Nattiya MTL Nattiya Bhavakul (Sine)
Life Planner Agent of Muang Thai Life Assurance PCL. License Number : 6601018572

03/05/2026

UP SKILL CLASS ‼️
เจาะลึกแบบประกันแบบใหม่
👉D HEALTH LITE👈
โดย คุณเติ้ล วิทยากรจาก Muangthai Academy 😊

✅เหมาจ่าย 5 ล้านบาทต่อครั้งต่อโรค
นะค้าาา ราคาเบี้ยดีงาม
สนใจทักทรายมาได้เลยค่ะ

19/04/2026

📣 FINAL CALL📣
DHealthPlus เหมาจ่าย 5 ล้านบาท‼️‼️
ปิดการvาย 30 เม.ย.69 นี้นะคะ

ขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจให้ทรายดูแลนะคะ 🩷

02/10/2025

อธิบายสิทธิเบิกจ่ายตรง ของข้าราชการ แบบเข้าใจง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจ ทำประกันสุขภาพ /โดย ลงทุนแมน
เมื่อสัปดาห์ก่อน กรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือเกี่ยวกับอัตราการเบิกจ่ายค่ายา สำหรับรักษาโรคร้ายแรงฉบับใหม่ ซึ่งครอบคลุมไปถึง ยารักษาโรคมะเร็ง โรคผิวหนังเรื้อรัง และโรคทางระบบประสาท

ซึ่งเรื่องนี้ ก็น่าจะสร้างความกังวล สำหรับคนที่ประกอบอาชีพเป็นข้าราชการ คนที่เป็นข้าราชการเกษียณอายุ หรือคนที่เป็นลูกหลานของข้าราชการ

หลาย ๆ คนก็น่าจะตั้งคำถามว่า สวัสดิการของข้าราชการนั้น ยังดีและมั่นคงอยู่หรือไม่ ?

สำหรับประเด็นใหญ่นี้ ลงทุนแมน จะมาอธิบายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล โดยใช้สิทธิข้าราชการ แบบเข้าใจง่าย ๆ เผื่อไว้เป็นไอเดียให้ข้าราชการ หรือลูกหลานของข้าราชการ ได้วางแผนเกี่ยวกับสุขภาพได้ถูก

ก็ต้องบอกว่า สิทธิการเบิกจ่ายตรง หรือสิทธิข้าราชการสำหรับการรักษาพยาบาลนั้น ไม่ได้อยู่ในรูปแบบเหมาจ่าย เหมือนประกันสุขภาพเจ้าต่าง ๆ ที่เวลาเกิดโรคร้ายแรงแล้ว สามารถเหมาจ่ายได้

ซึ่งจะเหมาจ่าย 1 ล้านบาท, 2 ล้านบาท, 5 ล้านบาท หรือ 10 ล้านบาท ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข แพ็กเกจ หรือค่าเบี้ยประกันตามที่ตกลง

โดยสิทธิข้าราชการ จะสามารถใช้สิทธิได้ในโรงพยาบาลรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ
และเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย ก็สามารถใช้สิทธิได้ทั้งผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วยใน ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

เพียงแต่ค่ารักษาพยาบาลแต่ละรายการ จะมีเพดาน หรืออัตราการเบิกจ่ายสำหรับสิทธิข้าราชการ ว่าสามารถเบิกได้ไม่เกินเท่าไร ซึ่งอัตราการเบิกจ่าย ก็เป็นไปตามระเบียบที่กรมบัญชีกลางกำหนด

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วย แล้วใช้สิทธิข้าราชการในการนอนแอดมิต ที่โรงพยาบาลของรัฐ คนไข้จะสามารถ

- เบิกค่าห้องรวมค่าอาหาร สำหรับเตียงสามัญ หรือเตียงรวม ได้ไม่เกิน 400 บาทต่อวัน
- เบิกค่าห้องพิเศษ หรือห้องเดี่ยว ได้ไม่เกิน 1,000 บาทต่อวัน

ถ้าหากเรตราคาเตียงพยาบาล เกินอัตราที่สามารถเบิกจ่ายตรงได้
คนไข้จะต้องออกค่าส่วนต่างเอาเอง

ยกตัวอย่าง ถ้าคนไข้เลือกห้องนอนพิเศษของโรงพยาบาลรัฐ แล้วมีค่าห้อง 2,000 บาท

คนไข้สามารถใช้สิทธิข้าราชการเบิกได้ 1,000 บาท และจะต้องจ่ายส่วนต่างเองเพิ่มอีก 1,000 บาทนั่นเอง

ซึ่งผู้ที่สามารถใช้สิทธิข้าราชการในการรักษาพยาบาลได้ ก็คือ ข้าราชการ และลูกจ้างประจำ พ่อแม่ของข้าราชการ และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มากที่สุด 3 คน

ทีนี้ เรามาดูสิทธิข้าราชการในการเข้ารับการรักษา ไปทีละข้อ เริ่มจาก

1. สิทธิผู้ป่วยนอก หรือ OPD

ก็จะได้รับค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจวิเคราะห์โรค และสามารถใช้บริการ X-ray, อัลตราซาวนด์ เพื่อตรวจหาโรคได้

สำหรับสิทธิข้าราชการ ค่ารักษาและตรวจโรคเหล่านี้แทบทุกแห่งจะฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

เว้นแต่ว่าคนไข้ เข้ามาใช้บริการนอกเวลาราชการ หรือก็คือช่วงเย็น ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์
ถ้าเป็นแบบนี้ คนไข้จะต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ด้วยตัวเอง

2. การเบิกค่ารักษาพยาบาล กรณีเป็นผู้ป่วยใน

สวัสดิการข้าราชการ ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจากการรักษา ทั้งค่าบริการทางการแพทย์และพยาบาล ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าผ่าตัด ทำศัลยกรรม ค่ารักษากับแพทย์เฉพาะทาง ค่าตรวจครรภ์ คลอดบุตร และค่าอวัยวะเทียมต่าง ๆ

การรักษาพยาบาลเหล่านี้ จะสามารถเบิกจ่ายได้ตามจริง โดยการเบิกจ่าย ก็จะต้องอยู่ในเงื่อนไข และเพดานราคาที่กรมบัญชีกลางได้กำหนด

นอกจากนี้ สิทธิการรักษาพยาบาล ก็ยังครอบคลุมการรักษาเฉพาะทางของโรงพยาบาลรัฐทุกประเภทอย่าง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และโรคไต โดยข้าราชการ สามารถเบิกได้ตามอัตราสูงสุดตามที่กรมบัญชีกลางกำหนดเช่นกัน

แต่ถ้าโรงพยาบาลไหน คิดค่าใช้จ่าย เกินกว่าเพดานที่สามารถเบิกจ่ายกับกรมบัญชีกลางได้
คนไข้ก็ต้องจ่ายส่วนต่างค่ารักษาพยาบาลของแต่ละรายการเอาเอง

ทีนี้ มาถึงประเด็นเรื่องยาสำหรับโรคร้ายแรง ซึ่งเป็นประเด็นร้อนในตอนนี้

ซึ่งก็ต้องบอกว่า ในระบบสาธารณสุขของไทย รัฐบาลได้กำหนดลิสต์ “บัญชียาหลักแห่งชาติ” เอาไว้

บัญชียาหลักแห่งชาติ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ยาใน”
ก็คือยาที่รัฐบาลกำหนดให้เป็นยาจำเป็นต่อประชาชน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงยาเหล่านี้ได้

โดยบัญชียาหลักแห่งชาติ มักจะเป็นยาสามัญที่สถานพยาบาลทั่วไปนำมาใช้ เพื่อรักษาโรคทั่วไป หรือบรรเทาโรคเรื้อรัง อย่างเช่น

- ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาปฏิชีวนะพื้นฐาน
- ยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ
- ยาควบคุมโรคเรื้อรัง อย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ ยาควบคุมระดับน้ำตาล หรือยาควบคุมระดับไขมัน
- วัคซีนป้องกันโรคพื้นฐาน
- ยาสมุนไพรไทยบางชนิด ที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุข

ซึ่งบัญชียาหลักแห่งชาติ นอกจากครอบคลุมสิทธิข้าราชการแล้ว ก็ยังครอบคลุมสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ “สิทธิบัตรทอง” อีกด้วย

ก็ต้องบอกว่า สิทธิข้าราชการ ก็สามารถเบิกยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติได้เช่นกัน
ถ้าแพทย์เห็นว่าจำเป็นต้องใช้ โดยแพทย์จะต้องรับรองเหตุผลในการสั่งใช้ยานอกบัญชีหลัก

โดยเหตุผลหลัก ๆ ก็อย่างเช่น
- ยานอกบัญชีให้ประสิทธิภาพในการรักษาที่ดีกว่า
- ไม่มีบัญชียาหลัก ให้ใช้รักษาโรคที่คนไข้เป็นอยู่
- ใช้ยาในบัญชียาหลัก แล้วเกิดอาการแพ้ยาหรือมีภาวะแทรกซ้อน
อะไรทำนองนี้เป็นต้น

