Siam Wealth Management

โทร เว็บไซต์

Siam Wealth Management Sustainer of your sustainable wealthiness.
เคียงคู่ความมั่งคั่งที่มั่นคงของคุณ

02/10/2026

มีงานประจำมั่นคงอยู่แล้ว
ทำไมถึงยังมาเป็น "ที่ปรึกษาการเงิน" ?

#อาชีพที่ปรึกษาการเงิน
#ที่ปรึกษาการเงิน

ตรวจสุขภาพการเงินบริษัทดูอะไรบ้าง ? หาคำตอบได้ในบทความนี้ครับ 😊https://www.siamwealthmanagement.com/post/business-financ...
30/09/2026

ตรวจสุขภาพการเงินบริษัทดูอะไรบ้าง ?
หาคำตอบได้ในบทความนี้ครับ 😊

https://www.siamwealthmanagement.com/post/business-financial-health-check-framework

บทความนี้เขียนโดย คุณอิท ทศพล สุวรรณสุต
Junior Wealth Planner
Siam Wealth Management

#อ่านงบการเงินธุรกิจ
#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

28/09/2026

ทำ SWM FullPlan™ ได้อะไรบ้าง?
มาดูกันครับ :)


#แผนการเงินองค์รวม
#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) กับ ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unitlinked) จ่ายเงินเท่ากันแบบไหนครอบครัวได้เงินมากกว่ากั...
25/09/2026

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) กับ
ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unitlinked)
จ่ายเงินเท่ากันแบบไหนครอบครัวได้เงินมากกว่ากัน?

ทั้ง 2 แบบนี้เหมือนกันตรงที่เป็นประกันชีวิต
ให้ครอบครัวมีเงินพร้อมใช้เมื่อผู้เอาประกันจากไป
ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานครั้งสุดท้าย
ชำระหนี้ เป็นมรดก เป็นค่าใช้จ่ายการโอน ภาษี
หรือเตรียมสภาพคล่องให้ทายาท
ในช่วงเปลี่ยนผ่านของครอบครัว

แต่ต่างกันในเรื่อง “ความแน่นอน ความยืดหยุ่น และคนที่รับความเสี่ยง”
1️⃣ Whole Life — ซื้อความแน่นอน
เราจะทราบอย่างชัดเจนเลยว่า
- ต้องจ่ายเท่าไหร่
- จ่ายกี่ปี
- คุ้มครองถึงเมื่อไหร่
- หากจากไป ครอบครัวจะได้รับเงินเท่าไหร่
- หากต้องการหยุดส่ง จะได้รับเงินคืนเท่าไหร่

ซึ่งประกันแบบนี้จะมีมูลค่าเวนคืนและ
ผลประโยชน์รับรองตามตารางในกรมธรรม์เป๊ะๆ
แต่ด้วยจำนวนเบี้ยเท่ากัน
อาจได้ทุนประกันน้อยกว่า
ประกันชีวิตแบบ Unitlinked อยู่บ้าง



2️⃣ Unitlinked — ซื้อความยืดหยุ่น พร้อมรับความผันผวน
เบี้ยส่วนนึงเป็นค่าธรรมเนียม ค่าการประกันภัย
และส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนผ่านกองทุนตามที่เลือก
จึงสามารถออกแบบทุนประกันสูงใ
นช่วงที่ภาระครอบครัวสูง
เช่น มีลูกเล็ก ช่วงลูกยังเรียน
มีหนี้บ้าน หรือระหว่างเป็นเสาหลักของครอบครัว

หากการลงทุนเป็นไปตามผลตอบแทนที่คาดไว้
มูลค่าเงินคงเหลือก็เติบโต
และกรมธรรม์ก็มีความคุ้มครองต่อเนื่อง


📌 แต่สิ่งที่ต้องทราบคือ การลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ
และไม่มีการการันตีผลตอบแทนค่ะ

ค่าการประกันภัยในส่วนประกันชีวิตมีการเพิ่มขึ้นตามอายุ
และหักออกจากเงินลงทุนคงเหลือทุกเดือน
หากผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าคาดการณ์
หรือมีการถอนเงินออกมาระหว่างทาง
กรมธรรม์อาจมีอายุน้อยกว่าระยะเวลาที่คาดไว้
และอาจต้องเติมเงินเพิ่มเข้าไป
หรือลดความคุ้มครองทุนประกันลงมา


ประกันชีวิตแบบ Unitlinked
จึงควรมีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งผลตอบแทนจากการลงทุน
และมูลค่าเงินคงเหลือ
เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะได้รับความคุ้มครองตามต้องการจริงๆ



