MNB Thailand. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก MNB Thailand., บริการทางการเงิน, Bangkok.

18/09/2025

ญี่ปุ่น อดีตมหาอำนาจ หุ่นยนต์โลก หายไปไหน ? /โดย ลงทุนแมน

อาซิโม เป็นหุ่นยนต์ญี่ปุ่นที่สร้างความฮือฮาให้โลกมาก เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพราะสามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงมนุษย์

วันนั้น ถ้าถามว่าประเทศไหนจะเป็นมหาอำนาจด้าน
หุ่นยนต์ คำตอบก็ต้องเป็นญี่ปุ่นแน่นอน

แต่วันนี้ ถ้าถามคำถามเดิมอีกครั้ง คำตอบตอนนี้กลับเป็นสหรัฐฯ หรือไม่ก็จีน ที่พัฒนาหุ่นยนต์ที่เรียกกันว่า Humanoid ได้อย่างรวดเร็ว

คำถามคือ แล้วญี่ปุ่นหายไปไหน ในวงการหุ่นยนต์โลก ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

อาจเป็นเพราะสภาพสังคมของประเทศ ที่บีบบังคับให้ต้องพัฒนาหุ่นยนต์ขึ้นมา ทำให้ญี่ปุ่น ดูเป็นประเทศที่ล้ำหน้าเรื่องหุ่นยนต์มากกว่าใครเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุจำนวนมาก หุ่นยนต์จึงเป็นคำตอบที่จะช่วยชดเชยแรงงานที่หายไป รวมทั้งช่วยดูแลผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้น

ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ที่แม้แต่อานิเมะญี่ปุ่นยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับหุ่นยนต์มากมาย เช่น โดราเอมอน หุ่นยนต์แมวจากอนาคตที่มาช่วยดูแลโนบิตะในวัยเด็ก

นี่ยังไม่นับหุ่นยนต์กันดั้ม ที่เป็นของเล่น และเป็นของสะสมของใครหลายคน จนเราน่าจะพูดได้ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่บ้าหุ่นยนต์มากที่สุดเลยทีเดียว

แต่นอกจากโลกอานิเมะแล้ว ญี่ปุ่นยังพัฒนาหุ่นยนต์ให้เคลื่อนไหวได้แบบคนจริง ๆ อย่างอาซิโม ที่พัฒนาโดย Honda มาตั้งแต่ปี 1986

SoftBank บริษัทลงทุนสตาร์ตอัปชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ได้พัฒนาหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า Pepper เพื่อหวังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศ

และยังมี Sony ที่เคยเปิดตัวหุ่นยนต์สุนัขที่ชื่อ Aibo ตามมาอีกด้วย

ฟังชื่อหุ่นยนต์ทั้งหมดนี้ หลายคนคงร้องอ๋อขึ้นมาทันที
แต่ถ้ามองตอนนี้ ชื่อของหุ่นยนต์พวกนี้กลับหายไปหมดแล้ว จนคนรุ่นหลัง ๆ คงไม่รู้จักแล้วด้วยซ้ำ

แล้วหุ่นยนต์พวกนี้หายไปไหน หรือญี่ปุ่นยอมแพ้จากวงการหุ่นยนต์นี้ไปแล้ว ?

จริง ๆ ต้องบอกว่าหุ่นยนต์พวกนี้ก็ไม่ได้หายไปไหน
และญี่ปุ่นก็ยังอยู่ในวงการหุ่นยนต์เหมือนเดิม แค่อาจเปลี่ยนหน้าตาไปในแบบที่เราไม่คุ้นเคย

ตัวอย่างที่ชัดเจนเลย นั่นคือ อาซิโมที่เป็นภาพจำหุ่นยนต์
ที่ก้าวหน้ามากของญี่ปุ่น กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถยนต์ไฟฟ้าของ Honda ตั้งแต่ปี 2019

โดย Honda เอาความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากอาซิโม ไปใช้เป็นระบบปฏิบัติการในรถยนต์ไฟฟ้าของตัวเอง เพื่อพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ดังนั้น ต่อไปถ้าเราใช้รถไฟฟ้าของ Honda ก็เหมือนกับว่าเรากำลังมีอาซิโมในรถยนต์คันนั้นไปด้วย