ทีนี้ มาถึงยาสำหรับรักษาโรคร้ายแรง อย่าง ยาโรคผิวหนังเรื้อรัง ยากลุ่มโรครูมาติก ยาโรคทางระบบประสาท
ไปจนถึงกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งหลายชนิด ทั้งยาเคมีบำบัด ยามุ่งเป้า หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัดบางชนิด

สิทธิข้าราชการก็ครอบคลุมค่าใช้จ่ายยาเหล่านี้เช่นเดียวกัน

แต่มีเงื่อนไขตามที่บอกไว้ในตอนแรกว่า

ยารักษาโรคร้ายแรง จะต้องเป็นยาที่อยู่ในทะเบียนของกรมบัญชีกลาง และจะต้องเป็นยาที่หน่วยงานของรัฐ หรือสถานพยาบาลของรัฐเป็นผู้จัดหา

ส่วนยาชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ก็จะไม่ได้อยู่ในสิทธิการรักษาสำหรับข้าราชการ

แล้วยาสำหรับรักษาโรคร้ายแรงนี้ จำเป็นต้องจ่ายร่วม หรือ Copay จริงหรือไม่ ?

ก็ต้องบอกว่าล่าสุด กรมบัญชีกลาง ได้ออกหนังสือเพื่อกำหนดอัตราการเบิกจ่ายยารักษาโรคร้ายแรงอย่าง โรคมะเร็ง โรครูมาติก และโรคผิวหนังใหม่ทั้งหมด 31 รายการ

เพื่อให้ภาครัฐประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล
โดยไม่ทำให้คุณภาพในการรักษาพยาบาลนั้นแย่ลง

ซึ่งเมื่อลองเอาหนังสือเวียนของกรมบัญชีกลางฉบับก่อนหน้า ไปเปรียบเทียบกับฉบับใหม่ ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ มาเปรียบเทียบดู

ก็จะเห็นว่าในยา 31 รายการ มีบางรายการปรับลดอัตราการเบิกจ่าย อย่างเช่น

- ยา A รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ขนาด 100 mg ปรับลดลงจาก 10,000 บาทต่อไวแอล
เหลือ 5,000 บาทต่อไวแอล

- ยา B รักษาโรครูมาตอยด์ ขนาด 100 mg ปรับลดลงจาก 3,000 บาทต่อไวแอล
เหลือ 1,500 บาทต่อไวแอล

ทีนี้ สำหรับคนที่เป็นโรคร้ายแรง แล้วใช้สิทธิข้าราชการ จะต้องจ่ายค่ายาร่วมหรือไม่ ?

เพื่อตอบคำถามนี้ เราต้องไปดูส่วนต่าง ระหว่างราคายาที่โรงพยาบาลของรัฐได้จัดซื้อ กับอัตราการเบิกจ่ายยารักษาโรคร้ายแรง ซึ่งเป็นเพดานราคาตามที่กรมบัญชีกลางกำหนด

ถ้าราคายาที่รัฐจัดซื้อ สูงกว่าอัตราการเบิกจ่ายยาของกรมบัญชีกลาง ก็เท่ากับว่าคนไข้ที่ใช้สิทธิข้าราชการ จะต้องจ่ายส่วนต่างหรือ Copay ให้กับโรงพยาบาลนั่นเอง

ส่วนจำนวนที่เบิกจ่าย ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยสามารถสั่งจ่ายได้ไม่จำกัดจำนวน อย่างสมมติว่า

ยา A รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว
สมมติว่า ยาตัวนี้ มีราคากลางที่อ้างอิงจากกระทรวงสาธารณสุข อยู่ที่ 13,000 บาทต่อไวแอล

ซึ่งราคากลางอ้างอิงนี้ คือเพดานราคายาสูงสุด ที่รัฐสามารถจัดซื้อได้ โดยไม่ให้จัดซื้อที่ราคาสูงกว่านั้น

ถ้ารัฐมีอำนาจต่อรองมากพอ รัฐก็ไม่จำเป็นต้องซื้อยาในราคากลางที่อ้างอิงจากกระทรวง

- โดยสมมติว่า โรงพยาบาลรัฐจัดซื้อยาตัวนี้มา ในราคา 8,000 บาทต่อไวแอล
แต่อัตราการเบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลาง อยู่ที่ 5,000 บาทต่อไวแอล

นั่นเท่ากับว่า คนไข้ที่ใช้สิทธิข้าราชการ จะต้องจ่ายค่าส่วนต่างที่ 3,000 บาทต่อไวแอล