💡แล้วเราควรเลือกอะไร?
ถ้าต้องการเงินมรดกที่ค่อนข้างแน่นอน
ไม่อยากลุ้น ไม่อยากดูแลการลงทุน
และมีงบชำระเบี้ยระดับนึง
Whole Life อาจตอบโจทย์มากกว่า


แต่ถ้าต้องการทุนประกันสูงในช่วงที่ภาระมาก
รับความผันผวนได้
และพร้อมทบทวนกรมธรรม์บ้าง
Unitlinked อาจยืดหยุ่นกว่า
และตอบโจทย์มากกว่า



นอกจากนี้ หลายครอบครัวก็เลือกทำหลายแบบร่วมกัน
โดยใช้ Whole Life เป็น “การเงินส่งต่อแบบแน่นอน”
และใช้ Unitlinked เติม “ทุนประกันก้อนใหญ่ในช่วงที่ลูกยังเล็ก
ยังเรียนอยู่ มีหนี้คงค้าง
ระหว่างเป็นเสาหลักของครอบครัว
หรือช่วงตั้งต้นของธุรกิจที่ต้องกู้เยอะ ”


ก่อนจะเลือกทำ ลองเริ่มจากคำถาม 3 ข้อนี้ก็ได้ค่ะ
1. ครอบครัวต้องใช้เงินเท่าไหร่ หากเราจากไปวันนี้?
2. ภาระแต่ละก้อน ต้องการความคุ้มครองนานแค่ไหน?
3. รับความผันผวนได้ไหม?


หรือถ้ายังเลือกไม่ได้ หรืออยากให้มั่นใจว่า
ตรงตามความต้องการจริงๆ
ทักปรึกษาตัวแทนประกัน
หรือที่ปรึกษาความมั่งคั่งของ SWM Thailand
ให้ช่วยออกแบบแผนการส่งต่อที่ชัดเจนได้เลยค่ะ

เพราะการทำให้ถูกต้อง
และตอบโจทย์ตั้งแต่แรก
ช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้มากเลยนะคะ

บทความนี้เขียนโดย คุณแอน สุดารัตน์ บริสุทธนะกุล
FChFP
Junior Wealth Advisor
Siam Wealth Management

. .

ขอบคุณทาง สมาคมนักวางแผนการเงินไทย - TFPA  ที่ให้เกียรติเชิญคุณไอซ์ กษิดิศ สุวรรณอำไพ CFP® ,AISACEO & Senior Wealth Mana...
23/09/2026

ขอบคุณทาง สมาคมนักวางแผนการเงินไทย - TFPA ที่ให้เกียรติเชิญ
คุณไอซ์ กษิดิศ สุวรรณอำไพ CFP® ,AISA
CEO & Senior Wealth Manager
Siam Wealth Management

ในฐานะ Moderator ผู้ดำเนินรายการช่วงเสวนา
ของการอบรมหลักสูตรจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ
สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพวางแผนการเงิน ปี 2569
ในหัวข้อ AI Literacy และแนวทางปฏิบัติของ
นักวางแผนการเงินในการใช้ AI
เมื่อวันอังคาร 22 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา


ขอบคุณทาง PhillipCapital Thailand ที่ให้เกียรติเชิญ คุณไอซ์ กษิดิศ สุวรรณอำไพ CFP®,AISA CEO & Senior Wealth Manager Siam...
21/09/2026

ขอบคุณทาง PhillipCapital Thailand ที่ให้เกียรติเชิญ
คุณไอซ์ กษิดิศ สุวรรณอำไพ
CFP®,AISA
CEO & Senior Wealth Manager
Siam Wealth Management

และคุณซุ้ง จิญาดา พฤกษาชลวิทย์
CFP®,CEPA®
COO & Senior Wealth Manager
ไปบรรยายในหัวข้อ CFP® in the AI ERA
ในงาน Financial Advisor Symposium 2026
เมื่อวันเสาร์ 19 กันยายน 2569 ที่ผ่านมาครับ






เบี้ยประกันสุขภาพแพงขึ้นทุกปี.. รับมือยังไง?โลกรู้…แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เบี้ยประกันสุขภาพไม่ได้ราคาเท่าเดิมไปตลอดช...
21/09/2026

เบี้ยประกันสุขภาพแพงขึ้นทุกปี.. รับมือยังไง?
โลกรู้…แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า
เบี้ยประกันสุขภาพไม่ได้ราคาเท่าเดิมไปตลอดชีวิต

