เว็บไซต์

WorkWell Insure ตัวแทนประกันการออมและสุขภาพ จาก Allianz Ayudhya พร้อมวางแผนประกันให้เข้ากับแต่ละบุคคล

งานตัวแทนประกันไม่ได้เริ่มจากการพูดเก่ง แต่เริ่มจากการฟังให้เป็นเงินเดือนเข้าตรงเวลาทุกเดือนครับแต่บางคืนก่อนนอน ก็ยังมี...
05/10/2026

งานตัวแทนประกันไม่ได้เริ่มจากการพูดเก่ง แต่เริ่มจากการฟังให้เป็น

เงินเดือนเข้าตรงเวลาทุกเดือนครับ

แต่บางคืนก่อนนอน ก็ยังมีคำถามเดิมวนกลับมา

ถ้าอีกห้าปีเรายังอยู่ตรงนี้ ทางเลือกของเราจะมีมากขึ้น หรือเท่าเดิม

หลายคนเริ่มมองหาทางที่สอง แต่ก็ไม่อยากสต็อกของ ไม่อยากลงทุนก้อนใหญ่ และยังไม่พร้อมทิ้งงานที่ทำอยู่

พอมีคนพูดว่า ลองดูงานตัวแทนประกันไหม ส่วนใหญ่จะปิดใจทันที

ผมเข้าใจครับ เพราะคำว่าขายประกันมีภาพจำที่ไม่ค่อยดีติดมาด้วย

บทความนี้ไม่ได้เร่งให้ใครสมัครงาน ผมแค่อยากเล่าว่างานนี้ต้องทำอะไรจริงๆ ทั้งด้านที่ดีและด้านที่เหนื่อย แล้วให้คุณตัดสินเองครับ

ภาพจำเดิม กับงานที่ทำจริงทุกวัน

ภาพที่หลายคนนึกถึง คือคนที่โทรตามไม่เลิก ชวนเพื่อนทุกคนในกลุ่ม และพูดจนอีกฝ่ายเกรงใจ

ภาพนั้นมีอยู่จริงครับ ผมไม่ปฏิเสธ

แต่ตัวแทนที่ทำงานอย่างรับผิดชอบ ทำงานอีกแบบหนึ่ง

เขาเริ่มจากการถามและฟัง ว่าคนตรงหน้ามีใครต้องดูแล มีภาระอะไร และกังวลเรื่องไหนที่สุด

จากนั้นจึงช่วยให้เห็นว่า ถ้าวันหนึ่งเจ็บป่วยหรือขาดรายได้ จะกระทบชีวิตตรงไหนบ้าง

แล้วค่อยเสนอทางเลือกที่พอดีกับความต้องการและกำลังจ่ายของเขา

บางครั้งคำตอบที่ถูกต้องคือ ตอนนี้ยังไม่ต้องทำเพิ่มครับ

งานนี้จึงเริ่มจากการฟังให้เข้าใจ ก่อนจะถึงการพูดให้เก่ง

ทักษะที่คุณมีอยู่แล้ว ใช้ต่อได้มากกว่าที่คิด

ผมเองเคยทำงานวิศวกรรมมาก่อน จึงเข้าใจดีว่าการออกจากเส้นทางเดิมไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจง่าย สิ่งที่ทำให้ผมเปิดใจ ไม่ใช่คำสัญญาเรื่องรายได้ แต่คือโอกาสได้เรียนทักษะใหม่ และได้ช่วยคนวางแผนเรื่องสำคัญของชีวิตครับ

คนที่ย้ายเข้ามาในอาชีพนี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ละคนมีของติดตัวมาจากงานเดิม

พนักงานขาย
มีอยู่แล้ว: การติดตามลูกค้า การรับมือคำปฏิเสธ
ใช้ต่อ: สร้างนัดหมายและดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

งานบริการและลูกค้าสัมพันธ์
มีอยู่แล้ว: การฟัง การแก้ปัญหา ความใส่ใจ
ใช้ต่อ: เข้าใจความกังวลและดูแลลูกค้าหลังการขาย

ครู ติวเตอร์ เทรนเนอร์
มีอยู่แล้ว: การอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย
ใช้ต่อ: อธิบายความคุ้มครองและช่วยลูกค้าตัดสินใจอย่างมีข้อมูล

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คนทำเนื้อหา
มีอยู่แล้ว: การสื่อสารผ่านโพสต์และแชต
ใช้ต่อ: สร้างความน่าเชื่อถือและหาลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์

พนักงานบริษัท สายวิเคราะห์
มีอยู่แล้ว: วินัย การวางแผน การจัดการข้อมูล
ใช้ต่อ: ทำงานตามระบบ วิเคราะห์ความต้องการ และติดตามงานเป็นขั้นตอน

ลองดูแถวที่ใกล้กับงานของคุณที่สุด แล้วถามตัวเองว่า เรื่องนี้เราทำอยู่ทุกวันอยู่แล้วหรือเปล่าครับ

ทำไมคนทำงานจึงเริ่มมองหาทางที่สอง

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับคุณคนเดียวครับ

ผลสำรวจของ NielsenIQ ช่วงกลางปี 2567 ระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยร้อยละ 84 กำลังมองหารายได้เสริม ในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้น [1]

เหตุผลของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอยากมีเงินเก็บเร็วขึ้น บางคนรู้สึกว่างานที่ทำเริ่มมีเพดาน บางคนแค่อยากมีทางเลือกเผื่อไว้ โดยไม่ต้องเดิมพันด้วยการลาออก

การมองหาทางที่สองไม่ได้แปลว่าไม่รักงานเดิม มันเป็นการเตรียมตัวแบบหนึ่งเท่านั้นครับ

สิ่งที่งานนี้ให้ นอกจากเรื่องรายได้

ผมขอไม่พูดถึงตัวเลขรายได้ในบทความนี้ครับ เพราะผลของแต่ละคนต่างกันมาก และตัวเลขสวยๆ มักทำให้คนตัดสินใจเร็วเกินไป

สิ่งที่ผมพูดได้เต็มปากคือทักษะที่ได้กลับมา

คุณจะได้ฝึกตั้งคำถาม ฝึกฟัง ฝึกอธิบายเรื่องซับซ้อนให้คนเข้าใจ และฝึกจัดการเวลาของตัวเอง

คุณจะเข้าใจเรื่องการเงินและความเสี่ยงของครอบครัวตัวเองมากขึ้นด้วย

และจะมีบางวัน ที่ลูกค้าโทรมาในช่วงที่เขาลำบากที่สุด แล้วสิ่งที่คุณเคยช่วยเตรียมไว้ได้ทำหน้าที่ของมัน

วันแบบนั้นทำให้งานนี้มีความหมายมากกว่าตัวเลขยอดขายของเดือนนั้นครับ

ความจริงที่ควรรู้ก่อนเริ่ม

งานนี้ไม่ใช่งานที่ได้เงินเร็วครับ

ก่อนจะเสนอขายได้ คุณต้องผ่านการอบรม การสอบ และได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. รวมถึงขั้นตอนที่บริษัทกำหนด

หลังจากนั้นยังต้องเรียนเรื่องแบบประกัน ฝึกพูดคุยกับลูกค้า ออกไปพบคนจริง และการถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติ

รายได้ขึ้นกับผลงานของแต่ละคน และไม่มีใครรับรองผลลัพธ์แทนคุณได้ [ต้องตรวจสอบและอนุมัติโดยบริษัทก่อนเผยแพร่]

คนเข้าใหม่ในอาชีพนี้ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกปีครับ ข้อมูลของสำนักงาน คปภ. ระบุว่า ปี 2568 มีผู้ขอรับใบอนุญาตตัวแทนและนายหน้าประกันภัยรายใหม่ 104,884 ราย ลดลงร้อยละ 11.31 จากปีก่อน ขณะที่ผู้ขอต่ออายุใบอนุญาตมี 175,401 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.44 [2]

ผมอ่านตัวเลขนี้ว่า นี่ไม่ใช่กระแสที่ใครก็แห่เข้ามา ส่วนคนที่ถือใบอนุญาตอยู่แล้วยังต่ออายุกันต่อเนื่อง

ถ้าใครชวนคุณโดยเล่าแต่ด้านสวย ผมแนะนำให้ถามด้านที่เหนื่อยด้วยทุกครั้งครับ

ถ้าอยากลองศึกษา เริ่มแบบไม่กดดันได้อย่างไร

คุณไม่จำเป็นต้องตัดสินใจอะไรในวันนี้ครับ

1. หาข้อมูลจากหลายแหล่ง รวมถึงเว็บไซต์ของสำนักงาน คปภ. เรื่องขั้นตอนการขอรับใบอนุญาต
2. คุยกับคนที่ทำงานนี้อยู่จริง ถามทั้งเรื่องที่ชอบและเรื่องที่เหนื่อย
3. ดูว่าทีมที่คุณสนใจมีระบบสอนและคนพาฝึกจริงหรือไม่ เพราะสิ่งนี้สำคัญกว่าคำชวนที่ฟังดูดี
4. ถามตัวเองตรงๆ ว่ามีเวลาและวินัยพอจะเรียนควบคู่กับงานที่ทำอยู่ไหม

การเริ่มศึกษาทำควบคู่กับงานประจำได้ครับ ส่วนการลงมือทำงานตัวแทนควบคู่ไปด้วยได้แค่ไหน ขึ้นกับเงื่อนไขของบริษัทและสัญญาจ้างของงานเดิม [ต้องตรวจสอบและอนุมัติโดยบริษัทก่อนเผยแพร่]

ส่งท้าย

งานนี้ไม่ง่าย และไม่ได้เหมาะกับทุกคนครับ

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ฟังคนอื่นได้นาน อธิบายเรื่องยากได้ และอยากให้งานที่ทำมีผลกับชีวิตใครสักคน ประสบการณ์ที่คุณสะสมมาอาจใช้ต่อได้มากกว่าที่คิด

ผมอยากแนะนำทีม Victory ครับสำหรับคนที่อยากลองสนใจ ทีมเรามีระบบสอนสำหรับคนที่เริ่มใหม่ และเปิดรับคนที่อยากลองศึกษางานนี้ก่อน

ถ้าอยากรู้ว่างานนี้เหมาะกับตัวเองหรือไม่ ทักข้อความมาที่เพจได้เลยครับ พิมพ์สั้นๆ ว่า อยากรู้เรื่องงานตัวแทน

ผมจะเล่าให้ฟังทั้งสองด้าน ยังไม่ต้องสมัคร และยังไม่ต้องตัดสินใจอะไร คุณค่อยเลือกเองเมื่อพร้อมครับ