ในขณะที่ Sony แม้จะยกเลิกการผลิตหุ่นยนต์สุนัข Aibo ไปแล้ว แต่ปัจจุบันก็นำกลับมาพัฒนาใหม่ ด้วยการใช้เทคโนโลยี AI เข้าไปใส่ในหุ่นยนต์ตัวนี้มากขึ้น

ส่วน SoftBank เลือกที่จะถอนตัวออกจากตลาดนี้ โดยเลิกผลิตหุ่นยนต์ Pepper ไป
พร้อมกับขายบริษัทหุ่นยนต์ Boston Dynamics ที่ซื้อมา ให้กับ Hyundai Motor

และที่บอกว่า ญี่ปุ่นก็ไม่ได้หายไปไหนจากวงการหุ่นยนต์
เพราะญี่ปุ่นก็ยังอยู่ในตลาดนี้เหมือนเดิม แต่อยู่ในมุมอับ
ที่โลกไม่ได้มีสปอตไลต์ส่องมาถึง..

รู้ไหมว่า แม้ญี่ปุ่นดูโดดเด่นในเรื่องหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวแบบคน ที่เราเรียกกันปัจจุบันว่า Humanoid แต่ญี่ปุ่น กลับเป็นเจ้าแห่งหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรมของโลก

ซึ่งในปีที่แล้ว ญี่ปุ่นคือประเทศส่งออกหุ่นยนต์อุตสาหกรรมอันดับ 1 ของโลก ด้วยส่วนแบ่งตลาด 21% และมีมูลค่ามากถึง 41,000 ล้านบาท

ในขณะที่จีนเป็นคู่แข่งอันดับ 3 ของโลก ส่วนสหรัฐฯ กลายเป็นคู่แข่งอันดับ 7 ของโลก
โดยเหตุผลที่ญี่ปุ่นครองตลาดนี้ได้เหนือกว่าสหรัฐฯ กับจีน
ก็เพราะว่าญี่ปุ่นพัฒนาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมานาน ก่อนหน้าหุ่นยนต์อาซิโมของ Honda จะเกิดขึ้นเสียอีก

ซึ่งตัวอย่างบริษัทญี่ปุ่นที่ทำหุ่นยนต์แบบนี้ ก็เช่น Kawasaki Robotics หรือ Fanuc ที่ผลิตแขนกลหุ่นยนต์ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ

และการเกิดขึ้นของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ก็ทำให้ญี่ปุ่นมีซัปพลายเชนการผลิตอื่น ๆ ตามมาด้วย เช่น Keyence บริษัททำเซนเซอร์ตรวจจับที่เสมือนเป็นตาของหุ่นยนต์

ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าญี่ปุ่นหายไปจากเวทีหุ่นยนต์เลย ก็คงพูดแบบนี้ไม่ได้ เพราะญี่ปุ่นสามารถยึดพื้นที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมของตัวเองเอาไว้ได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากการยึดพื้นที่ตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแล้ว
ญี่ปุ่นยังยึดตลาดหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวแบบคนหรือ Humanoid ไว้แบบเงียบ ๆ อีกด้วย

ที่บอกว่าเงียบ ๆ เพราะการเคลื่อนไหวของหุ่นยนต์ Humanoid พวกนี้ ต้องใช้ชิ้นส่วนข้อต่อยืดหยุ่น
ที่เรียกว่า Harmonic Drive

ซึ่งญี่ปุ่นมีบริษัทที่ทำเกี่ยวกับข้อต่อพวกนี้มากมาย จากการรับผลิตให้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมมานาน โดยหนึ่งในผู้ผลิตสำคัญ นั่นคือ Harmonic Drive Systems

แม้ดูเป็นชิ้นส่วนข้อต่อที่น่าจะเลียนแบบได้ง่าย
แต่จริง ๆ มันไม่ง่ายเลย เพราะชิ้นส่วนนั้นต้องมีน้ำหนักเบา เล็ก แม่นยำสูง แต่ต้องทนทานต่อแรงบิดเวลาเคลื่อนไหวอีกด้วย