ช่วงอายุ 30–40 อาจยังรู้สึกว่า “ก็พอจ่ายไหว”
พอเข้า 40–50 เบี้ยก็จะค่อยๆ ขยับขึ้น
เหมือนเดินขึ้นบันไดทีละขั้น

แต่พอเข้าแถวๆ 60 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกาย
เริ่มจะไม่ค่อยจงรักภักดีกับเราเท่าไหร่
เริ่มมีโน่นนี่ให้ต้องดูแลมากขึ้น…

เบี้ยประกันสุขภาพก็อาจไม่ได้ขึ้นแบบบันไดแล้วนะคะ
บางทีเหมือนกดลิฟต์ขึ้นไปเลย

พระเจ้า!!!
นั่นมันช่วงหลังเกษียณพอดี 😅

คำถามสำคัญเลยไม่ใช่แค่ว่า
“ตอนนี้เราจ่ายเบี้ยไหวไหม”

แต่คือ

“อีก 10–20 ปีข้างหน้า ตอนที่รายได้จากการทำงานลดลง
หรือหายไป เรายังจ่ายเบี้ยนี้ไหวอยู่หรือเปล่า?”

นี่เป็นเรื่องที่คิดว่าน่าจะวางแผนตั้งแต่ตอนที่เรายังมีรายได้ค่ะ

______________________________

เพราะประกันสุขภาพมีประโยชน์มากในวันที่ค่ารักษาก้อนใหญ่เข้ามา
แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งว่า
เบี้ยประกันเป็นค่าใช้จ่ายระยะยาว
และมีโอกาสเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย
ทั้งอายุ ค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
และเงื่อนไขของแบบประกันแต่ละแบบ

เพราะฉะนั้น การรับมือไม่ใช่แค่ “หาประกันที่ถูกที่สุด”
แต่คือการวางระบบให้เราไม่ต้องพึ่งแค่วิธีใดวิธีหนึ่ง

______________________________

1. มองเบี้ยประกันไปถึงวัยเกษียณ ไม่ใช่มองแค่ปีนี้
เวลาจะทำประกันสุขภาพ เรามักถามว่า
“เบี้ยปีนี้เท่าไหร่?”
แต่คำถามที่ควรถามเพิ่มคือ
“ตอนอายุ 60, 65 หรือ 70 ปี เบี้ยประมาณเท่าไหร่?”
ตัวเลขในอนาคตอาจไม่ได้แม่นเป๊ะ
เพราะไม่มีใครรู้ว่าค่ารักษาพยาบาลในอีก 20 ปีจะเป็นอย่างไร
แต่แค่เห็นแนวโน้ม เราก็จะเริ่มรู้แล้วว่า
ภาระนี้ใหญ่แค่ไหน

บางคนตอนอายุ 40 จ่ายปีละไม่กี่หมื่นสบายๆ
แต่ถ้าหลังเกษียณต้องจ่ายหลักแสนต่อปี ภาพจะเปลี่ยนทันที

______________________________

2. รวมงบประกันสุขภาพเข้ากับแผนเกษียณ
ถ้าเราตั้งใจว่าจะถือประกันสุขภาพไปจนแก่
ค่าเบี้ยประกันก็ควรเป็นหนึ่งในค่าใช้จ่ายหลังเกษียณตั้งแต่ต้น

เหมือนเราประเมินค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ
เบี้ยประกันสุขภาพก็คือค่าใช้จ่ายอีกก้อนหนึ่งที่ควรเผื่อไว้

เพราะถ้าเราวางแผนเกษียณโดยคิดแค่ว่า
“เดือนละ 30,000 น่าจะพอ”
แต่ไม่ได้รวมค่าเบี้ยประกันที่อาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พอถึงวันจริง เงินที่คิดว่าพอ
อาจไม่พอก็ได้

______________________________

3. สร้างเงินสำรองค่ารักษาพยาบาลของตัวเองไปด้วย
หลายคนคิดว่า
“มีประกันแล้ว ไม่ต้องมีเงินสำหรับค่ารักษา”
สองอย่างนี้ควรทำงานด้วยกันมากกว่า

ประกันช่วยรับความเสี่ยงก้อนใหญ่
ส่วนเงินของเรา ช่วยรับค่าใช้จ่ายที่
ประกันไม่ได้ครอบคลุม
หรือช่วยเพิ่มทางเลือกในอนาคต

