพียงพอในการควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย ขณะเดียวกันก็ต้องการหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากเกินไป สัญญาณจากข้อมูลเงินเฟ้อและการเติบโตเศรษฐกิจของอังกฤษช่วงล่าสุดบ่งชี้ว่าแรงกดดันด้านราคามีแนวโน้มทรงตัวหรือชะลอลงเล็กน้อย ในขณะที่เศรษฐกิจโดยรวมเติบโตช้าลง BoE จึงมีแนวโน้ม “ตรึงดอกเบี้ย” ในการประชุมนี้ ทั้งนี้นักลงทุนจะจับตาแถลงการณ์และมุมมองของ BoE ต่อทิศทางนโยบายในอนาคตอย่างใกล้ชิด เพราะหากมีสัญญาณเปลี่ยนแปลงท่าที เช่น การส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในปีหน้า อาจส่งผลต่อค่าเงินปอนด์และตลาดการเงินอย่างมีนัยสำคัญ

หมายเหตุ: ตัวเลขที่ระบุข้างต้นเป็นเพียงการคาดการณ์หรือข้อมูลจากครั้งก่อน เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากตัวเลขจริงที่ประกาศออกมามีความแตกต่างจากที่คาดไว้ อาจก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินได้ นักลงทุนควรติดตามผลการประกาศจริงอย่างใกล้ชิดและระมัดระวังในการลงทุน

#ข่าวเศรษฐกิจ #สรุปข่าว #เทรดทอง

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (20-24 ตุลาคม 2025)วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 202509:00 น. (CNY) – GDP จีน (รายปี ไตรมาส 3) (คว...
20/10/2025

สรุปปฏิทินเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ (20-24 ตุลาคม 2025)

วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคม 2025
09:00 น. (CNY) – GDP จีน (รายปี ไตรมาส 3) (ความสำคัญ: สูง)
ตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาส 3 จะขยายตัวประมาณ 4.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งชะลอลงจาก 5.2% ในไตรมาสก่อนหน้า. การชะลอตัวนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนเริ่มสูญเสียแรงส่ง โดยมีปัจจัยจากการส่งออกที่อ่อนแรงลงและปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังกดดันการเติบโต. หากตัวเลข GDP ออกมาต่ำกว่าระดับไตรมาสก่อนจริง รัฐบาลจีนอาจพิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อพยุงเป้าหมายการเติบโตทั้งปี. ทั้งนี้ GDP ของจีนถือเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญมาก เนื่องจากสะท้อนสุขภาพของเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลกและสามารถส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก.

วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2025
13:00 น. (GBP) – ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหราชอาณาจักร (ปีต่อปี เดือน ก.ย.) (ความสำคัญ: สูง)
อังกฤษเตรียมประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนกันยายน คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.0% YoY เพิ่มขึ้นจาก 3.8% ในเดือนสิงหาคม. การขยับขึ้นเล็กน้อยนี้ชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อยังคงร้อนแรง โดยมีแรงหนุนบางส่วนจากราคาอาหารและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น. หากเงินเฟ้อแตะระดับ 4% ตามคาด จะถือว่าอยู่ในระดับ สูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ถึงสองเท่า และยังเป็นอัตราเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลักขณะนี้. สถานการณ์นี้อาจทำให้ BoE ต้องตรึงอัตราดอกเบี้ยระดับสูงต่อไปอีกระยะ และชะลอการปรับลดดอกเบี้ยในอนาคตจนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อเข้าสู่ทิศทางขาลงอย่างชัดเจน.