ผู้เขียนเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต
• โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง การเป็นตัวแทนประกันชีวิตต้องผ่านการอบรม การสอบ และได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน คปภ. ก่อนปฏิบัติงาน ผลลัพธ์ของแต่ละคนแตกต่างกัน

แหล่งอ้างอิง
[1] NielsenIQ, แนวโน้มผู้บริโภคชาวไทยกลางปี 2567 (เผยแพร่ผ่าน ThaiPR.net) https://www.thaipr.net/?p=3526458
[2] สำนักงาน คปภ., รายงานสถิติตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ปี 2568 และไตรมาส 1/2569 (รายงานโดยมิติหุ้น 8 มิ.ย. 2569) https://www.mitihoon.com/2026/06/08/647811/

บัตรประกันบอกว่าเรามีสิทธิ แต่ไม่ได้บอกว่าสิทธิเรามีแค่ไหนหลายคนเก็บบัตรประกันกลุ่มไว้ในกระเป๋าตั้งแต่วันแรกที่เข้างาน แ...
26/09/2026

บัตรประกันบอกว่าเรามีสิทธิ แต่ไม่ได้บอกว่าสิทธิเรามีแค่ไหน

หลายคนเก็บบัตรประกันกลุ่มไว้ในกระเป๋าตั้งแต่วันแรกที่เข้างาน แล้วไม่เคยเปิดเอกสารฉบับเต็มอีกเลย
เลยมีคำถามเข้ามาบ่อยครับ ว่ามีประกันกลุ่มแล้ว ทำประกันสุขภาพส่วนตัวเพิ่มจะจ่ายซ้ำไหม

📌 ความจริงคือ บัตรเป็นแค่ตัวยืนยันว่าเราเป็นสมาชิกของแผน
ส่วนว่าจ่ายอะไรได้ จ่ายได้เท่าไร อยู่ใน “ตารางผลประโยชน์” ซึ่งแต่ละองค์กรไม่เหมือนกันครับ

ลองดูตัวอย่างการวางเทียบนี้ครับ
(ฝั่งประกันกลุ่มเป็นตัวอย่างรูปแบบแผนหนึ่งในตลาด ไม่ใช่สิทธิของทุกองค์กร ฝั่งแผนส่วนตัวคือ แผน double care วงเงิน 15 ล้าน จากประกันสุขภาพ ปลดล็อค ดับเบิล แคร์)

• วงเงินสูงสุด
กลุ่มตัวอย่าง: 400,000–600,000 บาท ต่อการรักษา
แผน double care วงเงิน 15 ล้าน: 15,000,000 บาท ต่อรอบปีกรมธรรม์

• ค่าห้องต่อวัน
กลุ่มตัวอย่าง: 2,000–5,000 บาท
แผน double care วงเงิน 15 ล้าน: 6,000 บาท ห้อง ICU จ่ายตามจริง

• ผ่าตัด เคมีบำบัด ฉายแสง
กลุ่มตัวอย่าง: มักแยกเพดานย่อยตามหมวด
แผน double care วงเงิน 15 ล้าน: จ่ายตามจริง ภายในวงเงินต่อปี

• หาหมอทั่วไปแล้วกลับบ้าน เช่น เป็นหวัด
กลุ่มตัวอย่าง: 1,000–2,500 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30 ครั้งต่อปี
แผน double care วงเงิน 15 ล้าน: ไม่อยู่ในแผนนี้ ต้องซื้อความคุ้มครองผู้ป่วยนอกแนบเพิ่ม

• ตอนเปลี่ยนงาน
กลุ่ม: อาจสิ้นสุดตามการจ้างงาน
แผน double care วงเงิน 15 ล้าน: สัญญาของเราเอง ต่ออายุได้ถึงอายุ 89 ปี

จากตัวอย่างนี้ ประกันกลุ่มช่วยเรื่องค่ารักษาเล็ก ๆ ที่เกิดบ่อย
ส่วนแผนวงเงินสูงรองรับค่ารักษาก้อนใหญ่ที่อาจเกินเพดานสวัสดิการ
ถือคู่กันจึงเป็นการเสริมกัน มากกว่าจ่ายซ้ำครับ

💰 เรื่องค่าใช้จ่าย
ตัวอย่างผู้ชายอายุ 35 ปี อาชีพขั้น 1–2 เบี้ยแผน double care วงเงิน 15 ล้าน อยู่ที่ 29,916 บาทต่อปี
ซื้อคู่กับสัญญาหลัก เช่น ประกันชีวิตทุน 200,000 บาท รวมประมาณ 34,522 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 95 บาทครับ
เบี้ยต่างกันตามเพศ อายุ อาชีพ และปรับตามช่วงอายุ การเจ็บป่วยเริ่มคุ้มครองหลัง 30 วันนับจากวันเริ่มสัญญา และต้องผ่านการพิจารณารับประกันภัยก่อน

✅ สิ่งที่ทำได้วันนี้
ขอตารางผลประโยชน์ฉบับล่าสุดจาก HR แล้วหา 3 ตัวเลข
1) วงเงินสูงสุด คิดต่อครั้งหรือต่อปี
2) ค่าห้องต่อวัน
3) เพดานค่าผ่าตัดและการรักษาโรคร้ายแรง
วางเทียบกับตัวอย่างด้านบน จะเห็นเองว่าช่องว่างของเราอยู่ตรงไหน หรืออาจไม่มีเลยก็ได้ครับ

อยากให้ช่วยวางเทียบกับตารางของตัวเอง พิมพ์ “เช็กสิทธิ” ใต้โพสต์ แล้วส่งตารางมาทางแชทได้เลยครับ (ปิดชื่อบริษัทและข้อมูลส่วนตัวก่อนส่งได้)

—
เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจสอบสิทธิประกันกลุ่มเท่านั้น รายละเอียดความคุ้มครอง ข้อยกเว้น วันสิ้นสุดความคุ้มครอง และสิทธิหลังออกจากงาน ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์กลุ่ม นโยบายนายจ้าง และการพิจารณาของบริษัทประกัน โปรดตรวจสอบเอกสารของตนเองหรือสอบถาม HR/บริษัทประกันก่อนตัดสินใจ

ผู้เขียนเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต เลขที่ [เลขที่ใบอนุญาต] • โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง
เงื่อนไขความคุ้มครองเป็นไปตามที่ระบุในกรมธรรม์ • การทำประกันภัยควรพิจารณาความสามารถในการชำระเบี้ยประกันภัย • เบี้ยประกันภัยอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุ อาชีพ และเป็นไปตามกฎเกณฑ์ของบริษัท

เรื่องปกติของบางพลี :
26/09/2026

เรื่องปกติของบางพลี :

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราไปนั่งอยู่ในห้องสัมมนาที่หัวหิน แล้วได้ยินประโยคหนึ่งที่ยังติดอยู่ในหัวจนถึงวันนี้ครับ"อาชีพนี้กำ...
14/09/2026

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เราไปนั่งอยู่ในห้องสัมมนาที่หัวหิน แล้วได้ยินประโยคหนึ่งที่ยังติดอยู่ในหัวจนถึงวันนี้ครับ

"อาชีพนี้กำลังเปลี่ยน จากผู้ขายผลิตภัณฑ์ สู่ที่ปรึกษาด้านความมั่งคั่ง"

งานชื่อ The Future of Financial Planners จัดโดย Allianz Ayudhya ร่วมกับ Victory Group ที่โรงแรม Best Western Plus Carapace หัวหิน วันที่ 11-12 กันยายนที่ผ่านมา เป็นงานเฉพาะสมาชิก Victory Superhero ซึ่งทีมเราได้ไปร่วมด้วยครับ

ฟังดูเหมือนสโลแกนสวยๆ แต่พอนั่งฟังครบสองวัน มันคือทิศทางที่กำลังเกิดขึ้นจริง

งานนี้มีสามมุมมอง จากวิทยากรสามท่าน

คุณ Annabel Kochanan ผู้ก่อตั้ง Annabel Your Wealth Architect พูดถึงบทบาทใหม่ของนักวางแผนการเงินในโลกที่เปลี่ยนไป ลูกค้ายุคนี้หาข้อมูลเองได้หมดแล้ว สิ่งที่เขาต้องการจึงไม่ใช่คนมาบอกว่าแบบไหนดี แต่คือคนที่ช่วยเรียบเรียงเรื่องเงินทั้งชีวิตให้กลายเป็นแผนเดียวที่เดินตามได้จริง

คุณ Suphop Vongphanich, Managing Director & Partner จาก Charles Monat Associates สิงคโปร์ พาไปดูโลกของการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง ว่าครอบครัวระดับบนเขาออกแบบการส่งต่อทรัพย์สินข้ามรุ่นกันอย่างไร และประกันชีวิตเข้าไปอยู่ตรงไหนของแผนนั้น ฟังแล้วเห็นเลยว่าหลักคิดเดียวกันนี้ ย่อส่วนลงมาใช้กับครอบครัวธรรมดาอย่างเราได้เหมือนกัน แค่ตัวเลขต่างกัน

และวันที่สอง ปิดด้วยเซสชันถามตอบกับโค้ชสง่า ผู้ก่อตั้ง Victory Group เรื่องการสร้างทีมและการเติบโตในอาชีพนี้ระยะยาว

มีตัวเลขหนึ่งจากงานที่อยากเล่าต่อครับ

ปัจจุบันทั้งประเทศไทยมีนักวางแผนการเงินคุณวุฒิ CFP อยู่เพียง 774 คน เพิ่มขึ้น 10.1% ในรอบปี ติดกลุ่ม 5 ประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก (อ้างอิง: Financial Planning Standards Board เผยแพร่ผ่านสมาคมนักวางแผนการเงินไทย, เมษายน 2569)

อ่านตัวเลขนี้แล้วเห็นสองอย่างพร้อมกัน

หนึ่ง ความต้องการที่ปรึกษาการเงินแบบมืออาชีพกำลังโตแรงมาก

สอง คนที่ทำได้จริงยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับคนไทยทั้งประเทศ

นี่คือเหตุผลที่ทีมเราลงทุนพากันไปเรียนรู้ถึงหัวหินครับ เพราะเราเชื่อว่าอาชีพนี้ในอีกห้าปีข้างหน้า จะไม่เหมือนห้าปีที่ผ่านมาแน่นอน และคนที่ปรับตัวก่อน จะยืนอยู่ในจุดที่ต่างออกไป