คุณสมบัติพวกนี้ ต้องใช้การวิจัยเฉพาะทางที่ค่อนข้างสูง และญี่ปุ่นก็เป็นผู้นำตลาดนี้มาอย่างยาวนานแทน

สรุปแล้ว ถ้าถามว่าญี่ปุ่น หายไปไหนจากเวทีโลก คำตอบของเรื่องนี้ คงอยู่ที่ว่าเราจะมองจากมุมไหน

ถ้ามองในมุมหุ่นยนต์ Humanoid แน่นอนว่าญี่ปุ่นตามหลังสหรัฐฯ กับจีนไปแล้ว แม้จะเคยเป็นผู้นำในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาก็ตาม

พูดง่าย ๆ ก็คือ ญี่ปุ่นเคยสร้างอนาคตของหุ่นยนต์ แต่ปล่อยให้คนอื่นทำต่อแทน แต่ถ้ามองในมุมหุ่นยนต์เฉพาะทาง ในแวดวงโรงงานอุตสาหกรรม ญี่ปุ่นก็ยังครองตลาดอยู่ได้เป็นเบอร์ 1 เหนือกว่าสหรัฐฯ และจีน

ซึ่งจริง ๆ แล้ว นี่ก็อาจเป็นท่าประจำของญี่ปุ่น ในการเลือกที่จะครองตลาดเฉพาะทางไปเลย และทำมันให้ดีที่สุด จนไม่มีใครสามารถทำได้ดีกว่า

แม้ตลาดข้อต่อจะโตเฉลี่ยปีละ 5% ในช่วง 8 ปีหลังจากนี้ เมื่อเทียบกับตลาดหุ่นยนต์ Humanoid ที่โตเฉลี่ยปีละ 30% ในช่วงเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่า ตลาดข้อต่อดูโตน้อยกว่ามาก

แต่อย่าลืมว่า ข้อต่อก็เป็นตลาดที่เกาะขบวนการเติบโตของหุ่นยนต์ Humanoid ไปอยู่ดี ดังนั้นในอนาคต ญี่ปุ่นจะไม่มีวันตกขบวนเทรนด์โลกนี้อย่างแน่นอน

ญี่ปุ่น เลือกสร้างข้อต่อที่แข็งแรง แต่ยืดหยุ่นสูงให้กับหุ่นยนต์ Humanoid ที่ดูแล้วก็เป็นแค่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ ที่ไม่น่าจะสำคัญอะไรเลย

แต่ชิ้นส่วนเล็ก ๆ นี่แหละ ทำให้หุ่นยนต์นี้สามารถเดินและวิ่งได้แบบคน โดยไม่สะดุดล้มไปเสียก่อน

เรียกได้ว่า แม้ตอนนี้โลกหุ่นยนต์ Humanoid จะไม่มีอิทธิพลของญี่ปุ่น แต่โลกของหุ่นยนต์ Humanoid ก็คงขาดญี่ปุ่นไปไม่ได้เสียแล้ว..

สินเชื่อMNB Thailand.อนุมัติไว ได้ชัวร์ จดทะเบียนการค้า 3เดือนขึ้นไปอนุมัติ  สูงสุด 20 ล้าน🔥ทุนก้อนใหญ่ อนุมัติไว ผ่อนสบ...
20/08/2025

สินเชื่อMNB Thailand.อนุมัติไว ได้ชัวร์
จดทะเบียนการค้า 3เดือนขึ้นไป
อนุมัติ สูงสุด 20 ล้าน
🔥ทุนก้อนใหญ่ อนุมัติไว ผ่อนสบาย🔥
สอบถามเพิ่มเติม Inbox หรือติดต่อ 064-1599371 (คุณเเชมป์)

18/08/2025

คุณปลา iberry เปิดตัวร้านใหม่ “บุรามาลี” คอนเซปต์ ร้านอาหารไทย ในโรงน้ำชา | BrandCase
-คุณปลา-อัจฉรา บุรารักษ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดตัวแบรนด์ร้านอาหารใหม่ โดยชื่อว่า “บุรามาลี (BURAMARIE)” เปิดสาขาแรกที่ สยามพารากอน

