Bangkok SME Credit

Bangkok SME Credit รับจำนอง-ขายฝาก-ที่ดิน-บ้าน-และคอนโด

26/06/2025

🔔วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568🔔
ณ เวลา 13.11 น.
ราคาทองปรับลง 🔽 50 🔽 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yaowaratkrungthep

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

24/06/2025

🔔วันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2568🔔
ณ เวลา 09.26 น.
ราคาทองปรับลง 🔽 50 🔽 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yaowaratkrungthep

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

24/06/2025

ทำไม Xiaomi ถึงกำลังเป็นผู้เล่นที่น่ากลัว ในตลาดรถยนต์ EV ชิปสมาร์ตโฟน และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
- บทวิเคราะห์ Cafe Invest จาก บล. InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX เครือเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ x ลงทุนแมน

ปี 2025 หลายคนคงเริ่มเห็นชัดเจนว่า เทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อย ๆ และก้าวหน้าไปไกลเกินกว่าที่หลายคนเคยคาดคิด

ถึงคนจะรู้จัก Xiaomi ในนามแบรนด์สมาร์ตโฟน แต่ Xiaomi ก็กำลังเฉิดฉายในแวดวงรถยนต์ไฟฟ้าด้วย
และล่าสุด Xiaomi ได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ YU7 ซึ่งเคลมว่าสามารถวิ่งได้ไกลกว่ารุ่นยอดนิยมอย่าง Tesla Model Y พร้อมทำยอดจองทะลุ 19,000 คันภายใน 3 วันแรก

ขณะเดียวกัน Xiaomi ยังเปิดตัวชิปสมาร์ตโฟนที่พัฒนาเองเป็นครั้งแรก ในนาม XRING O1 SoC ซึ่งใช้เทคโนโลยีการผลิตระดับแนวหน้า เทียบชั้นผู้เล่นระดับโลกอย่าง Apple และ Qualcomm

ทั้งหมดนี้ สะท้อนว่า เมกะเทรนด์อย่าง EV และสงครามชิปสมาร์ตโฟน กำลังร้อนแรง
และ Xiaomi ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแค่ผู้ตาม แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำ โดยเฉพาะในตลาดเอเชีย

นอกเหนือจาก EV และสมาร์ตโฟน Xiaomi ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Automation โดยเฉพาะการพัฒนา “หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์” ภายใต้ชื่อ CyberOne ซึ่งกำลังวิจัยรุ่นถัดไปอย่างจริงจัง

เป้าหมายของหุ่นยนต์นี้คือ การเข้ามาช่วยงานในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ยกของ เคลื่อนย้ายสิ่งของในบ้าน ไปจนถึงการสื่อสารกับมนุษย์อย่างธรรมชาติ

นี่คืออีกหนึ่งเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกกำลังทุ่มเงินลงทุนมหาศาล และ Xiaomi เองก็เริ่มปักหมุดไว้แล้วเช่นกัน

เมื่อก่อนเราอาจเคยเปรียบว่า Xiaomi คือ บริษัทที่ขายตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ

แต่ในโลกแห่งอนาคต Xiaomi กำลังกลายเป็นมากกว่านั้น
นี่คือบริษัทที่อาจสร้างทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้ในบ้าน ชิป ไปจนถึงเพื่อนร่วมบ้านในรูปแบบหุ่นยนต์..

แล้วในมุมมองนักวิเคราะห์ คิดเห็นอย่างไรกับบริษัท Xiaomi ?

[ทีนี้เรามาดูในมุมของผู้เชี่ยวชาญกันบ้าง เรามาดูกันว่า บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX มีมุมมองอย่างไรต่อ XIAOMI Q1 2025]

“Xiaomi รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2025 โดดเด่นเกินคาด
รายได้รวมแตะ 556,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 47.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
ขณะที่กำไรสุทธิโตแรง 161% แตะระดับสูงสุดในรอบหลายไตรมาส”

สาเหตุสำคัญมาจากการเติบโตจากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สามารถส่งมอบรถได้ถึง 75,869 คัน
และธุรกิจ IoT ที่ขยายตัวถึง 58.7% ขณะเดียวกัน ธุรกิจสมาร์ตโฟนยังเติบโตได้ต่อเนื่องที่ 8.9%

ที่น่าสนใจคือ ล่าสุด Xiaomi ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งมอบรถยนต์ EV ในปี 2025 เป็น 350,000 คัน

พร้อมเตรียมเปิดตัว SUV รุ่นแรก “YU7” ในเดือนกรกฎาคม และมีแผนลงทุนกว่า 7 พันล้านดอลลาร์ในทศวรรษนี้เพื่อพัฒนาชิปของตนเอง

ทาง InnovestX บริษัทหลักทรัพย์ในกลุ่ม SCBX ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น 1810.HK หรือ Xiaomi Corp พร้อมแนะนำ “ซื้อ”

โดยราคาล่าสุดหุ้นของ 1810.HK อยู่ที่ 52.40 ดอลลาร์ฮ่องกง (อ้างอิงจากราคาปิด ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2025)

