05/10/2026
งานตัวแทนประกันไม่ได้เริ่มจากการพูดเก่ง แต่เริ่มจากการฟังให้เป็น
เงินเดือนเข้าตรงเวลาทุกเดือนครับ
แต่บางคืนก่อนนอน ก็ยังมีคำถามเดิมวนกลับมา
ถ้าอีกห้าปีเรายังอยู่ตรงนี้ ทางเลือกของเราจะมีมากขึ้น หรือเท่าเดิม
หลายคนเริ่มมองหาทางที่สอง แต่ก็ไม่อยากสต็อกของ ไม่อยากลงทุนก้อนใหญ่ และยังไม่พร้อมทิ้งงานที่ทำอยู่
พอมีคนพูดว่า ลองดูงานตัวแทนประกันไหม ส่วนใหญ่จะปิดใจทันที
ผมเข้าใจครับ เพราะคำว่าขายประกันมีภาพจำที่ไม่ค่อยดีติดมาด้วย
บทความนี้ไม่ได้เร่งให้ใครสมัครงาน ผมแค่อยากเล่าว่างานนี้ต้องทำอะไรจริงๆ ทั้งด้านที่ดีและด้านที่เหนื่อย แล้วให้คุณตัดสินเองครับ
ภาพจำเดิม กับงานที่ทำจริงทุกวัน
ภาพที่หลายคนนึกถึง คือคนที่โทรตามไม่เลิก ชวนเพื่อนทุกคนในกลุ่ม และพูดจนอีกฝ่ายเกรงใจ
ภาพนั้นมีอยู่จริงครับ ผมไม่ปฏิเสธ
แต่ตัวแทนที่ทำงานอย่างรับผิดชอบ ทำงานอีกแบบหนึ่ง
เขาเริ่มจากการถามและฟัง ว่าคนตรงหน้ามีใครต้องดูแล มีภาระอะไร และกังวลเรื่องไหนที่สุด
จากนั้นจึงช่วยให้เห็นว่า ถ้าวันหนึ่งเจ็บป่วยหรือขาดรายได้ จะกระทบชีวิตตรงไหนบ้าง
แล้วค่อยเสนอทางเลือกที่พอดีกับความต้องการและกำลังจ่ายของเขา
บางครั้งคำตอบที่ถูกต้องคือ ตอนนี้ยังไม่ต้องทำเพิ่มครับ
งานนี้จึงเริ่มจากการฟังให้เข้าใจ ก่อนจะถึงการพูดให้เก่ง
ทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว ใช้ต่อได้มากกว่าที่คิด
ผมเองเคยทำงานวิศวกรรมมาก่อน จึงเข้าใจดีว่าการออกจากเส้นทางเดิมไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจง่าย สิ่งที่ทำให้ผมเปิดใจ ไม่ใช่คำสัญญาเรื่องรายได้ แต่คือโอกาสได้เรียนทักษะใหม่ และได้ช่วยคนวางแผนเรื่องสำคัญของชีวิตครับ
คนที่ย้ายเข้ามาในอาชีพนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ละคนมีของติดตัวมาจากงานเดิม
พนักงานขาย
มีอยู่แล้ว: การติดตามลูกค้า การรับมือคำปฏิเสธ
ใช้ต่อ: สร้างนัดหมายและดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
งานบริการและลูกค้าสัมพันธ์
มีอยู่แล้ว: การฟัง การแก้ปัญหา ความใส่ใจ
ใช้ต่อ: เข้าใจความกังวลและดูแลลูกค้าหลังการขาย
ครู ติวเตอร์ เทรนเนอร์
มีอยู่แล้ว: การอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
ใช้ต่อ: อธิบายความคุ้มครองและช่วยลูกค้าตัดสินใจอย่างมีข้อมูล
พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คนทำเนื้อหา
มีอยู่แล้ว: การสื่อสารผ่านโพสต์และแชต
ใช้ต่อ: สร้างความน่าเชื่อถือและหาลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์
พนักงานบริษัท สายวิเคราะห์
มีอยู่แล้ว: วินัย การวางแผน การจัดการข้อมูล
ใช้ต่อ: ทำงานตามระบบ วิเคราะห์ความต้องการ และติดตามงานเป็นขั้นตอน
ลองดูแถวที่ใกล้กับงานของคุณที่สุด แล้วถามตัวเองว่า เรื่องนี้เราทำอยู่ทุกวันอยู่แล้วหรือเปล่าครับ
ทำไมคนทำงานจึงเริ่มมองหาทางที่สอง
เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับคุณคนเดียวครับ
ผลสำรวจของ NielsenIQ ช่วงกลางปี 2567 ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยร้อยละ 84 กำลังมองหารายได้เสริม ในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น [1]
เหตุผลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากมีเงินเก็บเร็วขึ้น บางคนรู้สึกว่างานที่ทำเริ่มมีเพดาน บางคนแค่อยากมีทางเลือกเผื่อไว้ โดยไม่ต้องเดิมพันด้วยการลาออก
การมองหาทางที่สองไม่ได้แปลว่าไม่รักงานเดิม มันเป็นการเตรียมตัวแบบหนึ่งเท่านั้นครับ
สิ่งที่งานนี้ให้ นอกจากเรื่องรายได้
ผมขอไม่พูดถึงตัวเลขรายได้ในบทความนี้ครับ เพราะผลของแต่ละคนต่างกันมาก และตัวเลขสวยๆ มักทำให้คนตัดสินใจเร็วเกินไป
สิ่งที่ผมพูดได้เต็มปากคือทักษะที่ได้กลับมา
คุณจะได้ฝึกตั้งคำถาม ฝึกฟัง ฝึกอธิบายเรื่องซับซ้อนให้คนเข้าใจ และฝึกจัดการเวลาของตัวเอง