21:30 น. (USD) – สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ (รายสัปดาห์) (ความสำคัญ: ปานกลาง)
รายงานสินค้าคงคลังน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ จะถูกจับตาโดยนักลงทุนในตลาดพลังงาน. สัปดาห์ก่อนหน้าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังเพิ่มขึ้น ถึง 3.524 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นที่บ่งชี้ถึงอุปทานที่ล้นตลาดหรืออุปสงค์ที่ชะลอลง. สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดจะรอดูว่าตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบจะ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือพลิกกลับมาลดลง. หากสต็อกยังเพิ่มขึ้น นั่นอาจกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เนื่องจากมีอุปทานเหลือในตลาดสูง. ในทางกลับกัน หากตัวเลขเผยว่าปริมาณสต็อกลดลงเกินคาด ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันได้แรงหนุนปรับตัวสูงขึ้น จากสัญญาณอุปสงค์ที่แข็งแกร่งหรือการผลิตที่ตึงตัวขึ้น.

วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม 2025
19:30 น. (USD) – จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (ความสำคัญ: ปานกลาง)
ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 223,000 ราย เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 218,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า. การปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานอาจเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย หลังจากอยู่ในภาวะตึงตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการยังถือว่า อยู่ในระดับต่ำในเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งสะท้อนว่าภาพรวมการจ้างงานยังคงแข็งแกร่งอยู่. นักลงทุนมักใช้ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณเบื้องต้นของแนวโน้มการจ้างงานในระยะสั้น ดังนั้นแม้จะเป็นดัชนีความสำคัญปานกลาง แต่ก็สามารถสร้างความเคลื่อนไหวในตลาดได้หากตัวเลขเซอร์ไพรส์ไปจากคาดการณ์.
21:00 น. (USD) – ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) เดือน ก.ย. (ความสำคัญ: ปานกลาง)
สหรัฐฯ มีกำหนดรายงานยอดขายบ้านมือสองเดือนกันยายน โดยคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ราว 4.06 ล้านยูนิต (อัตราปรับฤดูกาลรายปี) สูงกว่าระดับ 4.00 ล้านยูนิตในเดือนสิงหาคม เล็กน้อย. การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนว่าตลาดที่อยู่อาศัยมือสองอาจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลังจากซบเซามาหลายเดือน จากผลของดอกเบี้ยจำนองที่พุ่งสูงในปีที่ผ่านมา. ปัจจัยที่ช่วยหนุนยอดขายอาจมาจาก ผู้ขายและผู้ซื้อปรับตัวเข้ากับอัตราดอกเบี้ยใหม่ได้ดีขึ้น หรืออัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านอาจปรับลดลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุด ทำให้ความต้องการซื้อขยับดีขึ้นเล็กน้อย. แม้ว่ายอดขายที่ระดับประมาณ 4 ล้านกว่าหน่วยยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเฟื่องฟูก่อนหน้าที่ดอกเบี้ยต่ำ แต่ การทรงตัวหรือขยายขึ้นเล็กน้อยครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มค้นหาจุดสมดุลใหม่ และอาจมีเสถียรภาพมากขึ้นหากอัตราดอกเบี้ยไม่เพิ่มขึ้นต่อ.

