22/01/2026
หลังราคาทองคำในประเทศปรับตัวพุ่งทะลุระดับ 70,000 บาทต่อบาททองคำ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากแห่เข้าร้านทอง ทั้งกลุ่มที่นำทองคำออกมาขายทำกำไร และกลุ่มที่เข้ามาสอบถามราคาซื้อ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
ตลอดทั้งวันราคาทองคำมีความผันผวนสูง โดยมีการปรับราคาขึ้นลงรวมทั้งสิ้น 45 ครั้ง ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ สะท้อนแรงซื้อแรงขายที่หนาแน่นและความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ และปัจจัยต่างประเทศ
ล่าสุด เมื่อเวลา 16.40 น. ราคาทองคำแท่ง รับซื้ออยู่ที่บาททองคำละ 71,450 บาท และขายออกที่บาททองคำละ 71,550 บาท ขณะที่ราคาทองรูปพรรณ รับซื้ออยู่ที่บาททองคำละ 70,024.04 บาท และขายออกที่บาททองคำละ 72,350 บาท
อย่างไรก็ตาม ประชาชนติดตามราคาทองคำอย่างใกล้ชิด และพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากราคาทองคำยังมีความผันผวนสูง และอาจมีการปรับฐานได้ในระยะสั้น
ราคาทองร้านทองสมัยก่อนนั้นถูกกว่าปัจจุบันมาก โดยย้อนไปสมัยปี พ.ศ. 2517 ทองคำ 1 บาท ราคาประมาณ 1,497 บาท และค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จนในยุคหลังๆ เช่น ปี 2550 ราคาอาจจะอยู่ที่ 13,000-15,000 บาท และทะลุหมื่นในบางปี ซึ่งต่างจากราคาทองในปัจจุบัน (ม.ค. 2569) ที่สูงถึง 70,000-72,000 บาทต่อบาททองคำอย่างมาก.
ตัวอย่างราคาทองในอดีต (ต่อ 1 บาท)
พ.ศ. 2517: ประมาณ 1,497 บาท
พ.ศ. 2520: ประมาณ 1,519 บาท
พ.ศ. 2530: ประมาณ 5,614 บาท
พ.ศ. 2540: ประมาณ 4,869 บาท
พ.ศ. 2545: ประมาณ 6,355 บาท
พ.ศ. 2550: ประมาณ 13,300 บาท
ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันมาก
อัตราเงินเฟ้อ: เงินเฟ้อทำให้ค่าของเงินลดลง ราคาทองจึงสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ.
เศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การเมือง: ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ทำให้ความต้องการสูงขึ้น.
ค่าเงิน: ค่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐมีผลต่อราคาทองในประเทศ.
ดังนั้น ราคาจะแตกต่างกันไปตามยุคสมัยและปัจจัยทางเศรษฐกิจ แต่โดยรวมแล้ว ราคาทองคำมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา.