25/02/2025
💡 ซื้อประกันยังไง? เท่าไหร่ถึงพอ? คำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะ ไม่มีใครรู้ความจำเป็นของเราได้ดีเท่าตัวเราเอง
✅ ภาระทางการเงินของคุณเป็นยังไง?
✅ ความเสี่ยงที่ต้องปกป้องมีอะไรบ้าง?
✅ อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องดูแล?
ประกันไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นเครื่องมือปกป้องอนาคต
อยากให้ทุกคนเข้าใจมันมากขึ้น เพราะวันที่รู้ว่ามันสำคัญ… คือวันที่ต้องใช้มันจริงๆ
“ซื้อประกันแค่ไหนถึงพอดี?
จ่ายน้อยไปเสี่ยงเกินไป จ่ายมากไปก็เป็นภาระ”
💭 “ทำไมต้องเสียเงินให้บริษัทประกันทุกปี ทั้งที่อาจจะไม่ได้ใช้?”
💭 “ถ้าไม่ทำเลย แล้ววันหนึ่งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา จะไหวไหม?”
💭 “ซื้อไปเยอะเกินไป กลายเป็นภาระต้องทำงานหาเงินมาจ่ายเบี้ยประกันทุกปี”
เรื่องประกันเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ถกเถียงกันเสมอ
บางคนไม่ซื้อเลยเพราะรู้สึกว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ส่วนบางคน ซื้อทุกแบบที่ตัวแทนแนะนำจนกลายเป็นภาระทางการเงิน
แล้วจุดที่ “พอดี” อยู่ตรงไหน?
1. ประกันคือ “กันชน” ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่ายที่เสียเปล่า”
📌 ไม่ใช่การจ่ายเงินให้บริษัทประกันฟรี ๆ แต่คือการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
📌 ไม่ใช่การลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนสูงสุด แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราไม่ต้องรับภาระหนักเวลามีเหตุฉุกเฉิน
ลองคิดแบบนี้:
👉 ถ้าคุณขับรถ คุณมีเงินจ่ายค่าซ่อมเองไหม ถ้าเกิดอุบัติเหตุ?
👉 ถ้าคุณเจ็บป่วยหนัก คุณมีเงินก้อนจ่ายค่ารักษาพยาบาลทันทีไหม?
👉 ถ้าคุณจากไปกระทันหัน ครอบครัวคุณจะอยู่ได้ไหม ถ้าขาดรายได้ของคุณ?
📌 ประกันมีไว้เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราก็ดีใจ แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้วไม่มีประกัน เราอาจเสียหายหนัก
2. หลักคิดง่าย ๆ ในการเลือกซื้อประกันให้พอดี
💡 3 คำถามสำคัญก่อนซื้อประกัน:
1️⃣ “ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ฉันรับภาระเองได้ไหม?”
2️⃣ “ถ้าฉันต้องจ่ายเบี้ยประกันนี้ทุกปี ฉันเดือดร้อนไหม?”
3️⃣ “มีทางเลือกอื่นที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ไหม?”
3. ประกันที่จำเป็นต้องมี (แต่ต้องซื้อในปริมาณที่เหมาะสม)
✅ 1) ประกันสุขภาพ –
ค่ารักษาพยาบาลเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
📌 เหมาะกับใคร? ทุกคนควรมี เพราะค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นเรื่อย ๆ
📌 ควรซื้อแค่ไหน?
• ถ้ามีสวัสดิการจากบริษัทหรือรัฐ ควรดูว่าครอบคลุมแค่ไหน แล้วเสริมเฉพาะส่วนที่จำเป็น
• ถ้าไม่มีสวัสดิการเลย ควรมีประกันสุขภาพที่ช่วยลดภาระค่ารักษาใหญ่ ๆ เช่น ค่าห้อง ICU ค่าผ่าตัด
✅ 2) ประกันชีวิต –
ถ้ามีคนที่ต้องพึ่งพารายได้ของเรา
📌 เหมาะกับใคร? คนที่มีครอบครัวที่ต้องดูแล เช่น คู่สมรส ลูก หรือพ่อแม่
📌 ควรซื้อแค่ไหน?
• ไม่ควรซื้อมากเกินไปจนจ่ายเบี้ยไม่ไหว
• คำนวณง่าย ๆ คือ ให้ทุนประกันชีวิต = 5-10 เท่าของรายได้ต่อปี เช่น รายได้ปีละ 500,000 บาท ควรมีประกันชีวิต 2.5 - 5 ล้านบาท
✅ 3) ประกันอุบัติเหตุ –
ค่ารักษาจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
📌 เหมาะกับใคร? คนที่มีความเสี่ยง เช่น เดินทางบ่อย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ทำงานที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
📌 ควรซื้อแค่ไหน?
• ถ้ามีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมอยู่แล้ว อาจเลือกประกันอุบัติเหตุแบบเสริมที่เน้นค่าชดเชยรายวัน หรือค่ารักษาเพิ่มเติม
✅ 4) ประกันรถยนต์ –
ถ้าคุณมีรถ
📌 เหมาะกับใคร? คนที่มีรถและใช้รถเดินทางเป็นประจำ
📌 ควรซื้อแค่ไหน?
• ถ้ารถใหม่ หรือใช้บ่อย → ควรมีประกันชั้น 1
• ถ้ารถเก่าหน่อย → อาจเลือกชั้น 2+ หรือ 3+ ตามงบประมาณ
4. วิธีคำนวณง่าย ๆ:
“ประกันไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี” (ไม่รวมประกันออมทรัพย์และบำนาญ)
💰 สูตรคำนวณคร่าว ๆ:
📌 รายได้ต่อปี × 10-15% = งบประมาณที่ใช้กับเบี้ยประกันทั้งหมด
ตัวอย่าง:
💡 ถ้าคุณมีรายได้ปีละ 600,000 บาท
💡 งบประกันควรอยู่ที่ 60,000 - 90,000 บาทต่อปี
💡 ถ้ามีภาระเยอะ ควรเริ่มจากประกันที่จำเป็นก่อน
📌 ถ้าเบี้ยประกันเกิน 15% ของรายได้ → อาจต้องลด หรือเลือกแบบที่คุ้มค่ากับชีวิตเราที่สุด
5. สรุป:
ซื้อประกันยังไงให้พอดี?
✅ มีประกันที่จำเป็น (สุขภาพ, อุบัติเหตุ, ชีวิตถ้าจำเป็น)
✅ อย่าซื้อเยอะจนจ่ายไม่ไหว แต่ก็อย่าปล่อยให้ตัวเองเสี่ยงเกินไป
✅ ใช้สูตรง่าย ๆ “ไม่เกิน 10-15% ของรายได้ต่อปี”
✅ ก่อนซื้อทุกครั้ง ถามตัวเองว่า “เราจ่ายไหวไหม?” และ “มันช่วยลดความเสี่ยงสำคัญของเราหรือเปล่า?”
💡 ประกันที่ดีไม่ใช่ประกันที่แพงที่สุด แต่คือประกันที่ช่วยลดความเสี่ยงให้เราได้ โดยไม่เป็นภาระจนเกินไป
😊✨
📨 ติดต่องานบรรยาย อบรม สัมมนา
ทัก inbox ข้อความได้เลยค่ะ
#มาดามฟินนี่