Pooh Hirun พื้นที่สำหรับเรียนรู้เรื่องการลงทุนและเรื่องอื่นๆของตัวผมเอง

ความเห็น ดร.นิเวศน์ เกี่ยวกับ AI ในโลกการลงทุนขอบคุณสำหรับเนื้อหาครับ by Business Tomorrowhttps://youtu.be/ju9j8BgjPKA?s...
07/12/2025

ความเห็น ดร.นิเวศน์ เกี่ยวกับ AI ในโลกการลงทุน
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาครับ by Business Tomorrow
https://youtu.be/ju9j8BgjPKA?si=UCAcOxeilhXHn5jA
ดร.นิเวศน์ มีความเชื่อว่า AI น่าจะเปลี่ยนโลกจริง แต่เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนโลกมีมาตลอดอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยยุคอินเตอร์เน็ต และจำเป็นต้องใช้เวลา ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทันที เหมือนโลกยุคอินเตอร์เน็ตที่ต้องมีกระบวนการ adoption ในโลกเทคโนโลยี
CISCO ในสมัยก่อนใหญ่โตมาก เพราะทำระบบ connecting เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต ทุกคนแห่ซื้อหุ้นตัวเดียว กลัวตกรถ และ ณ ปัจจุบัน CISCO ก็ได้ตายไปแล้ว ซึ่งบรรยายกาศสมัยก่อนก็คล้ายกับสมัยของยุค AI
บริษัทในกลุ่ม 7 นางฟ้าพยายามทำ AI ให้เก่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่จะดึงบริษัทอื่นๆให้ใช้ AI เจ้าของตัวเอง
บริษัทที่ใช้ AI ก็เพื่อที่จะลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจ แน่นอนว่าต้นทุนทั้งโลกก็ลดลง และในเชิงภาพรวมธุรกิจน่าจะดีขึ้นเพราะมีต้นทุนที่ลดลง
แต่บริษัทที่เอา AI มาใช้ จริงๆแล้วไม่ได้ประโยชน์ในเชิงการแข่งขันกับบริษัทอื่นๆ เพราะทุกคนก็ใช้ AI เพื่อลดต้นทุน ต่างคนต่างได้ประโยชน์ ทำให้การแข่งขันของบริษัทระหว่างโลกก่อน AI และ โลกหลัง AI จึงไม่ได้แตกต่างกัน เว้นแต่จะมีบริษัทที่ใช้ AI แข่งกับบริษัทไม่ใช้ AI
ดร.นิเวศน์ สงสัยว่าเพราะ AI หรือไม่ทำให้หุ้นขึ้นลงอย่างรวดเร็ว เพราะ AI แนะนำหุ้น หรือข้อมูลต่างๆเหมือนกันหมด
มนุษย์รู้จักรอ แต่ AI นั้นแห่ตามคนส่วนใหญ่ เพราะ AI ก็หาข้อมูลจากคนส่วนใหญ่ และ process ออกมาเป็น idea

สรุปเนื้อหา: ทำไมยุคนี้ต้องลงทุน?   by Kim Property Livehttps://youtu.be/kl3ia6kAZrw?si=6hMVqsgBtFhg-fKM-เกมของทุนนิยมมี...
07/12/2025

สรุปเนื้อหา: ทำไมยุคนี้ต้องลงทุน? by Kim Property Live
https://youtu.be/kl3ia6kAZrw?si=6hMVqsgBtFhg-fKM
-เกมของทุนนิยมมี 3 อย่าง: 1. คนมีทุนได้เปรียบ มีเงินได้เปรียบ 2.คนกู้ได้เปรียบ เสริมทุนด้วยหนี้ 3. คนไม่มีทุน และไม่กู้เสียเปรียบ และชีวิตจะยากขึ้นโดยอัตโนมัติ

-การลงทุนคือคำตอบ ในช่วงที่การทำธุรกิจ การทำงานยากขึ้นเรื่อยๆ การลงทุนทำให้เงินเราเติบโตแบบไม่มีเพดาน

-ทุนนิยมคือมือใครยาว สาวได้สาวเอา หลายคนไม่ชอบ แต่เป็นกติกาของทุนนิยม

-เงินจำเป็นในยุคทุนนิยมอย่างมาก ในการสร้างทรัพย์สิน เป็นประตูแรกในการสร้างความมั่งคั่ง

-คนที่ไม่ใช้ทุนและหนี้จะเติบโตได้ยากลำบากกว่าคนที่ไม่ใช้

-ที่ผ่านมามีการพิมพ์เงินจาก FED ถึง 40% ในเวลาเพียงแค่ 2 ปี จากเหตุการณ์ COVID-19

-อะไรที่มีมากขึ้นจะมีค่าที่น้อยลง เงินที่มากขึ้นจึงไหลไปหาทรัพย์สินที่สามารถปกป้องมูลค่าได้ และทำให้ทรัพย์สินมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมาก

-ทุนนิยมหลงรักเงินเฟ้อมาก เพราะเงินเฟ้อเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนที่มีทรัพย์สินในระบบทุนนิยมร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว

-ประเทศไทยเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง และเราไม่มีเทคโนโลยี S-Curve ใหม่ๆ

-แต่ปัจจุบันโลกการลงทุนเปิดกว้าง ให้ไปลงทุนที่ไหนก็ได้ จะลงทุนอะไรก็ได้ไม่จำกัดแค่ในประเทศไทย

-เงินเสื่อมค่า เงินด้อยค่า และเงินก็หายากมากขึ้นด้วย

-ระบบทุนนิยมออกแบบให้ใช้ทุนมากกว่าใช้แรง คนรู้กติกาของทุนนิยมจึงจะเหนื่อยน้อยกว่าคนที่ไม่รู้

-ควรขยันและทำงานเพื่อหาเงินให้ได้มากขึ้น แต่อย่าติดกับดักกระแสสังคม ไม่งั้นอาจจะไม่มีเงินเก็บไปสร้างทรัพย์สิน

-คนไม่มีเงิน ก็เข้าสู่เกมทุนนิยมไม่ได้

-คนยุคใหม่เก่งขึ้นเรื่อยๆ มีเครื่องมือ เช่น AI

-คนยุคเก่ามีภาระมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นครอบครัวที่ต้องดูแล ถ้าไม่นำเงินมาลงทุนในช่วงรายได้อยู่ในจุดพีคของชีวิต ก็จะทำให้มีชีวิตอยู่อย่างลำบาก และไม่มีเครื่องมือในการเข้าสู่เกมของโลกทุนนิยม

-ความจำเป็นในการลงทุนสำคัญมากในยุคนี้ และมากกว่ายุคก่อน เพราะรายได้เติบโตช้า ราคาที่อยู่อาศัยแพง และอัตราการแข่งขันสูงอันเนื่องมาจากโลกออนไลน์ แถมยังมี AI ที่อาจจะมาแย่งงาน

-การเมืองไม่เสถียร ทั้งไทยและทั้งโลก

-รายได้มีขีดจำกัด ชนเพดานและมีความผันผวนได้ แต่รายจ่ายไม่มีเพดาน

-ต้องสู้ด้วยระบบ สู้ด้วย leverage

-กู้ให้เป็น จะเติบโตได้เร็ว

-ไม่มีคนเติบโตได้เร็วโดยไม่ใช้ leverage ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือ connection หรือ โอกาสทางธุรกิจต่างๆ

-ขาขึ้นต้องใช้ leverage ขาลงต้องลด leverage

-ถ้าไม่ลงทุน เราต้องเผชิญกับต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

-อาชีพมีวันหมดอายุ ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมพร้อมด้วยการลงทุน

-ยุคนี้หนักกว่ายุคก่อนเยอะ ดังนั้นต้องระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น

-ยุคใหม่ ก็มีกติกาใหม่ๆ

-ต้องเก็บเงิน ต้องมีทรัพย์สิน ต้องมี leverage ต้องเข้าใจทุนนิยม เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่มีทรัพย์สินมักจะรอดเสมอ
ขอบคุณสำหรับเนื้อหาครับ
https://youtu.be/kl3ia6kAZrw?si=6hMVqsgBtFhg-fKM

บันทึก: ค่าเงิน USDTHBตั้งแต่ต้นปี 2025 จนมาถึงปัจจุบัน ณ ช่วงเวลานี้ (วันที่เขียน 09 Sep 2025) Trend ค่าเงิน USDTHB นั้...
09/09/2025

