BPs Trading Diary

BPs Trading Diary เขียนตามประสบการณ์และความเข้าใจส่?

20/03/2021

สวัสดีครับ
หายไปนานครับ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาภารกิจยุ่งมาก ช่วง COVID ก็มีอะไรต้องทำเยอะมากต้องปรับตัวทั้งในเรื่องของธุรกิจและการ Trade ครับ

ในช่วงวิกฤตการณ์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมา โดยที่เห็นโอกาสทางด้านการตลาดและการค้า ทำให้เวลาส่วนใหญ่ต้องเอนเอียงไปกับการจัดการภายในบริษัท รวมถึงหน้าที่งานการตลาดและงานขายทั้งหมด และด้วยประสบการณ์ที่น้อยประกอบกับต้องการลงทุนแบบ Low Cost Start up ทำให้เนื้องานก้าวหน้าไปค่อนข้างช้า จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้พึ่งจัดแจงอะไรได้ลงตัว (รวมระยะเวลาได้ 9 เดือนหลังจากที่เปิดบริษัทมา) เรียกได้ว่าเหนื่อยเอาการเลยครับ จนตอนนี้เริ่มหาจุดยืนที่จะไปต่อได้เลยสามารถกลับมาพัฒนาเรื่องการเทรดต่อได้ครับ

ที่ท้าวความยาวนานขนาดนี้เพราะจะเอามาอ้างอิงเกี่ยวกับระบบ Trade ด้วย
เนื่องจากช่วงหลังหากเพื่อนๆสังเกตุจะพบว่าตลาดส่วนใหญ่มีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างมาก หากลงทุนในหุ้นส่วนมากก็มักจะได้กำไรกันเป็นกอบเป็นกำ (หากไม่ได้ไปลงทุนตัวที่แปลกพิศดาร) ในขณะที่ตลาด Crypto ก็มี Volatility ค่อนข้างสูงหากเราทำตามระบบที่เราวางไว้จะเก็บ Cash Flow ได้ค่อนข้างมาก (โดยส่วนตัวระบบของผมก็จะอยู่บนพื้นฐานของ Close System ครับ) ซึ่งใจความสำคัญของระบบผมมันไม่ได้มีอะไรมากครับเป็นเพียงการจัดการกับ Money Management และความเข้าใจในสินค้าที่ต้องการจะลงทุนครับ เพียงเท่านี้มันก็สามารถที่จะเลี้ยงชีพได้ครับ

แวะมาบันทึกไดอารี่และให้กำลังใจครับ เพราะหากเราวางแผนดีจริงๆบางทีเราไม่จำเป็นจะต้องเทรดบ่อยๆครับ ส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยมีเวลาครับ เน้นปล่อยบอท+วางกลยุทธ์ครับ

หลังจากห่างหายไปนานตอนนี้การย้ายแหล่งสร้างกระแสเงินสดจาก FX มาเป็น Crypto ดำเนินการไปเเล้วกว่า 70%โดยผมยังคงสัดส่วนเงินใ...
01/08/2020

หลังจากห่างหายไปนาน

ตอนนี้การย้ายแหล่งสร้างกระแสเงินสดจาก FX มาเป็น Crypto ดำเนินการไปเเล้วกว่า 70%
โดยผมยังคงสัดส่วนเงินใน FX อยู่ที่ประมาณ 30%
หากเราลองสังเกตุจะพบว่าตลาด Crypto มี ความผันผวนสูงมากทำให้ model ง่ายๆที่ไม่ต้องพึ่งการตัดสินใจขั้นสูงมีแนวโน้มที่จะทำกำไรในระยะยาวได้ดีกว่า
ทั้งนี้ยังมีช่องว่างสำหรับการ compound ที่สะดวกสบายอีกด้วย
เพราะฉะนั้นเพียงเรามี model ที่เราเข้าใจ + การ Rebalance ที่ทำกันมาอย่างเสมอ เราจะสามารถยึดครองทรัพยากรส่วนนี้ได้พอสมควรเลยครับ

ช่วงหลังมานี่energyหลักๆผมเลยยกให้กับการทำ API เพื่อให้มาทำงานเเทนเรา

*** Bot ยังอยู่ในช่วงTest ทำให้ยังไม่ได้เปิด run 24/7

Rebalance 001สวัสดีครับหลังจากหายหน้าหายตาไปซุ่มเก็บชั่วโมงบินมาอย่างยาวนานก็ถึงช่วงที่ผมต้องเริ่มสร้าง Commitment เพื่อ...
26/03/2020