ยิ่งเรามีเงินก้อนสำหรับสุขภาพของตัวเองมากขึ้นเท่าไหร่
เราก็ยิ่งมีอิสระและทางเลือกมากขึ้น

วันหนึ่งถ้าเบี้ยสูงเกินไป เราอาจเลือกปรับความคุ้มครอง
เพิ่ม deductible หรือเปลี่ยนรูปแบบ
การรับความเสี่ยงได้ โดยไม่รู้สึกว่า
“ถ้าไม่มีกรมธรรม์นี้ ชีวิตฉันจบแล้ว”

______________________________

4. อย่าซื้อความคุ้มครองเยอะจนวันนี้เหนื่อย
บางคนกลัวค่ารักษาในอนาคตมาก
จนทุ่มเงินกับประกันเกือบทุกอย่างที่มี
ผลคือวันนี้สภาพคล่องหาย เงินออมไม่มี
เงินลงทุนไม่เดิน และพอเบี้ยขึ้นจริงๆ
กลับกลายเป็นว่าถือกรมธรรม์ต่อไม่ไหว

ประกันที่ดีจึงไม่ใช่ประกันที่ “เยอะที่สุด”
แต่คือความคุ้มครองที่พอดีกับความเสี่ยง
ฐานะการเงิน และแผนชีวิตของเรา

______________________________

5. ทบทวนความคุ้มครองทุก 2–3 ปี
เพราะชีวิตเราไม่ได้เหมือนเดิมตลอด
ตอนอายุ 35 เราอาจต้องการความคุ้มครองแบบหนึ่ง
ตอนอายุ 50 อาจเป็นอีกแบบ
หลังเกษียณก็อาจเป็นอีกแบบหนึ่ง

รายได้ เงินออม สวัสดิการ สุขภาพ
และภาระครอบครัวเปลี่ยนได้หมด
ดังนั้นประกันสุขภาพไม่ใช่สิ่งที่ซื้อครั้งเดียวแล้วจบ
แต่ควรกลับมาทบทวนเป็นระยะว่า

ความคุ้มครองที่มีอยู่ยังเหมาะไหม
งบที่จ่ายยังรับไหวไหม
และเรามีเงินสำรองของตัวเองมากขึ้นพอที่จะปรับแผนหรือยัง

เรื่องนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียวว่า
“ต้องทำประกันเท่าไหร่ถึงจะพอ”

บางคนเหมาะกับความคุ้มครองสูง
บางคนมีสวัสดิการดีอยู่แล้ว
บางคนมีทรัพย์สินและเงินสำรองมากพอ
ที่จะรับความเสี่ยงบางส่วนเอง

______________________________

สิ่งสำคัญคือ อย่ารอให้ถึงวันที่เบี้ยแพงจนจ่ายไม่ไหว
แล้วค่อยเริ่มคิดว่าจะทำยังไง

ถ้าวันนี้ยังมีรายได้ ยังมีเวลา และสุขภาพยังดี
นี่แหละคือช่วงที่เรามีทางเลือกมากที่สุด

เราไม่จำเป็นต้องกลัวค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
แต่ควรรู้ว่ามันมีอยู่ และค่อยๆ เตรียมตัวให้พร้อม

เพราะเป้าหมายจริงๆ ไม่ใช่การมีประกันเยอะที่สุด

แต่คือ

เมื่อถึงวันที่เราแก่ตัวลง เรามีทั้งความคุ้มครอง
เงินสำรอง และทางเลือกมากพอที่จะดูแลตัวเองได้
โดยไม่ทำให้การเงินหลังเกษียณพังไปด้วย

เรื่องนี้ไม่ต้องกลัว
แค่ต้องรู้…แล้วเตรียมไว้ตั้งแต่วันที่เรายังเลือกได้

บทความเขียนโดย คุณนิว นฤมล ศรีวิฑูรย์
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT™
Wealth Advisor
Siam Wealth Management

#วางแผนประกันสุขภาพ
#เบี้ยประกันสุขภาพแพงขึ้นทุกปีรับมือยังไง
#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

ถ้าวันนี้อยากเกษียณ แล้วไปใช้ชีวิตเลี้ยงหลาน ต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่?  ถ้าอย่างงั้นผมขอตั้งคำถามแรกเริ่มคือ คุณคิดว่าห...
17/09/2026

ถ้าวันนี้อยากเกษียณ แล้วไปใช้ชีวิตเลี้ยงหลาน
ต้องเตรียมเงินไว้เท่าไหร่?