ขณะที่ Bloomberg ประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 66.91 ดอลลาร์ฮ่องกง
คิดเป็น Upside จากระดับปัจจุบันประมาณ 27.7%

โดย 5 ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของ Xiaomi Corp ได้แก่

1. กำไรสุทธิพุ่งสูงสุดในรอบหลายไตรมาส

Xiaomi มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2025 อยู่ที่ประมาณ 54,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 20,900 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า คิดเป็นการเติบโต 161% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่คาดไว้ที่ 39,350 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน หากดูเฉพาะกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว บริษัททำได้ประมาณ 53,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการฟื้นตัวของความสามารถในการทำกำไรอย่างชัดเจน

2. IoT เติบโตเร็วสุด ส่วน EV กลายเป็นหัวจักรใหม่

- ธุรกิจ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ มีรายได้ประมาณ 161,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.7% YoY
- ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงการใหม่ สร้างรายได้ราว 92,900 ล้านบาท
- ธุรกิจสมาร์ตโฟน ยังเติบโตได้ 8.9% มีรายได้รวม 253,000 ล้านบาท
- บริการอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้น 13% สร้างรายได้ราว 45,400 ล้านบาท

ภาพรวมแสดงให้เห็นโครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงและสร้างโมเมนตัมให้บริษัท

3. อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ขยายตัวเกินคาด

Gross Margin รวมอยู่ที่ 22.8% เพิ่มจาก 22.3% YoY และสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 21.5%

โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่มี Margin เพิ่มขึ้นจาก 20.4% เป็น 23.2%

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการผลิตที่มากขึ้นและการปรับ Product Mix ของกลุ่ม IoT ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 65,650 ล้านบาท

4. แนวโน้มไตรมาส 2 โตต่อเนื่องจาก EV และ IoT

- ตลาดคาดว่า Xiaomi จะมีรายได้ในไตรมาส 2/2025 เพิ่มขึ้น 37% YoY
- ธุรกิจ EV คาดว่าจะส่งมอบรถได้ 84,000 คัน เพิ่มขึ้น 11% QoQ และ 208% YoY
- ธุรกิจ IoT คาดว่าจะโตต่อเนื่องจากการขยายตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐจีน

5. ความเสี่ยงจากสงครามราคาและอุบัติเหตุ SU7

แม้จะมีแนวโน้มเติบโตดี แต่ Xiaomi ยังเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาในตลาด EV ที่รุนแรง

รวมถึงกรณีอุบัติเหตุของรถ SU7 ที่เปิดใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบเข้มงวดขึ้นในอุตสาหกรรม อาจกระทบต่อยอดขายในระยะสั้น

สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้น Xiaomi หรือหุ้นต่างประเทศตัวอื่น ๆ สามารถศึกษาได้ที่ Cafe Invest แหล่งความรู้เพื่อทุกเรื่องต้องรู้เพื่อการลงทุน ผ่านลิงก์นี้

https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/offshore-company-analysis/glb-earnings/earnings-brief-xiaomi-20250528