ใครอ่านแล้วสนใจเส้นทางอาชีพนี้ หรืออยากได้คนช่วยมองแผนการเงินทั้งภาพ ไม่ใช่แค่ซื้อของทีละชิ้น ทักมาคุยกันได้ครับ

#นักวางแผนการเงิน

เงินเดือนขึ้นทุกปี แต่ทำไมยังรู้สึกว่าไม่รวยสักทีเราเจอคำถามนี้บ่อยมากครับทั้งจากเพื่อนวัยเดียวกัน และคนที่ทักมาคุยเรื่อ...
11/09/2026

เงินเดือนขึ้นทุกปี แต่ทำไมยังรู้สึกว่าไม่รวยสักที

เราเจอคำถามนี้บ่อยมากครับ
ทั้งจากเพื่อนวัยเดียวกัน และคนที่ทักมาคุยเรื่องวางแผนการเงิน

หลายคนรายได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่ความรู้สึกมั่นคง กลับไม่ได้เพิ่มตาม

วันนี้เลยอยากชวนมองคำว่า "รวย" กันใหม่
ด้วยวิธีคิดที่นักวางแผนการเงินใช้กันจริงๆ ครับ

รวยจริง ไม่ได้วัดจากรายได้

ลองถามตัวเองสามข้อนี้ดูครับ

ข้อแรก หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว แต่ละเดือนเหลือเงินจริงๆ เท่าไหร่

ข้อสอง ถ้ารายได้หายไปหกเดือน เรายังใช้ชีวิตแบบเดิมได้ไหม

ข้อสาม ทรัพย์สินทั้งหมดที่มี หักหนี้แล้ว เหลือเป็นของเราจริงๆ เท่าไหร่

รายได้เป็นแค่เงินที่ไหลเข้ามาครับ
แต่ความรวยจริง คือสิ่งที่เหลืออยู่หลังหักทุกอย่างแล้ว

ลองคำนวณเล่นๆ กันครับ

สมมติเรามีเงินฝากกับเงินลงทุนรวมกันห้าแสนบาท
มีรถที่ราคาขายต่อวันนี้อยู่ที่สี่แสนบาท
และมูลค่าอื่นๆ อีกหนึ่งแสนบาท
รวมทรัพย์สินทั้งหมดหนึ่งล้านบาท

ฟังดูดีใช่ไหมครับ

แต่ถ้ายังมีหนี้รถอยู่หนึ่งแสนแปดหมื่นบาท
กับหนี้บัตรเครดิตอีกสี่หมื่นบาท
รวมหนี้สองแสนสองหมื่นบาท

สิ่งที่เป็นของเราจริงๆ จะเหลือเจ็ดแสนแปดหมื่นบาทครับ

ตัวเลขนี้แหละที่บอกฐานะจริงของเรา
ไม่ใช่ยอดเงินเดือน และไม่ใช่ของที่ถืออยู่ในมือ

แล้วอะไรทำให้ตัวเลขนี้หายวับได้ในครั้งเดียว

คำตอบคือเหตุการณ์ใหญ่ที่ไม่มีแผนรองรับครับ
โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ

ข้อมูลจากสภาพัฒน์ ในรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 4 ปี 2568
ซึ่งอ้างอิงผลสำรวจ 2026 Global Medical Trends ของ WTW ระบุว่า
ปี 2568 ค่ารักษาพยาบาลในไทยแพงขึ้นถึง 10.8 เปอร์เซ็นต์ต่อปี
ขณะที่ข้าวของทั่วไปแพงขึ้นเพียง 0.7 เปอร์เซ็นต์

พูดง่ายๆ คือค่ารักษาแพงขึ้นเร็วกว่าของทั่วไปประมาณสิบห้าเท่าครับ
และมีแนวโน้มแพงขึ้นต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลสภาพัฒน์ล่าสุด ไตรมาส 1 ปี 2569
คนไทยทั้งประเทศมีหนี้ครัวเรือนรวมกัน 16.41 ล้านล้านบาท

แปลว่าคนส่วนใหญ่มีภาระที่ต้องจ่ายต่อทุกเดือน
ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ก็ตาม

ถ้าวันหนึ่งต้องนอนโรงพยาบาลด้วยค่ารักษาหลักแสน
เงินก้อนที่เก็บมาหลายปี อาจหายไปในไม่กี่วัน
แถมหนี้ก็ยังต้องผ่อนเหมือนเดิมครับ

ประกันอยู่ตรงไหนของภาพนี้

เรามองแบบนี้ครับ

ประกันไม่ได้ทำให้เรารวยขึ้น
แต่ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ครั้งเดียว ทำให้เราจนลง

เงินเก็บ มีไว้ใช้กับเรื่องเล็กๆ ที่มาไม่บอก
ประกัน มีไว้รับเรื่องใหญ่ที่เงินเก็บรับไม่ไหว
เงินลงทุน มีไว้สร้างอนาคต

ทั้งสามอย่างทำหน้าที่คนละแบบครับ
ขาดตัวใดตัวหนึ่ง แผนทั้งหมดก็สะดุดได้

สูตรที่เราชอบใช้สรุปให้ฟังคือ

รายได้ ทำให้มีเงินเข้า
เงินเหลือ ทำให้ได้เก็บ
เงินเก็บที่ลงทุน ทำให้ทรัพย์สินงอกเงย
ทรัพย์สินที่งอกเงย พาเราไปถึงอิสรภาพทางการเงิน