บันทึก: ค่าเงิน USDTHB
ตั้งแต่ต้นปี 2025 จนมาถึงปัจจุบัน ณ ช่วงเวลานี้ (วันที่เขียน 09 Sep 2025) Trend ค่าเงิน USDTHB นั้นเป็น Trend ขาลงอย่างชัดเจน ค่าเงินไทยบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ค่าเงินดอลลาร์ก็อ่อนยวบไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน
อ้างอิงจาก google finance ถ้าเรามี position การลงทุนของเงินดอลลาร์ตั้งแต่ต้นปีนี้ ณ ปัจจุบันเราจะขาดทุนแค่เฉพาะค่าเงินอย่างเดียวประมาณ 7.4% เมื่อเทียบกลับมาเป็นเงินบาท นับว่าเป็นตัวเลขการขาดทุนที่มากอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับคนที่มี exposure เกี่ยวกับการลงทุนที่เป็นสกุล US Dollar ก็น่าจะเจ็บตัวไปพอสมควร (ตัวผมเองก็เช่นกัน) เช่น การซื้อกองทุนรวมในรูปแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน การฝากเงิน FCD ในรูปแบบสกุลเงินดอลลาร์เพื่อกินดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 4% ซึ่งเมื่อนำมารวมกับการขาดทุนค่าเงิน net แล้วเราน่าจะเป็นการเสียดอกเบี้ยแทนที่จะเป็นได้ดอกเบี้ย
ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วจะไปจบที่ rate ไหน แต่นี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องและเห็นได้ชัดเจนของเรื่อง currency risk และเมื่ออยู่ในตลาดการลงทุนต้องพึงระวังความเสี่ยงไว้ตลอดเวลาครับ

หลักการลงทุน “แก้ว 3 ประการ”หนึ่งใน Framework ที่ผมมักจะนึกถึงสำหรับการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ มี wealth ที่เพียงพอและตอ...
07/09/2025

หลักการลงทุน “แก้ว 3 ประการ”
หนึ่งใน Framework ที่ผมมักจะนึกถึงสำหรับการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ มี wealth ที่เพียงพอและตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของเรานั้นคือ หลักการ"แก้ว 3 ประการ" ซึ่งอ้างอิงมาจากแนวคิดของ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร การที่คนๆหนึ่งจะลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ โดยแก้วที่ว่านั้นมีได้แก่ 1.เงินต้น ณ ตอนเริ่มลงทุน 2.ผลตอบแทนจากการลงทุน และ 3.ระยะเวลาในการลงทุน
1.เงินต้น:
เกมการลงทุนเป็นเรื่องของตัวเลข แน่นอนว่าการมีเงินต้นที่มากได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่รวมถึงตัวผมเองที่ไม่ได้มีเงินต้นที่มากมายอะไร

สิ่งที่พอจะทำได้ก็คือการสร้างเงินต้นในช่วงแรกให้มากเท่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น การหารายได้จากการทำงานประจำมาเติมพอร์ตการลงทุน การหารายได้เสริม การลดค่าใช้จ่ายที่เรามองว่าไม่จำเป็นของตัวเองหรือการชะลอการใช้จ่ายเพื่อนำเงินดังกล่าวมาสร้าง capital ส่วนตัวของเราให้ใหญ่พอในช่วงแรก แน่นอนว่าเป็นเรื่องไม่ง่าย และต้องใช้เวลา

แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นที่ต้องเก็บเงินก้อนใหญ่ทีเดียวแล้วค่อยลงทุน เราสามารถทยอยลงทุนได้ตลอด เช่น มีรายได้รายเดือนก็หักเงินบางส่วนมาใส่ในพอร์ตการลงทุน ในส่วนของหลักการแรกจึงเป็นเรื่องของวินัยทางการเงินเป็นหลัก และแทบไม่ได้ใช้ความสามารถในการลงทุนส่วนตัวแต่อย่างใด

สำหรับในข้อแรกนี้ ผมมองว่าเป็นแก้วประการที่สำคัญมากในช่วงแรกของการเริ่มต้นลงทุน เพราะวิธีการสร้างพอร์ตการลงทุนที่โตเร็วที่สุด ก็คือการเติมเงินเข้าพอร์ตการลงทุนโดยตรงเลย แม้จะเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดอยู่แล้ว แต่แม้แต่ผมเองยังลืมปัจจัยข้อนี้ไปแล้วไป focus กับตัวเลขผลตอบแทนเป็นหลัก ซึ่งจะมีความสำคัญน้อยมากๆในช่วงเริ่มต้นการลงทุน แต่จะมีผลกระทบที่น้อยลงเมื่อพอร์ตของเรามีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และเงินที่เราใส่ไปในพอร์ตนั้นมีขนาดที่เล็กลงเรื่อยๆ เมื่อนั้นแก้วประการที่ 2 จะทำหน้าที่รับช่วงต่อความสำคัญครับ
2.ผลตอบแทน:
เมื่อมีเงินต้น เราก็ต้องสินทรัพย์ที่เราต้องการจะลงทุน แน่นอนว่าในโลกมีสินทรัพย์หลากหลายประเภทมาก แล้วแต่พื้นเพความถนัดของแต่ละคนถนัดอะไร บางคนถนัดลงทุนอสังหาริมทรัพย์ บางคนถนัดตราสารหนี้ บางคนถนัดหุ้นต่างประเทศ หรือคริปโตเคอร์เรนซี ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้ไม่มีถูกและไม่มีผิด แค่เรารู้ตัวว่าเรากำลังลงทุนกับอะไร มีความเสี่ยงประเภทไหนซ่อนอยู่บ้างในการลงทุน เงื่อนไขของการได้ผลตอบแทนของสินทรัพย์นั้นๆเป็นอย่างไร และเรามีมุมมองต่อสินทรัพย์นั้นเป็นอย่างไรในอนาคต ขึ้นอยู่กับทักษะและประสบการณ์ของแต่ละคน