หรือใครสนใจลงทุนหุ้น Xiaomi เปิดบัญชีง่าย ๆ และลงทุนผ่าน InnovestX ได้เลย

Fx Rate = 5 บาท = 1 หยวน

https://innovestx.onelink.me/23if/lp6rkbvp

24/06/2025

คอนเนคชั่น คือ การสนทนา
ไม่ใช่ การขายตั้งแต่เจอหน้า
คุณเป็นคนขี้อาย กลัวการเข้าสังคม หรือรู้สึกอึดอัดเมื่อต้องพูดคุยกับคนแปลกหน้า? หลายคนเชื่อว่าการสร้างคอนเนคชั่นเป็นเรื่องของคนกล้าแสดงออกเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว คนเงียบๆ อย่างคุณก็มีพลังในการสร้างคอนเนคชันที่แข็งแกร่งได้เช่นกัน
Elaine Slatter ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจขนาดเล็กและผู้เขียนหนังสือ "Fabulous Fempreneurship" ได้แบ่งปันเคล็ดลับที่พิสูจน์แล้วว่า การคอนเนคชันสำหรับคนเงียบๆ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากคุณรู้เทคนิคที่ถูกต้อง
การวิจัยทางจิตวิทยาพบว่า คนเงียบหรือคนที่เป็น Introvert มีพรสวรรค์พิเศษที่คนเสียงดังไม่มี นั่นคือความสามารถในการฟัง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ลึกซึ้งและยาวนาน
จากประสบการณ์มากกว่า 30 ปีในวงการธุรกิจ Slatter เชื่อว่าคอนเนคชัน ไม่ใช่เรื่องของบุคลิกภาพแต่เป็นเรื่องของเทคนิค ซึ่งทุกคนเรียนรู้และฝึกฝนได้ นี่คือ 9 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คนเงียบๆ ประสบความสำเร็จในการสร้างคอนเนคชันทางธุรกิจ
1. คอนเนคชัน คือการสนทนา ไม่ใช่การขาย
เริ่มต้นด้วยประโยคง่ายๆ แทนการขายสินค้า
ถ้าคุณเป็นคนเป็นมิตร แม้จะเป็นคนขี้อาย ก็ไม่ยากที่จะหาประโยคเปิดการสนทนา เช่น "ผม/ดิฉันชื่อ... มาจาก... คุณล่ะครับ/คะ?" หรือ "ช่วยเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้ฟังหน่อยได้ไหม" หรือ "นี่เป็นครั้งแรกที่ผม/ดิฉันมางานของ... คุณล่ะ?"
การแลกนามบัตรเป็นวิธีที่ดีในการเปิดประตูสู่หัวข้อสนทนาต่างๆ แต่ต้องจำไว้ว่า คอนเนคชันที่ดีไม่ใช่การยัดเยียดขายสินค้าหรือบริการ แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่อาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจในอนาคต
2. เข้างานที่ไม่รู้จักใคร ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
มองหากลุ่มคนที่เหมาะสม แทนการยืนอยู่คนเดียว
การเดินเข้าไปในห้องที่ไม่รู้จักใครเลยเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับหลายคน ถ้ามีบาร์ในงาน ให้มุ่งหน้าไปทางนั้นเพราะมักมีคนมารวมตัวกันรอบๆ "แหล่งน้ำ"
มองหากลุ่มคนมากกว่า 2 คนแต่ไม่เกิน 4 คน เพราะอะไร? หากเห็น 2 คนกำลังคุยกัน พวกเขาอาจกำลังมีบทสนทนาส่วนตัวและคุณไม่ควรขัดจังหวะ แต่ในกลุ่ม 3 คนขึ้นไป พวกเขามักกำลังมีบทสนทนาทั่วไป
เมื่อเข้าหากลุ่มที่มีการสนทนาอยู่แล้ว ให้รอจนกว่าจะมีช่วงหยุดตามธรรมชาติในการสนทนาก่อนที่จะแนะนำตัว นี่ยังเป็นโอกาสให้คุณได้ฟังบทสนทนาล่วงหน้าเพื่อจะได้เพิ่มข้อมูลที่ชาญฉลาด
3. พาเพื่อนซี้ไปด้วย อุ่นใจกว่าเมื่อมีคนช่วยแนะนำและสนับสนุน
หากนี่เป็นครั้งแรกที่คุณไปงานคอนเนคชันและรู้สึกประหม่า ให้พาเพื่อนหรือคนที่คุณไว้ใจไปด้วย คนนี้จะทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำคุณและผลงานของคุณ และช่วยให้คุณเข้าสู่บทสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
หลังจากเข้าร่วมงานคอนเนคชันครั้งแรก เพื่อนคนนี้ยังสามารถช่วยคุณวิเคราะห์งานและตอบคำถามที่คุณอาจมี ทำให้การคอนเนคครั้งต่อไปของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. มีเป้าหมายในการสร้างคอนเนคชัน
เข้างานด้วยจุดประสงค์ที่ชัดเจน
นี่อาจเป็นการเข้าหาคนที่คุณอยากเชิญเป็นวิทยากรในงานของคุณ การสร้างความสัมพันธ์กับคนจากบริษัทที่เฉพาะเจาะจง หรืออาจเป็นการหาคนมาสัมภาษณ์ในพอดแคสต์ของคุณ