Rebalance 001
สวัสดีครับ

หลังจากหายหน้าหายตาไปซุ่มเก็บชั่วโมงบินมาอย่างยาวนานก็ถึงช่วงที่ผมต้องเริ่มสร้าง Commitment เพื่อก้าวข้ามกำแพงแห่งการเรียนรู้ไปให้ได้ และการออกจากถ้ำมาเริ่มเขียนบทความแห่งการเรียนรู้ก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ
ในช่วงที่ผ่านมาเราจะสังเกตุเห็นว่าตลาดหุ้น, ตลาดการเงิน, โลหะมีค่า, หรือแม้กระทั่ง Crypto Currency มีความผันผวนที่ค่อนข้างสูงเนื่องจากปัจจัยที่เราน่าจะทราบกันดี(ภาวะเศรษฐกิจ และโรคระบาด)
ถ้ากลุ่มกองทุนไหนวางเงินเต็มก็ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความผันผวนดังกล่าว ส่วนใครก็ตามที่ใช้ Leverage (แม้กระทั่งใช้สัดส่วนพียงแค่ 2:1 ) ก็มีโอกาสที่จะโดน Margin Closeout ออกจากตลาดได้ (ร่ายซะยาวเรื่องการปรับสัดส่วน Leverage ขอเอาไปพูดต่อใน Post ถัดๆไปนะครับ) กลับมาที่เรื่องการ Rebalance ว่ามันทำยังไงแล้วมันสร้างผลประโยชน์อะไรให้กับเราได้บ้าง
การ Rebalance คือการปรับสัดส่วนของเงินให้อยู่ในระดับที่เท่าๆกันตลอดเวลา ตามตาราง ข้างล่าง
เราจะพบว่าเราสามารถสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) จากวิธีดังกล่าวได้
แล้วการ Rebalance ช่วยให้เราได้ประโยชน์อะไรบ้าง
1. ช่วยในเรื่องของการเพิ่ม/ลดสัดส่วนการลงทุน : ถ้ามูลค่าของสกุล Port เราลดต่ำลงอาจจะเป็นเวลาที่ดีที่เข้าไปเติม Margin ในขณะที่หากมูลค่าของสกุล Port เราสูงขึ้นอาจจะเริ่มถึงเวลาที่เราเริ่มถอนกำไรออกมา
2. ช่วยในการเพิ่ม Performance ของ Portfolio ในวันที่เราปรับเงินทุนออกมามันส่งผลโดยตรงกับ Performance เราแน่นอนครับ

มีช่องทางให้ติดตามเพิ่มเติมเเล้วนะครับ :
https://www.blockdit.com/pages/5e7ca2c7f6a02a0cab621d1a

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้สิ่งแรกๆที่ผมเลือกทำคือการ  Rebalance
31/12/2019

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้สิ่งแรกๆที่ผมเลือกทำคือการ Rebalance

สรุปบทความจาก Bloomberg.com เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 62 ที่ผ่านมา

Q: ทำไมเงินบาทถึงแข็งค่า ?

1. บัญชีเดินสะพัด (Current Account) ของประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่คือ ส่งออก ลบ นำเข้า มีสถานะเกินดุล (surplus)

2. เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ (Foreign Reserve) อยู่ในระดับสูงถึง 2.2 แสนล้านเหรียญ

3. เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมาก

จากข้อ 1-3 ทำให้ประเทศไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศ จนเงินทุนไหลเข้า และเงินบาทแข็งค่า

-------

Q: เงินบาทแข็งค่าจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง ?

1. ผู้ส่งออกจะเหนื่อย เพราะขายของได้เงินบาทน้อยลง (และ ณ Q3/19 การส่งออกมีสัดส่วนถึง 61.25% ของ GDP โดยรวม)

2. ธุรกิจท่องเที่ยวที่รับเงินเป็นสกุลต่างประเทศ จะเหนื่อย เพราะได้เงินบาทน้อยลง และการท่องเที่ยวมีสัดส่วนประมาณ 20% ของ GDP

3. ธุรกิจท่องเที่ยวที่รับเงินบาท ก็จะเหนื่อย เพราะการที่เงินบาทแข็ง เท่ากับนักท่องเที่ยงต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อแลกเงินบาท เกิดเป็นแนวโน้มที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง

จากข้อ 1-3 ทำให้เศรษฐกิจไทยโดยรวมชะลอตัวลง

-------

Q: แบงก์ชาติทำอะไรไปแล้วบ้าง ?