ส่วนประกัน คือเกราะที่กันไม่ให้ขบวนนี้ล้มกลางทางครับ

สรุปจากมุมเรา

รวยจริง ไม่ใช่คนที่หาเงินได้เยอะที่สุด

แต่คือคนที่มีทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นทุกปี
มีเงินเหลือทุกเดือน
มีเงินสำรองอย่างน้อยหกเดือน
และมีเกราะรองรับเรื่องใหญ่ ให้ครอบครัวไม่ล้มตามครับ

ใครอยากลองเช็คสุขภาพการเงินของตัวเอง
ตามสามคำถามข้างบน แล้วอยากได้คนช่วยดูภาพรวม
ทักมาคุยกันได้ครับ เราช่วยวิเคราะห์ให้ฟรี ไม่มีข้อผูกมัด

อ้างอิง
สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 4/2568 บทความเรื่องเงินเฟ้อทางการแพทย์
WTW, 2026 Global Medical Trends Survey
สภาพัฒน์ รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 2/2569 ข้อมูลหนี้ครัวเรือน

ผู้เขียนเป็นตัวแทนประกันชีวิตที่ได้รับใบอนุญาต เลขที่ [เลขที่ใบอนุญาต]
เนื้อหานี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

#วางแผนการเงิน #ความมั่งคั่ง #ประกันชีวิต #มนุษย์เงินเดือน

รายได้จากค่าทำบัญชีมันมีเพดานแต่ความรู้ภาษีที่มีอยู่ในหัว ต่อยอดได้มากกว่าที่คิดลูกค้าถามว่า "มีวิธีลดภาษีบริษัทเพิ่มอีก...
10/09/2026

รายได้จากค่าทำบัญชีมันมีเพดาน
แต่ความรู้ภาษีที่มีอยู่ในหัว ต่อยอดได้มากกว่าที่คิด

ลูกค้าถามว่า "มีวิธีลดภาษีบริษัทเพิ่มอีกมั้ย"
นักบัญชีหลายคนตอบได้แค่ครึ่งเดียว เพราะเครื่องมือมันไปสุดแค่ฝั่งบัญชี

วันนี้เลยอยากเล่าเครื่องมือตัวนึงที่คนทำบัญชีได้เปรียบกว่าใคร
แต่น้อยคนหยิบมาใช้ — Keyman Policy

━━━━━━━━━━

Keyman Policy คืออะไร

คือประกันชีวิตที่ "บริษัท" ทำให้บุคคลสำคัญของกิจการ
เช่น กรรมการหรือผู้บริหาร โดยกลไกภาษีทำงานแบบนี้

1. บริษัทเป็นผู้จ่ายเบี้ย → บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้
ทำให้กำไรสุทธิลดลง → ภาษีนิติบุคคลลดลงตาม

2. ฝั่งกรรมการ เบี้ยที่บริษัทจ่ายให้ถือเป็นเงินได้
ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา
แต่ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้สูงสุด 100,000 บาท

3. เงื่อนไขสำคัญที่พลาดไม่ได้ — ต้องมีมติที่ประชุมบริษัท
ระบุเป็นสวัสดิการชัดเจน และไม่เข้าข่ายรายจ่ายต้องห้าม
ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

จุดนี้แหละที่ต้องการ "คนที่เข้าใจทั้งบัญชีและภาษี"
ไม่ใช่แค่คนขายประกัน

━━━━━━━━━━

ทำไมคนทำบัญชีถึงได้เปรียบเรื่องนี้

- ลูกค้าไว้ใจเรื่องภาษีอยู่แล้ว การวางแผนด้วยประกัน
จึงเป็นส่วนต่อขยายของงานเดิม ไม่ใช่การเริ่มขายจากศูนย์
- เข้าใจมาตรา 65 ตรี อยู่แล้วว่ารายจ่ายแบบไหนหักได้ไม่ได้
- มีพอร์ตลูกค้านิติบุคคลในมืออยู่แล้ว ไม่ต้องหาลูกค้าใหม่
- ลูกค้าได้บริการครบในที่เดียว ทำบัญชี ยื่นภาษี
และวางแผนภาษีด้วยเครื่องมือที่ถูกกฎหมาย

ข้อควรระวังที่ต้องบอกลูกค้าตรงๆ เสมอ:
นี่คือ "การวางแผนภาษีอย่างถูกกฎหมาย" ไม่ใช่ทางลัดเลี่ยงภาษี
และฝั่งกรรมการมีภาระภาษีบุคคลเพิ่มขึ้นด้วย ต้องคำนวณสองฝั่งก่อนตัดสินใจ

━━━━━━━━━━

ผมเองทำงานเป็นตัวแทนประกันชีวิต และกำลังขยายทีม
ที่มองหาคนสายบัญชี/ภาษีโดยเฉพาะ
เพราะงานแบบ Keyman ต้องการคนที่คุยภาษากับเจ้าของกิจการรู้เรื่อง

ถ้าเป็นคนทำบัญชีที่ลูกค้าชอบถามเรื่องลดภาษี
แต่ยังไม่มีเครื่องมือให้แนะนำ — ทักมาคุยกันก่อนได้ครับ
ไม่มีข้อผูกมัด คุยให้เห็นภาพก่อนค่อยตัดสินใจ

━━━━━━━━━━

เงื่อนไขการหักค่าใช้จ่ายและการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
โปรดศึกษารายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นก่อนตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง

อ้างอิง: ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี / Chob Accounting — ประกันคีย์แมนนำมาหักภาษีได้จริงไหม / กรุงเทพธุรกิจ — เจ้าของกิจการควรทำประกันคีย์แมนเท่าไรถึงจะเหมาะสม

#ลดภาษีนิติบุคคล #นักบัญชี #ตัวแทนประกันชีวิต

POV ตอนลูกค้าบอกว่า “ประกันไม่จำเป็น ถ้าแอดมิท รพ เอกชน พี่จ่ายเองไหว”
07/09/2026

POV ตอนลูกค้าบอกว่า “ประกันไม่จำเป็น ถ้าแอดมิท รพ เอกชน พี่จ่ายเองไหว”

เมื่อก่อน เบี้ยประกันสุขภาพทุก 100 บาทที่คนไทยจ่ายบริษัทประกันจ่ายค่ารักษาคืนเฉลี่ย 64 บาทปีนี้ตัวเลขนั้นขยับมาเป็น 89 บ...
05/09/2026

เมื่อก่อน เบี้ยประกันสุขภาพทุก 100 บาทที่คนไทยจ่าย
บริษัทประกันจ่ายค่ารักษาคืนเฉลี่ย 64 บาท

ปีนี้ตัวเลขนั้นขยับมาเป็น 89 บาทแล้วครับ
บางบริษัทเกิน 100 ด้วยซ้ำ คือรับเบี้ยมา 100 แต่จ่ายเคลมมากกว่านั้น

ฟังดูเหมือนเรื่องของบริษัทประกันใช่มั้ยครับ
แต่นี่แหละคือเหตุผลที่ช่วงนี้เราเห็นข่าว "เลิกขายประกันเหมาจ่าย" เต็มฟีดเลย

วันนี้ขอเล่าให้ฟังแบบง่ายที่สุด ว่าเกิดอะไรขึ้น
แล้วคนที่มีประกันอยู่ กับคนที่กำลังจะซื้อ ต้องรู้อะไรบ้างครับ

📌 "เหมาจ่ายบาทแรก" คืออะไร

คือแผนที่นอนโรงพยาบาลแล้วประกันจ่ายให้ตั้งแต่บาทแรก
เราแทบไม่ต้องควักเงินเอง ยื่นบัตรแล้วกลับบ้านได้เลย
ช่วงปี 62-67 แผนแบบนี้ฮิตมาก เพราะมันสบายจริงครับ

แต่พอค่ารักษาแพงขึ้นปีละสิบกว่าเปอร์เซ็นต์
บวกกับบางคนใช้เกินจำเป็น ป่วยนิดเดียวก็ขอนอนโรงพยาบาล เพราะยังไงก็ไม่เสียเงิน
ต้นทุนเลยพุ่งจนระบบเริ่มรับไม่ไหวครับ

ผลคือปีนี้บริษัทใหญ่บางเจ้าเริ่มหยุดขายแผนเหมาจ่ายบาทแรกบางตัว
แล้วออกแผนแบบ "ร่วมจ่าย" มาแทนที่กันมากขึ้น

📌 ร่วมจ่ายมี 2 แบบหลัก

Copayment (โคเพย์) คือเราร่วมจ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่ารักษา
เช่น โคเพย์ 30% ค่ารักษา 100,000 เราจ่าย 30,000 ประกันจ่าย 70,000

Deductible (รับผิดส่วนแรก) คือเราจ่ายก้อนแรกเองตามที่ตกลงไว้
เช่น ตกลงไว้ 30,000 ค่ารักษา 100,000 เราจ่าย 30,000 แรก ที่เหลือประกันจ่าย

ข้อแลกเปลี่ยนคือเบี้ยถูกลงกว่าแผนเหมาจ่ายพอสมควรครับ
ถูกลงแค่ไหนขึ้นอยู่กับแผนและเงื่อนไขของแต่ละบริษัท

📌 เรื่องที่คนเข้าใจผิดกันเยอะสุด

หลายคนอ่านข่าวแล้วตกใจ นึกว่าต่อไปนี้ซื้อประกันใหม่ต้องจ่ายเอง 30-50% ทุกเคสทุกครั้ง

จริงๆ ไม่ใช่แบบนั้นครับ

กรมธรรม์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 20 มี.ค. 68 จะมี "เงื่อนไขโคเพย์ตอนต่ออายุ" ติดมาด้วย
แปลว่าปีแรกเราเคลมได้ปกติ แต่ถ้าปีไหนเคลมเข้าเกณฑ์ ปีต่ออายุถัดไปถึงจะต้องร่วมจ่ายครับ

เกณฑ์มี 3 กรณี (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

กรณี 1: เคลมนอนโรงพยาบาลด้วยอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่ไม่จำเป็นต้องนอนจริงๆ
เช่น หวัด ท้องเสียทั่วไป ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี และยอดเคลมรวมตั้งแต่ 200% ของเบี้ยขึ้นไป
ปีต่ออายุถัดไปร่วมจ่าย 30%

กรณี 2: เคลมโรคทั่วไป (ไม่นับโรคร้ายแรงและการผ่าตัดใหญ่)
ตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อปี และยอดเคลมรวมตั้งแต่ 400% ของเบี้ยขึ้นไป
ปีต่ออายุถัดไปร่วมจ่าย 30%