การมีเป้าหมายที่ชัดเจนช่วยให้คุณมีโฟกัสและลดความกังวล เพราะคุณรู้ว่ากำลังมองหาอะไร และสามารถวางแผนวิธีเข้าหาได้ล่วงหน้า
5. คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ
4 การสนทนาที่มีความหมาย
ดีกว่า 20 การทักทายผิวเผิน
การสร้างคอนเนคชันสำหรับคนเก็บตัวไม่ได้ยาก เมื่อคุณเข้าใจว่าการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพสำคัญกว่าจำนวนคนที่คุณพบ การได้คอนเนคชันดีๆ 4 คนในงานหนึ่งถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ดีกว่าการแจกนามบัตรไปทั่วงานแบบไม่มีความหมาย
การสนทนาที่มีสาระ 4 ครั้งดีกว่าการพูดคุยสั้นๆ 20 ครั้งที่ไม่มีใครจำคุณได้ หลังจากเริ่มบทสนทนาแล้ว การรักษาบทสนทนาให้ดำเนินต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
5. ไม่เปิดเผยเรื่องส่วนตัวที่เป็นลบ
เก็บประเด็นที่อาจทำลายความประทับใจแรกไว้ก่อน
แม้ว่าคนขี้อายมักไม่ค่อยเล่าเรื่องส่วนตัวอยู่แล้ว แต่ในกรณีที่คุณรู้สึกสบายใจกับใครบางคนจนอยากเล่า ให้ระวังไม่เปิดเผยประสบการณ์เชิงลบเช่น การถูกเลิกจ้าง ความสัมพันธ์ที่ล้มเหลว หรือปัญหากับญาติพี่น้อง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สร้างความประทับใจที่ดีในการพบกันครั้งแรก
7. เพราะทักษะการฟังคือจุดแข็ง
คนเงียบมีพรสวรรค์ที่คนเสียงดังไม่มี
หนึ่งในทักษะสำคัญสำหรับการเป็นคอนเนคชันที่ยอดเยี่ยมคือการฟัง คนที่เป็นอินโทรเวิร์ทมีทักษะนี้มากเพราะพวกเขาชอบฟังมากกว่าพูด โดยเน้นให้ความสนใจกับผู้อื่นมากกว่าตัวเอง
การเป็นผู้ฟังที่ดีทำให้คุณเข้าใจความต้องการและความสนใจของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยั่งยืน ใช้ความเงียบให้เป็นประโยชน์ด้วยการฟังอย่างตั้งใจ
8. แต่งตัวให้เหมาะกับงาน สร้างจุดเด่นเล็กๆ ที่ช่วยให้คนอื่นเริ่มบทสนทนากับคุณ
ธุรกิจลำลองเป็นมาตรฐานสำหรับงานส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากคำว่า "ลำลอง" ครอบคลุมหลายแบบ บางครั้งก็ยากที่จะรู้ว่าอะไรเหมาะสม
สำหรับคนขี้อาย อย่าใส่ชุดสีดำจากหัวจรดเท้าเพื่อกลืนไปกับฉากหลัง ผู้หญิงสามารถสร้างจุดเด่นได้ด้วยเครื่องประดับที่น่าสนใจและมีสีสัน กระเป๋าหรือรองเท้าสีสดใส หรืออาจทำสีผมแบบโดดเด่น ทำไม? เพราะสิ่งเหล่านี้ทำให้คนอื่นสังเกตเห็นและเริ่มบทสนทนากับคุณได้ง่าย
9. ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยหลังงาน
LinkedIn คืออาวุธลับของคนเงียบๆ
คุณโชคดีในจุดนี้เพราะเครื่องมือติดตามผลที่ดีที่สุดคือ LinkedIn ซึ่งทำให้การสร้างคอนเนคชัน สำหรับคนขี้อายง่ายขึ้นเพราะหมายถึงการเชื่อมต่อกับผู้คนผ่าน LinkedIn ทางอีเมลและนัดพบกันตัวต่อตัวเพื่อดื่มกาแฟในภายหลัง
อย่าลืมถามคนที่คุณพบว่าพวกเขาอยู่บน LinkedIn หรือไม่และคุณสามารถเชื่อมต่อกับพวกเขาผ่านแพลตฟอร์มนั้นได้หรือไม่ การติดตามผลออนไลน์อาจสบายใจกว่าสำหรับคนที่ไม่ชอบการเผชิญหน้าโดยตรง
ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่าง Extrovert และ Introvert อยู่ที่แหล่งพลังงาน เอ็กซ์โทรเวิร์ทได้พลังจากพลังงานของทุกคนรอบตัว หลังงาน พวกเขาคือคนที่อยากเที่ยวต่อ ไปดื่มกาแฟ ออกไปดื่ม ไม่อยากออกจากปาร์ตี้
ในทางกลับกัน อินโทรเวิร์ทได้พลังจากภายในตัวเอง พวกเขาชอบออกไปข้างนอก แต่หลังจากนั้น พวกเขาอยากกลับบ้าน ใส่ชุดนอน และพักผ่อนกับหนังสือเล่มโปรด
ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคลิกแบบไหน สิ่งสำคัญคือการใช้เวลาคอนเนคชันอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการสร้างคอนเนคชันเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิด แม้คุณจะเป็นคนเงียบๆ ก็สามารถสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งได้ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#คอนเนคชัน