1. ลดเพดานยอดเงินฝากในบัญชีไทยของผู้มีถิ่นฐานอยู่ต่างประเทศ จาก 300 ล้านบาท เหลือ 200 ล้านบาท เพื่อจำกัดการโอนเงินเข้า (ซึ่งจะช่วยลดความต้องการเงินบาท)

2. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (2 ครั้ง จาก 1.75% เหลือ 1.25% ต่อปี)

-------

Ref: bloomberg.com/news/articles/2019-10-25/the-thai-baht-reached-a-new-6-year-high-here-s-why-it-s-surging

*** บันทึกการเทรด เมื่อ 20/09/18 ***ต้องเจ็บปวดเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอผมเคยตั้งเป้าสำหรับตัวเองนะครับว่าจะขอเรียนรู้ไปเรื่อ...
20/09/2019

*** บันทึกการเทรด เมื่อ 20/09/18 ***
ต้องเจ็บปวดเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ
ผมเคยตั้งเป้าสำหรับตัวเองนะครับว่าจะขอเรียนรู้ไปเรื่อยๆในวงการเทรด
1.อยากมีรายได้เสริมจากช่องทางนี้
2.นำเงินที่เราได้มาไปต่อยอดต่อไปเรื่อยๆ
3.และรวมถึงการแบ่งเบาภาระในกรณีที่เราเริ่มเก่งขึ้นงานประจำหลักๆ
ของเราบางอย่าง เราสามารถที่จะหยุดทำได้
แต่ระยะเวลาก็ผ่านมาหลายปี นับตั้งแต่วันแรกที่ผมตั้งเป้า ความเจ็บปวดมันมากขึ้นเรื่อยๆ (ตลอดระยะเวลาการเดินทางในสายอาขีพนี้) และไม่ดูเหมือนว่ามันจะลดน้อยลงเลย คำถามคือแล้วความสุขเราคืออะไร
มาถึงตรงนี้ถ้าเราไม่ได้มี หลักการที่ชัดเจนเราอาจจะลังเลกับสิ่งที่เรากำลังทำ (เนื่องจากปัจจัยกดดันต่างๆ) เพราะท้ายที่สุดมันไม่ได้มีอะไรมาการันตีว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เราอาจจะเป็นคนที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสิ่งๆนี้แต่มันอาจจะล้มเหลวก็ได้ ใครจะไปรู้ เพียงแต่ว่าถ้าเรามีหลักการที่ชัดเจน เราจะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราพยายามทำ และเราจะยังสามารถผลักดันตัวเองให้เดินตามเส้นทางที่เราเลือกได้อย่างมั่นคง
พอดีเพื่อนที่เดินทางร่วมกันมา พึ่งเลิกเทรดไป

14/08/2019

มีอยู่วันหนึ่ง พาดาวันได้เข้าไปถามอาจารย์โยดาว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าที่ผ่านมา Skill เราพัฒนาไปในทิศทางที่ถูกต้อง
ความสามารถในการ Trade มันวัดยากเพราะตลาดเปลี่ยนเสมอ แต่สิ่งที่วัดได้แน่นอนคือ จิตใจและ Mindset ถ้าที่เราฝึกมาทั้งหมดส่งเสริมเรื่องพวกนี้ เราจะไม่หลงทางแน่นอน

มีเพื่อนๆถามเข้ามานะครับ“เทรดไม่ flow เลย ยิงทีไรติดตลอด ทำยังไง มีวิธีคิดยังไงให้ เทรดเเล้ว flow ”ตอบ : ปกติเเล้วที่เรา...
09/08/2019

มีเพื่อนๆถามเข้ามานะครับ

“เทรดไม่ flow เลย ยิงทีไรติดตลอด ทำยังไง มีวิธีคิดยังไงให้ เทรดเเล้ว flow ”

ตอบ :
ปกติเเล้วที่เรา trade ไม่ flow มันเป็นเพราะว่าเราไปสวน trend นั่นเอง แล้วมันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้เราต้องไปสวนtrend

สมมติเราเอา ma มาเป็นตัวคัดกรอง trend (uptrend = ราคามากกว่า ma แต่ ราคามากกว่า ma ไม่เท่ากับขาขึ้น)
ในกรณีนี้ถ้าราคามันอยู่เหนือma มันมีเหตุผลอะไรที่เราจะต้อง sell