ซึ่งถ้าหากว่าคนไข้ ใช้ยาตัวนี้ไป 5 ไวแอล ก็เท่ากับว่าส่วนต่างที่คนไข้ใช้สิทธิข้าราชการต้องจ่าย ก็เท่ากับ 5 x 3,000 บาทต่อไวแอล หรือเท่ากับ 15,000 บาทนั่นเอง

- แต่ถ้าหากว่า โรงพยาบาลรัฐสามารถจัดซื้อยาตัวนี้ มาได้ในราคาถูกที่ 4,000 บาทต่อไวแอล
แต่อัตราการเบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลาง อยู่ที่ 5,000 บาทต่อไวแอล

นั่นเท่ากับว่า ราคายาไม่เกินอัตราการเบิกจ่ายที่กำหนด
เมื่อเป็นแบบนี้ ผู้ป่วยที่ใช้สิทธิข้าราชการ ไม่จำเป็นจะต้องจ่ายร่วม

หรือก็คือ ในเรื่องราคายารักษาโรคร้ายแรง โรงพยาบาลของรัฐ ไม่จำเป็นต้องจัดซื้อยาในราคาสูงเท่ากับราคากลางของยา
ที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขเสมอไป

ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็เป็นสรุปคร่าว ๆ เกี่ยวกับสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล กรณีสิทธิข้าราชการ หรือเบิกจ่ายตรง

เพื่อให้เป็นข้อมูล หรือเป็นแนวทางสำหรับใครก็ตาม ที่ประกอบอาชีพรับราชการ หรือลูกหลานที่มีพ่อแม่เป็นข้าราชการ ได้นำไปวางแผนสุขภาพ อย่างเช่น การซื้อประกัน และวางแผนทางด้านการเงินต่อไป..

โดยรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม เราสามารถเข้าไปดูได้
ที่หนังสือเวียนของกรมบัญชีกลาง ตามลิงก์ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้

23/08/2025

คุณหมอขอบคุณบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต 🩷

🥹🙏❤️🇹🇭
29/07/2025

🥹🙏❤️🇹🇭

กราบหัวใจ “วีรบุรุษผู้กล้า ทุกองคาพยพ” ที่ยืนหยัด ปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง
“ทหารพราน (นักรบชุดดำ) ตำรวจตระเวนชายแดน กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกำลังพลกองทัพบกทุกหน่วย”
ทุกการเสียสละ ทุกความร่วมมือ ทุกการสนับสนุน ทุกนามหน่วยที่ร่วมรบ
เราคนไทย จะจดจำไว้ ตราบนานเท่านาน

ภายใต้สถานการณ์ที่ ทุกฝ่ายต่างระดมความร่วมมือ ในการต่อสู้ พิทักษ์ ปกป้องอธิปไตย
การยืนหยัด ร่วมสกัดกั้น ไม่ให้ศัตรูผู้รุกราน คืบคลานเข้ามาบนผืนแผ่นดินไทยได้ เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่
การบูรณาการการปฏิบัติร่วม ของทุกส่วน เป็นเสมือนฟันเฟือง ที่ขับเคลือนให้ภารกิจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ในแนวรบ ผู้สนับสนุนการรบให้ดำเนินไปได้อย่างไม่ติดขัด ผู้เฝ้าระวังภัยให้เบื้องหลัง ผู้ส่งกำลังบำรุง
เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ทุกท่านเป็นส่วนสำคัญของภารกิจ และจะขาดหน่วยหนึ่งหน่วยใดไปไม่ได้เลย...

สิ่งสำคัญ หัวใจของภารกิจ แห่งการปกป้องอธิปไตยนี้ คือ ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติ

#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
#กัมพูชายิงก่อน


#สดุดีทหารกล้า
#เพื่อแผ่นดินไทย
#ยอมตายไม่ยอมถอย
#ทหารไทย

28/07/2025

ทรงพระเจริญ

24/07/2025
รีวิวการเคลม   ลูกค้าทรายเข้าแอดมิท 2 ท่านลูกค้าไม่มีส่วนต่างค่าห้องเนื่องจากแบบ   ✅ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน (Standard Room)...
12/07/2025

รีวิวการเคลม ลูกค้าทรายเข้าแอดมิท 2 ท่าน
ลูกค้าไม่มีส่วนต่างค่าห้องเนื่องจากแบบ

✅ค่าห้องเดี่ยวมาตรฐาน (Standard Room)
✅ค่ารักษา 5 ล้านบาทค่ะ

สนใจสอบถามรายละเอียดทักทรายได้เลยนะคะ 😊

ที่อยู่

508 Rarm Intra Rd.
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 17:00
เสาร์ 09:00 - 17:00
อาทิตย์ 09:00 - 17:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Nattiya MTLผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์