คอนเซปต์ของแบรนด์นี้ คุณปลาเขียนเล่าว่า
“เป็นร้านอาหารไทยในโรงน้ำชา ถ่ายทอดความงดงามของอาหารไทย ทั้งรสชาติและรูปลักษณ์ ผ่านการจัดวางในบรรยากาศร่วมสมัยที่งดงาม และอบอุ่น เสิร์ฟทั้งสำรับกับข้าวรสเข้มข้น อาหารว่าง ขนม และชาเบลนด์พิเศษจากดอกไม้และผลไม้ไทย”

ความหมายของ BURAMARIE
-ชื่อ BURAMARIE มาจาก “บุรา” แปลว่า เมือง ในภาษาสันสกฤต และยังเป็นนามสกุลของปลา ส่วน “มาลี” แปลว่า ดอกไม้ พ้องเสียงกับ Marie ในภาษาอังกฤษ
และเป็นชื่อของคุณป้ามาลี ผู้เป็นหัวใจของครัวในบ้าน ทำอาหารอย่างพิถีพิถันและเต็มไปด้วยความรัก

เมื่อสองคำมารวมกัน บุรา–มาลี จึงมีความหมายว่า เมืองแห่งดอกไม้ ที่เก็บรสชาติและความทรงจำของครอบครัว ถ่ายทอดสู่ร้านอาหารอันอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟเคียงคู่ชาที่เบลนด์จากดอกไม้และผลไม้ไทย

สำหรับตัวเมนูของ BURAMARIE ครอบคลุมทั้งอาหารจานหลัก เครื่องว่าง และของหวาน รักษาความเป็นไทยแต่ปรับการนำเสนอให้ร่วมสมัยและละเมียดละไมยิ่งขึ้น

โดยคุณปลาได้ชวน เชฟป๊อบ – พิชชากร รามบุตร มาร่วมรังสรรค์เมนู เพราะเป็นเชฟที่มีรสมือจัดจ้านในสไตล์ที่คุณปลาชอบ

เมนูเด่น อาทิ หมี่กรอบคลุก หอยทอดขนมครก ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดมันปู ข้าวผัดมันเนื้อพริกขี้หนู น้ำพริกไข่เค็มกุ้งย่าง แกงกะทิสะตอ ข้าวตังปูหลน โรตีแกงเขียวหวานเนื้อน่องลาย หมูฮ้องไข่เค็ม

ชาเบลนด์พิเศษ – เอกลักษณ์ของ BURAMARIE เราเบลนด์ชากว่า 10 ชนิด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เมืองแห่งดอกไม้” โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติและพืชพรรณจากไทย เช่น โลตัส เดอ มาลี, กุหลาบมอญ, มะตูมกราเซ่ , สยามเอิร์ลเกรย์, ลิ้นจี่อู่หลง, น้ำดอกไม้ , สวรรค์ไทยที เป็นต้น มีทั้งชาร้อนและชาเย็น จับคู่กับอาหารก็ลงตัว หรือดื่มเดี่ยวก็สดชื่นไม่แพ้กัน พร้อมบรรจุภัณฑ์สวยงาม เหมาะเป็นของขวัญหรือของฝาก

โดย บุรามาลี ตั้งอยู่ด้านหน้าสยามพารากอน ชั้น G เตรียมเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมนี้..

01/08/2025

Apple รายได้โตดีสุดในรอบ 4 ปี คนแห่ซื้อสินค้า ก่อนราคาแพงขึ้น เพราะภาษีทรัมป์ /โดย ลงทุนแมน
Apple ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาสล่าสุด (เม.ย. - มิ.ย. 2025) ซึ่งรายได้และกำไร ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

และรายได้ประจำไตรมาส มีอัตราการเติบโตดีที่สุด นับตั้งแต่ปี 2021

ขณะที่คาดการณ์ Guidance ไตรมาสหน้า ว่าจะยังคงเติบโตได้

โดยในไตรมาสล่าสุดนี้ Apple มี
- รายได้ 3,081,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.6%
- มีอัตรากำไรขั้นต้น 46.5%
- กำไรสุทธิ 767,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3%
- คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 25%