#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง
https://bit .ly/4iHgRUm

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรให้จัดตั้ง Virtual Bank 3 รายคือ 1. บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด...
21/06/2025

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรให้จัดตั้ง Virtual Bank 3 รายคือ
1. บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (ทรูมันนี่)
2. ธนาคารกรุงไทย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส [ADVANC] บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก [OR]
3. บมจ.เอสซีบี เอกซ์ [SCB] WeTechnology Limited และ KakaoBank Corp
ทั้งนี้ การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศกระทรวงการคลังฯ ครอบคลุมคุณสมบัติ แผนการประกอบธุรกิจ รวมถึงศักยภาพของผู้ขออนุญาตแต่ละรายในการนำเสนอบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ หรือบริการทางการเงินที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของบริการทางการเงินที่มีอยู่เดิมผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของผู้ใช้บริการทางการเงินแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะรายย่อย (retail) และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ยังไม่ได้รับบริการทางการเงินที่เพียงพอและเหมาะสมหรือที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

21/06/2025

ขนาดเศรษฐกิจ และรายได้เฉลี่ยต่อหัว ของประเทศในอาเซียน

#ลงทุนแมน

21/06/2025

🔔วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน 2568🔔
ณ เวลา 09.00 น.
ราคาทองปรับขึ้น 🔼 150 🔼 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yaowaratkrungthep