ถ้าอย่างงั้นผมขอตั้งคำถามแรกเริ่มคือ
คุณคิดว่าหลังเกษียณ คุณจะใช้เดือนละเท่าไหร่ครับ

ถ้าต้องการใช้ชีวิตอีกประมาณ 30 ปี
และผลตอบแทนคาดหวังโดยประมาณ 5% กับเงินเฟ้อ 3%

• ใช้เดือนละ 30,000 บาท → ควรมีประมาณ 8–10 ล้านบาท
• ใช้เดือนละ 50,000 บาท → ประมาณ 13–16 ล้านบาท
• ใช้เดือนละ 80,000 บาท → ประมาณ 21–25 ล้านบาท

และอันนี้ “ยังไม่รวม” เงินก้อนสำหรับค่ารักษาพยาบาล
หรือเงินที่ตั้งใจอยากช่วยเลี้ยงหลานนะครับ😅

สิ่งสำคัญคือ ควรแยกเงินออกเป็น 3 ส่วน

1. เงินใช้ชีวิตของตัวเอง
2. เงินสำรองสุขภาพ
3. เงินที่ตั้งใจอยากให้ลูกหลาน

เพราะจากคำว่า “ไปช่วยเลี้ยงหลาน” มันตีได้หลายความหมาย
อาจจะเป็นให้ค่าขนมหรืออาจจะ
ช่วยเลี้ยงแบบดูแลทั้งหมดก็เป็นไปได้
ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายของคุณแต่ละคนเป็นแบบไหน

เป้าหมายของการเกษียณจึงไม่ใช่แค่มีเงินเยอะ
แต่คือ มีเงินพอใช้ตลอดชีวิตไหม
โดยที่ไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

สรุปก็คือจำนวนเงินอาจจะต้องดูว่าคุณใช้จริงเท่าไหร่
และเผื่อสำรองเท่าไหร่และอยากให้
ลูกหลานแบบไหนจึงค่อยคิดคำนวณออกมาได้ครับ

ถ้าจะบอกว่าเกษียณจริงๆ คือทรัพย์สินของเรา
สามารถเลี้ยงชีวิตที่อยากใช้ไปได้ตลอดชีวิตได้
วันนั้นแหละครับ…คือวันที่เราเกษียณได้จริง❤️

#อยากเกษียณไปเลี้ยงหลาน
#วางแผนเกษียณ
#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

บรรยากาศคลาส Personal Finance 101 สำหรับน้องๆ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวัน ...
15/09/2026

บรรยากาศคลาส Personal Finance 101
สำหรับน้องๆ นิสิตภาควิชาวิศวกรรมเคมี
คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เมื่อวัน 11 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อม
สำหรับการเริ่มต้นการทำงาน
และเข้าใจความสำคัญของการ
วางแผนการเงิน ภาษี
และการออม การลงทุน


#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงสยามเว็ลธ์เเมเนจเมนท์
#เคียงคู่ความมั่งคั่งที่มั่นคงของคุณ

📣 ถ้าพูดถึงการเกษียณ เชื่อว่า 1 ในแหล่งที่มาของเงินเกษียณที่คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือ เงินบำเหน็จชราภาพหรือบ...
14/09/2026

📣 ถ้าพูดถึงการเกษียณ เชื่อว่า 1 ในแหล่งที่มาของเงินเกษียณ
ที่คนไทยส่วนมากจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีก็คือ
เงินบำเหน็จชราภาพหรือบำนาญชราภาพจากประกันสังคมนั่นเองค่ะ

อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม เดือน สิงหาคม ปี 68
จะเห็นว่ามีสมาชิกกองทุนประกันสังคม หรือ
ผู้ประกันตนทั้งหมด เกือบ 25 ล้านคนเลย
ซึ่งจะแบ่งเป็น ผู้ประกันตน มาตรา 33, 39 และ 40
โดยแต่ละมาตราจะมีกฎเกณฑ์เงื่อนไข
การส่งเงินสมทบเข้ากองทุนที่แตกต่างกัน

____________________________________

โดยวันนี้จะพามาดูว่า หากเราอายุครบ 55 ปีขึ้นไปแล้ว
กำลังจะเกษียณ อยากรับเงินก้อนนี้จากประกันสังคม ต้องทำยังไง ?