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม 2025
19:30 น. (USD) – ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (เดือน ก.ย.) (ความสำคัญ: สูง)
ไฮไลต์สำคัญ ส่งท้ายสัปดาห์อยู่ที่ชุดข้อมูล ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกันยายน ซึ่งประกาศเวลา 19:30 น. ตามเวลาไทย. โดย CPI พื้นฐาน (Core CPI) ที่ไม่รวมอาหารและพลังงานนั้น ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเท่ากับอัตราการเพิ่มของเดือนสิงหาคม แสดงให้เห็นว่า แรงกดดันเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงทรงตัว. ขณะเดียวกัน CPI หัวข้อข่าว (Headline CPI) ซึ่งรวมทุกหมวด คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.4% เดือนต่อเดือน (เท่ากับเดือนก่อน) และในแง่ปีต่อปี คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.1% สูงกว่าระดับ 2.9% ในเดือนสิงหาคม เล็กน้อย. การขยับขึ้นของเงินเฟ้อรายปีครั้งนี้ส่วนหนึ่งคาดว่า มาจากราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้นในช่วงเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งชดเชยแรงกดดันเงินเฟ้อจากหมวดอื่นที่ผ่อนคลายลง. ตัวเลขเงินเฟ้อชุดนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อทิศทางตลาด เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed). หากเงินเฟ้อโดยรวมยังทรงตัวใกล้ระดับ 3% และ ขยับสูงกว่าครั้งก่อน เล็กน้อย ก็อาจทำให้ Fed มีท่าทีระมัดระวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป จนกว่าจะเห็นเงินเฟ้อกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายใกล้ 2% อย่างชัดเจน.
20:45 น. (USD) – ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ (เดือน ต.ค.) (ความสำคัญ: ปานกลาง)
ช่วงเวลา 20:45 น. วันศุกร์ สหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการ ประจำเดือนตุลาคม (ข้อมูลเบื้องต้น). PMI ภาคการผลิต คาดว่าจะออกมาที่ 51.9 จุด ลดลงเล็กน้อยจาก 52.0 จุดในเดือนก.ย. ส่วน PMI ภาคบริการ คาดว่าจะอยู่ที่ 53.5 จุด ชะลอลงจาก 54.2 จุดในครั้งก่อน. แม้ดัชนีทั้งสองจะปรับตัวลงเล็กน้อย แต่ ยังคงอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจทั้งในภาคการผลิตและบริการยังอยู่ในภาวะขยายตัว. การอ่อนตัวลงเล็กน้อยของ PMI สะท้อนว่า โมเมนตัมการเติบโตของภาคธุรกิจอาจกำลังชะลอลง เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อาจเนื่องจากความต้องการทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มชะลอหรือผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยสูงที่กดดันการขยายตัว. อย่างไรก็ดี ระดับดัชนีที่เกิน 50 อย่างต่อเนื่องบ่งบอกว่าภาคธุรกิจสหรัฐฯ โดยรวมยังคงทรงตัวอยู่ในเกณฑ์ขยายตัว. นักลงทุนจะใช้ข้อมูล PMI ซึ่งถือว่ามีความสำคัญปานกลางนี้เพื่อประเมินสุขภาพเศรษฐกิจในช่วงต้นไตรมาสสุดท้ายของปี.
21:00 น. (USD) – ยอดขายบ้านใหม่ (New Home Sales) เดือน ก.ย. (ความสำคัญ: ปานกลาง)
ปิดท้ายสัปดาห์ด้วยรายงาน ยอดขายบ้านใหม่ ของสหรัฐฯ เดือนกันยายน ซึ่งจะประกาศเวลา 21:00 น. เดือนก่อนหน้านี้ (ส.ค.) ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้นอย่างเหนือความคาดหมายถึง 800,000 ยูนิต (ต่อปี ปรับฤดูกาล) พุ่งขึ้นกว่า 20% จากเดือนก.ค. และถือเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี. สำหรับเดือนก.ย. ตลาดจะจับตาดูว่า แรงส่งในตลาดบ้านใหม่จะต่อเนื่องหรือชะลอลงหลังจากการพุ่งขึ้นครั้งใหญ่ ในเดือนก่อน. แม้มีโอกาสที่ยอดขายอาจย่อตัวลงเล็กน้อยจากระดับพีก 800,000 ยูนิต แต่โดยรวมคาดว่า ยอดขายบ้านใหม่จะยังทรงตัวอยู่ในระดับแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับช่วงปีที่ผ่านมา. ปัจจัยสนับสนุนมาจาก ผู้ประกอบการอสังหาฯ ที่เสนอสิ่งจูงใจจูงใจผู้ซื้อและอุปทานบ้านมือสองที่ตึงตัว ทำให้ผู้ซื้อหันมาสนใจบ้านใหม่มากขึ้น. หากตัวเลขที่ออกมาใกล้เคียงกับระดับของเดือนส.ค. จะยืนยันถึง ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของตลาดที่อยู่อาศัยใหม่ แม้ต้องเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่ในระดับสูงก็ตาม.

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66821982497

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Gold GOGO l Strategy First, Emotion Laterผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์