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

20/06/2025

🔔วันศุกร์ที่ 20 มิถุนายน 2568🔔
ณ เวลา 09.03 น.
ราคาทองปรับลง 🔽 150 🔽 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yaowaratkrungthep

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

19/06/2025

จิตวิทยาที่ Mr.Beast ใช้
ในการทำธุรกิจ
Psychological Biases
รู้มั้ยว่า เบื้องหลังความสำเร็จของช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดอันดับในโลกอย่าง MrBeast นั้น ไม่ได้เกิดจากความโชคดีหรือเนื้อหาที่ไวรัลตั้งแต่แรกตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นเพราะการใช้กลยุทธ์ทางจิตวิทยาอย่างแยบยล
จากเด็กหนุ่มธรรมดาวัย 14 ปีในปี 2012 Jimmy Donaldson กลายเป็นเจ้าของช่อง YouTube ที่มีผู้ติดตามกว่าหลายร้อยล้านคนในปัจจุบัน ด้วยวิดีโอที่สร้างความตื่นเต้นและน่าติดตาม
Phill Agnew ผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ The Nudge ได้วิเคราะห์เนื้อหาของ MrBeast และพบว่าแม้แต่ในวิดีโอช่วงแรกๆ ของเขา ก็มีการใช้อคติทางจิตวิทยา (Psychological Biases) ที่ทรงพลังเพื่อดึงดูดผู้ชมและสร้างความนิยม
หลังจากศึกษาวิดีโอของ MrBeast กว่า 50 ชั่วโมง Agnew ได้สรุปกลยุทธ์หลักที่ MrBeast ใช้ในการสร้างเนื้อหาที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นแนวทางที่นักการตลาดและผู้สร้างคอนเทนต์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
1.ยิ่งลงทุนมาก สิ่งนั้นยิ่งมีค่ามากขึ้น (Input Bias)
ทำไมคนถึงยอมดูคนอื่นตัดโต๊ะ ด้วยมีดพลาสติกนานนับชั่วโมง
Input Bias คือ แนวโน้มที่เราจะให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆ มากขึ้นเมื่อรู้ว่ามันต้องใช้เวลา พลังงาน หรือเงินทุนมากในการสร้าง ตามที่ John Beshears และ Francesca Gino นักวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์กล่าวไว้ นี่คือ "แนวโน้มที่จะใช้สัญญาณของความพยายามในการตัดสินผลลัพธ์ แม้ว่าทั้งสองอย่างอาจไม่เกี่ยวข้องกัน"
เมื่อคุณจ่ายเงินจำนวนมากสำหรับสินค้าหรือบริการ คุณจะรู้สึกว่ามันมีคุณค่ามากขึ้น ลองนึกถึงเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรือไวน์ราคาแพง แต่นี่ไม่ได้เป็นจริงแค่เรื่องของเงิน มันยังใช้ได้กับความพยายามด้วย
วิธีการนำไปใช้
MrBeast ใช้กลยุทธ์นี้ในช่วงแรกของการทำช่องโดยถ่ายตัวเองทำสิ่งที่น่าเบื่อมากๆ แต่ใช้เวลานาน เช่น
•ใช้เวลา 2 ชั่วโมงอ่านคำภาษาอังกฤษที่ยาวที่สุด
•พูดชื่อ Logan Paul 100,000 ครั้งใน 17 ชั่วโมง
•นับเลขจาก 1 ถึง 100,000 เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
คุณอาจสงสัยว่าใครจะอยากดูแบบนั้น? คำตอบคือ มีคนดูหลายล้านคน เพราะคนให้ความสนใจเมื่อรู้ว่าคุณทุ่มเทเวลาและความพยายามมากมายลงไปในสิ่งนั้น
ตัวอย่างการใช้
•เขียนหัวข้อที่บอกว่าคุณใช้เวลามากในการทำบางสิ่ง เช่น "ผมดูวิดีโอของ MrBeast 50 ชั่วโมงเพื่อคุณจะได้ไม่ต้องทำ"
•บอกผู้อ่านว่าคุณใช้เวลากี่เดือนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเตรียมเนื้อหา
•แสดงภาพเบื้องหลังการทำงานเพื่อให้เห็นว่าคุณทุ่มเทมากแค่ไหน
2. ต้นทุนสูงบ่งบอกถึงคุณค่าที่สูง (Costly Signaling)
การโชว์การลงทุนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
Costly Signaling หมายถึงการที่ยิ่งใครใช้เงินหรือทรัพยากรมากเท่าไหร่ในการทำการตลาดสินค้าหรือบริการ คนก็จะยิ่งไว้วางใจในแบรนด์นั้นมากขึ้นเท่านั้น
ด้วยการแสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างมีกลยุทธ์ คุณกำลังสื่อถึงคุณภาพและสร้างความเร่งด่วน โดยหวังว่ากลุ่มเป้าหมาย (ที่อาจเป็นไปได้) ของคุณจะไม่อยากพลาดสิ่งที่คุณสร้างขึ้น
วิดีโอของ MrBeast เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ Costly Signaling เขาใช้การแจกของรางวัลมูลค่ามหาศาล แคมเปญการกุศลขนาดใหญ่ หรือความท้าทายที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันซึ่งต้องใช้การลงทุนทางการเงินที่สำคัญ
วิธีการนำไปใช้
แม้ว่าคุณอาจไม่มีงบประมาณหลายล้านเหมือน MrBeast แต่คุณยังสามารถใช้ Costly Signaling ได้ เช่น
•แสดงกระบวนการเบื้องหลังของงานที่คุณทำ
•แบ่งปันกระบวนการวิจัยและความท้าทายที่ต้องเอาชนะ
•รักษามาตรฐานคุณภาพสูงในการตลาดและผลิตภัณฑ์ที่คุณสร้าง ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพจริงของข้อเสนอของคุณหรือผ่านสื่อการตลาดคุณภาพสูง เช่น ภาพ วิดีโอ หรือเสียง คุณภาพเป็นสัญญาณของการลงทุนเสมอ แม้จะไม่ได้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก การลงทุนด้วยเวลาและความใส่ใจในรายละเอียดก็สามารถสื่อถึง Costly Signaling ได้เช่นกัน
3. สร้างความอยากรู้โดยไม่เปิดเผยทั้งหมด (Curiosity Gap)
กลยุทธ์ที่ทำให้ผู้ชมอยากคลิกและติดตามจนจบ
Curiosity Gap คือช่องว่างระหว่างสิ่งที่คุณรู้แล้วกับสิ่งที่คุณอยากรู้ เหมือนตัวอย่างหนัง ชื่อเรื่องให้ไอเดีย คำใบ้ หรือคำสัญญา และจิตใจของคุณก็ต้องการที่จะเติมเต็มช่องว่างนั้น
ความอยากรู้ของคุณถูกกระตุ้น คุณกำลังมองหาคำตอบ คุณไม่เพียงแต่คลิก แต่คุณจะติดตามต่อไปจนกว่าจะพอใจ
วิธีการนำไปใช้
MrBeast สร้างความอยากรู้ด้วยชื่อวิดีโอที่กระตุ้นคำถาม เช่น
•เขาเช่าห้องพักราคา 1 ดอลลาร์ได้อย่างไร? มันอยู่ที่ไหน? หน้าตาเป็นอย่างไร?
•ห้องพักราคา 1 ล้านดอลลาร์ต่อคืนเป็นอย่างไร? มันคุ้มค่าที่จะใช้เงินมากขนาดนั้นกับการนอนหนึ่งคืนได้อย่างไร?
คุณสามารถสร้าง Curiosity Gap ในการตลาดของคุณได้โดย
•ใช้คำถาม ข้อความที่ยั่วยุ หรือคำใบ้ที่ละเอียดอ่อนเพื่อกระตุ้นให้ผู้ชมของคุณหาคำตอบโดยการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาของคุณ
•ใช้โพสต์ "เร็วๆ นี้" บนโซเชียลมีเดีย, ตัวอย่างสั้นๆ ของเนื้อหาที่กำลังจะมา หรือภาพเบลอของผลิตภัณฑ์ใหม่
•ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนพวกเขารู้ความลับหรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มพิเศษ
สิ่งสำคัญที่ต้องจำเกี่ยวกับกลยุทธ์เหล่านี้ทั้งหมดคือ คุณไม่สามารถปลอมแปลงได้
ถ้าคุณต้องการใช้ Input Bias คุณจริงๆ ต้องทุ่มเทงานพิเศษลงไปในเนื้อหาของคุณ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้อคตินี้ทำงาน
Costly Signaling จะไม่ได้ผลถ้าคุณไม่ได้ลงทุนจริงๆ ที่ส่งสัญญาณถึงคุณภาพและความเกี่ยวข้อง
และ Curiosity Gap จะไม่ได้ผลถ้าไม่มีอะไรให้อยากรู้อยากเห็น
ในโลกที่เต็มไปด้วยเนื้อหาตื้นๆ ซ้ำซาก น่าเบื่อ และไม่สร้างแรงบันดาลใจ คุณจะโดดเด่นได้ก็ต่อเมื่อคุณเต็มใจ และลงทุนที่จะทำมากกว่าคนอื่น
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง
https://bit .ly/4hVhdFX