กรณี 3: เข้าเกณฑ์ทั้งสองกรณีในปีเดียวกัน
ปีต่ออายุถัดไปร่วมจ่าย 50%

ลองดูตัวอย่างให้เห็นภาพครับ
สมมติเบี้ยปีละ 20,000 แล้วปีนั้นขอแอดมิทด้วยไข้หวัด ท้องเสีย รวม 3 ครั้ง
ยอดเคลมรวม 45,000 คือเกิน 200% ของเบี้ยไปแล้ว แบบนี้เข้ากรณี 1
ปีต่ออายุถัดไปต้องร่วมจ่าย 30% ของค่ารักษาทุกครั้ง

แต่มี 3 จุดที่หลายคนไม่รู้ แล้วมันเปลี่ยนความรู้สึกไปเลย

หนึ่ง โคเพย์ไม่ได้ติดตัวตลอดไป เขาพิจารณาใหม่ทุกปี
ปีไหนเคลมกลับมาปกติ ปีถัดไปก็กลับมาคุ้มครองเต็มเหมือนเดิมครับ

สอง โรคร้ายแรงกับการผ่าตัดใหญ่ไม่ถูกนับในเกณฑ์นี้
ตอนป่วยหนักจริง ประกันยังทำหน้าที่ของมันเต็มที่ (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

สาม คนที่เคลมตามจำเป็น ปีนึงนอนโรงพยาบาลสักครั้งนึงเพราะป่วยจริง
โอกาสเข้าเกณฑ์นี้ต่ำมากครับ เกณฑ์นี้ออกแบบมาจับพฤติกรรมเคลมถี่ผิดปกติมากกว่า

ส่วนแผนที่มีโคเพย์หรือ deductible "ตั้งแต่บาทแรก" อันนั้นคนละเรื่องกันนะครับ
คือแผนที่เราเลือกเองตอนซื้อ เพื่อแลกกับเบี้ยที่ถูกลง

และข่าวดีสำหรับคนที่มีประกันอยู่แล้ว
กรมธรรม์ที่ซื้อก่อน 20 มี.ค. 68 ยังคุ้มครองตามเงื่อนไขเดิมของกรมธรรม์ครับ

📌 แล้วเราควรทำยังไงต่อ

1. มีประกันอยู่แล้ว: เก็บไว้ให้ดี ต่ออายุให้ต่อเนื่อง อย่าปล่อยขาด
เพราะแผนเดิมหลายตัวตอนนี้ไม่มีขายแล้วครับ

2. กำลังจะซื้อใหม่: อย่าเลือกแค่เบี้ยถูกสุด
ดูให้ชัดว่าเงื่อนไขร่วมจ่ายเป็นแบบไหน แล้วถามตัวเองว่าถ้าต้องควักส่วนนั้นจริง เราไหวมั้ย

3. ใช้สิทธิ์ที่มีเป็นฐาน: ประกันสังคมหรือบัตรทองคือฐานที่ดีอยู่แล้ว
ประกันเอกชนคือส่วนเสริม เลือกให้พอดีกับความเสี่ยงและกระเป๋าของเราครับ

ยุคที่ซื้อประกันโดยไม่ต้องอ่านเงื่อนไขมันจบไปแล้วจริงๆ ครับ
ยุคนี้คนที่เข้าใจกติกา คือคนที่ได้แผนเหมาะกับตัวเองที่สุด

ใครอ่านแล้วยังงงตรงไหน หรืออยากรู้ว่ากรมธรรม์ที่ถืออยู่โดนผลกระทบมั้ย
คอมเมนต์หรือทักมาถามได้เลยนะครับ ตอบให้ก่อน ไม่ต้องซื้ออะไร 🙂

#ประกันสุขภาพ #วางแผนการเงิน

คนชอบถามผมว่า ทำงานสายประกันมันเป็นยังไงครับเมื่อวานเลยเก็บบรรยากาศมาฝากกันบ่ายโมง นั่งเรียนเรื่องจิตวิทยากับเรื่องเงินท...
04/09/2026

คนชอบถามผมว่า ทำงานสายประกันมันเป็นยังไงครับ
เมื่อวานเลยเก็บบรรยากาศมาฝากกัน

บ่ายโมง นั่งเรียนเรื่องจิตวิทยากับเรื่องเงิน
ที่ World Ballroom ชั้น 23 เซ็นทรัลเวิลด์ครับ
ความรู้แน่นจนจดแทบไม่ทัน

พอตกเย็น เปลี่ยนโหมดเป็นปาร์ตี้ธีมยีนส์ทั้งงาน
กินข้าว ฟังเพลง ปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตพี่ดา เอ็นโดรฟินครับ

วันเดียวได้ทั้งความรู้ ได้ทั้งพลังกลับมาลุยงานต่อ

จริงๆ อาชีพนี้มีมุมสนุกกว่าที่หลายคนคิดนะครับ
ใครอยากรู้ว่าเบื้องหลังเป็นยังไง ทักมาคุยกันได้เลยครับ 🙂

จงวิเคราะห์ ใครเป็นคนทำประกันในรูปนี้ 🔎
30/08/2026

จงวิเคราะห์ ใครเป็นคนทำประกันในรูปนี้ 🔎

ที่อยู่

สำนักงานตัวแทน คุณเรวดี ทรัพย์อุดมกุล อลิอันซ์ อยุธยา
Bangkok
10120

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ WorkWell Insure โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์