02/01/2019
ทองคำทรงตัวช่วงปีใหม่ การเจรจาการค้า จีน-สหรัฐส่งสัญญาณบวก ตลาดลงทุนปิดวันที่ 1 ม.ค.
-Spot gold เมื่อวันเสาร์ที่ 1 ม.ค.ลดลง 1.70 ดอลลาร์ หรือ 0.13% ปิดที่ 1,281.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนตลอดปี 2561 สัญญาทองคำปรับตัวลงราว 2%
เช้าวันนี้ ( 2 ม.ค. ช่วง 9:50) ทองบวกเล็กน้อยจากราคาวันเสาร์ที่ 1,282.35 เหรียญต่อออนซ์
เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ธ.ค.เคลื่อนไหวบริเวณ 1,274-1,281 เหรียญต่อออนซ์
-กองทุน SPDR ยังคงถือครองปริมาณทองคำทั้งหมดเท่าเดิมที่ 787.67 ตัน
คาดราคาทองคำวันนี้อยู่ในกรอบ 1,266-1,296 เหรียญ
-ตลาดหุ้น ตลาดทองคำ ตลาดน้ำมัน และตลาดเงินนิวยอร์ก, ตลาดหุ้นยุโรป และตลาดหุ้นลอนดอน, ตลาดหุ้นอินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ปิดทำการวันอังคารที่ 1 ม.ค. เนื่องในวันปีใหม่
การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนส่งสัญญาณบวก โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ เปิดเผยว่า การพูดคุยการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนนั้น มีความคืบหน้าเป็นอย่างมากนักลงทุนคลายกังวลเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัยหลังจากดัชนี
-ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อวันที่31 ธ.ค.2561
-ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ ‘แข็งค่า’ ที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ยังมีแนวโน้มแข็งค่า จากปัจจัยการเมืองสหรัฐกดดันดอลลาร์อ่อนค่าต่อได้
-ราคาทองคำในประเทศ 96.5% ตามประกาศสมาคมฯ วันนี้ ณ เวลา 9.38 น. ราคาไม่เพิ่มไม่ลด เมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ (อังคารที่ 1 ม.ค.)
ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 19,550.00 บาท ขายออกบาทละ 19,650.00 บาท
ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,192.56 บาท ขายออกบาทละ 20,150.00 บาท
ยังคงจับตาสถานการณ์ที่หน่วยงานสหรัฐถูกปิดดำเนินงานเนื่องจากขาดงบประมาณ หรือชัตดาวน์ โดยรายงานล่าสุดระบุว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้วางแผนที่จะยุติภาวะชัตดาวน์ ด้วยการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวโดยไม่รวมงบประมาณการสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโกวงเงิน 5 พันล้านดอลลาร์ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เรียกร้อง
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐวางแผนที่จะผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวันพฤหัสบดีที่ 3 ม.ค.ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งเป็นวันที่พรรคเดโมแครตครองจะเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ โดยการผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวในครั้งนี้จะทำให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมีงบประมาณในการดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ
*ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญคือ*
การประกาศตัวเลขจ้างงานเดือนธ.ค. ของสหรัฐ โดยคืนพรุ่งนี้จะมี่ประกาศตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน ADP และคืนวันศุกร์จะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร
รายงานเศรษฐกิจสำคัญในคืนวันนี้ จะมีการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนธ.ค. ของสหรัฐ และ ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนธ.ค.
*ประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ*
-เกาหลีใต้เผยยอดส่งออกปี 61 ทำสถิติพุ่งเหนือระดับ 6แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกอยู่ที่ระดับ 6.055แสนล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 5.5% จากปี ก่อนหน้าส่วนยอดนำเข้าในปี 2561 เพิ่มขึ้น 11.8% จากปี ก่อนหน้า สู่ระดับ 5.35แสนล้านดอลลาร์ส่งผลให้เกินดุล7.05 หมื่นล้านดอลลาร์เกินดุลติดต่อกันเป็นปีที่ 10
-ชาวฮ่องกงหลายพันชุมนุมเรียกร้องอิสระภาพจากจีนเรียกร้องให้ฮ่องกงได้รับประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ผู้ร่วมประท้วงประมาณ 5,500 คนขณะที่ตำรวจอยู่ราว 3,500 คน
-“คิม จอง อึน”ให้คำมั่นไม่ผลิต-ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันขึ้นปีใหม่และพร้อมจะพบปธน.ทรัมป์เตือนสหรัฐผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
-ดัชนีวัดเศรษฐกิจจีนลดลงครั้งแรกในรอบ 2 ปี กดดันรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวโดยลดลงที่ 6.5%ในไตรมาส 3และดัชนี้การผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงจากระดับ50.0 มาเป็น 49.4
-สงครามการค้าเอื้อบริษัทย้ายฐานสู่อาเซียนเช่นซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ และรอดูอีกหลายบริษัทที่ไม่ใช่สัญชาติจีนในจีน
-ฟอร์บส์ชู“สี จิ้นผิง”ผู้ทรงอิทธิพลอันดับ1โลกปี2561ด้วยผลงานอันโดดเด่นเป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก ส่วนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตามมาเป็นอันดับ2ส่วนอันดับ3 นิตยสารฟอร์บ ยกให้เป็นของนายมูน แจ อินประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อันดับ 4 นางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี
-โลกตะวันตกรวมหัวแบน ‘หัวเว่ย’ ทำ5Gประเทศตัวเองล่าช้าไปเกือบปีซึ่งไม่วาจะเป็นคู่แข่งอย่างสหรัฐยุโรป, เกาหลีใต้ ก็ถูกหัวเว่ยทิ้งเอาไว้ข้างหลังอย่างห่างไกล ยังคงมีโปรแรมและระบบทั้งล่าช้ากว่าและราคาแพงกว่าความเสื่อมทรุดตกต่ำที่ร้ายแรงถึงขั้นอาจล้มตายไปเลยเพราะแข่งขันในโลกยุคใหม่ไม่ไหวแล้ว
ขอบคุณ ryt9,spdrgoldshares,goldtraders,gcap,bangkokbiznews