17/06/2025

5 กลยุทธ์แบบ Navy SEAL
เปลี่ยนความเครียดเป็นความสำเร็จ
Rich Diviney อดีต Navy SEAL 21 ปี ผู้นำภารกิจสำคัญทั่วโลกและอดีตผู้บัญชาการหน่วย SEAL แบ่งปันกลยุทธ์จากหนังสือ "Masters of Uncertainty" ที่จะช่วยให้คุณจัดการความไม่แน่นอนและความกดดันอย่างมีประสิทธิภาพ
1. ความไม่แน่นอนคือสิ่งเดียวที่แน่นอน
ภารกิจจับกุม Osama bin Laden ในปี 2011 เป็นตัวอย่างชัดเจน แม้ทีม SEAL จะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่เมื่อถึงเวลาจริง ทุกอย่างเปลี่ยนไป - เฮลิคอปเตอร์ตก กำหนดการเปลี่ยน จุดเข้าล้มเหลว
ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแผนที่สมบูรณ์ แต่จากความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางความวุ่นวาย
2. วิธีรับมือกับความไม่แน่นอน
คนที่ทำงานได้ดีภายใต้ความกดดันใช้ระบบที่เรียกว่า "Mastering Uncertainty Method" ประกอบด้วย
•Move Horizons: ยึดมั่นกับปัจจุบัน ถามตัวเองว่า "ฉันรู้อะไร? ควบคุมอะไรได้บ้าง?"
•Keep Going: ตั้งเป้าหมายที่มีความหมายซึ่งกระตุ้นโดปามีนในสมอง
•Stay Cool: ควบคุมการตอบสนองต่อความเครียดเพื่อรักษาสมาธิและความชัดเจน
3. คุณลักษณะ ตัวตน และจุดประสงค์คือตัวขับเคลื่อนพฤติกรรม
เมื่อเผชิญสถานการณ์วิกฤต เราไม่ลุกขึ้นสู้ด้วยการฝึกฝน แต่กลับไปสู่สัญชาตญาณและการเชื่อมโยงหลักของเรา
ผู้สมัคร SEAL คนหนึ่งมีคุณสมบัติยอดเยี่ยมบนกระดาษ แต่เมื่อเจอสถานการณ์คลุมเครือ เขาตัดสินใจไม่ได้ เพราะขาดคุณลักษณะสำคัญ นั่นคือ การปรับตัว ความยืดหยุ่น และความถ่อมตน ในยามวิกฤต ตัวตนที่แท้จริงสำคัญกว่าบทบาทที่คุณแสดง
4. การสับเปลี่ยนผู้นำแบบไดนามิกและความไว้วางใจ
"เมื่อแผนล้มเหลว ใครจะเป็นผู้นำ?" ในสถานการณ์เสี่ยง ผู้นำไม่ใช่คนที่มียศ แต่คือคนที่มีความชัดเจน
หลักการ "Dynamic Subordination" ในทีม SEAL หมายถึงการที่ความเป็นผู้นำจะถูกส่งต่อไปยังผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุดในขณะนั้น ไม่ใช่ผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุด ระบบนี้ทำงานได้เมื่อทีมมีความไว้วางใจกันสูง
5. ความเครียดคือตัวเพิ่มประสิทธิภาพ
ความเครียดไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเครื่องมือที่รอการใช้งานอย่างถูกวิธี การตอบสนองต่อความเครียดให้พลังงาน ความตื่นตัว และความชัดเจน ความท้าทายคือการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเพิ่มหรือลดระดับ
ความไม่แน่นอนจะคงอยู่เสมอ เราไม่สามารถวางแผน ต่อสู้ หรือหนีมันได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้าด้วยความแข็งแกร่ง ความชัดเจน และจุดมุ่งหมาย เรียนรู้ที่จะควบคุมความไม่แน่นอนในช่วงเวลาที่คุณอยู่ นี่คือที่มาของพลังแห่งความสำเร็จ
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน


#ไปให้ถึง100ล้าน
อ้างอิง
https://bit .ly/45VyFaI

17/06/2025

🔔วันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2568🔔
ณ เวลา 09.03 น.
ราคาทองปรับลง 🔽 350 🔽 นะคะ

ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ "เรายกเยาวราชมาให้คุณ"
ติดตามห้างทองเยาวราชกรุงเทพได้ผ่านช่องทาง
👉 https://linktr.ee/yaowaratkrungthep

พบกับเราได้ในห้างโลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล โรบินสัน ท็อปส์ทั่วประเทศ
แวะมาใช้บริการกันเยอะๆ นะคะ

#ราคาทอง #ราคาทองวันนี้ #ห้างทองเยาวราชกรุงเทพ #ห้างทอง #ร้านทอง #ร้านทองเยาวราช #ค่ากำเหน็จถูก #ร้านทองออนไลน์ #ทองคำแท้ #ทองเยาวราช #สร้อยทอง #สร้อยคอ #สร้อยข้อมือ #แหวนทอง #กำไลทอง #จี้ทอง #ร้านทองในบิ๊กซี #ร้านทองในโลตัส #ร้านทองในเซ็นทรัล #ร้านทองในโรบินสัน #เรายกเยาวราชมาให้คุณ #ทองดีมีคุณภาพ #ทองรูปพรรณ #ทองดีราคาถูก

ไมซ์ (MICE) ย่อมาจากคำว่า Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions ซึ่งพัฒนามาจากธุรกิจนำเที่ยว แต่นำเสนอบริ...
17/06/2025