เจาะเป็นรายผลิตภัณฑ์ เรียงตามสัดส่วนรายได้

- iPhone มีรายได้ 1,461,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5%
- Services มีรายได้ 898,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3%
- Mac มีรายได้ 263,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8%
- Wearables, Home and Accessories มีรายได้ 242,600 ล้านบาท ลดลง 8.6%
- iPad มีรายได้ 215,700 ล้านบาท ลดลง 8.1%

ขณะที่ยอดขายแบ่งตามภูมิภาคของ Apple ในไตรมาสที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นทั้งหมด เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

อเมริกา โต 9.3%
ยุโรป โต 9.7%
ญี่ปุ่น โต 13.4%
ประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย (ไม่รวมจีน) โต 20.1%

รวมถึงจีนที่เริ่มมีการฟื้นตัว โต 4.4% หลังยอดขายลดลงติดต่อกัน 2 ไตรมาส จนมีการประกาศปิดร้าน Apple Store บางแห่งไป

ทาง Tim Cook ซีอีโอของ Apple ได้กล่าวว่า บริษัทประสบ "ผลกระทบจาก Tariff ราว 26,200 ล้านบาท" ซึ่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 29,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ Cook ยังเปิดเผยว่า การเติบโตของรายได้ นอกจากจะเป็นเพราะความนิยมใน iPhone 16 ที่มีมากกว่ารุ่นก่อนหน้าแล้ว

ส่วนหนึ่งมาจากการที่ลูกค้าของ Apple กังวลเรื่องสงครามการค้า จึงเลือกที่ซื้อก่อนที่ราคาสินค้า จะได้รับผลกระทบไปมากกว่านี้

สำหรับประเด็นที่น่าสนใจที่สุดของ Apple ในเวลานี้คือ การลงทุนในด้าน AI

ที่ผ่านมา Apple ถูกมองว่าเป็นผู้ตามในสนาม AI สวนทางกับ Big Tech อื่น ๆ ที่สามารถพัฒนา AI ได้อย่างก้าวกระโดด

ซึ่ง Cook เปิดเผยว่า Apple ยังมองว่า AI เป็น “หนึ่งในเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา” และยังคงคิดที่จะลงทุนด้าน AI อย่าง “มีนัยสำคัญ”

ทั้งเสริมว่า บริษัทพร้อมเสมอในการเข้าซื้อกิจการใด ๆ หากช่วยให้ Apple พัฒนา AI ของตนได้

โดยที่ผ่านมา มีข่าวลือออกมาว่า Apple มีความต้องการเข้าซื้อ Perplexity ผู้พัฒนา Generative AI เจ้าของฉายา Google Killer

ตลอดจนมีความพยายามที่จะเจรจาความร่วมมือระหว่าง Apple กับผู้พัฒนา Generative AI มากมาย เช่น OpenAI และ Google

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงการพัฒนาอุปกรณ์ AI ต่าง ๆ โดยเฉพาะจากกรณี OpenAI ที่มีการดึงตัว Jony Ive อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Apple ไปนั้น

ทาง Cook มองว่า อุปกรณ์ที่ OpenAI กำลังพัฒนาเหล่านั้น จะยังไม่สามารถแทนที่ iPhone ได้ แต่จะเป็นเพียงอุปกรณ์เสริมเท่านั้น

ซึ่งนักลงทุนก็ต้องจับตาดูกันต่อว่า Apple จะแก้เกมนี้ได้อย่างไรบ้าง

สำหรับผลประกอบการในไตรมาสหน้า (ก.ค. - ก.ย. 2025)
Apple คาดการณ์ว่า รายได้ของบริษัทจะยังคงเติบโตได้แบบ Single Digits (เลขหลักเดียว) เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำหรับผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่หลายคนคาด รวมถึงสงครามการค้าที่ดูเหมือนจะเริ่มคลี่คลาย

ทำให้นักลงทุนเริ่มกลับมองบวกกับ Apple อีกนิด และราคาหุ้นของ Apple ได้ปรับตัวขึ้น 2.4% ในช่วงเวลาหลังตลาดปิด (After Hours)

21/07/2025

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MNB Thailand.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์