คุณจะเข้าใจเรื่องการเงินและความเสี่ยงของครอบครัวตัวเองมากขึ้นด้วย
และจะมีบางวัน ที่ลูกค้าโทรมาในช่วงที่เขาลำบากที่สุด แล้วสิ่งที่คุณเคยช่วยเตรียมไว้ได้ทำหน้าที่ของมัน
วันแบบนั้นทำให้งานนี้มีความหมายมากกว่าตัวเลขยอดขายของเดือนนั้นครับ
ความจริงที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
งานนี้ไม่ใช่งานที่ได้เงินเร็วครับ
ก่อนจะเสนอขายได้ คุณต้องผ่านการอบรม การสอบ และได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. รวมถึงขั้นตอนที่บริษัทกำหนด
หลังจากนั้นยังต้องเรียนเรื่องแบบประกัน ฝึกพูดคุยกับลูกค้า ออกไปพบคนจริง และการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ
รายได้ขึ้นกับผลงานของแต่ละคน และไม่มีใครรับรองผลลัพธ์แทนคุณได้ [ต้องตรวจสอบและอนุมัติโดยบริษัทก่อนเผยแพร่]
คนเข้าใหม่ในอาชีพนี้ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกปีครับ ข้อมูลของสำนักงาน คปภ. ระบุว่า ปี 2568 มีผู้ขอรับใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้าประกันภัยรายใหม่ 104,884 ราย ลดลงร้อยละ 11.31 จากปีก่อน ขณะที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมี 175,401 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.44 [2]
ผมอ่านตัวเลขนี้ว่า นี่ไม่ใช่กระแสที่ใครก็แห่เข้ามา ส่วนคนที่ถือใบอนุญาตอยู่แล้วยังต่ออายุกันต่อเนื่อง
ถ้าใครชวนคุณโดยเล่าแต่ด้านสวย ผมแนะนำให้ถามด้านที่เหนื่อยด้วยทุกครั้งครับ
ถ้าอยากลองศึกษา เริ่มแบบไม่กดดันได้อย่างไร
คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินใจอะไรในวันนี้ครับ
1. หาข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมถึงเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. เรื่องขั้นตอนการขอรับใบอนุญาต
2. คุยกับคนที่ทำงานนี้อยู่จริง ถามทั้งเรื่องที่ชอบและเรื่องที่เหนื่อย
3. ดูว่าทีมที่คุณสนใจมีระบบสอนและคนพาฝึกจริงหรือไม่ เพราะสิ่งนี้สำคัญกว่าคำชวนที่ฟังดูดี
4. ถามตัวเองตรงๆ ว่ามีเวลาและวินัยพอจะเรียนควบคู่กับงานที่ทำอยู่ไหม
การเริ่มศึกษาทำควบคู่กับงานประจำได้ครับ ส่วนการลงมือทำงานตัวแทนควบคู่ไปด้วยได้แค่ไหน ขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัทและสัญญาจ้างของงานเดิม [ต้องตรวจสอบและอนุมัติโดยบริษัทก่อนเผยแพร่]
ส่งท้าย
งานนี้ไม่ง่าย และไม่ได้เหมาะกับทุกคนครับ
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ฟังคนอื่นได้นาน อธิบายเรื่องยากได้ และอยากให้งานที่ทำมีผลกับชีวิตใครสักคน ประสบการณ์ที่คุณสะสมมาอาจใช้ต่อได้มากกว่าที่คิด
ผมอยากแนะนำทีม Victory ครับสำหรับคนที่อยากลองสนใจ ทีมเรามีระบบสอนสำหรับคนที่เริ่มใหม่ และเปิดรับคนที่อยากลองศึกษางานนี้ก่อน
ถ้าอยากรู้ว่างานนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ ทักข้อความมาที่เพจได้เลยครับ พิมพ์สั้นๆ ว่า อยากรู้เรื่องงานตัวแทน
ผมจะเล่าให้ฟังทั้งสองด้าน ยังไม่ต้องสมัคร และยังไม่ต้องตัดสินใจอะไร คุณค่อยเลือกเองเมื่อพร้อมครับ
ผู้เขียนเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต
• โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง การเป็นตัวแทนประกันชีวิตต้องผ่านการอบรม การสอบ และได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. ก่อนปฏิบัติงาน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกัน
แหล่งอ้างอิง
[1] NielsenIQ, แนวโน้มผู้บริโภคชาวไทยกลางปี 2567 (เผยแพร่ผ่าน ThaiPR.net) https://www.thaipr.net/?p=3526458
[2] สำนักงาน คปภ., รายงานสถิติตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ปี 2568 และไตรมาส 1/2569 (รายงานโดยมิติหุ้น 8 มิ.ย. 2569) https://www.mitihoon.com/2026/06/08/647811/