ไมซ์ (MICE) ย่อมาจากคำว่า Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions ซึ่งพัฒนามาจากธุรกิจนำเที่ยว แต่นำเสนอบริการการจัดประชุม การมอบรางวัลผู้ร่วมงาน หรือ งานแสดงสินค้าผสมเข้าไปในโปรแกรมด้วย
M = Meeting หมายถึง การจัดประชุมภายในองค์กร หรือระหว่างองค์กร
I = Incentives หมายถึง การจัดการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลแก่พนักงานหรือบุคคลที่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมาย
C = Conventions หมายถึง การประชุมนานาชาติ รวมบุคคลในสายอาชีพเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งมักจะเป็นการจัดงานขนาดใหญ่ในระดับภูมิภาคหรือประเทศ
E = Exhibitions หมายถึง การจัดงานแสดงสินค้าหรือบริการ อาจจัดในระดับชาติ หรือ ระดับภูมิภาค.........................................................................................
ในปี 2567 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมไมซ์ของไทยสามารถดึงดูดนักเดินทางทั้งในและต่างประเทศ 25,350,288 คน สร้างรายได้ 148,341 ล้านบาท เกิดเป็นรายได้ประชาชาติรวมมูลค่ากว่า 309,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.67% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP ของประเทศไทย
โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ได้เดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์ มุ่งใช้ดิจิทัล ความหลากหลายอัตลักษณ์พื้นที่ พัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์ไทย รวมถึงใช้กลยุทธ์ 3S คือ Stay Longer, Spend More, See You Again เพิ่มขีดความสามารถไมซ์ สร้างรายได้เข้าประเทศ ตั้งเป้าปี 2568 ดึงดูดนักเดินทางไมซ์ทั้งในและต่างประเทศ 34 ล้านคน สร้างรายได้ 2 แสนล้านบาท พร้อมเป้าหมายพิชิตอันดับการเป็นจุดหมายปลายทางไมซ์แห่งเอเชีย
ในงาน IMEX Frankfurt 2025 ประเทศเยอรมนี ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการจัดประชุมกว่า 11,000 รายการที่จัดขึ้นทั่วโลกในปี 2567 จากการวิเคราะห์ชี้ว่า ภูมิภาคเอเชียมีความโดดเด่นได้รับความนิยมเป็นอันดับ 2 สำหรับการจัดประชุมนานาชาติรองจากทวีปยุโรป และประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติรวม 158 งาน เพิ่มขึ้นจาก 143 งานในปี 2566
สถิติดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยขยับจากอันดับที่ 26 ของโลกในปี 2566 ขึ้นสู่อันดับที่ 25 ในปี 2567 พร้อมทั้งครองอันดับ 5 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน
สำหรับผลงานที่โดดเด่นสุดในระดับเมืองคือ กรุงเทพฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติรวม 115 งาน ก้าวขึ้นสู่อันดับ 7 ของโลก ในฐานะเมืองจุดหมายปลายทางการประชุมนานาชาติระดับโลก ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดจากอันดับที่ 15 ในปี 2566 อีกทั้ง กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับที่ 3 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และอันดับที่ 2 ในภูมิภาคอาเซียน
นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังได้รับการยืนยันจาก Cvent ในการประกาศรายชื่อ 2025 Top Meeting Destinations ในงาน IMEX Frankfurt 2025 ว่าเป็นเมืองอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รองจากสิงคโปร์ ซึ่งผลการจัดอันดับนี้อ้างอิงจากกิจกรรมของผู้วางแผนและผู้จัดงานในการจัดหาและการขอข้อเสนอ (RFP) สำหรับการจัดงานจากเมืองต่างๆ ทั่วโลกที่มีมูลค่ารวมมากกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
อีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของประเทศไทยในรอบปี 2567 คือ มีจำนวนเมืองมากถึง 13 เมือง ได้รับการจัดอันดับในรายงานของ ICCA เป็นครั้งแรก นอกจากกรุงเทพฯ ยังมีอีก 12 เมือง ที่ได้รับการจัดอันดับ ประกอบด้วย เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 12 งาน พัทยา 10 งาน ภูเก็ต 8 งาน ชลบุรี 3 งาน เชียงราย 2 งาน ปทุมธานี 2 งาน หัวหิน 1 งาน ขอนแก่น 1 งาน สมุย 1 งาน นครราชสีมา 1 งาน นนทบุรี 1 งาน และปัตตานี 1 งาน
การพัฒนาตำแหน่ง “แบรนด์ประเทศไทย” ในฐานะ “จุดหมายปลายทางของการจัดงานไมซ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง” (High Value-Added MICE Destination) โดยสอดแทรก “ซอฟต์พาวเวอร์” ในการยกระดับประสบการณ์ให้กลุ่มนักเดินทางไมซ์ มุ่งใช้นวัตกรรม และองค์ความรู้ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ เพิ่มการสร้างภาคีเครือข่ายกับผู้ประกอบการ เพื่อสร้างเสถียรภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผลักดันประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางของการจัดงานอย่างยั่งยืน สร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่วัดผลได้จริง รวมทั้งพัฒนา “ระบบนิเวศ” ของอุตสาหกรรมไมซ์ในทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันแบบไร้รอยต่อ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bangkok SME Creditผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Bangkok SME Credit:

แชร์