อย่างช่วงราคาทองที่ผ่านมา ถ้าเรา trade แต่ buy มันก็ flow

20/07/2019

มี Inbox เข้ามาพูดคุยกันเรื่อยๆนะครับ ผมไม่ได้หายไปไหนนะครับเพียงแต่ว่าช่วงนี้ได้รับพลังจากโยดามามากเหลือเกิน บางเรื่องก็สามารถนำมาแชร์ได้ บางเรื่องก็เป็นความลับของทางทีมนะครับ กำลังตกผลึกความรู้และจะนำมาแบ่งปันกันอีกทีนะครับ
แต่ระหว่างนี้ถ้าเพื่อนๆพี่ๆอยากให้พูดคุยถึงเรื่องไหนเป็นพิเศษ ก็สามารถ Comment หรือ inbox มาได้เลยครับ ถ้าผมพอมีความรู้ก็จะนำมาแชร์ หากไม่รู้จะพยายามไปถามผู้รู้มาให้ครับ
ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันครับ

29/05/2019

จะเริ่มต้นยังไงดี?

แนวทางการเรียนรู้ส่วนตัว(Trading) ฉบับอนุบาล
ถ้ามีใครซักคนมาปรึกษาผมว่า ถ้าอยากจะเริ่มต้น Trade/ Invest สินค้าทางการเงินควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี….
โดยส่วนตัวผม Trade Fx, ETF, Future, Crypto และ Invest Stock ซึ่งมีทั้งกลยุทธ์ที่เป็น Directional และ Non-Directional
ถ้าอยากเข้ามา Invest ผมก็จะแนะนำให้ไปศึกษาหุ้น ซึ่ง Key ที่จะสำเร็จหลักๆของหุ้นคือ หาหุ้นที่ Under Value และบริษัทมีผู้บริหารที่ต้องการจะพัฒนาให้เติบโตระยะยาวอย่างจริงจัง หรือ ถ้าคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ก็ไปถือพวก Index (ซึ่งในส่วนนี้ผมจะไม่ลงรายละเอียดเยอะ ไว้มีเวลา+ตกผลึกมากกว่านี้ จะมาเขียนเพิ่มเติมครับ)
คำถาม : ถึงตรงนี้หลายๆท่านอาจจะ งงว่าทำไมถึงไม่แนะนำให้ Trading บน Stock
คำตอบ : Stock มีความยากที่มากกว่าสินค้าชนิดอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น ปัจจัยภายในต่างๆที่นักลงทุนรายย่อยไม่สามารถควบคุมได้ (หรือเรียกง่ายๆว่า มีเจ้ามือนั่นเอง) [Unfair Game]
ส่วนถ้าใครอยาก Trading ผมแนะนำให้เริ่มต้นจากสินค้าที่ผมได้พูดถึงไปข้างต้น เนื่องจากสินค้าดังกล่าวมีผลประโยชน์จากหลากหลายฝ่ายเข้ามาเกี่ยวพันกัน ทำให้การควบคุมกลไกราคาทำได้ยาก [Fair Game]
คำถาม : เมื่อไหร่เราควรใช้ Directional และเมื่อไหร่ใช้ Non-Directional
คำตอบ : มันไม่ได้มีกฏตายตัว ทุกอย่างมันอยู่ที่ความเข้าใจของเรา ซึ่งโดยส่วนตัวผมจะใช้รูปแบบของ Non-Directional เป็นฐานหลัก และ ใช้ Directional มาช่วยทำให้ระบบเกิดประโยชน์สูงสุด
ยกตัวอย่างเช่น
ผมเทรด Product A จากการทำการบ้านผมพบว่าราคาของสินค้าตัวนี้จะวิ่งอยู่ที่ 1,000-2,000 เนื่องจาก Product A คือ Index ของประเทศประเทศนึง ผมจึงมีมุมมองว่า ระยะยาว Index มีแต่ขึ้นกับขึ้น ทำให้ผมมีมุมมอง Long-Bias ผมจึงทำการวาง Zone Grid ทุกๆ 100 จุด (Non-Directional) เมื่อผม Trade ไปซักพักผมเกิดพบการกระจุกตัวแบบมีนัยยะที่ราคา 1,200 ทำให้ผม Mark up ราคาที่จุดนั้นๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาลงมาบริเวณนี้ผมจะนำ Technical Analysis มาช่วยจับว่าเข้าได้รึยัง (Directional)
สุดท้ายรูปแบบและวิธีการ Trade/ Invest มันไม่ได้มีกฏตายตัว วิธีการของผมอาจจะเหมาะสมกับคนบางกลุ่ม และอาจจะไม่เหมาะสมกับคนอีกกลุ่ม เพราะฉะนั้นถ้าอยากเดินในเส้นทางนี้จริงๆ เราต้องทำการบ้านให้หนัก หาตัวเองให้เจอว่าชอบ/เหมาะสมกับแนวไหน และเดินไปให้สุดทาง