ทั้งนี้แก้วประการนี้จึงเป็นสิ่งที่ต้อง require การเรียนรู้ การศึกษา และจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ตลอดระยะเวลาการลงทุนเพื่อรักษาแต้มต่อการลงทุนของตัวเอง เป็นหลักการที่ผมมองว่ามีความสำคัญตลอดระยะเวลาการลงทุน แน่นอนว่ามีผลตอบแทน ก็ต้องมีความเสี่ยง ในหลายๆสินทรัพย์เรามักจะดูตัวเลขผลตอบแทนเฉลี่ยของการลงทุนย้อนหลัง 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น แต่ในความจริงแล้วตัวเลขดังกล่าว ได้คำนวณถึงช่วงเวลาที่สินทรัพย์มีการขาดทุนไปด้วย ณ ตรงนี้จึงเป็นสิ่งที่คนที่กำลังลงทุนต้องพึงระลึกเสมอไว้ว่าการขาดทุนเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ และเราต้องอยู่ในเกมนี้ให้นานพอเพื่อที่จะได้รับผลตอบแทนจาก Compounding effect หรือการทบต้นของเงิน

ตัวเลขผลตอบแทนที่มากขึ้น ย่อมแลกกับความเสี่ยงที่จะขาดทุน ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งมากขึ้นตามไปด้วย ในบรรดาแก้วแต่ละประการ คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าผลตอบแทนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและให้ความสำคัญมากที่สุด แต่จริงๆแล้วเรื่องผลตอบแทนเป็นเรื่องที่เรา control ได้ยากเพราะไม่มีใครรู้อนาคตว่าสิ่งที่เราจะลงทุนนั้นจะมีผลตอบแทนเป็นอย่างไรในอนาคต
3.ระยะเวลา:
แก้วประการสุดท้ายเป็นแก้วที่สำคัญมากๆในการลงทุน เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้ compounding effect นั้นทำงานได้ดีที่สุด ยิ่งระยะเวลาผ่านไป ผลตอบแทนของการลงทุนนั้นจะทบต้นมากขึ้นๆเรื่อยๆ และพอร์ตของเราจะไม่ได้เติบโตแบบเป็นเส้นตรง แต่เป็นเส้นโค้งชันขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถึงจุดหนึ่งรู้ตัวอีกทีเราก็อาจจะมีพอร์ตการลงทุนที่ตอบโจทย์ต่อชีวิตและเป้าหมายของแต่ละคน

ดังนั้นระยะเวลาในการอยู่ในเกมการลงทุนนี้จึงสำคัญ หลายๆกรณีศึกษาได้ระบุไว้ว่าอัตราผลตอบแทนของกองทุนรวมส่วนใหญ่เมื่อเทียบกับผลตอบแทนการลงทุนของผู้ลงทุนในกองทุนรวมจริงๆแล้วนั้นมีตัวเลขที่ต่างกัน โดยนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนที่น้อยกว่า เนื่องจากการที่นักลงทุนกองทุนรวมส่วนใหญ่เลือกที่จะมีการจับจังหวะการลงทุน ขายทำกำไรเมื่อมีกำไรขึ้นมาเล็กน้อย และขายขาดทุนเมื่อกองทุนมีผลตอบแทนติดลบ รวมถึงการ switch การลงทุนไปยังกองทุนที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่า ทำให้ไม่เกิดความสม่ำเสมอในการลงทุน

ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าการจับจังหวะตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย หากแต่เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความชำนาญของตัวผู้ลงทุน การทำการบ้านการลงทุน และประสบการณ์ส่วนตัวของผู้ลงทุนเอง
เแน่นอนว่าตัวผมเองยังไม่ได้บรรลุเป้าหมายในการสร้างพอร์ตการลงทุนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตของตัวเอง แต่กำลังเริ่มเดินในเกมนี้อย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป และพยายามที่จะไม่หลุดจาก framework แก้ว 3 ประการดังกล่าว เพื่อที่จะทำให้เราไม่หลงทางในโลกการลงทุนของตัวเอง และมีความสุขและสนุกไปกับ Journey นี้ครับ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Pooh Hirunผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์