โดยก่อนที่เราจะมีสิทธิได้รับเงินก้อนนี้
จากกองทุนประกันสังคม
เราต้องมีคุณสมบัติครบทุกเงื่อนไขก่อน

📌 เงื่อนไขการเกิดสิทธิมาตรา 33 และ 39
ข้อ 1 ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมมากกว่า 180 เดือน
(ส่งมามากกว่า 15 ปีขึ้นไป) ถ้าส่งน้อยกว่านี้จะได้รับเงินบำเหน็จ

ข้อ 2 อายุ 55 ปีขึ้นไป
ข้อ 3 สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (ออกจากการเป็นสมาชิกประกันสังคม
ทำให้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในแต่ละมาตรา)

มาตรา 33 เราต้องแจ้งนายจ้างให้นำชื่อเราออกจาก
การเป็นสมาชิกหรือผู้ประกันตนกับกองทุนประกันสังคมก่อน
จึงจะสามารถดำเนินการขอรับเงินก้อนนี้ที่สำนักงานประกันสังคมได้

มาตรา 39 สามารถไปยื่นออกจากการเป็นผู้ประกันตน
พร้อมกับยื่นขอรับเงินชดเชยกรณีชราภาพ
ได้ที่สำนักงานสังคมในวันเดียวกันได้เลย
_________________________________

มาตรา 40 จะต่างจากมาตราอื่นๆ ค่ะ
เนื่องจากเงินที่ได้รับจะเป็นบำเหน็จไม่ใช่บำนาญ
และผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับจะต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40
ทางเลือก 2 ที่ส่งเงินสบทบ 100 บาท หรือ
ทางเลือก 3 ที่ส่งเงินสมทบ 300 บาท เท่านั้น

📌 เงื่อนไขการเกิดสิทธิสำหรับมาตรา 40 มีดังต่อไปนี้
- อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
- สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน สามารถยื่นออกจาก
การเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40
และยื่นรับเงินชดเชยบำเหน็จชราภาพ
ได้ที่สำนักงานประกันสังคมในวันเดียวกันได้เลย


อ้างอิงข้อมูลสิทธิประโยชน์มาตรา 40 จากเว็บไซด์ประกันสังคม
https://www.sso.go.th/wpr/main/service/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1_detail_detail_1_125_698/249_249



📌 เอกสารที่ใช้ในการติดต่อเข้ารับเงินบำนาญที่ประกันสังคม
1.แบบฟอร์ม สปส.2-01 สำหรับมาตรา 33,39
https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/9fed4d4162aee2b6cad1c27c3d10189a.pdf


แบบฟอร์ม สปส.2-01/ม.40 สำหรับมาตรา 40
https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/9d5c5c838049aea386a006c353ff0f8f.pdf


2.บัตรประชาชนตัวจริง
3.สำเนาบัญชีธนาคาร


_________________________________

โดยผู้ประกันตนสามารถยื่นรับเงินชดเชยได้ภายใน 2 ปี
นับตั้งแต่วันที่มีสิทธิ (ภายใน 2 ปีหลังอายุ 55 ปีบริบูรณ์สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33,39
และอายุ 60 ปีบริบูรณ์สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40)
หากยื่นช้ากว่ากำหนด ต้องชี้แจงเหตุผลในการยื่นล่าช้า


หลังจากที่เรายื่นเอกสารที่ประกันสังคมแล้ว
ทางประกันสังคมจะใช้เวลาตรวจสอบสิทธิทั้งหมดตามเงื่อนไข
แล้วถึงจะมีการจ่ายเงินก้อนนี้ออกมาให้เราตามลำดับค่ะ

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33,39 ที่อยากศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
เกี่ยวกับการคำนวนบำนาญสูตร CARE
รวมถึงเข้าไปคำนวนดูว่าตัวเองจะได้รับเงินบำนาญประมาณเท่าไหร่
สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์
https://care-pension-thailand.care-sso.chatgpt.site/
ซึ่งจัดทำโดยทีมคณิตศาสตร์ประกันภัย
สำนักงานประกันสังคมได้เลยนะคะ

บทความนี้เขียนโดยคุณ ไนซ์ อัญวรา ไชยราช
ที่ปรึกษาการเงิน AFPT
Wealth Advisor
Siam Wealth Management

#สิทธิชราภาพประกันสังคม
#เงินบำเหน็จบำนาญชราภาพประกันสังคม
#วางแผนเกษียณ
#คิดเรื่องชีวิตคิดถึงเรา

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 20:00
อังคาร 08:00 - 20:00
พุธ 08:00 - 20:00
พฤหัสบดี 08:00 - 20:00
ศุกร์ 08:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66945696667

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Siam Wealth Management โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

แชร์