ไว้วันหลังจะมาเขียน Technical Analysis ให้อ่านกันครับ (เขียนๆลบๆมาหลายทีแล้วครับ ไม่กล้า Post เพราะสาวกลัทธินี้น่ากลัวมากครับ อิอิ…. แต่จะบอกว่า Technical มันก็ไม่ได้มีอะไรผิดนะครับ ถ้าเราลองเปิดใจเราจะพบจุดที่เหมาะสมกับเราจริงๆครับ)

Trader ต้องสร้างผลกำไรที่แน่นอนบนตลาดที่ไม่มีความแน่นอนจริงๆหลักใหญ่ใจความของเรื่องมันไม่ได้ยากหากเราเข้าใจ เพราะ การจะป...
29/04/2019

Trader ต้องสร้างผลกำไรที่แน่นอนบนตลาดที่ไม่มีความแน่นอน
จริงๆหลักใหญ่ใจความของเรื่องมันไม่ได้ยากหากเราเข้าใจ เพราะ การจะประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ ส่วนตัวผมมองว่ามันไม่ได้อยู่ที่วิธีการแต่อยู่ที่วิธีคิด
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยากคือ คนส่วนมากมักให้ความสำคัญกับวิธีการ(ถูก/ผิด) มากเกินไป >> พยายามหาระบบที่ดี (Linear) ที่เราจะทำกำไรบนตลาด(Non-Linear) ได้อย่างยาวๆ
เมื่อเราไปสนใจเรื่องของวิธีการมากจนเกินไป หลายๆครั้งเราก็หลงลืมไปว่า มันไม่มีวิธีการไหนที่จะอยู่รอดในตลาดได้ตลอดไป เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ตลาดเริ่มเปลี่ยนแปลง (เปลี่ยนแปลงเพียงนิดเดียว) มันก็มีโอกาสที่วิธีการที่เราใช้อยู่มันอาจจะใช้ไม่ได้อีกเลยก็เป็นได้
ยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ
หลายๆท่านคงเคยได้ยินเรื่องที่ว่า ธุรกิจครอบครัวส่วนมาก มักจะต้องปิดกิจการลงเมื่อถึง Generation ที่ 3 ประเด็นนี้หลายๆ คนก็เชื่อว่ามันคือ อาถรรพ์ บางคนก็เชื่อว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
แต่สำหรับผม ผมเชื่อว่าสาเหตุหลักๆมันมาจากการไม่ปรับวิธีการให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันเสียมากกว่า (อาจจะมีบ้างบางธุรกิจที่ไม่สามารถปรับได้จริงๆ )
การที่เราจะปรับวิธีการ มันไม่ได้มาจากความชำนาญในการทำธุรกิจ หรือ เส้นสายในการทำธุรกิจแต่อย่างใด เพียงแต่สิ่งเหล่านี้มันเกิดมาจากวิธีคิด ครับ
กลับมาที่เรื่องของเราดีกว่าครับ ....
สุดท้ายผมจะขอสรุป(ตามความเข้าใจ)ง่ายๆเลยนะครับ ว่าถ้าเรามีวิธีคิดที่ถูกต้อง เราจะใช้วิธีการแบบไหน เราก็จะอยู่รอดอย่างยั่งยืนในตลาดได้ครับ
ไว้คราวหน้าจะมาลองแชร์เรื่องวิธีคิดอีกทีครับ
ช่วงนี้รับพลังมามากตกผลึกไม่ทันจริงๆครับ

28/04/2019

อยู่ๆก็นึกถึงคำนี้ขึ้นมา
จำไม่ได้เเล้วว่าไปได้ยินมาจากไหน
พอมานั่งนึก.... มันก็จริง

"หลายๆคนยังสนุกที่ได้ลุ้นกับการขึ้นลงของราคา แต่นั่นมันไม่ใช่การลงทุน"

ที่อยู่

Bangkok
10800

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BPs Trading Diaryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์